The Organian

    บทที่8 ตอนที่50 : ไอ้เคราขาวแผลงฤทธิ์

    ทางฝั่งเหตุการณ์ด้านหน้าหอพัก ที่พวกเพื่อน ๆ ของเกษม และกลุ่มของเซียวซินฉีกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ภายใต้แสงจันทร์..          “ฝั่งโน้นเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่นะ?.. ดูน่าสนุกจัง” แม่นางในชุดกี่เพ้าดำเอ่ยหลังได้ยินเสียงการต่อสู้ของสองพี่น้องเม็ดเลือดแดงและอดีตเหล่าลูกสมุนของดันทัวร์ดังมาจากอีกฝั่ง           “งั้น..เรามาเล่นกันมั่งเถอะ!! โบมานี่จัดการ!!” เซียวซินฉีออกคำสั่งอย่างฉับพลัน          ในขณะที่อลันก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา พร้อมกับท่าทีที่สั่นระริกไปทั้งตัว “ไอ้ยักษ์นี่ มันจะแกร่งได้สักแค่ไหนกันเชียว!!” เขาพูดขึ้นพร้อมรอตั้งรับ!          “อยากลองสู้กับมันจริง ๆ .. คนที่เคยซัดเป้าหมายของเราจนแพ้ไม่เป็นท่า ถึงแม้ตอนนั้นไทรซ์จะโดนลดพลังอยู่ก็เถอะ” ชายหัวเห็ดแอบคิดในใจ แต่ความกระหายในชัยชนะนั้นกลับแสดงออกมาผ่านทางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น          “ชักจะเหิมเกริมมากเกินไปแล้วนะเจ้าพวกเอ็กซ์เทอร์นอล!” ชายเคราขาวร่างยักษ์เอ่ยปากก่อนจะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาอลัน          “มาเลยไอ้บึ้ก! ฉันจะใช้แกนี่แหละเป็นที่วัดฝีมือว่าพลังของฉันมันพัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว” เดอะเลกออฟมืราเคิลผู้น้องพูดยั่วยุโบมานี่ ก่อนจะใช้ความเร็วของเขาพุ่งเข้าไปเตะเข้าที่ชายโครงของชายร่างดำนิลอย่างจัง!          กร่อบ! !           หลังจากที่โดนการโจมตีอย่างรุนแรงนั้นเข้าไป กระดูกซี่โครงของชายหนุ่มร่างมหึมาชาวแอฟริกันก็ได้หักผิดรูปไปในทันที!          “ดีมาก..” โจเซฟหลุดปากออกมาเบา ๆ หลังจากเห็นการพุ่งเข้าโจมตีอย่างไร้จุดอ่อนของน้องชาย          “ก็ไม่เห็นเท่าไหร่เลยนี่.. ตอนนั้นไทรซ์คงโดนลดพลังอยู่เลยสู้มันไม่ได้เฉย ๆ ล่ะมั้ง” อลันหันหลังกลับมาพูดกับเพื่อน ๆ           แต่จู่ ๆ ก็เสียงอะไรบางอย่างคล้ายกับการเคลื่อนที่ของกระดูกดังออกมาจากตัวของโบมานี่..          “อย่าประมาทคุณอลัน! พลังอวัยวะพิเศษของหมอนั่นคือมีกระดูกที่แข็งแกร่งและมันรักษากระดูกของตัวเองได้” โพซิเออร์ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่างโบมานี่กับบอดี้การ์ดทั้งสองของเขา เล่าความสามารถพิเศษของไอ้เคราขาวที่เขาพอจะจำได้ให้เจ้าของฉายาขาแห่งปาฏิหาริย์ได้รับรู้          แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว.. ผัวะ!! ชายผิวนิลพุ่งโถมเขาซัดกำปั้นใส่หนุ่มผิวสีน้ำผึ้งร่างเล็กจนกระเด็นกระดอนกลับไปยังจุดที่เขาพุ่งมา!          “แส่ไม่เข้าเรื่องจริง ๆ นะ ไอ้เจ้ายูสเลส!!” หลังจากอัดชายผู้หวังที่จะพิสูจน์ตัวเองจนหมอบไปแล้ว โบมานี่ก็หันเหเป้าหมายไปยังเด็กชายร่างจ้อยที่ตะโกนเตือนอลันถึงความน่ากลัวของเขาทันที          ก่อนที่ชายผู้มีรอยแผลเป็นเต็มตัวกระโจนเข้าหาโพซิเออร์ผู้ไม่มีทางสู้          ฉึ่บ.. ฟิ้ง!..           แต่ในขณะที่กำลังจะถึงตัวของเด็กหนุ่มตัวจ้อยชาวเยอรมันนั้น หนังของหนุ่มวัยฉกรรจ์ร่างยักษ์ก็ถูกฉีกออกด้วยดาบที่ทำจากเล็บของมิทาจิ จนทำให้กระดูกอันแข็งแกร่งของเขาปะทะเข้ากับคมดาบ!          พลังของอวัยวะพิเศษทั้งสองยื้อกันอยู่ชั่วครู่ แต่ก็กลับกลายเป็นฝั่งนินจาสาวที่ไม่สามารถสู้พละกำลังอันมหาศาลของโบมานี่ได้           ก่อนที่ชายผิวนิลจะปัดมิทาจิออกไปจากการขัดขวาง และหลังจากนั้นมืออีกข้างของเขาก็ง้างขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในปลิดชีพเด็กชายตัวน้อย..          แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวกันนั้น ก็ได้มีเส้นอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามายื้อยุดมือของโบมานี่เอาไว้!          “ไทรซ์!! เร็วเข้า!! ฉันสู้พลังมันได้ไม่นานนักหรอกนะ!!” ไบซ์ผู้เปลี่ยนรูปแขนของเธอให้กลายเป็นเส้นคล้ายเชือก ได้ช่วยเหลือโพซิเออร์เอาไว้จากเงื้อมมือมัจจุราชได้อย่างทันท่วงที          ส่วนทางฝั่งของเดอะบอดี้การ์ดผู้พี่ก็ได้เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ พร้อมมองไปยังหน้าของผู้ที่จะทำร้ายบุคคลในความดูแลของเขา          ฟาน เดอร์ อาร์ม ผู้พี่คว้าไปที่ข้อมือของชายผิวนิลก่อนค่อย ๆ ใช้พละกำลังที่มหาศาลพอ ๆ กันดึงมือของโบมานี่ให้ออกห่างจากโพซิเออร์ ในขณะที่ดวงตาอันเหี้ยมเกรียมของเขายังคงจ้องเขม็งไปยังใบหน้าของผู้คิดร้าย          ปั้ง!! ไทรซ์ใช้หมัดอีกข้างซัดเข้าไปที่กรามของโบมานี่อย่างจังจนทำให้ร่างยักษ์ทมิฬเซเสียหลักไป!          ก่อนที่บอดี้การ์ดหนุ่มหันไปพูดกับเด็กชายชาวเยอรมันพร้อมรอยยิ้ม “นายนี่มันจริง ๆ เลยนะ..”           ส่วนทางฝั่งของอลันที่เพิ่งโดนอัดจนลงไปนอนกองก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นพลางวิเคราะห์ศัตรูตัวฉกาจ “ชิ! ฉันประเมินพลังของมันต่ำไปจริง ๆ ด้วย แต่พลังอวัยวะพิเศษของพี่บึ้กนั่นมันก็เป็นแค่พลังที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูอย่างเดียว ส่วนทางด้านของพลังโจมตีไม่น่าจะสู้เราได้หรอก!”          “ถ้าเป็นอย่างที่นายพูดก็คงจะดี แต่ฉันสัมผัสได้ว่ามันไม่ได้มีดีแค่นี้หรอก เพราะตอนที่ฉันต่อสู้กับมันครั้งแรก มันบอกฉันว่ามันใช้พลังไปแค่ ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วอีกอย่าง.. ถ้ามันไม่เจ๋งจริงเซียวซินฉีก็คงไม่ให้มันเข้าร่วมกลุ่มหรอก” ไทรซ์เผยทัศนะของเขาที่มีต่อโบมานี่           “มันมาแล้ว!! ทุกคนระวังตัวด้วย ไบซ์!! ฝากดูแลโพซิเออร์หน่อยนะ!!” พี่ชายผู้เป็นเสาหลักเอ่ยเตือน หลังจากเห็นว่าไอ้ตัวยักษ์แห่งดินแดนกาฬทวีปนั้นฟื้นตัวเสร็จแล้วอย่างรวดเร็ว และเขากำลังจะพุ่งเข้าจู่โจม              ไอ้เคราขาวกระโดดขึ้นไปบนความมืดอย่างสูงลิบจนแทบจะมองไม่เห็นตัว ก่อนที่จะทิ้งตัวลงมาด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติจนน่าประหลาดใจ           ตู้ม!!!!! ร่างของชายชาวแอฟริกันกระแทกลงบนพื้นอย่างจังจนทำให้เกิดฝุ่นควันตลบอบอวนและแรงสั่นสะเทือนมหาศาล!           เดิมทีนั้นเป้าหมายของโบมานี่ก็คือโพซิเออร์ แต่โชคยังดีที่โจเซฟสามารถใช้ความเร็วของเขาพาเด็กน้อยหลบหนีออกมาได้ทัน          “อะไรของมันเนี่ย?.. กระโดดสูงขนาดนั้นได้ยังไง!?” อลันเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ          “นั่น.. น่าจะเป็นพลังขั้นที่สองของเขา เท่าที่สังเกตดูแล้วตอนที่กระโดดขึ้นไปแสงระยิบระยับที่ฉันเห็นอยู่ในกระดูกดูเบาบางลงมาก แต่ตอนที่ทิ้งตัวลงมากลับมีแสงส่องประกายเจิดจ้ามาก ๆ  ฉันคิดว่าเขาสามารถควบคุมมวลกระดูกของตัวเองได้” เกษมที่เห็นเหตุการณ์อธิบายให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ในสิ่งที่อวัยวะพิเศษของเขามองเห็น               เมื่อฝุ่นควันจางลง โบมานี่แสยะยิ้มมุมปากก่อนจะพูดขึ้น “ใช่แล้ว.. ข้าสามารถทำให้กระดูกของข้าหนาแน่นราวกับเพชรได้ในตอนที่จะต่อยเจ้า หรือว่าจะทำให้มันเบาเป็นปุยนุ่นก็ได้เวลาที่ต้องการจะเคลื่อนที่.. พลังของตาเจ้านี่มันเจ๋งดีจริง ๆ ” ก่อนที่ไอ้เคราขาวใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยังด้านหลังตรงบริเวณต้นคอของเขา “งั้นลองเจอไอ้นี่หน่อยเป็นไง?” เขาเอ่ยต่อด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ          ส่วบ!! ชายผู้มีรอยแผลเป็นทั่วร่างล้วงมือของตัวเองเข้าไปตรงต้นคอด้านหลัง ก่อนจะดึงกระดูกสันหลังของตัวเองออกมาทั้งเส้นอย่างน่าสยดสยอง!!          กระดูกสันหลังที่ถูกดึงออกมานั้นได้งอกขึ้นมาใหม่จนร่างกายของเขากลับเป็นสภาพปกติอย่างรวดเร็ว ส่วนกระดูกสันหลังอันเก่าที่ชายผิวสีร่างยักษ์ถืออยู่นั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอาวุธที่มีรูปร่างสุดประหลาดนามว่าคาพิงก้า ‘Kpinga’ ( Kpinga คืออาวุธสมัยโบราณของชาวแอฟริกัน เป็นมีดที่มีสามปลายแหลมยื่นออกมาจากแกน นิยมใช้ขว้างเพื่อโจมตี )          โบมานี่ควงอาวุธประจำกายด้วยความชำนาญก่อนที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว! ซึ่งความเร็วของเขานั้นจะเรียกว่าเทียบเท่ากับการเคลื่อนที่ของอลันเลยก็ไม่ผิด!           และเหมือนว่าไอ้เคราขาวกำลังทำท่าว่าจะเขวี้ยงคาพิงก้าเข้าไปโจมตีโพซิเออร์!! แต่การโจมตีนั้นก็ยังคงไม่ผ่านการปกป้องของโจเซฟที่ใช้ความเร็วของเขาวิ่งเข้าไปเตะสกัดเข้าที่ต้นแขนของโบมานี่ได้ทันการ! จนทำให้การโจมตีของไอ้หนุ่มร่างบึ้กวืดไป          “พลังน่าสยดสยองชะมัด แต่ฉันว่าเราก็ยังพอสู้ไหวอยู่นะ” เดอะเลกออฟมิราเคิลเปรยด้วยใบหน้าสะอิดสะเอียน          “เจ้าจะแส่มากเกินไปแล้วนะไอเปี๊ยก” ชายผิวนิลหันไปพูดกับโจเซฟพร้อมกับบรรยากาศรอบข้างที่เริ่มแปลกไป          ผงธุลีประหลาดสีขาวในพื้นที่รอบ ๆ  ลอยตัวขึ้นบนอากาศ ก่อนที่พวกมันเหล่านั้นจะไปรวมตัวกันจนเกิดเป็นร่างโครงกระดูกร่างใหม่ที่สามารถขยับเขยื้อนได้ รวมถึงใช้คาพิงก้าได้เหมือนกับร่างต้นด้วย           ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าในตอนนี้เหล่าพันธมิตรของเกษมต้องเผชิญหน้ากับโบมานี่ถึงสองคนในเวลาเดียวกัน          “มะ..ไม่จริง ไม่น่าจะเป็นไปได้! นั่นมันคือพลังขั้นที่สามเหรอ? ฉันเห็นแสงจากธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเขาระยิบระยับออกมาก่อนที่จะมารวมตัวกันเป็นร่างโครงกระดูก.. เจ้านี่สามารถควบคุมแคลเซียมตามธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวเองได้ด้วย!” เกษมพูดโดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตาของตัวเองนัก          “นี่มันอะไรกัน! เจ้านี่มีพลังถึงขั้นที่สามเลยเหรอ!?” ไทรซ์ตกตะลึงในขณะเขากำลังจ้องเขม็งไปยังศัตรูสุดแกร่งที่อยู่เบื้องหน้า          และด้วยสถานการณ์ที่ได้เปรียบเช่นนี้ โบมานี่จึงไม่รอช้าที่จะทำตามคำสั่งของเซียวซินฉี นั่นก็คือการต้อนพวกของไทรซ์ และสองพี่น้องตระกูลชีเซโญ่ให้ออกห่างจากเกษม..           ชายหนุ่มชุดชนเผ่าพร้อมร่างแยกกระดูกของเขา ได้ใช้คาพิงก้าโหมเข้าจู่โจมเพื่อบรรลุเป้าหมายในทันที!          และด้วยความแข็งแกร่งของโบมานี่นั้น จึงทำให้อลัน โจเซฟ และไทรซ์ ทำได้เพียงแค่ป้องกันตัวเองจากการโจมตีด้วยพละกำลังอันมหาศาลเท่านั้น และต้องถอยห่างออกจากเกษมไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงไบซ์เองที่ต้องคอยปกป้องโพซิเออร์ก็ต้องถอยร่นออกไปด้วยเช่นกัน          “เอาล่ะ.. พวกที่ทำให้รำคาญใจเริ่มเหลือน้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วสินะ..”เซียวซินฉีพูดขึ้นหลังจากโบมานี่ ต้อนพวกเพื่อนของเกษมอีกส่วนหนึ่งให้ห่างไปได้.. จึงทำให้ตอนนี้เหลือเพียงแค่ มิทาจิ , สตีฟ , โจเซฟ กับซีรินญ่าที่กำลังหมดสติ และเจ้าปั๊กกี้เท่านั้นที่ยังคงอยู่กับเกษม          “ส่วนพวกเธอทั้งสองคน ฉันมีเซอร์ไพรส์จะมามอบให้ด้วยล่ะ..” สาวหมวยในชุดกี่เพ้าสีดำลายมังกรพูดพลางมองไปยังหน้าของเกษมและมิทาจิ ก่อนจะปรบมือสองครั้งเพื่อส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง..

    คล้ายกับเรื่องThe Organian ที่คุณอ่าน