เส้นทางอสุรา

    บทที่ 55 หนึ่งโอสถ

    บทที่ 55 หนึ่งโอสถ


    สำนักมือปราบจัดการคดีคนถูกสังหารที่ศาลเจ้าร้างไปตามหน้าที่ เมื่อไม่พบเจอหลักฐานใดเพิ่มเติม ทั้งตัวตนที่ตกตายก็ไม่ได้มีหน้ามีตาหรือเป็นที่รู้จักในยุทธภพและเมืองหลวง พวกมันจึงเพียงจัดการพิธีศพตามธรรมเนียมและปิดคดีไป ฟู่เหอก็ทำได้เพียงไว้ทุกข์ให้คนของตนเหล่านั้น เพราะมันเองจะเผยตัวมากก็ไม่เป็นการดี เมื่อไว้ทุกข์ครบกำหนดแล้วจึงตั้งหน้าตั้งตามุ่งหาทางส่งเสริมเฉินซือหยางเพื่อปลุกพลังจิตวิญญาณจากการเพาะบ่มต่อไป


    เฉินซือหยางได้ติดตามฟู่เหอไปที่สำนักโอสถแห่งวังหลวงในฐานะคนรับใช้ข้างกาย ฟู่เหอมีตำแหน่งเป็นแพทย์โอสถระดับอาวุโสในสำนัก มันจึงสามารถมีผู้ติดตามรับใช้ข้างกายภายในสำนักได้ โดยสำนักโอสถวังหลวงมีหัวหน้าแพทย์โอสถเป็นผู้มีชั้นยศสูงสุดและดูแลปกครองสำนักโอสถแห่งเมืองหลวงนี้ รองลงมาก็คือเหล่าแพทย์โอสถอาวุโสทั้งเก้าที่มีหน้าที่หลักประจำยังเมืองใหญ่ต่างๆ ภายในแคว้น ที่จริงฟู่เหอเป็นแพทย์โอสถอาวุโสประจำอยู่ที่สำนักโอสถเมืองจรดเมฆา แต่มีราชโองการในช่วงก่อนหน้าเรียกตัวมายังวังหลวงเพื่อร่วมปรุงยารักษาคนในวัง ช่วงนี้มันจึงได้มาประจำอยู่ในสำนักโอสถแห่งวังหลวง


    ตอนแรกที่มันถูกราชโองการเรียกตัวมาที่นี่ มันย่อมรู้จุดประสงค์ดีว่าการร่วมปรุงยารักษาคนในวังเป็นเพียงเรื่องรอง เรื่องหลักก็คือกีดกันมันจากเมืองจรดเมฆาในช่วงก่อนคืนเดือดมืด แต่เมื่อสถานการณ์คืนเดือนมืดคลี่คลายแล้ว บุคคลสำคัญอื่นๆ ก็ได้คืนกลับเมืองจรดเมฆาแล้ว การอยู่ที่เมืองหลวงของมันจึงไม่ใช่เรื่องไม่ดีอันใด มันอยู่ที่นี่ยังพอหาทางสร้างประโยชน์อื่นแก่ซุนหลงได้ อย่างเช่นในตอนนี้ มันกำลังช่วยเหลือเฉินซือหยางอย่างเต็มความสามารถที่มี


    “นี่คือโอสถทะลวงวิญญาณ เป็นโอสถชั้นดีที่สกัดและปรุงจากทรัพยากรอันมีค่า ทั้งหายากมากที่สุด กว่าจะได้ทรัพยากรแต่และอย่างมา เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น”

    ฟู่เหอกล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากำปั้นให้แก่เฉินซือหยาง จากนั้นก็เหลียวซ้ายแลขวา พร้อมกล่าวอย่างกระซิบกระซาบ

    “โอสถชนิดนี้มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการอย่างหาที่สุดไม่ได้ แม้แต่องค์จักรพรรดิแคว้นเราที่พยายามค้นหาก็มิใช่จะหาได้"


    เฉินซือหยางมองบุรุษชรา

    “มีค่าถึงเพียงนี้แต่ท่านกลับยกให้ข้าง่ายๆ?”


    “ชั่วชีวิตข้าติดหนี้ชีวิตท่านเจ้าเมือง ส่วนเจ้าเป็นผู้ที่ยืนหยัดปกป้องชีวิตท่านเจ้าเมือง เจ้าจึงมิต่างจากผู้มีพระคุณในชีวิตของข้า อีกทั้งเจ้ายังเป็นผู้ที่ถู….เป็นผู้ที่ท่านเจ้าเมืองฝากฝังข้า สิ่งใดที่ข้าสามารถสร้างประโยชน์แก่เจ้าได้ ข้าย่อมกระทำทั้งสิ้น ข้าตายยังไม่เสียดายชีวิต เช่นนั้นจะเสียดายเพียงทรัพยากรไปทำไม"


    เฉินซือหยางเปิดกล่องสี่เหลี่ยมภายในมือ เพียงแง้มฝาเล็กน้อย กลิ่นหอมเย็นจากตัวยาก็พลันกำจายอบอวลไปทั่วห้อง ดีที่ฟู่เหอพามันไปยังห้องปรุงยาที่ปิดสนิทครอบคลุมทุกด้าน ทั้งยังเป็นพื้นที่ส่วนตัวไม่มีคนพลุกพล่านหรือไปมาหากมิได้รับอนุญาต กลิ่นของโอสถทะลวงวิญญาณนี้จึงเพียงกำจายปกคลุมในห้องปรุงโอสถเท่านั้น ไม่กระจายไปตามอากาศให้ผู้อื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน


    จินเยว่แม้อยู่ภายในมิติแห่งคันฉ่องอันเป็นเอกเทศ นางยังสัมผัสได้ถึงพลังอันเย็นยะเยือกและกลิ่นหอมจางที่กำจายนี้ นางจึงถ่ายทอดกระแสเสียงออกมา

    “เป็นโอสถที่ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่กลิ่นและรูปแบบของพลังที่กำจายจากมันมีความคล้ายคลึงโอสถชนิดหนึ่งในแดนดาราของข้าที่ช่วยในการเพิ่มพูนพลังจิตวิญญาณ นับเป็นโอสถที่มีความบริสุทธิ์ใช้ได้ ไม่คิดว่าแดนดาราแห่งนี้จะหาทรัพยากรใดปรุงมันขึ้นมาได้"


    ได้ฟังสิ่งที่ถ่ายทอดจากจินเยว่เช่นนี้ เฉินซือหยางจึงยิ่งเห็นว่าสิ่งที่บุรุษชราฟู่เหอมอบให้แก่มันนับเป็นของดีที่หาได้ยากจริงๆ ไม่คิดว่าบุรุษชรากลับยอมสละทรัพยากรมีค่าที่แม้แต่จักรพรรดิยังต้องการเพื่อมอบแก่มัน


    เห็นสีหน้าราวครุ่นคิดของเฉินซือหยาง ฟู่เหอก็กล่าวออกไป

    “เจ้าไม่ต้องกังวลไป สิ่งนี้ไม่อันตรายหรือกระทบต่อชีวิตเจ้าอย่างแน่นอน หากให้เทียบมันก็คือยาบำรุงทารกในครรภ์ชนิดหนึ่ง เร่งการทะลวงการเพาะบ่มพลังจิตวิญญาณของทารกในครรภ์และช่วยกระตุ้นการเพิ่มพูนพลังจิตวิญญาณตั้งแต่กำเนิด โอสถชนิดนี้จึงช่วยสร้างอัจฉริยะที่เหนืออัจฉริยะตั้งแต่กำเนิดมานักต่อนัก จึงเป็นที่ต้องการของผู้มีอำนาจมากมาย รวมไปถึงเหล่าจักรพรรดิที่ต้องการใช้กับพระโอรสหรือพระธิดาของพระองค์ สิ่งนี้ถึงได้ชื่อว่าโอสถทะลวงวิญญาณ แต่ด้วยขนานยาและทรัพยากรที่ข้าใส่ลงไป ประกอบกับตัวเจ้าเติบโตและมีพลังชีวิตหลายสิบปีแล้ว จึงมิอาจใช้สูตรสำหรับทารกได้ ปริมาณของทรัพยากรที่มีความเข้มข้นเกินกว่าโอสถทะลวงวิญญาณทั่วไปที่ผู้คนรู้จัก หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือนี่คือสูตรชั้นสูงสุดแห่งการกลั่นและปรุงยาชนิดนี้ ความกังวลเดียวที่เจ้าควรมีก็คือ เจ้าต้องทำการดูดซึมและไหลเวียนตัวยาให้ไปยังแก่นฐานแห่งพลังจิตวิญญาณที่อยู่ตรงหัวใจให้ได้มากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วโอสถที่มีค่าหายากเม็ดนี้ก็มิต่างจากยาลูกกลอนบำรุงเลือดลมทั่วไป”


    ฟู่เหอลูบเคราสีขาวของตนคราหนึ่ง ก่อนอธิบายหลักการในการดูดซึมและไหลเวียนของโอสถชนิดนี้

    “ซึ่งขั้นตอนในการดูดซึมและไหลเวียนโอสถทะลวงวิญญาณนับเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะมันเป็นโอสถที่ปกติใช้กับทารกในครรภ์ เช่นนั้นเจ้าต้องทำการดูดซึมอย่างทารกในครรภ์”


    เฉินซือหยางได้อ่านคัมภีร์และศึกษาตำรามาไม่น้อย มันครุ่นคิดครู่เดียวก็กล่าวออกไป

    “ทารกในครรภ์รับสารอาหารหรือสิ่งต่างๆ ผ่านสายเลือดของมารดา อย่างนี้สินะ ในตัวโอสถข้าจึงรับรู้ถึงพลังหยินบริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย ยาชนิดนี้หากเป็นสตรีเพศทานเข้าไปโดยตรงย่อมไม่เกิดผลใดเพราะถูกสร้างให้มีความเป็นหยินเหมือนกัน แต่มันจะย่อยสลายและซึมซับสะสมภายในกระแสเลือดของสตรี เมื่อมีการก่อกำเนิดทารกสิ่งที่สะสมจึงจะถูกถ่ายทอดสู่ทารกไป… เช่นนั้นก็หมายความว่าหากข้าจักใช้โอสถนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ข้าต้องทำการดูดซับผ่านสตรี"


    ฟู่เหอผงกศีรษะ

    “ย่อมเป็นเช่นนั้น”


    เฉินซือหยางแสดงสีหน้าคิดมิตก

    “นี่มิเท่ากับเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญหรอกหรือ แล้วข้าจะไปหาสตรีจากที่…”


    ขณะจะกล่าวคำว่าข้าจะหาสตรีจากที่ใด มันก็พลันนึกถึงสตรีนางหนึ่งขึ้นมาจึงชะงักวาจา เป็นฟู่เหอที่กล่าวขึ้น

    “ข้าย่อมเตรียมการไว้หมดแล้ว หลังจากนี้อยู่ที่ตัวเจ้าว่าจะทำได้ดีแค่ไหน… จงจดจำวิธีการดูดซับพลังโอสถจากสตรีและวิธีการกระตุ้นไหลเวียนตัวโอสถไปยังแก่นฐานอันเป็นจุดกำเนิดของพลังจิตวิญญาณให้ดี”


    จากนั้นฟู่เหอก็อธิบายวิธีการอย่างยืดยาว พยายามย้ำในส่วนที่สำคัญ และเตือนในสิ่งที่ห้ามผิดพลาด เมื่อถ่ายทอดไปรอบเดียว เฉินซือหยางก็สามารถจดจำและทำการอธิบายในสิ่งที่ฟู่เหอถ่ายทอดได้ทั้งหมด ทำให้ฟู่เหอทั้งแปลกใจและยินดีในความเฉลียวฉลาดแลแฝงด้วยภูมิปฏิภาณที่ราวกับอัจฉริยะที่เหนืออัจฉริยะเช่นนี้ จนมันรู้สึกว่าคนอย่างเฉินซือหยางเหตุใดกลับกลายเป็นคนที่มิอาจปลุกพลังจิตวิญญาณจากขั้นตอนการเพาะบ่มขึ้นมาได้ ทั้งที่มันก็ฉายแววความเป็นอัจฉริยะและมีบุคลิกที่เหนือคนทั่วไปแท้ๆ


    หลังจากถ่ายทอดขั้นตอนสำคัญรวมถึงอธิบายสิ่งต่างๆ ไปแล้ว ฟู่เหอก็รับกล่องโอสถคืนกลับ พร้อมกับมองโอสถทะลวงวิญญาณในมือพลางทอดถอนใจ

    “น่าเสียดาย”


    “เสียดายที่ต้องมอบทรัพยากรล้ำค่าแก่ข้าหรือ"


    ฟู่เหอส่ายศีรษะ

    “น่าเสียดายที่พานพบผู้ที่มีภูมิปฏิภาณเช่นเจ้า แต่ข้ากลับปรุงโอสถเม็ดนี้ให้มีความบริสุทธิ์สูงสุดมิได้”


    เฉินซือหยางมองสีหน้าที่จริงจังและจริงใจของบุรุษชรา มันก็ประสานมือโน้มศีรษะ

    “เพียงเท่านี้ก็นับเป็นพระคุณล้ำค่าแก่ข้ามากแล้ว ชั่วชีวิตนี้ข้าคงไม่เจออะไรเช่นนี้ง่ายๆ"


    ฟู่เหอกล่าวต่อไปว่า

    “ข้าก็แค่เสียดาย หากรู้ว่าที่หอการค้ากลางเมฆามีหยกขาวกลางเหมันต์เสียก่อนที่จะถูกนำไปประมูล ข้าคงทุ่มทุกสิ่งที่มีเพื่อคว้าทรัพยากรสำคัญนั่นเอาไว้แล้ว พอไปขอแบ่งซื้อกับตระกูลเทียนที่เป็นผู้ชนะการประมูล พวกมันก็ไม่ยินยอมแบ่งขาย”


    เฉินซือหยางหรี่ตา

    “หยกขาวนั่นมีความสำคัญมากหรือ"


    ฟู่เหอผงกศีรษะ

    “หากได้มันมาในปริมาณร้อยชั่งเป็นอย่างน้อย โอสถทะลวงวิญญาณก็คงอยู่ในขั้นบริสุทธิ์ชนิดที่ว่าทั่วแดนดาราแห่งนี้หรือแดนดาราไหนก็มิอาจทำให้บริสุทธิ์ได้อีก พลังของตัวยาที่ส่งออกมาก็คงเหนือกว่าที่คนจะจินตนาการไปไกล ทว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ลำพังข้าหาได้ปริมาณสิบชั่งก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว"


    เฉินซือหยางยังไม่ทันได้กล่าวอะไร จินเยว่ซึ่งกำลังมองก้อนหยกสีขาวจำนวนไม่น้อยที่ถูกชายหนุ่มขนมาไว้ในมิติตนเองเพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือฝึกพลังกาย นางก็พึมพำออกมา

    “ข้าตกใจในวาสนาเจ้าเลยจริงๆ"


    เป็นอย่างที่จินเยว่ว่า นอกจากหยกเหล่านี้จะสร้างทรัพย์สินให้แก่มันมหาศาลแล้ว ใครจะคิดว่าสิ่งที่ดูจะไม่มีประโยชน์ต่อตัวมันในด้านเพิ่มพูนพลังจิตวิญญาณ แต่อาจจะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงโอสถเพื่อช่วยกระตุ้นการทะลวงพลังจิตวิญญาณของมันให้ตื้นขึ้นก็ได้


    โดยไม่รอให้บุรุษชราฟู่เหอกล่าวต่อ เฉินซือหยางก็กล่าวออกไปว่า

    “ท่านเชื่อคำโบราณหรือไม่"


    ฟู่เหอขมวดคิ้ว

    “คำโบราณอะไร?"


    เฉินซือหยางชี้นิ้วไปที่ประตูทางออก ฟู่เหอหันไปมอง แล้วอีกมือหนึ่งของชายหนุ่มก็ยื่นไปตบกล่องอาวุธ ทำการชักดาบ และดีดนิ้ว ก่อนมันจะกล่าวตอบ

    “พูดถึงหยกขาว หยกขาวก็มา"


    ฟู่เหอนึกขำขันไม่คิดว่าบุรุษหนุ่มยังจะเล่นตลกอยู่ได้ แต่พอมันหันกลับมาภายในห้องปรุงโอสถ บุรุษชราก็พลันเบิกตาโพลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันเคยบอกว่าหยกขาวกลางเหมันต์สิบชั่งกว่าจะหาได้เลือดตาแทบกระเด็น ทว่าหยกขาวกลางเหมันต์ที่มีน้ำหนักอาจจะมากกว่าสามร้อยช่าง กลับปรากฏต่อหน้าของมันเพียงชั่วพริบตา!


    ฟู่เหอแตกตื่นรีบเข้าไปดูใกล้ๆ พอได้สัมผัส พอได้เห็นความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนจากหยกขาวก้อนนี้ มันก็ยิ่งตะลึงลานไม่หลงเหลือความสุขุม ยื่นมือมาตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ก่อนพบว่านี่มิใช่ความฝัน

    “เจ้าทำได้อย่างไร นี่เจ้าคงมิใช่เทพแห่งจิตวิญญาณจำแลงกายมาหรอกนะ"


    “หากข้าเป็นเทพอย่างที่ท่านว่า ข้าคงไม่ต้องลำบากเป็นคนไร้พลังจิตวิญญาณเช่นนี้ หรือต่อให้มีความสามารถเป็นเทพได้ ข้าคงมิใช่คนดีพอจะเป็นเทพ ให้เป็นมารน่าจะเหมาะสมกว่า”


    ฟู่เหอยังมองเฉินซือหยางด้วยความไม่อยากเชื่อ มันยังคิดว่าตนกำลังฝัน แต่รอยแดงที่ใบหน้าพร้อมกับความเจ็บแสบย้ำเตือนว่ามันมิได้ฝัน มันจึงไม่เข้าใจว่าในระยะเวลาสั้นๆ ระยะเวลาเพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มนำหยกขาวกลางเหมันต์ขนาดใหญ่นี้มาได้อย่างไร จะบอกว่าอยู่ติดตัวมันเสมอ ก้อนใหญ่ขนาดนี้มันจะเก็บเอาไว้ที่ไหน นี่นับเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างแท้จริง


    แม้จะคิดเช่นนี้ แต่พอนึกถึงเรื่องที่ชายหนุ่มสามารถยกดาบบรรพตคั่นฟ้า ดาบที่มีเพียงท่านอาจารย์อาวุโสใช้ได้ บุรุษชรามันก็เริ่มนึกคิดไปถึงดาบ ความลึกล้ำของดาบยังไม่มีใครทราบ หรือนี่จะเกี่ยวข้องกับดาบ ดาบอาจมีพลังแฝงบางอย่างในการเก็บซ่อนของ และหยกขาวนั่นอาจถูกเก็บอยู่ในดาบพอดี ดาบนี้อาจจะมิใช่แค่สะสมพลังจิตวิญญาณของผู้อื่น แต่อาจสะสมสิ่งของได้ด้วย ถึงได้มีน้ำหนักมหาศาลจนไม่มีใครยกขึ้น มีเพียงข้อเท็จจริงนี้เท่านั้นที่บุรุษชราพอจะนำมาอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มเองก็ต้องการให้บุรุษชราคิดเช่นนี้ มันถึงได้เปิดกลไกกล่องอาวุธ พร้อมชักดาบบรรพตคั่นฟ้าปักลงยังพื้นด้านข้างหยกขาวกลางเหมันต์ตั้งแต่ต้น 


    ฟู่เหอคิดขึ้นในใจ

    “สมแล้วกับที่เป็นผู้ถูกเลือก ช่างเป็นคนที่เหนือจินตนาการโดยแท้"

    แล้วบุรุษชราก็ลูบหยกขาวตรงหน้าอย่างเบามือ ก่อนมองเฉินซือหยางอย่างลึกล้ำ

    “ยิ่งได้เห็นเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ข้าอยากเห็นอนาคตข้างหน้า หากเจ้าปลุกพลังจิตวิญญาณขึ้นมาได้ เจ้าจะเหนือจินตนาการขนาดไหน ไม่แน่อาจก้าวข้ามท่านอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของเดิมของดาบบรรพตคั่นฟ้าก็ได้"

    หยุดเล็กน้อย ก่อนที่บุรุษชราจะลุกยืนแล้วตบฝ่ามือลงยังบ่าของชายหนุ่ม

    “เช่นนั้นอดทนรออีกหนึ่งสัปดาห์ ภายในหนึ่งสัปดาห์ข้าจะปรุงแต่งโอสถทะลวงวิญญาณเม็ดนี้ให้เกิดความบริสุทธิ์สูงสุด พร้อมกับเตรียมการทุกอย่างสำหรับเจ้า”





    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสุรา ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258