ตอนที่ 15 ตรวจโรคพระสนมฉินเฟย (2)
คำถามที่ไร้คำตอบมากมายโผล่ขึ้นมาในหัวของกู้เชียนเสวี่ย นางรู้สึกแค่ว่าปวดหัวมาก ั้แ่มาถึงยุคเวลาแสนประหลาดนี่ได้สองวัน นางก็ต้องเจอกับปัญหามากมายเกินไปแล้ว สูญเสียเซลล์สมองไปไม่รู้ตั้งเท่าไร
ถอนหายใจออกมา กู้เชียนเสวี่ยตัดสินใจโยนเื่การหมั้นหมายของพระชายาองค์รัชทายาทอะไรนี่เอาไว้ก่อน อย่างไรหาทางรับมือกับอาการป่วยของพระสนมฉินเฟยก่อนจะดีกว่า มิเช่นนั้น นางคงไม่มีชีวิตได้เป็พระชายาองค์รัชทายาทอะไรนั่นแน่
คิดพลางดื่มชาเข้าไปอึกใหญ่
ในตอนนี้เองมีหญิงชราคนหนึ่งนำสาวใช้อีกสองสามคนสับฝีเท้าเข้ามาในห้องโถง
หญิงชราคนนั้นอายุราวๆ หกสิบปี เส้นผมขาวหงอก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดุดัน รอบ ตัวแผ่กลิ่นอายเจนจัดออกมา แค่ดูก็รู้ว่าเป็ผู้ดูแลรับผิดชอบที่นี่
“ท่านคงจะเป็คุณหนูกู้ ข้าน้อยแซ่เซิน ผู้คนเรียกข้าว่าเซินหมอมอ” ใบหน้าของเซินหมอมอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย ทั้งยังพูดจาตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม ไม่มีท่าทีอ่อนน้อมกู้เชียนเสวี่ยเลยสักนิด
กู้เชียนเสวี่ยลุกขึ้นยืน แล้วค้อมตัวคารวะ “เชียนเสวี่ยคารวะเซินหมอมอ อาการป่วยของพระสนมเป็เื่เร่งด่วน รบกวนเซินหมอมอพาเชียนเสวี่ยไปพบพระสนมด้วย”
กู้เชียนเสวี่ยเดาว่าหมอมอผู้นี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ อีกฝ่ายไม่คิดจะให้เกียรติคุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลกู้ั้แ่แรก ดีเลย การพูดจาตามมารยาทก็ไม่ใช่สิ่งที่นางถนัดนัก มิสู้ไปพบผู้ป่วยเสียดีกว่า
เซินหมอมอชะงัก จากนั้นในแววตาก็เริ่มมีความชื่นชมขึ้นมาเล็กน้อย “ได้เ้าค่ะ คุณหนูกู้เชิญทางนี้”
กู้เชียนเสวี่ยพาอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยเดินเลี้ยวตามเซินหมอมอซ้ายทีขวาที จนกระทั่งมาถึงตรงหน้าห้องขนาดใหญ่ รับเอากล่องยามาจากอวี้เหลียน แล้วเชียนเสวี่ยก็เดินถือกล่องยาเข้าไปในตัวเรือนด้วยตนเอง พร้อมกับกลิ่นยาเข้มข้นลอยปะทะเข้าใบหน้า
ภายในห้องเห็นเพียงเตียงไม้แกะสลักงดงามหลังใหญ่ มีสตรีในชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อนคนหนึ่งนอนอยู่ อายุราวๆ สามสิบห้าสามสิบหกปีได้ โฉมสะคราญอ่อนโยน เทียบกับลี่อ๋องแล้วมีประพิมพ์ประพายคล้ายกันมากทีเดียว
สองวันมานี้ กู้เชียนเสวี่ยจินตนาการถึงอาการป่วยของพระสนมฉินเฟยนับครั้งไม่ถ้วน จะเป็อาการหูแว่วเห็นภาพหลอน หรือเอาแต่ยิ้มหัวเราะพูดกับตัวเอง ไม่ก็อาละวาดทำร้ายผู้คนและข้าวของ แต่คิดไม่เลยว่าพระสนมฉินเฟยเพียงแค่นอนนิ่งๆ บนเตียง ราวกับเพียงนอนหลับไปเท่านั้น
เชียนเสวี่ยชะงัก หันไปถามเซินหมอมอ “ขอถามเซินหมอมอ ปกติกิจวัตรของพระสนมเป็อย่างไร มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”
เซินหมอมอมองไปยังพระสนมฉินเฟยที่อยู่บนเตียงด้วยแววตาลุ่มลึก “พระสนมเพียงแค่นอนนิ่งๆ เช่นนี้ มือเท้าแข็งทื่อ ไม่พูดไม่จา”
“มือเท้าแข็งอย่างนั้นหรือ ข้างนอกนั่นมิใช่เล่าลือว่าพระสนมป่วยจนเสียสติหรอกหรือ” กู้เชียนเสวี่ยตะลึงงัน
เซินหมอมอถอนหายใจพลางเอ่ย “ไม่ปิดบังคุณหนู ตอนที่พระสนมเริ่มประชวร ก็มักจะรู้สึกเหมือนมีคนมากมายเดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ มักได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ บางครั้งทนไม่ไหวจนต้องร้องไห้ไม่ก็หัวเราะออกมา แต่หลังจากมีอาการเช่นนั้นติดต่อกันถึงหนึ่งปี หนึ่งปีหลังจากนั้น...ก็อยู่ในสภาพอย่างที่เห็นเ้าค่ะ”
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้า “เข้าใจแล้ว เซินหมอมอ ข้าขอตรวจพระสนมตอนนี้ได้หรือไม่”
ใบหน้าของเซินหมอมอมีแววดีใจขึ้นมาเล็กน้อย “ได้เ้าค่ะ”
กู้เชียนเสวี่ยไม่เกรงใจอีก เดินเข้าไปทันที เหล่าสาวใช้สองสามคนที่ปรนนิบัติอยู่ด้านหน้าเตียงต่างค้อมกายปลีกตัวออกมาก เชียนเสวี่ยจึงเริ่มตรวจร่างกายของพระสนมฉินเฟย
ทุกคนต่างใ เพราะการตรวจของคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้นั้นแปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่เหมือนกับหมอท่านอื่นๆ ที่ตรวจชีพจร เดี๋ยวก็ถ่างตา เดี๋ยวก็ง้างปาก ทั้งยังใช้กระบอกไม้ไผ่ชนิดหนึ่งมาวางไว้บนหน้าอกของพระสนม และตอนนี้ก็กำลังใช้ค้อนไม้ไผ่เล็กๆ เคาะลงไปบนเข่าของพระสนมด้วย
คุณหนูกู้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่
ความหวังเส้นสุดท้ายที่อยู่ในสายตาของเซินหมอมอดับสูญลงทันที นางคิดว่าคุณหนูกู้จะมีความสามารถอะไรที่ซ่อนเอาไว้เสียอีก จากที่เห็นในตอนนี้ ก็เป็แค่คนเสียสติคนหนึ่งเท่านั้น ไหนเลยจะมีคนตรวจโรคกันเช่นนี้
แต่ในความเป็จริง กู้เชียนเสวี่ยกำลังตรวจโรคแบบแพทย์ตะวันตกในยุคปัจจุบันต่างหาก และตอนนี้ก็กำลังทดสอบการตอบสนองของหัวเข่า[1]นั่นเอง
หลังจากที่ตรวจทั้งหมดแล้ว กู้เชียนเสวี่ยก็แน่ใจว่าพระสนมฉินเฟยไม่มีอาการเสียสติอะไรทั้งนั้น อาการที่เป็อยู่ตอนนี้เป็อาการอย่างหนึ่งของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในยุคปัจจุบัน เพียงแต่อาการของพระสนมคือกล้ามเนื้อแข็งตัวไปทั้งร่างและเืไหลเวียนช้า
กู้เชียนเสว่ยกล้ายืนยันว่าหากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป อวัยวะภายในของพระสนมฉินเฟยคงได้แข็งตัวไปตามๆ กัน และก็จะเป็วันที่ได้น้อมส่งชีวิตของนาง
น้ำเสียงของเซินหมอมอเ็า ฟังดูไม่พอใจอย่างชัดเจน “คุณหนูกู้ โรคของพระสนม ท่านรักษาได้หรือไม่”
ยืนหันหลังให้กลุ่มคน กู้เชียนเสวี่ยกัดริมฝีปาก รู้สึกเหมือนกำลังถูกบังคับให้ทำอะไรบางอย่าง
ตอนที่ยืนขึ้นแล้วหันกลับไป สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็ความมั่นใจขึ้นมา “ข้ารักษาโรคนี้ได้แน่นอน”
เชิงอรรถ
^ การกระตุกของขาส่วนล่างอย่างฉับพลันเมื่อถูกกระแทกบริเวณส่วนใต้ของกระดูกสะบ้าหัวเข่า เพื่อทดสอบเส้นประสาทของไขสันหลัง