ตอนที่ 56
ณ ดินแดนทางใต้ กองทัพราชอาณาจักรแสงสว่างกำลังปะทะกับกลุ่มโจรสลัดอย่างดุเดือด ในเหตุการณ์ชุลมุนนี้มีบุรุษผู้หนึ่งโดดเด่นขึ้นมา เขาอยู่ในชุดเกราะสีทองแต่ไม่สวมหมวกเกราะ เพียงมัดผมอย่างง่ายๆ สองมือสวมใส่ถุงมือเหล็กครึ่งนิ้วยาวถึงข้อศอก มิได้ถือศาสตราวุธ เขาควงหมัดสังหารศัตรูทุกคนที่ีดาหน้าเข้ามา ท่วงท่าที่ใช้ออกเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและเย่อหยิ่งถือดี ประดุจราชันแห่งฟ้า
เป็นองค์ชายใหญ่ไป๋โส่วหนานเอง
กระบวนท่าแม้จะยังคงความหยิ่งผยองดุจเดิม ทว่าไม่มีร่องรอยของการร่ายรำอันไร้ประโยชน์อีกต่อไป ทุกกระบวนท่าล้วนเด็ดขาด ทุกกระบวนท่าล้วนใช้งานได้จริง สังหารโจรสลัดมายี่สิบสามสิบคน ไม่มีผู้ใดบีบให้พระองค์ออกหมัดได้เกินสามหมัด
ด้วยศักดิ์ฐานะองค์ชาย ไป๋โส่วหนานไม่จำเป็นต้องมาออกรบแนวหน้าด้วยตัวเอง แต่เพราะเขาต้องการผลงานจึงยอมเสี่ยงอันตราย
ทว่าในความคิดของไป๋โส่วหนาน กลุ่มโจรสลัดกเฬวรากพวกนี้ไม่อาจทำอันตรายเขาได้หรอก
ในระหว่างกำลังพัวพันกับโจรสลัดลูกกระจ๊อกสามคน ไป๋โส่วหนานก็รู้สึกถึงพลังแหลมคมคุกคามเข้ามา จึงเหลือบตาไปมอง เห็นเป็นชายวัยสามสิบถึงสี่สิบปีผู้หนึ่ง ควบม้าด้วยความเร็วมุ่งตรงมา มือข้างหนึ่งถือหอกใหญ่ซ่อนไว้ด้านหลังสะสมพลังวัตร
แม้จะอยู่ห่างกันเป็นร้อยเมตร ไป๋โส่วหนานก็สัมผัสได้ว่าพลังสมาธิของคนผู้นี้ร้อยรัดตนเองไว้ ไม่ว่าเขาจะหลบซ้ายหรือย้ายขวา หอกเล่มนั้นก็จะตามเขาไป หยั่งกะคนรักที่ไม่ยอมพลัดพรากจากกัน
มีความสามารถขนาดนี้ ผู้ใช้หอกคนนี้นับเป็นปรมาจารย์คนหนึ่ง
กระบวนท่านี้มีวิธีหลบมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ถอยหลังเข้าไปในแถวทหาร เพื่อทอนพลังและความแหลมคม ทว่าไป๋โส่วหนานไม่คิดจะทำอย่างนั้นเพราะเขา…
ก็เป็นปรมาจารย์คนหนึ่งเหมือนกัน
เมื่อเห็นชายผู้นั้นอยู่ห่างไปห้าสิบเมตร ไป๋โส่วหนานก็เร่งเร้าพลัง กระแทกโจรสลัดลูกกระจ๊อกทั้งสามคนขาดใจตาย กระเด็นออกไป แล้วหันมาเตรียมตัวรับหอกอันน่าหวาดหวั่น สองเท้ากดพื้นดินแข็งจมลงไปสองนิ้ว เก็บสองแขนไว้ข้างลำตัว สองมือกำแน่น เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาผนึกไว้ ณ ปลายหอก
เข้าระยะสิบเมตรคนบนหลังม้าก็สะบัดแขนจ้วงแทงหอก พลังไร้สภาพที่แผ่ออกมาก่อให้เสียงลมดังหวีดหวิว! พุ่งข้ามระยะไปกรีดสายรัดผมของไป๋โส่วหนานขาดวิ่น! จนผมเผ้าปลิวสยาย ชุดเกราะทองเรืองแสงขึ้นมาเหมือนสัมผัสได้ถึงอันตราย จึงพยายามปกป้องผู้เป็นนายอย่างเต็มกำลัง
ไม่ต้องบอกก็พอคาดเดาได้ ว่าหอกนี้น่ากลัวขนาดไหน แถมเมื่อรวมกับสภาวะพุ่งตัวของม้าศึก หอกเล่มนี้ก็เหมือนจะสามารถแทงภูผาทะลุได้ในคราเดียว!
แต่ไป๋โส่วหนานหาได้ครั่นคร้าม...
คิดจะเป็นราชันย์สิ่งแรกที่ต้องมีคือความเชื่อมั่น!
หมัดจอมราชันย์จะเปล่งอนุภาพสูงสุดได้ก็เพราะความเชื่อมั่น!
ไป๋โส่วหนานจึงเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดมาขวางทางหมัดของเขาได้
เมื่อปลายหอกเข้าสู่ระยะหมัด ไป๋โส่วหนานจึงออกหมัด!
เสียง ปง!!! ดังสนั่น! ลั่นพื้นที่สงคราม!
ร่างกายท่อนบนของไป๋โส่วหนานสั่นไหว แต่หาได้รับบาดเจ็บไม่ สองเท้าหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม เพียงจมดินลึกถึงหน้าแข้ง จุดที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือแขนขวา ถุงมือเหล็กฉีกขาด เผยให้เห็นข้อมือเปลือยเปล่า แต่ไม่มีรอยบาดแผล
ไป๋โส่วหนานเพียงรู้สึกว่าแขนขวาชาด้านไร้ความรู้สึก ต้องพักฟื้นสักระยะจึงจะใช้งานได้ดังเดิม
ส่วนผู้เหี้ยมหาญที่ใช้หอกนั้นกลับมีสภาพทุลักทุเลยิ่ง วินาทีที่หอกหมัดปะทะกัน มันก็ถูกพลังอันดุดันอหังการของหมัดจอมราชันย์แล้นผ่านด้ามหอกและท่อนแขน พุ่งเข้าจู่โจมอวัยวะภายในโดยไม่อาจสกัดยับยั้ง ถึงกับพ่นโลหิตออกมาเป็นฟูฝอย กระเด็นตกจากหลังม้า บาดเจ็บสาหัสทันที
ม้าศึกเองก็ไม่อาจต้านทานแรงปะทะมันร้องโหยหวน ยกขาหน้าขึ้นตะกุยอากาศ ขาดใจตายในบันดล
คนที่อยู่ในรัศมีวงกลมห้าเมตรของจุดปะทะ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือโจรสลัดล้วนได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้าทั้งเบาและหนัก แถมยังถูกแรงอัดพัดกระเด็นออกนอกรัศมี เกิดเป็นพื้นที่ว่างหย่อมหนึ่ง
สงครามชะงักงัน…
เหอคุนซาน คือชื่อของผู้เหี้ยมหาญที่ใช้หอก มันเป็นมิจฉาชีพที่หากินอยู่ระหว่างชายแดนราชอาณาจักรแสงสว่างกับอาณาจักรลับแล รายได้ถือว่าดีเชียวแหละ แต่พออาณาจักรทั้งสองตกลงเป็นพันธมิตรกันเมื่อห้าปีก่อน รายได้ของมันก็ลดลงจนไม่พอกินและตัวมันเองก็เป็นคนใช้จ่ายมือเติบเสียด้วย
ทำให้เหอคุนซานตอบรับคำชวนของบุคคลปริศนาทันที หลังจากมันตรวจสอบแล้วว่าตัวเองไม่ได้โดนหลอก
ตามแผนการที่หู่ฝูไห่กำหนดไว้ เหอคุนซานควรถอนทัพหลบหนีไปแล้ว
ทว่าก่อนเหอคุนซานจะทำตามแผนมันกลับสังเกตเห็นองค์ชายใหญ่
มันรู้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร...
มันยิ่งรู้ดีว่าถ้าฆ่าคนผู้นี้ได้ มันจะได้รับรางวัลมหาศาลขนาดไหน…
เหอคุนซานจึงคิดจะลองฆ่าองค์ชายใหญ่ดู แม้จะเป็นปรมาจารย์เหมือนกัน แต่เหอคุนซานดูออกว่า องค์ชายใหญ่พึ่งเป็นปรมาจารย์ได้ไม่นาน ในขณะที่ตนเองอยู่ในระดับนี้มาห้าปีแล้ว แถมพลังวัตรขององค์ชายใหญ่ยังด้อยกว่าตนอยู่บ้าง
เพราะอย่างนี้เหอคุนซานจึงไม่เข้าใจ…
ว่าทำไมตนเองถึงกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ!
ทว่าไป๋โส่วหนานไม่คิดให้เวลามันทำความเข้าใจ
เมื่อเห็นสภาพทุลักทุเลของเหอคุนซาน ไป๋โส่วหนานที่เหลือแขนซ้ายใช้การได้อยู่ข้างเดียวก็ตัดสินใจรุกไล่อย่างไม่รั้งรอ
เห็นไป๋โส่วหนานทะยานมาอย่างดุดัน เหอคุนซานก็รู้ว่าตนเองคงยากจะมีชีวิตรอด จึงบังเกิดเพลิงอำมหิตขึ้น มันไม่สนใจอาการบาดเจ็บ เร่งเร้าพลังใส่หอกแล้วร่ายรำจนเป็นเงาเต็มฟ้า โถมเข้าหาไป๋โส่วหนานอย่างดุร้ายหมายขวัญ!
หวังลากไป๋โส่วหนานตกตายตามกัน!
เสียง ติงตัง!!! ดังถี่ยิบนับครั้งไม่ถ้วน
สุดท้ายจบลงที่เสียงกระดูกหักดัง แกร๊ก!!
หอกหนักลอย หวือ! ขึ้นฟ้า เคลื่อนห่างไปหลายสิบเมตร
เหอคุนซาน เซถลาถอยหลัง สี่ห้าก้าว หูตาจมูกปากปรากฏโลหิตไหลซึม สองแขนหักสบั้น บิดงอในมุมที่เป็นไปไม่ได้
ยืนนิ่งได้ชั่วอึดใจ ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาใยชักรอกขาด
เหอคุนซานสิ้นใจแล้ว
คนรอบข้างมองภาพนี้อย่างงงงัน จนมีเสียงองค์ชายใหญ่ตวาดดังขึ้นมา
"ทหารอย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!!!"
ผู้คนจึงค่อยได้สติ เหล่าโจรสลัดเห็นผู้นำของตนเองตายแล้ว จึงเสียกำลังขวัญ หันหลังวิ่งหนีกันสุดชีวิต กองทหารก็โห่ร้องวิ่งตามสังหาร
สั่งการเสร็จ ไป๋โส่วหนานก็ไม่ได้ตามฆ่าเหล่าโจรสลัดที่เหลือรอด เขายกมือซ้ายขึ้นลูบรอยกรีดยาวบนชุดเกราะทอง...ความผิดพลาดของเหอคุนซานคือเลือกปะทะตรงๆ กับหมัดแห่งความเชื่อมั่น
ไป๋โส่วหนานยิ้มแย้มอย่างยินดี ไม่เพียงให้กับชัยชนะในสงคราม แต่ยังให้กับตัวเองอีกด้วย
นับจากพ่ายแพ้ให้ไป๋กุนหลาง ไป๋โส่วหนานก็ลดทิฐิลง หันมาคร่ำเคร่งฝึกปรือวิชาอย่างหนักหน่วง จนในที่สุดก็สามารถทำลายคอขวดที่ติดขัดมานาน แล้วกลายเป็นปรมาจารย์ และยังได้รับการชี้แนะจากพระบิดาจนสร้างไม้ตายประจำตัวอย่าง หมัดแห่งความเชื่อมั่น ขึ้นมาได้
แต่ไป๋โส่วหนานก็ยังอยากรู้ว่าในการต่อสู้จริงเขาจะทำได้ถึงขนาดไหน เพราะการประลองกับทหารองครักษ์ถึงยังไงก็ไม่ได้เอาจริงถึงตาย
การต่อสู้ครั้งนี้ได้บอกกับไป๋โส่วหนานว่า...ตัวเขาเองก็พัฒนาขึ้นมากแล้ว
_____________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน