บทที่ 16
ลอบสังหารครั้งที่สอง
เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการเป็ยุวาจารย์เด็กน้อยทั้งเก้าคนเริ่มเรียนรู้ที่จะอดทนและเห็นอกเห็นผู้อื่นมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มซึมซับกิริยาท่าทางของยุวาจารย์ปราณทีละนิดสังเกตจากการพูดจาที่มีความอ่อนโยนในถ้อยคำและน้ำเสียงกับผู้คนรอบข้างสร้างความประหลาดใจแก่บรรดามหาอำมาตย์บิดามารดาทั้งหลายยิ่งนัก
ยุวาจารย์ปราณกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเมืองเชียงคลองอย่างยิ่งใหญ่แม้จะไม่ใช่เวลานี้ แต่ในอนาคตเมื่อมีผู้ปกครองที่ดี มีหรือบ้านเมืองจะไม่สงบสุข
ฝ่ายเดียวที่ยังอาฆาตพยาบาทปราณอยู่แทบทุกลมหายใจคือ สมุหเสนาแก่นนครกับแม่นายรัตนาภรณ์ ถึงแม้ว่าเขาทั้งคู่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรัตนาครในทางที่ดีขึ้นและยอมรับในเื่นี้แต่ทั้งสองคนก็ยังมีความเหยียดหยามปราณอยู่เสมอ ยิ่งนานวันก็ยิ่งมากขึ้นเพราะกลายเป็ว่าปราณกลายเป็คนโปรดเสียยิ่งกว่าลูกหลานอำมาตย์เสียอีก!
ยิ่งนึกแก่นนครก็ยิ่งค้นใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการดื่มไวน์ชั้นเลิศกับระบายความหงุดหงิดให้ภริยาฟัง
“คิดๆ แล้วน่าแค้นใจนัก ไอ้เ้าครุยุทธ์แฝดนั่น ทำงานไม่สำเร็จแล้วยังจะย้อนเกล็ดมาเอาเื่ข้าซะอีก น่าเจ็บใจชะมัด! ท่านเ้าเมืองก็ดันเห็นดีเห็นงามให้มันเข้ามาทำงานในจวนเสียอีก...เออ!!!...ท่านพ่อของน้องหญิงเป็ถึงคหบดี มีเส้นสายมากมายอยากจะให้น้องหญิงไปเจรจากับท่านพ่อเพื่อจะได้ช่วยเราอีกทางนึงตอนนี้พี่จะขยับตัวทำอะไรก็ลำบาก ท่านเ้าเมืองเริ่มตรวจตราการเงินเข้มงวดมากเป็พิเศษ”
พลันรัตนาภรณ์ก็จ้องหน้าสามีด้วยความดีใจ“น้องนึกได้แล้ว...อีกหนึ่งสัปดาห์เ้าปราณมันจะต้องเดินทางไปเมืองอโยดา...เราก็ใช้โอกาสนี้กำจัดมันทิ้งดีไหมท่านพี่?เดี๋ยวน้องจะให้ท่านพ่อจัดคนเพื่องานนี้โดยเฉพาะ”
แก่นนครตาโตตบมือเสียงดังอย่างดีใจ “ดีมากจ้า...น้องหญิงของพี่ มิเสียแรงที่ได้น้องมาเคียงข้างช่างรู้ใจพี่เสียจริง”แก่นนครดึงร่างภริยาสุดสวยที่รูปร่างอรชรไม่แพ้สาวรุ่นเข้ามากอดมาหอมด้วยความพิศวาส
“ท่านพี่...เบาๆ หน่อย ข้าเจ็บนะ” รัตนาภรณ์ทำเอียงอายขัดขืนเล็กน้อยแล้วเบี่ยงใบหน้าหลบจมูกของสามี
“ก็เมียของพี่ยังคงน่ากินทั้งเนื้อทั้งตัวยิ่งนับวันยิ่งสวยเปล่งปลั่งขึ้นทุกวันๆ แล้วจะให้พี่อดใจได้อย่างไรกัน? สงสัยว่าวันนี้พี่จะต้องให้รางวัลเ้าเป็พิเศษเสียแล้วล่ะ!” พูดจบก็หอมแก้มฟอดใหญ่
“บ้าน่าท่านพี่!!!...นี่ยังหัวค่ำอยู่เลยนะ!” หล่อนทุบอกสามีร่างท้วมเบาๆใบหน้าขาวสวยเริ่มอมชมพู
ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะอยู่กินกันมานานจนกระทั่งมีลูกโตจน 6-7 ขวบ ก็ยังแสดงความรักกันอย่างเปิดเผยเฉกเช่นคู่หนุ่มสาวข้าวใหม่ปลามันแต่มิได้แสดงความรักกันจนเกินงามซึ่งทั้งสองคนก็เป็คู่รักที่บรรดามหาอำมาตย์ทั้งหลาย ต่างพากันอิจฉาและชื่นชมความรักที่เติมเต็มให้กันตลอดั้แ่วันแรกจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
“น้องหญิงรู้ไหม? ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีน้องก็ยังคงความสวยงามเช่นนี้เสมอ แล้วจะให้พี่หักห้ามใจไม่หลงไม่รักได้อย่างไรกัน?” ว่าแล้วท่านาุโสองก็ประคองภริยาสุดสวาทเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว
**********
เมื่อครุยุทธ์คู่แฝดรู้ข่าวว่าอีก1 สัปดาห์ปราณจะต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนมหรรณพาลัยจึงขอท่านเ้าเมืองติดตามปราณไปด้วยท่านเ้าเมืองเห็นดีเห็นงามกับการมีเพื่อนร่วมเดินทาง อย่างน้อยๆ ก็จะได้ไม่เหงาเกิดเหตุอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้
ปราณพาครุยุทธ์แฝดแสง-ขรรค์มาที่ท้ายหมู่บ้าน แล้วแนะนำทั้งคู่ให้ท่านลุงรู้จัก
“ท่านลุงครับนี่เพื่อนของข้าครุยุทธ์คู่มีดวงเดือน ที่เคยเล่าให้ท่านลุงฟังครับ!” ปราณแนะนำคู่แฝดแสง-ขรรค์ โสมศัตราแก่ท่านลุง
“เ้าเองหรือ?” ท่านลุงในชุดคลุมมอซอพยักหน้าแล้วมองที่เด็กหนุ่มคู่แฝด ทั้งคู่สวมชุดสีเทาเสื้อแขนสั้นมีสายหนังสะพายข้างไว้เก็บมีดโค้งประจำกาย
“สะ...สะ...สวัสดีครับ ข้าชื่อแสง โสมศัตรา”
“ส่วนข้าขรรค์ โสมศัตรา”
ทั้งสองคนโค้งทำความเคารพท่านลุงอย่างนอบน้อม
“ยังไงก็ต้องฝากเ้าสองคนดูแลปราณด้วยนะ” ท่านลุงบีบบ่าของทั้งคู่เบาๆด้วยการบีบเบาๆ แบบนี้ ทำเอาร่างของทั้งคู่สะดุ้งโหยง
ความร้อนจากฝ่ามือหยาบหนาของท่านลุงถ่ายทอดผ่านร่างกายของทั้งคู่เป็พลังฌานที่ล้ำลึกเหมือนพลังที่เขาทั้งคู่คุ้นเคยแต่นึกไม่ออกว่าเคยััความรู้สึกแบบนี้ที่ไหน?
เมื่อรู้สึกเช่นนั้นแสง-ขรรค์จึงสนทนาผ่านทางจิต
‘เป็บุคคลที่มีพลังฌานยุทธ์ไม่ธรรมดาเลย แค่ััเราทั้งคู่เบาๆความรู้สึกร้อนก็แผ่ซ่านไปทั่งร่างกาย เขาเป็ใครกันแน่? แบบนี้คงไม่ใช่แค่ตาลุงธรรมดาๆ’
‘นั่นสิท่านพี่! พลังฌานสูงลิ่วขนาดนี้ ข้าว่ามันคุ้นๆเหมือนเราเคยััมาก่อน หรือว่า....เขา....เออ...’
‘เงียบซะ! ไม่ต้องพูดออกมา เก็บทุกอย่างเป็ไว้เป็ความลับนับจากนี้เ้าก็ต้องเป็ผู้ดูแลปราณแทนข้าถึงยังไงก็ฝากดูแลเด็กน้อยนี่ด้วยแล้วกัน ในเมื่อเ้าได้สัญญากับเขาว่าจะปกป้องเขาก็จงตั้งใจทำให้ดีที่สุด อย่าให้ข้าต้องผิดหวัง’
‘หา!!! ท่านเข้าถึงจิตของข้าสองคนได้ด้วยหรือ? ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่ข้าคิด คงไม่ผิดแน่ การอ่านจิตผู้อื่นได้มีไม่กี่คนที่มีความสามารถระดับนี้ท่านคือคนผู้นั้นจริงๆ…ข้ากับน้องสัญญาด้วยเกียรติของครุยุทธ์ จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังและข้าสองคนจะไม่กระทำผิดอีกเป็หนที่สอง’
ครุยุทธ์แฝดสบตากันแล้วโค้งคำนับให้ท่านลุงท่านลุงพยักหน้ารับ ใบหน้าแสดงรอยยิ้มด้วยไมตรีคลายมือที่บีบออก แล้วพูดด้วย้ำเสียงปกติแต่สายตาชำเลืองมองแฝดแสง-ขรรค์
“เอาล่ะ! ไหนๆ ก็มารวมกันที่นี่แล้วก็ดีวันนี้ข้าจะได้มีเพื่อนร่วมกินร่วมดื่มบ้าง ไม่ได้ััความรู้สึกนี้มานานมากแล้วยังไงวันนี้ต้องรบกวนเ้าแล้วนะปราณถือซะว่าเป็การเลี้ยงฉลองที่เ้าได้เป็ยุวาจารย์เลยก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!”
ปราณหัวเราะอย่างสุขใจใบหน้าเปี่ยมสุข เดก็น้อยไม่เคยมีความรู้สึกนี้มาก่อน นี่เป็ครั้งแรก “ฮ่าๆๆๆๆก็ดีสิครับ วันนี้ข้าก็จะได้มีเพื่อนร่วมกินดื่มกับเขาบ้างั้แ่ข้าเกิดมาการกินดื่มแบบนี้เพิ่งจะเป็ครั้งแรกแค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้วครับ”
เมื่อปราณได้เป็ยุวาจารย์ก็เท่ากับเขาได้ทำงานให้กับทางการดังนั้น เมืองเชียงคลองจึงได้ให้ค่าตำแหน่งยุวาจารย์และนักฌานยุทธ์แก่เขาจำนวนหนึ่งด้วยเงินจำนวนนี้ทำให้ความเป็อยู่และชีวิตของเด็กน้อยดีขึ้นเรื่อยๆหากเขา้าอะไรก็แค่บอกทหารจากในเมืองก็จะได้ตามปรารถนา
ตำแหน่งของการเป็ผู้สอนฌานยุทธ์ในอาณาจักรล้วนเป็อาชีพที่มีเกียรติมีผู้ให้ความเคารพนับถือ เปรียบเทียบได้กับตำแหน่งเสนาอำมาตย์ของทางการเลยทีเดียวและจะมีรายได้สูงกว่าการสอนของสามัญชนทั่วไป
ส่วนครุยุทธ์คู่แฝดก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ให้บรรดาทหารแห่งเมืองเชียงคลองจากนักฌานยุทธ์อิสระหากินด้วยการกระทำผิดต่างๆ จนได้ชื่อว่านักฌานยุทธ์เถื่อนบัดนี้ก็กลายเป็เด็กหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเหมาะสมที่จะเป็นักฌานยุทธ์ที่ดีในอนาคต
**********
รถม้าตกแต่งงดงามวิจิตรบรรจงหยุดบริเวณลานน้ำพุหน้าบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองเชียงคลองร่างสะโอดสะองของแม่นายรัตนาภรณ์ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม
ชายร่างท้วมอายุเกือบหกสิบห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีมีราคา น้อมศีรษะลงเล็กน้อย “จะมา...ทำไมลูกไม่ส่งทหารมาบอกก่อนล่ะพ่อจะได้เตรียมตัวรับแม่นายสมุหเสนาคนงาม”
หญิงสาวร่างระหงรีบวิ่งเข้ามากอด“แหมท่านพ่อ...ท่านก็กล่าวเกินไปนะคะ ถึงข้าจะมีตำแหน่งใหญ่โตยังไงก็ยังเป็ลูกสาวของท่านไม่เปลี่ยนแปลง”
หญิงสาวประคองผู้เป็พ่อแล้วค่อยๆเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ตกแต่งด้วยวัตถุสินค้าราคาสูงทั้งนำเข้าจากอาณาจักรลัวร์และอาณาจักรเมอร์หม่า ซึ่งล้วนเป็ของหายากมีราคาสูงเฉพาะผู้มีฐานะในเมืองเท่านั้นที่จะได้
ชายสูงอายุผู้นี้นามว่าคหบดีวิรัตน์โชติชัชวาล ผู้เป็บิดาของรัตนาภรณ์ เป็ผู้มีฐานะร่ำรวยที่สุดในเมืองเชียงคลองและเป็เ้าของกิจการหลากหลายในเมืองเชียงคลองทั้งกิจการเรือโดยสาร รถโดยสาร งานส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างอาณาจักร
โชติชัชวาลถือเป็สกุลที่สร้างความมั่งคั่งและเป็หน้าเป็ตาให้กับเมืองเชียงคลองอยู่ไม่น้อยส่วนหนึ่งของเงินงบประมาณและการอำนวยความสะดวกของจวนท่านเ้าเมืองก็มาจากการส่งส่วยของสกุลโชติชัชวาล
รัตนาภรณ์โอบกอดท่านพ่อ แล้วชื่นชมทันที “ไม่ได้มาเยี่ยมบ้านของเรานานเลย ท่านพ่อยังแข็งแรงเหมือนเดิม”
“ฮ่าๆๆๆมาถึงก็ปากหวานเลยนะลูกสาวของพ่อ...แล้ววันนี้ท่านสมุหเสนาไม่ได้มาด้วยหรือ?”
“่นี้ท่านพี่ต้องระวังตัวมากขึ้นเพราะท่านเ้าเมืองตรวจตราการเงินเข้มงวดขึ้นมาก”
“ได้ข่าวว่าตอนนี้ที่จวนมีเด็กน้อยได้เป็ยุวาจารย์แล้วมิใช่หรือ?เป็ยังไงบ้างล่ะ?”
“ก็เื่นี้แหละที่ข้าต้องมาหาท่านพ่อ!”รัตนาภรณ์ ได้ยินข่าวนี้แล้วก็ให้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกกำมือแน่นแล้วก็พูดด้วยความฉุนเฉียว
“ท่านพ่อไม่รู้อะไร! ไอ้เ้าเด็กที่เป็ยุวาจารย์เนี่ย! มันชื่อปราณ เป็เพียงแค่เด็กจนๆ จากหมู่บ้านพยัคฆ์คำรามเท่านั้นเองที่มาได้ดีเพียงเพราะเอาชนะเทวาลูกชายท่านเ้าเมืองได้และยังมีพลังฌานสัมบูรณ์อะไรนั่นอีกท่านเ้าเมืองก็เลยแต่งตั้งให้มันเป็ยุวาจารย์ ต้องมาสอนลูกๆ ของพวกเรารัตนาครก็ต้องเรียนกับมันด้วยนะท่านพ่อ...”
วิรัตน์สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “หา! มีเื่แบบนี้ด้วยหรือเนี่ย? ทำไมท่านเ้าเมืองถึงได้มืดบอดขนาดนี้ถึงกับแต่งตั้งเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ให้มายิ่งใหญ่กว่าหลานๆ ของพวกเรา!” ชายสูงอายุตบฉาดที่ต้นขาอย่างแรงโกรธเกรี้ยวแทนลูกสาว
รัตนาภรณ์จึงเล่าความแค้นเคืองของสามีให้ผู้เป็พ่อฟังโดยละเอียดทั้งการลอบสังหารที่ไม่สำเร็จ แล้วยังถูกแว้งกัดจากครุยุทธ์คู่แฝดรวมไปถึงการตรวจสอบทางการเงินที่หนักหนาเอาการ จนฝ่ายสามีแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ไหนจะการสอนของเ้าเด็กปราณ ที่ทำให้รัตนาครกลายเป็เด็กที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยเกินซึ่งนั่นแทบไม่ใช่วิถีชีวิตของสกุลโชติชัชวาล!
“หึหึหึสบายใจได้ลูกสาวพ่อ...ตอนนี้เ้าทำตัวตามปกติ ยังไม่ต้องรีบร้อนอะไรเดี๋ยวพ่อจัดการเื่นี้ให้เอง”