่เวลาปิดเทอมของอลิส เธอยังคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและร้านหนังสือของลุงแต่พักหลังมานี่ลูกค้าของที่ร้านค่อย ๆ ลดลง จนแทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยคงเพราะเดี๋ยวนี้สามารถหาข้อมูลทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ตได้แม้แต่หนังสือก็ยังถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของอีบุ๊คเพื่อให้สะดวกกับคนอ่านมากขึ้น
อลิสได้แต่นั่งเหงาอยู่ที่ร้านหลังจากที่ปลาวาฬบอกกับเธอว่าเขาต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัว
“วันนี้ปิดร้านเร็วหน่อยล่ะกันนะ คงไม่มีลูกค้าแล้ว” ลุงวิทบอกกับอลิสที่เอาแต่นั่งเหม่อทั้งวัน
“วันนี้เป็ยังไงบ้างพี่ ลูกค้าเยอะมั๊ย” ป้าดาถามกับสามีเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน
“วันนี้แทบไม่มีลูกค้าเลย ขืนเป็แบบนี้ต่อไป คงแย่แน่ๆ”
“พี่อย่าเพิ่งคิดมากเลยเดี๋ยวจะปวดหัวอีก ยิ่ง่นี้เห็นปวดหัวอยู่บ่อย ๆ”
“ใช่ค่ะพักนี้คุณลุงปวดหัวบ่อยมาก แล้วก็ดูเหมือนจะปวดหนักขึ้นด้วยนะคะ หนูว่าพรุ่งนี้เราพาคุณลุงไปหาหมอดีกว่านะคะ”
“ป้าก็ว่าอย่างนั้นแหล่ะแต่ลุงเราน่ะดื้อ ไม่ยอมไปหาหมอสักที”
“ปวดหัวนิดเดียวน่ะกินยาพักผ่อนเดี๋ยวก็หาย จะไปหาหมอให้สิ้นเปลืองทำไม”ถึงจะพูดแบบนั้น สุดท้ายลุงวิทก็ต้องยอมมาหาหมอเพราะทนการรบเร้าของภรรยากับหลานไม่ไหว
ป้าดากับอลิสพาลุงวิทมาหาหมอั้แ่เช้าหลังจากที่ลุงวิทหายเข้าไปในห้องตรวจอยู่นาน ก็กลับออกมานั่งรอผลตรวจที่หน้าห้อง
หนึ่งชั่วโมงต่อมาพยาบาลก็เรียกให้ลุงวิทและญาติเข้าไปพบคุณหมอเพื่อรับฟังผลการตรวจ
“จากผลการเอกซเรย์จะเห็นว่ามีก้อนเนื้ออยู่บริเวณสมองซีกขวาซึ่งเป็สาเหตุที่ทำให้คนไข้มักจะปวดหัวอยู่บ่อย ๆ ครับแต่หมอเองก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็แค่ก้อนเนื้อปกติ หรือว่าเป็เนื้อร้ายคงต้องนัดมาตรวจเพิ่มเติมนะครับ”
“มีวิธีรักษาให้หายมั๊ยคะคุณหมอ” อลิสถามหมอทันทีหลังจากรู้ว่าลุงเป็เนื้องอก
“ตอนนี้ก้อนเนื้อยังมีขนาดไม่ใหญ่มากถ้าผ่าตัดออก คนไข้ก็น่าจะหายเป็ปกติได้ครับ”
ป้าดาหันไปจับมือสามีไว้แน่นเพื่อส่งสัญญาณว่าเธอจะอยู่เคียงข้างและสู้ไปด้วยกัน
“แล้วเื่ค่าใช้จ่ายล่ะคะ” ป้าดาหันไปถามหมอเพราะเป็กังวลเื่ค่าใช้จ่ายในการรักษาเพราะ่นี้ร้านหนังสือของสามีรายได้ไม่ค่อยดีนัก
“ถ้ารวมค่าผ่าตัด ค่ายาและค่าห้องสำหรับพักฟื้น ก็ประมาณ 5 แสนครับ”
ป้าดาหน้าซีดหลังจากได้ยินคำตอบของหมอเขาจะไปหาเงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากไหน
เมื่อกลับถึงบ้า บรรยากาศในบ้านก็ดูแปลกไปจากบ้านที่เคยอบอุ่นกลับมีแต่ความเงียบเข้ามาแทนที่ตอนนี้ทุกคนในบ้านคงจะเครียดไม่ต่างกัน
ป้าดาอยากให้สามีรักษาตัวให้หายเป็ปกติแต่ก็ไม่รู้จะไปหาเงินค่ารักษามากขนาดนั้นได้ยังไงเธอจึงเสนอทางเลือกสุดท้ายที่มีอยู่
“เราคงต้องขายบ้านหลังนี้กันแล้วนะ”
“เธอพูดอะไรออกมาเราจะขายบ้านหลังนี้ได้ยังไง”
“เื่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องรักษาพี่ให้หายเป็ปกติก่อนเราขายบ้านหลังนี้ แล้วกลับไปอยู่บ้านสวนที่ต่างจังหวัดกันก่อนนะ”
ป้าดากำลังหมายถึงบ้านสวนซึ่งเป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่พ่อกับแม่ของหลานสาวทิ้งไว้ให้เธอ
“แล้วเื่เรียนของหลานล่ะนี่ก็ยังเรียนไม่จบ ม.ต้นเลยนะ” ผู้เป็ลุงนึกเป็ห่วงหลานสาวที่ต้องระหกระเหินจากบ้านมาอยู่ที่นี่เพราะพ่อกับแม่เสียชีวิตทั้งคู่แล้วยังต้องมาย้ายจากที่นี่ไปเพราะว่าต้องหาเงินมารักษาตัวเองอีก
“เดี๋ยวฉันจะไปทำเื่ขอย้ายโรงเรียนให้หลานเองคงจะทันก่อนที่จะเปิดเทอมหน้าพอดี”ว่าแล้วก็หันไปมองหน้าหลานสาวที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ
“หนูยังไงก็ได้ค่ะขอแค่รักษาลุงให้หายก็พอ” อลิสเอ่ยด้วยแววตาเศร้าสร้อยถึงเธอจะไม่อยากจากที่นี่ไป แต่ยังไงชีวิตของลุงก็สำคัญกว่า
หลังจากที่ตกลงกันเื่จะขายบ้านและเซ้งร้านหนังสือแล้วไม่กี่วันต่อมาก็มีคนมาติดต่อขอซื้อป้าดาอยากจะรีบรักษาสามีให้หายเป็ปกติจึงตกลงจะย้ายออกจากบ้านทันทีหลังจากที่สามีออกจากโรงพยาบาล
การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีลุงวิทพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม และย้ายกลับมาที่บ้านอีกสามวันพวกเขาต้องย้ายไปจากที่นี่แล้ว นึกแล้วก็ใจหาย
“นี่มันก็หลายอาทิตย์แล้วทำไมนายไม่กลับมาสักทีนะ นายปลาวาฬ”อลิสคิดถึงเด็กหนุ่มที่คอยอยู่ปรับทุกข์กับเขาแทบจะทุกวันแค่เพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้เจอหน้ากันก็คิดถึงมากพอแล้ว แต่นี่เขากลับหายไปเลยจนเกือบเดือนมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ
ลูกชายคนโตของบ้านเจริญทรัพย์มหาศาลยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลเป็เวลายี่สิบกว่าวันแล้วที่เค้าเหมือนหลับไปเฉย ๆเขาจะรู้มั๊ยนะว่าระหว่างที่เขาไม่รู้สึกตัว มีเื่เกิดขึ้นมากมายแค่ไหน
ข่าวการตายของจันทร์วิมลที่ดูเหมือนจะเงียบไปพักหนึ่งกลับมาเป็กระแสอีกครั้งหลังจากตำรวจจับกุมคนร้ายได้แต่ทว่าคนร้ายปิดปากเงียบไม่ยอมให้การใด ๆจึงยังไม่สามารถสาวไปถึงตัวของคนที่บงการได้
แต่ในโซเชียลก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นา ๆ ทั้งสงสัยไตรภพผู้เป็สามี และนิสาที่เป็ภรรยาน้อยซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนจะเป็ภรรยาหลวงไปแล้วแค่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้นเพราะั้แ่จบงานศพของจันทร์วิมลไตรภพก็มักจะพานิสาไปไหนมาไหนด้วยกันแบบไม่ปิดบังอีกต่อไป
คอมเม้นท์ 1 : ผู้ทำตัวน่าสงสัยสุดแล้วค่ะ เมียตายปุ๊บก็เปิดตัวเมียใหม่ฉ่ำเลยจ้า
คอมเม้นท์ 2 : เมียน้อยก็ใช่ย่อยนะ เมียเค้าเพิ่งเผาไปไม่กี่วันเอง เสียบเร็วเว่อร์
คอมเม้นท์ 3 : ฉันว่าเมียน้อยชัวร์เห็นว่าแอบมีลูกด้วยกันจนลูกโตเป็หนุ่มแล้วด้วยนะ นี่คงเก็บกดอยากเป็เมียหลวงเต็มที่ล่ะสิ
คอมเม้นท์ 4 : สงสารก็แต่ลูกชายคนโตนะ พ่อก็มีเมียใหม่แม่ก็มาตายอีก
คอมเม้นท์ 5 : คอมเม้นท์อะไรก็เบา ๆ กันหน่อยนะจ๊ะระวังโดนเค้าฟ้องน๊า เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน อิ ๆ
“เลิกสนใจคอมเม้นท์พวกนั้นได้แล้วน่ะอ่านไปก็เครียดเปล่า ๆ” ไตรภพดึงโทรศัพท์ออกจากมือของนิสา และคว่ำลง
“สาว่าเื่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะคะพวกเขาคอมเม้นท์กันสนุกปาก โดยที่ไม่รู้เื่จริงเลยสักอย่าง”
“เดี๋ยวตำรวจก็คงหาตัวคนบงการได้น่ะเชื่อผมสิ”
“คุณคงไม่ได้คิดว่าเป็ฝีมือสาอย่างที่พวกเขาคิดกันใช่มั๊ยคะ”
“ผมจะไปคิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะสาที่ผมรู้จักจะทำร้ายใครได้”
“แล้วคุณคิดว่าใครเป็คนทำล่ะคะ”
“ผมคงจะไปขัดผลประโยชน์ใครเข้าล่ะมั๊งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“คุณท่านคะคุณหนูฟื้นแล้วค่ะ” แม่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นมาหาไตรภพ
“โรงพยาบาลโทรมาบอกว่าคุณหนูรู้สึกตัวแล้วค่ะ”
ไตรภพให้คนขับรถรีบนำรถออกและมุ่งหน้ามาที่โรงพยาลอย่างรวดเร็ว
“ลูกเป็ยังไงบ้าง” ไตรภพเปิดประตูห้องและตรงไปที่เตียงของลูกชาย โดยมีนิสาเดินตามหลังมาติดๆ
“แม่ล่ะครับ” เด็กหนุ่มหันไปมองรอบ ๆ แต่ไม่พบว่าแม่ของเขาอยู่ในห้องนั้น
ไตรภพนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งวางอยู่ข้างๆ เตียงของลูกชาย
“แม่เค้าไม่อยู่กับเราแล้วนะต่อจากนี้ไปพ่อจะดูแลลูกเอง”
สิ้นคำของผู้เป็พ่อเด็กหนุ่มก็ร้องไห้แทบขาดใจ มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิไหนแม่บอกว่าต่อให้พ่อจะมีใคร หรือจะทิ้งเราไป แม่ก็จะไม่ทิ้งเค้าไปไหนแล้วนี่ทำไมแม่ถึงได้จากเขาไปแบบนี้ จากไปโดยที่ยังไม่ได้บอกลากันสักคำเลย
อลิสนั่งรอเด็กหนุ่มที่หน้าบ้านั้แ่เช้าวันนี้แล้วสินะที่เธอต้องย้ายจากที่นี่ไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกหรือเปล่าั้แ่เช้าจนสายก็ยังไม่มีวี่แววว่าเด็กหนุ่มจะโผล่มาจวบจนถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางกันแล้ว
“เอาของขึ้นรถหมดแล้วเตรียมขึ้นรถกันเถอะ” ลุงวิทบอกกับภรรยาและหลานสาวหลังจากที่ยกของขึ้นรถเสร็จ
“เราจะได้เจอกันอีกรึเปล่า” เบลที่มารอส่งเพื่อนสนิททำหน้าเศร้า
“ต้องได้เจอกันสิสักวันเราต้องได้เจอกันอีกนะ” อลิสให้คำมั่นสัญญากับเบล ก่อนที่เธอจะโบกมือลาเพื่อนสนิทและขึ้นรถไป
“ถึงจะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนแต่สักวันเราคงได้เจอกันอีกนะ นายปลาวาฬ”เสียงความคิดของอลิสดังขึ้นในหัวของเธอ
เด็กหนุ่มอาการดีขึ้นมาก จนหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แต่ไตรภพติดธุระสำคัญเขาจึงไม่สามารถมารับลูกชายได้ จึงไหว้วานให้นิสาเป็คนดูแล
“กลับกันได้แล้วนะน้าจัดการเื่ค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว”
“คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมมีธุระต้องไปทำ”
“แต่เราเพิ่งจะหายป่วยนะน้าว่ารีบกลับไปพักที่บ้านก่อนเถอะ”
“อย่ามาสั่งผม คุณไม่ใช่แม่ผม”
“ทำไมถึงพูดกับน้าแบบนี้ล่ะ”
“ผมไม่จำเป็ต้องพูดดี กับคนที่ทำลายครอบครัวของผมออกไปซะ”
“งั้นเดี๋ยวน้ากลับแท็กซี่เอง”นิสาบอกกับเด็กหนุ่มก่อนที่เธอจะหันไปสั่งให้คนขับรถช่วยดูแลเด็กหนุ่มจนกว่าจะถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เด็กหนุ่มให้คนขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านของอลิสป่านนี้เธอคงเป็ห่วงเขาแย่แล้ว เกือบเดือนที่เขาหายไปและไม่ได้ติดต่อเธอเลยเขาตั้งใจว่าเจอกับเด็กสาวครั้งนี้เขาจะสารภาพรักกับเธอ เพราะ่เวลาที่เขาหลับไปทำให้เขาคิดได้ว่าชีวิตคนเรามันสั้นนัก จะจากคนที่รักไปเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้เขาจึงอยากบอกกับเธอว่าเขารู้สึกยังไง
รถยนต์จอดที่หน้าบ้านของอลิสวันนี้บ้านดูเงียบ ๆ เด็กหนุ่มยืนกดกริ่งหน้าบ้านอยู่สองถึงสามนาที ก็มีคนวิ่งมาเปิดประตูบ้านแต่ไม่ใช่ป้าหรือลุงของเธอ เขาไม่คุ้นหน้าชายคนนี้เลย
“มาหาใครครับ” ชายเ้าของบ้านถามเด็กหนุ่ม
“ผมมาหาเด็กผู้หญิงที่อยู่บ้านหลังนี้น่ะครับ”
“อ๋อเขาเพิ่งย้ายออกไปไม่กี่วันนี่เอง”
เด็กหนุ่มต้องเจอกับเื่ที่ะเืใจเป็ครั้งที่สองหลังจากที่เขารู้ข่าวการเสียชีวิตของแม่ตอนนี้เขากำลังเสียคนที่รักไปอีกคนอย่างงั้นเหรอ มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลยเด็กหนุ่มเดินคอตกกลับขึ้นรถและนั่งเงียบจนถึงบ้าน
“เธอไปอยู่ที่ไหนนะแมวน้อย” T_T