ร่างอุทัยถูกส่งลอยไปเสียบตรึงอยู่กับเสาวิหาร กระบี่เทพวายุพุ่งเสียบเข้ากลางอกจนมิดลำ พลังอันมหาศาลทำเส้นลมปราณทั่วร่างแหลกสลาย อวัยวะภายในถูกทำลายจนหมดสิ้น
.. อุทัยแน่นิ่ง ดวงตาไร้ประกาย หัวห้อยตกแขนขาทิ้งดิ่ง โลหิตทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด
ฮา ฮา .. เสียงหัวเราะสะใจของเจ้าทาสกระบี่ มันกล่าวอย่างสมใจว่า “.. นายน้อย .. บ่าวได้สังหารมัน แก้แค้นให้ท่านแล้ว”
หึ หึ .. กระบี่ทลายนภาวัยหนุ่มยิ้มเยาะ กล่าวว่า “สิ้นฤทธิ์แล้วสิ เจ้าเด็กปากสุนัข”
แล้วจึงก้าวเดินเข้ามาอย่างท้าทาย พลังปราณนภาลัยระดับจิตญาณคุรุส่องประกายเจิดจ้า ทำทั้งห้องวิหารตื่นตะลึง
เพ้ยยย .. นักพรตสัมผัสฟ้าอุทาน “.. มะ .. ไม่จริง เป็นไปได้อย่างไร”
เทวีจินเยว่หน้าตื่นกล่าวว่า “หวาาา .. ผู้อาวุโสทลายนภา สูงส่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
กระบี่ทลายนภาหยุดยืนจ้องมองไปยังมังกรเรื่องโรจน์อย่างท้าทาย มันกล่าวว่า “ถึงตาเจ้าแล้ว เจ้าพวกกบฏ ”
มังกรเรืองโรจน์ยังคงเยือกเย็น กล่าวว่า “ที่แท้ทั้งหมดก็เป็นแผนการของเจ้า .. เจ้าพวกคุปยะ ..”
เทวีจินเยว่อุทาน “.. ห่ะ .. คุปยะ” .. ทั้งยังทำท่าครุ่นคิด
อาาา .. นักพรตสัมผัสฟ้าอุทานอีก มันกล่าวพึมพำ “.. คุปยะ .. ชาวคุปยะ .. นี่ยังคงอยู่อีกหรือ”
.. คุปยะ .. อาณาจักรโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน เป็นยุคสมัยอันดำมืด แผ่นดินถูกปกครองด้วยความโหดเหี้ยม กดขี่ชาวประชาราวกับเป็นสัตว์ไร้ค่ามาอย่างยาวนาน
.. ต่อมามีมหาบุรุษผู้หนึ่งรวบรวมยอดยุทธ์นับหมื่นขึ้นต่อต้าน เกิดเป็นสงครามยาวนานกว่ายี่สิบปี ทำดินแดนถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน ในที่สุดกองทัพของมหาบุรุษผู้นั้นก็สามารถยึดอำนาจการปกครองมาได้ ราชวงศ์คุปยะผู้ปกครองเดิมถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
.. บุรุษผู้นั้นคือบุตรของเทวะมังกรอันศักดิ์สิทธิ์ มีนามว่า ‘โอริสา’ .. ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งแคว้นโอริสานั่นเอง
ฮา ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะร่า กล่าวว่า “ถูกต้อง เป็นข้าเอง” มันยกยิ้มอย่างสะใจ “สิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำเอาไว้ จะต้องชดใช้ในวันนี้ ฮา”
มังกรเรืองโรจน์ก้าวเดินออกมา มันมองร่างกระบี่ทลายนภาด้วยสายตาเยือกเย็นกล่าวว่า “พวกเจ้าวางแผนการเสียมากมาย ก็เพื่อทวงคืนสิ่งที่ไม่สามารถหวนกลับมาได้” มันยิ้มมุมปากนิดหนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ราชวงศ์คุปยะของเจ้าได้ล่มสลายมากว่าสามพันปี ไม่มีทางฟื้นคืนได้แล้ว”
“หุบปาก!” กระบี่ทลายนภาก่นด่า “จะฟื้นคืนได้หรือไม่ มิใช่กงการอะไรของเจ้า”
มังกรเรืองโรจน์กล่าวเย้ยต่อ “ผู้แพ้ ก็คือผู้แพ้ .. สิ่งนี้ไม่สามารถแปรเปลี่ยนได้ ฮา”
“เจ้าพวกลูกหลานกบฏ” กระบี่ทลายนภาก่นด่าอีก “วันนี้จะวันเป็นล้างโคตรลูกหลานเจ้าบุตรมังกรผู้นั้น ความอัปยศจะสนองคืนวงศ์ตระกูลของพวกเจ้าเป็นร้อยพันเท่า ฮา”
กระบี่ทลายนภากล่าวต่อ “จงคุกเข่า แล้วอ้อนวอนขอความเมตตาเถิด .. ฮา ฮา” ปราณนภาลัยถูกเร่งเร้าส่งประกายบริสุทธิ์วิบวับ ผมเผ้าหนวดเคราของมันพลิ้วพัดกระพือ
กระบี่ทลายนภากำเนิดใหม่มีพลังปราณอยู่ระดับจิตญาณคุรุ รอบกายก่อเกิดวงรัศมีแสงเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีอักขระโบราณวิ่งวนอยู่ภายใน
อาาา .. นักพรตสัมผัสฟ้าอุทานไม่หยุด กล่าวราวเพ้อว่า “.. พลังระดับนี้ .. ปะ .. เป็นไปไม่ได้”
.. วิชาจิตอมตะ .. คืออันใดกัน .. เหตุใดถึงทำให้ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งก้าวข้ามระดับยุทธ์ไปถึงจุดนี้ได้
.. จิตอมตะ คือชื่อเรียกอันสวยหรูของวิชาไสยเวทชนิดนี้ ความจริงก็คือเคล็ดวิชาที่แปรเปลี่ยนผู้ฝึกฝนเป็นสัตว์อสูรชั้นต่ำ นั่นคือ ‘ปรสิตภูติ’
.. ผู้สำเร็จวิชาตัวตนของมันจะกลายเป็นปรสิตภูติ มีอายุยืนยาวกว่าอายุขัยของมนุษย์ คืออาจยาวนานได้หลายหมื่นปี แต่ร่างจริงของปรสิตภูตินั้นอ่อนแอมาก จึงต้องอาศัยอยู่ในร่างสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เรียกว่า ‘ร่างทาส’
.. ปรสิตภูติจะเข้าไปควบคุมความคิดจิตใจของเจ้าร่างทาสนั้น เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานให้ราวไม่มีวันตาย ทั้งยังดึงพลังแฝงออกเพิ่มพลังปราณให้ร่างทาสนับร้อยๆ เท่า
.. แต่ยิ่งดึงพลังแฝงออกมามากเท่าใด ร่างทาสก็ยิ่งเสื่อมสลายหมดสภาพเร็วขึ้นเท่านั้น
.. เมื่อร่างทาสที่อาศัยอยู่เสื่อมโทรมผุพัง ปรสิตภูติก็ต้องหาร่างทาสใหม่เพื่อดงรงค์ชีวิตสัตว์อสูรต่อไป
.. เจ้าปรสิตภูติตัวนี้ก็คือ มหาราชครูยอดยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งแคว้น ทั้งยังเป็นเชื้อสายของราชวงศ์คุปยะอีกด้วย .. หลังจากราชวงศ์ถูกทำลายเมื่อสามพันปีก่อน มันก็เก็บตัววางแผนแก้แค้นกอบกู้อำนาจของคุปยะกลับคืนมา
ทันใดนั้น ร่างร่างหนึ่งพุ่งวาบมาจากด้านหลัง แล้วมาหยุดอยู่ข้างมังกรเรืองโรจน์ .. ผู้มาคือมหาขันทีในชุดคลุมสีเทาขลิบลวดลายด้วยด้ายแดง ศีรษะสวมหมวกผ้าสีดำทรงกรวยสูง
.. ทั้งสองสื่อสารด้วยพลังจิต
มหาขันที ‘.. ศิษย์พี่’
มังกรเรืองโรจน์ ‘ตัวการใหญ่เผยตัวออกมาแล้ว’
มหาขันที ‘.. มันผู้นี้ ! .. กระบี่ทลายนภา อา’
มังกรเรืองโรจน์ ‘เป็นพวกคุปยะ ..วิชาจิตอมตะ’
มหาขันที ‘.. จิตอมตะ .. พลังของมัน .. เป็นไปไม่ได้’
มหาขันทีเพิ่งมาถึง ต้องทำหน้าประหลาดจ้องมองกระบี่ทลายนภาร่างกำเนิดใหม่อย่างตกตะลึง
มังกรเรืองโรจน์ ‘ยาแก้พิษเล่า’
มหาขันที ‘.. สำเร็จแล้ว’
มังกรเรืองโรจน์ ‘อืมมม .. แล้วหลานข้าเป็นเช่นไร’
มหาขันที ‘.. มันนับว่ามีวาสนา อยู่ๆ ก็ได้หัวใจมังกรเทวะมา ท่านอดใจรอดูสิ่งมหัศจรรย์ที่จะปรากฏขึ้นเถิด’
กระบี่ทลายนภามองทั้งสองแล้วกล่าว “จิตพิสุทธิ์ขั้นสุดทั้งคู่ .. ไม่เลว ไม่เลว” มันยิ้มเยาะกล่าวต่อ “เข้ามาพร้อมกันก็ได้หนา ข้าไม่ถือ .. ฮา”
มังกรเรืองโรจน์ยังกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “.. เจ้าเศษสวะคุปยะ” แล้วจึงระเบิดพลังปราณออก
.. ปราณมังกรมหาเทวะ
พลังปราณแดงใสส่องประกายราวอัญมณี ก่อตัวเป็นมังกรสวรรค์ร่างมหึมาโก่งคอสยายปีก .. เสียงคำรามของมังกรสวรรค์ดัง .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!
มหาขันทีกล่าวว่า “.. เช่นนั้น มาทำให้จบในรุ่นเราเถิด” มันไม่รอช้าเร่งเร้าพลังปราณระเบิดอย่างรุนแรง
.. ปราณจิ้งจอกเทวะ
พลังปราณสีม่วงเข้มข้นส่งประกายระยิบระยับ ปรากฏร่างของจิ้งจอกเทพสีขาวบริสุทธิ์ ร่างปราดเปรียว มีหางยาวเป็นพวงถึงเก้าหาง .. ดวงตาเรียวสีแดงสด เขี้ยวขาวยาว ส่งเสียงขู่คำรามในลำคอ .. กรรรรรรร !!!
กระบี่ทลายนภากล่าวหน้านิ่ง “พวกเจ้ามิได้ถูกพิษหนิ ไม่เลว ไม่เลว .. ฮา”
มังกรเรืองโรจน์กล่าวตอบว่า “.. พิษของเจ้า ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” .. มันขยับมือวูบวาบ
กระถางกำยานสามขาใบเขื่อง สร้างด้วยทองเหลืองมีน้ำหนักหลายร้อยชั่งขยับ .. กึก กึก กัก กัก
ด้วยปราณระดับจิตพิสุทธิ์ กระถางกำยานใบนั้นถูกดูดลอยเข้ามาราวไร้น้ำหนัก .. ฟิ้ววววว !
“เอาพิษกระจอกเจ้าคืนไป” มังกรเรืองโรจน์กล่าวก้องพร้อมสืบเท้าไปข้างหน้า นำฝ่ามือฟาดใส่กระถางกำยานเสียงดัง .. เปรี้ยงงงงง !
.. ฟ้าววววว ! กระถางกำยานลอยละลิ่วพุ่งเข้าใส่กระบี่ทลายนภา
มังกรเรืองโรจน์ยังมีท่าตามต่อ มันพุ่งวาบเข้าใส่ในทันใด คนกระโดดลอยฟาดฝ่ามือออก พลังปราณระดับจิตพิสุทธิ์ขั้นสุดทำมิติฉีกกระชาก
.. ฝ่ามือมังกรมหาเทวะสยบปฐพี !
.. ฮ๊ากกกกกก ! .. ปราณมังกรเทวะส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง พลังปราณสีแดงสดสุดรุนแรงพุ่งใส่กระบี่ทลายนภา
มหาขันทีก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน ร่างไหววาบราวสายวิชชุพุ่งเรียดมาตามพื้น สองมือกำเหยียดนิ้วชี้กลางยืดตรงออก
.. ดัชนีจิ้งจอกเทวะ !
.. กรรรรรรรร ! .. ปราณจิ้งจอกเทวะเก้าหางอ้าปากแหกคมเขี้ยว กางกรงเล็บพุ่งกระโจนเข้าใส่
ในห่วงความเป็นตายตัดสินชะตาของแผ่นดิน ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสองไม่รีรอที่จะลงมือกรุ่มรุมพร้อมกัน
ฮึ ฮึ .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะในลำคอ มันกล่าวว่า “ทารกเช่นพวกเจ้าอาจยังไม่รู้ สมัยรุ่นๆ ข้านี่แหละ .. อันดับหนึ่งแห่งทวีป .. ฮา ฮา”
กล่าวจบปราณนภาลัยก็สาดกระจาย พลังยุทธ์ระดับจิตญาณคุรุขับเน้นกระแสปราณจนเรืองรองสดใส ยอดยุทธ์ทั้งวิหารต่างตื่นตะลึง ตั้งแต่ถือกำเนิดมายังไม่เคยพบเจอระดับพลังเช่นนี้
.. ฟ้าววววว ! กระถางกำยานลอยพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ขณะอยู่ห่างกระบี่ทลายนภาเพียงสามวา
กระบี่ทลายนภายืนอย่างปลอดโปร่งส่งรอยยิ้มอย่างเย็นใจ แล้วยกมือซ้ายฟันสันมือออก ปรากฏกระแสปราณส่งไปราวคมดาบ
.. ฉับบบ ! ปราณสังหารตัดเข้ากึ่งกลางกระถางกำยานพอดิบพอดี
พลังปราณคมกริบทำกระถางกำยานทองเหลืองอันแข็งแกร่งถูกฝ่าแยกออกเป็นสองซีก แล้วลอยผ่านร่างกระบี่ทลายที่อยู่ตรงกลางไป
ทันใดนั้นฝ่ามือของมังกรเรืองโรจน์พุ่งมาถึงเบื้องหน้า กระบี่ทลายนภานำดัชนีพุ่งออกเบาๆ รับฝ่ามือนั้น
ดัชนีของมหาขันทีก็ทะลวงมาจากเบื้องล่าง กระบี่ทลายนภาก็นำดัชนีอีกมือหนึ่งสัมผัสรับปลายดัชนีสังหารไว้
.. ดัชนีนภาลัย ระดับจิตญาณคุรุ !
คล้ายกับห้วงแห่งเวลาถูกผนึกไว้ .. ดัชนีซ้ายดูดติดกับฝ่ามือ .. ดัชนีขวาสัมผัสกับปลายดัชนี
ท่าสังหารของมังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีถูกดัชนีกระบี่ทลายนภาสกัดเอาไว้ ทั้งสองยังไม่ทันปรับเปลี่ยนกระบวนท่า
.. โครมมมม ! เสียงดังสนั่น ชิ้นส่วนกระถางกำยานกระแทกลงพื้น ทำชาวยุทธ์แตกตื่นวิ่งหนีกันชุลมุน
กระบี่ทลายนภายกยิ้ม กล่าวอย่างเย็นใจว่า “ยอดยุทธ์รุ่นหลัง มีความสามารถเพียงเท่านี้ดอกหรือ .. ฮา”
.. ราวมายาภาพ ก่อเกิดดัชนีนับร้อยพันพุ่งออกมาจู่โจมมังกรเรืองโรจน์และมหาขันที .. จึ๊กกก ! จึ๊กกก ! จึ๊กกก ! จึ๊กกก ! จึ๊กกก !
เพ้ยยย .. มหาขันทีและมังกรเรืองโรจน์ร้องอุทาน นำหมัดฝ่ามือเข้ารับดัชนีที่กระบี่ทลายนภาตอบโต้กลับ .. ปักกก ! ปักกก ! ปุกกก ! ปุกกก ! .. เปรี๊ยงงงง !!!
ดัชนีสังหารของกระบี่นภาลัยยอกย้อนรุนแรง ดำเนินอย่างต่อเนื่องราวพายุฝน มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีได้แต่ปัดป้อง .. ปุกกก ! ปุกกก ! ปักกก ! ปักกก ! ปุกกก ! ปุกกก !
มังกรเรืองโรจน์ซัดหมัดฝ่ามือทั้งปัดป้องทั้งโจมตี ส่วนมหาขันทีเคลื่อนกายอ้อมมาแล้วพุ่งดัชนีใส่กลางหลังกระบี่ทลายนภา
กระบี่ทลายนภาหมุนกายวูบส่งฝ่ามือรับวิชาดัชนีของมหาขันทีไว้ .. ปุกกก ! .. ทั้งยังส่งฝ่ามือนับสิบระดมฟาดใส่มหาขันที .. เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง !
การประมือวัดปราณพลังเป็นไปอย่างดุดัน มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีเป็นฝ่ายเคลื่อนกายไหววูบอยู่รอบนอก ส่วนกระบี่ทลายนภาปักหลักอยู่กลางวงล้อมนั้น ทั้งสามปลดปล่อยกระบวนท่าสังหารวูบวาบจนดูละลานตา
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีพลิกแพลงกระบวนท่าจู่โจมจากทุกแง่มุม แต่กระนั้นยังไม่สามารถกระทบถูกร่างกระบี่ทลายนภาแม้เพียงน้อย
.. หลายพันกระบวนท่าผ่านไป
.. เปรี๊ยงงงง !!! .. เปรี๊ยงงงง !!! .. มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีหยิบยืมพลังปะทะดีดกายถอยออก
การต่อสู้ของทั้งสามหยุดลงชั่วขณะ เหล่าชาวยุทธ์ในวิหารได้รับผลกระทบจากกระแสปราณที่รุนแรง บ้างถึงกับกระอักโลหิต บ้างถึงกับสลบไป
ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะเยาะ ได้ทีกล่าวว่า “ระดับพลังของข้าตอนนี้ ฟื้นคืนเพียงห้าในสิบส่วน พวกเจ้าก็ไปกันไม่เป็นเสียแล้ว ฮา”
มหาขันทีใช้พลังจิตสื่อสาร ‘ศิษย์พี่ .. มันแข็งแกร่งมาก’
มังกรเรืองโรจน์ ‘เจ้าตัวบัดซบนี่ มันตัวอันใดกัน’
มหาขันที ‘จิตอมตะ สุดยอดวิชาดึงพลังแฝง’
มังกรเรืองโรจน์ ‘ข้ามิเชื่อว่า มันมิมีจุดอ่อน’
มหาขันที ‘.. ข้าก็เชื่อเช่นนั้น ยิ่งต่อสู้ยาวนาน พลังที่ถูกดึงออกมาจะทำลายพลังชีวิตของมัน’
มังกรเรืองโรจน์ ‘สู้ให้ถึงที่สุด ถึงแม้ต้องตาย ข้าก็จะลากมันลงนรกด้วย’
มหาขันที ‘เช่นนั้น มาลากมันลงอเวจีกันเถิด .. ฮา’
มหาขันทีสะบัดสองแขนวาบ ปรากฏกระบี่คู่หนึ่งออกมาถือไว้ .. เป็นกระบี่คู่เล่มเรียวยาวหนึ่งศอก ใบกระบี่สลักลายสีเงินวิจิตร คมกระบี่ทั้งสองด้านส่องประกายคมกริบ ด้ามจับทำด้วยงาช้างที่ปลายห้อยด้วยพู่สีขาว
.. ศาสตราระดับเทวะ .. กระบี่คู่จิ้งจอกสวรรค์
ขันทีหนุ่มขยับกระบี่ร่ายรำ ปราณจิ้งจอกเทวะพลังหนาแน่นเพิ่มพูน ก่อตัวเป็นจิ้งจอกเทวะเก้าหางกำลังคู้ตัวพร้อมโจนทยาน ส่งเสียงคำราม .. กรรรรรร ! กรรรรรร !
มังกรเรืองโรจน์ก็ขยับแขนวูบ แสงแดงราวอัคคีร้อนแรงสว่างวาบ ดาบเล่มเขื่องถูกถือกระชับไว้ .. ด้ามจับยาวราวศอกหนึ่งทำด้วยโลหะสีดำ ใบดาบแบนกว้างเป็นโลหะสีทองแดงยาวศอกครึ่ง ที่สันมีรูปมังกรโลหะดำฟาดยาวตั้งแต่กึ่งกลางถึงโคนดาบ
.. ศาสตราระดับเทวะ .. ดาบเทวะมังกรอัคนี
แล้วจึงกวัดแกว่งดาบด้วยสองมือ ปราณมังกรมหาเทวะขยายตัวห่อหุ้มด้วยเปลวอัคคี มังกรสวรรค์สยายปีกโก่งคอส่งเสียงคำรามกึกก้อง .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!
ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะกล่าวว่า “ศาสตราดี ฮา” มันยกมือขวาขึ้นแล้วกระดิกนิ้วเบาๆ กล่าวต่อว่า “.. ลองชมศาสตราของข้าดูบ้าง”
พรึบบบ ! .. กระบี่เทพวายุพุ่งวาบมาลอยอยู่ด้านข้าง ส่องประกายสีฟ้าสดใส ตัวกระบี่ตั้งตรงด้ามจับอยู่เบื้องบน ปลายแหลมชี้ลงพื้น ดวงตาเรียวยาวสีดำจ้องมองทั้งสองยกยิ้มอย่างน่ากลัว
.. เมื่อไม่มีกระบี่ปักตรึงไว้ ร่างของอุทัยร่วงผล็อยไหลรูดลงฟื้นราวศพไร้วิญญาณ .. ตูบบบ !
กระบี่ทลายนภายกแขนทั้งสองขึ้นโยกไปมา ผมเผ้าหนวดเคราพลิ้วพัดกระพือ ปราณนภาลัยถูกเร่งเร้าส่งประกายบริสุทธิ์วิบวับ
กระบี่เทพวายุลอยมาเบื้องหน้าส่งปลายกระบี่ออกด้านนอก ปราณทลายนภาส่งแสงเรืองรอง ปรากฏวงอักขระนับสิบวงวิ่งวนสว่างสดใส
กระบี่ทลายนภากล่าวก้อง “เจ้ากบฏทั้งสอง เบิ่งตาชมพลังเทวะที่แท้จริงเถิด”
ปราณทลายนภายิ่งส่งแสงเข้มข้น วงอักขระสว่างสดใสวิ่งวนอย่างรวดเร็ว มีพลังมากกว่าครั้งก่อนๆ กว่าสิบๆ เท่า
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีไม่รอให้กระบี่ทลายนภาสะสมพลังถึงขีดสุด พวกมันพร้อมใจโจมตีออกโดยพร้อมกัน
มังกรเรืองโรจน์ ใช้สองมือยกดาบเทวะมังกรอัคนีขึ้นเหนือศีรษะ คนก้าวเดินแล้วฟาดฟันดาบลงมาอย่างแรง
.. ดาบมังกรอัคนีทะยานสวรรค์ !!!
ปราณอัคคีสังหารร้อนลวกรูปมังกรเทวะพุ่งทะยานออกมาจากเพลงดาบ .. มังกรเทวะปราณสยายปีกโก่งคอส่งเสียงคำรามกึกก้อง .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!
มหาขันทีร่ายรำกระบี่คู่จิ้งจอกสวรรค์ ร่างกายวูบวาบพลิ้วไหวแล้วจึงแทงกระบี่ออกอย่างแยบคาย
.. กระบี่จิ้งจอกดาราปราบอสูร !!!
ปราณสังหารสีเงินวาวพุ่งออกมาราวกลุ่มดวงดาว .. ปราณจิ้งจอกเทวะเก้าหางโจนทะยาน ส่งเสียงคำราม .. กรรรรรรรรร !!!
.. หนึ่งคือปราณอัคคีร้อนแรงแข็งกร้าว .. หนึ่งคือปราณบริสุทธิ์แหลมคม .. ปราณสังหารทั้งสองพุ่งออกครอบคลุมกระบี่ทลายนภา
ชิ .. กระบี่ทลายนภายิ้มเยาะ มันฉวยกระบี่เทพวายุที่ลอยอยู่ด้านหน้า แล้วหมุนตัวฟาดฟันขวางๆ ออกไปหนึ่งกระบี่
.. เทพกระบี่กวาดธรณี !!!
ปราณทลายนภากรีดเป็นเส้นสายแนวนอนสว่างวาบ ปราณสังหารเป็นวงรัศมีขยายกวาดออกไป
.. เปรี้ยงงงงง !!! ปราณสังหารทั้งสามปะทะหักล้าง พลังระเบิดกระจายออกอย่างรุนแรง
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีมองหน้ากัน .. พวกมันใช้พลังระดับขีดสุด ทั้งยังลงมือพร้อมกัน ยังไม่สามารถทำอันใดกระบี่ทลายนภาผู้นี้ได้
กระบี่ทลายนภาก็รู้สึกแปลกใจ .. มันเป็นฝ่ายมีเปรียบด้านพลังปราณ แต่คู่ต่อสู้ทั้งสองต่างลงมืออย่างสอดประสาน ยากที่จะเอาชนะได้โดยง่าย
.. ทั้งสามตั้งท่าเตรียมพร้อม ทั้งเร่งเร้าพลังปราณกดดันฝ่ายตรงข้าม
ทันใด .. กึกกก ! กึกกก ! กึกกก ! เสียงลั่นของวิหาร ทั้งยังมีเศษหินฝุ่นผงร่วงกราวลงมา
เหล่าชาวยุทธ์พบเห็นเช่นนั้นต่างแตกตื่นถอยออก บ้างกลัววิหารจะถล่มลง บ้างกำลังหาทางหลบหนี อีกบ้างยังใจจดจ่ออยากอยู่ชมดู
.. ทั้งวิหารสั่นไหวแรงขึ้น พื้นวิหารก็สั่นสะท้าน .. กึกกก ! กึกกก ! กึกกก !
.. กระบี่วิญญาณมังกรก็ส่องแสงทวีเป็นเท่าตัว ลำแสงเข้มข้นพุ่งทะลวงเป็นลำไปถึงชั้นเมฆด้านบน
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนผู้คนยืนไม่อยู่ .. กลับมีบางสิ่งอยู่ใต้พื้นเบื้องล่าง สิ่งนั้นพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ทำพื้นวิหารที่เป็นศิลาแกร่งระเบิดออกอย่างรุนแรง
.. ตูมมมมมม !!! เศษศิลาแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยปลิวว่อน
.. ปรากฏร่างปราณมหึมาของมังกรเทวะส่องแสงประกายรุ้งหลากสีสดใส
.. ร่างบุรุษผู้หนึ่งยืนเปลือยกายอยู่ภายในปราณมังกรนั้น
ชายฉกรรจ์รูปงามผมเฝ้าดำขลับสยายปลิว ลอยตัวเปลือยกายตั้งตระหง่าน ร่างสูงโปร่งเห็นมัดกล้ามเนื้อเป็นริ้วริ้ว แขนขาเรียวยาวล่ำสัน ผิวพรรณขาวเนียนเปล่งประกาย
ปราณมังกรกางปีกสยายกว้าง สายตากราดเกรี้ยวโก่งคอแหกปากร้องคำรามจนวิหารแทบถล่มลง .. โฮ๊กกกกกกกกก !!!!!