ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 17 ผู้สืบทอด

    กงซุนจ้านนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าอัฐิก่อนจะกล่าวบางอย่างออกมา ตอนแรกชิงหลงก็ไม่เข้าใจแต่พอฟังที่กงซุนจ้านกล่าวต่อมาก็เข้าใจได้ทันทีว่า อัฐินี้เป็นของพระราชา เหยียนต้าหลัว ที่มีเรื่องเล่าขานมานานนับพันปี "ผู้อาวุโสผู้เยาว์ไม่รู้ว่านี่เป็นอัฐิของพระราชา เหยียนต้าหลัว จึงได้ล่วงเกินไป ต้องขออภัยด้วย""เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าหนู ข้าไม่กล่าวโทษเจ้าเลย ถ้าไม่เป็นเพราะเจ้าข้าก็คงไม่รู้ว่าอัฐิของ พระราชาเหยียนต้าหลัวอยู่ที่ป่าแห่งนี้ด้วยซ้ำไป นี่มันก็ผ่านมานานนับพันปีแล้ว ไม่สิน่า จะหนึ่งพันปีพอดี คงเป็นลิขิตสวรรค์ที่นำพาเจ้ามาที่นี่ แถมยังได้รับแหวนมังกรทอง อีกด้วย""แล้วมันเป็นยังไงล่ะ ผู้เยาว์ไม่เข้าใจ?""เจ้าคงรู้สินะว่าแหวนมังกรทอง นั่นมันพิเศษ ถ้าไม่ได้รับการยอมรับจะใช้งานไม่ได้" "เรื่องนั้นผู้เยาว์รู้ ตอนแรกแหวนมังกรทอง มันไม่ได้มีลักษณะแบบนี้หรอก มันเป็นแหวนปกติ ผู้เยาว์จึงส่งพลังเข้าไปดูมันก็เกิดแสงและแสดงภาพบางอย่างให้ดู ผู้เยาว์ก็เลยทำตาม หลังจากนั้นมันก็เป็นอย่างที่ท่านเห็นมันเปลี่ยนไปเป็นแหวนมังกรทองนี่""กงซุนจ้านหลับตาลงก่อนจะกล่าวออกมาว่า ตอนนี้เจ้ากลายเป็น ผู้สืบทอด ของราชาเหยียนต้าหลัวแล้วจะมีภาระอันยิ่งใหญ่รอเจ้าอยู่ และไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ ถึงเจ้าจะไม่ยอมรับก็ตามที"ชิงหลงขมวดคิ้วของเขา ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของกงซุนจ้านที่เอ่ยออกมา "ผู้สืบทอด" "ข้าน่ะรึ ผู้สืบทอด ข้าไม่ได้มีเชื้อสายของราชวงศ์ซักหน่อย จะเป็นไปได้ยังไง"ชิงหลงคิดในใจ กงซุนจ้านเห็นชิงหลงคิดหนักจึงได้หัวเราะออกมา ฮ่าๆ ฮ่าๆ "เจ้าเป็นเด็กที่แปลกจริงๆ ไม่นานเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้เอง""หวังว่าคงไม่มีเรื่องมาทำให้ข้าต้องปวดหัวอีกนะ เฮ้อ..." ชิงหลงบ่นพึมพำ"เจ้าหนูช่วยสร้างประตูแบบเมื่อตอนนั้นอีกทีได้ไหม ข้าจะให้พนักงานมาช่วยข้าหน่อย" ชิงหลงสร้างประตูวาปขึ้นมาอีกครั้ง กงซุนจ้านเดินไปที่ประตูวาปแล้วหันมาบอกชิงหลงว่า "อย่าพึ่งปิดประตูวาป รอให้ข้ากลับมาก่อน" เมื่อก้าวผ่านประตูไปก็เรียกทหารมาจำนวนหนึ่งให้้เดินตามเข้ามาในประตูวาปและสั่งให้นำกระดูกเหล่านั้นใส่หีบแต่ละหีบให้หมดและขนกลับออกไป ส่วนอัฐิพระราชาเหยียนต้าหลัวเขาจะเป็นคนเก็บเอง ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเสร็จ "ขอบใจเจ้ามากเจ้าหนู ข้าต้องนำอัฐิกลับไปที่วังหลวง เอาไว้ข้าจะเลี้ยงตอบแทนเจ้าทีหลังเมื่อได้พบกันอีก " กงซุนจ้านยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินจากไป รอยยิ้มนั้นสร้างความแปลกใจให้กับชิงหลง เหมือนกำลังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขายังไงยังงั้น ชิงหลงพยักหน้าตกลงก่อนจะเดินออกจากสำนักงานเจ้ากรมเมืองไปยังคฤหาสน์ของตนทันที แต่ก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่รู้จักคฤหาสน์หลังนั้นเลย "ชิบหายล่ะ ข้าไม่รู้ว่าคฤหาสน์นั่นมันอยู่ตรงไหน ทำไงดีล่ะเนี้ย ลองถามคนแถวนี้ดูก็แล้วกัน"ชิงหลงเดินไปที่ร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ข้างหน้า ก่อนจะพบพนักงานขายจึงร้องเรียก"ท่านน้าข้ามีเรื่องอยากจะถามเล็กน้อย ขอรับ""มีอะไร จะถามอย่างนั้นรึเจ้าหนู""คฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลไป๋อยู่ทางไหนหรือ ขอรับ""ตระกูลไป๋ อ๋อ อยู่ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมใบหลิวเท่าไหร่หรอก เจ้าลองไปดูก็จะเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ๆตั้งอยู่ นั่นล่ะที่เจ้ากำลังตามหา""เพื่อเป็นการขอบคุณ ท่านน้าช่วยหาชุดที่ข้าใส่ได้ซัก 5 ชุด เอาเป็นสีขาวกับสีดำนะ""งั้นเจ้ารอซักครู่" พนักงานขายรีบจัดหาชุดตามที่บอกมาอย่างรวดเร็ว และก็ได้เลือกมา 5 ชุด เป็นสีดำ 3 ชุด สีขาว 2 ชุด ชิงหลงหยิบชุดขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มแล้วก็บอกว่า "ราคาเท่าไหร่ ท่านน้า""50 เหรียญทอง เจ้าหนู"ชิงหลงนำเงินออกมาจากแหวนมิติ 50 เหรียญทองก่อนจะยื่นให้พนักงานขายไป แล้วก็เก็บชุดเหล่านั้นเข้าแหวนมิติก่อนจะเดินไปยังคฤหาสน์ เมื่อเดินมาถึงก็พบกับตงเสี่ยวกับฟงหมิงที่ยืนรอนายน้อยของตนอยู่หลังจากที่สำรวจคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเดินออกมาก็เห็นนายน้อยของตนกำลังเดินมาที่คฤหาสน์แล้ว"นั่นนายน้อยนี่นา" ทั้งสองรีบเดินไปหาก่อนจะบอกรายละเอียดให้ฟัง"คฤหาสน์หลังนี้มีการจัด ตกแต่งทุกส่วนลงตัวเป็นอย่างยิ่ง สมแล้วที่เป็นตระกูลไป๋ มีห้องพัก ห้องโถงขนาดใหญ่ โรงครัว ห้องอาบน้ำ ลานฝึกฝน ทุกอย่างแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย สามารถเข้ามาอยู่ได้ แต่พวกเครื่องประดับตกแต่งภายในต้องหามาเอง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะนำไปด้วย""อืม..งั้นหลังจากที่พวกเรากินอาหารเสร็จค่อยไปรับทุกคนมาก็แล้วกัน ข้ารู้สึกหิวแล้ว""ได้ขอรับ นายน้อย"ทั้งสามคนเดินไปที่โรงเตี๊ยมใบหลิว มองหาโต๊ะว่างนั่ง ก่อนชิงหลงจะเอ่ยสั่งอาหารทันที "พี่สาวข้าขอสั่งอาหารดีๆซัก 10 อย่างด่วน" ตงเสี่ยวกับฟงหมิงรู้ว่านายน้อยกินจุมากจึงไม่ได้ขัดอะไร "พวกท่านจะสั่งอะไรก็สั่งได้เลย" เมื่อได้ยินทั้งสองก็ไม่รีรอสั่งสุรามาทันที ตงเสี่ยวกับฟงหมิงนั้นดื่มสุราพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจคนรอบข้างเหมือนนายน้อยตัวเองไม่มีผิดที่ตั้งหน้าตั้งตากินไม่แคร์ใครทั้งนั้นไม่นานทั้งสามก็กินอาหารเสร็จ ชิงหลงจ่ายเงินค่าอาหารไปเกือบ 250 เหรียญทอง ในมื้อนี้ แล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมใบหลิวออกมาก็พบผู้คนจำนวนหนึ่งมายืนรอเขาอยู่ ชิงหลงรู้ว่าพวกเขามารักษาอาการป่วย จึงบอกไปว่า "พวกท่านรอข้าที่นี่ซักครู่ ข้ากำลังจะย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ๆไม่ห่างจากที่นี่นัก จึงต้องจัดเตรียมอะไรนิดหน่อย ถ้ามีคนป่วยอาการหนักให้บอกกับข้าตอนนี้จะได้รักษาให้ก่อน ถ้าป่วยไม่มากช่วยรอข้าซักครู่ก็แล้วกัน" หลังจากที่พูดเสร็จก็มีชายอายุประมาณ 50ปี กับเด็กน้อยอายุ5ขวบ เดินมาหาชิงหลงก่อนจะบอกให้เขาไปดูอาการป่วยของภรรยาตนที่นอนอยู่บนรถลากเนื่องจากไม่มีเรี้ยวแรงที่จะลุกเดินมา เมื่อได้ฟังชิงหลงจึงเดินไปทางภรรยาของชายคนนั้น ก่อนจะมองดูอาการก็พบว่านางซูบผอม ขอบตาคล้ำ ริมฝีปากซีด ท่าทางอ่อนแรง ชิงหลงไม่รอช้ารีบจับข้อมือของนางแล้วใช้เวทย์ฟื้นฟูทันที ไม่นานร่างกายของนางก็ดีขึ้น ริมฝีปากไม่ขาวซีด ขอบตาไม่คล้ำเหมือนก่อนหน้านี้ เริ่มขยับร่างกายตนเองได้แล้ว แต่ก็ยังอ่อนแรงอยู่บ้างเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน "ตอนนี้ภรรยาของท่านไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ช่วยหาข้าวต้มร้อนๆให้นางกินด้วย นางจะได้มีแรง ท่านเก็บเงินจ่ายค่ารักษาไปซื้ออาหารให้ภรรยากินเถอะ""ข้าขอบพระคุณท่านหมอมากที่ช่วยภรรยาข้า ข้าจะตอบแทนบุญคุณท่านแน่นอน""ไม่เป็นไร ข้ารักษาคน ไม่ได้หวังให้พวกท่านมาตอบแทนข้า แค่ดูแลเอาใจใส่ครอบครัวให้ดีก็พอ อีกอย่างข้าไม่ได้เป็นหมอ ข้าเป็นคนธรรมทั่วไปเท่านั้น" เมื่อพูดเสร็จชิงหลงก็เดินจากไปที่ชั้นสองของโรงเตี๊ยมใบหลิวที่หน้าต่างห้องได้มีสายตาจ้องมองไปที่ด้านล่างมองดูเด็กน้อยกำลังรักษาอาการป่วยของหญิงนางหนึ่งที่อาการไม่สู้ดีนัก แต่เพียงแค่เด็กนั่นจับข้อมือเท่านั้น อาการป่วยของนางก็ดีขึ้น เขาไม่สามารถบอกได้เลยว่า เด็กนั่นใช้วิธีใดรักษา "ท่านพ่อเขาทำได้ยังไงน่ะ ลูกไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเขาไร้พลังปราณจริงๆ ""พ่อแน่ใจเด็กนั้นไม่มีพลังปราณจริงๆ ถึงจะมีทักษะปกปิดยังไงก็ไม่อาจจะปิดบังได้เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้น แต่มีคนเห็นเขาต่อสู้กับนายน้อยตระกูลจ้าวเมื่อครั้งนั้น เขาไม่ได้ใช้พลังปราณเลยแม้แต่น้อย นั่นจึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเด็กนั่นไร้พลังปราณจริง""แล้วเขาเอาชนะจ้าวหลินหลงกับผู้ติดตามได้ยังไงล่ะ ท่านพ่อ""อืม...เห็นคนบอกว่าเขาใช้ทักษะแปลกๆเช่น มีกรงน้ำแข็งขังคู่ต่อสู้ไว้ หรือ เกิดบ่อโคลนดูดร่างคนลงไปในดิน อะไรทำนองนั้น พ่อจึงคาดเดาว่า เขาอาจจะใช้พลังธาตุก็ได้""เอ๊ะ! ทำไมลูกไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน แม้แต่ในตำราก็ไม่มี""มันเป็นความลับน่ะ พ่อก็พึ่งจะรู้ไม่นานนี่เอง"เจ้าเมืองหมอกนภากับบุตรสาวนั่นเองที่กำลังพูดคุยกันอยู่ที่หน้าต่างห้องชั้นสองของโรงเตี๊ยมใบหลิว ซึ่งผู้อาวุโสเฉินได้บอกกล่าวว่า ถ้าอยากรู้ก็ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองสิ จึงทำให้เจ้าเมืองต้องมาด้วยตนเองพร้อมกับบุตรสาวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ชิงหลงไม่ได้มาจึงได้ค้างคืนที่โรงเตี๊ยมใบหลิวนั่นเองทางด้านชิงหลงเมื่อเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ก็เดินเข้าไปข้างในตัวอาคารที่ห้องโถงขนาดใหญ่ แล้วสร้างวาปเกจขึ้นมา วิ้งงง!! ครืนนน! ตึง!! ประตูวาปปรากฎขึ้นมา ชิงหลงเดินเข้าไปในวาปเกจก็รีบเรียกท่านพ่อท่านแม่ของเขาทันที"ท่านพ่อท่านแม่ลูกกลับมารับพวกท่านไปบ้านหลังใหม่แล้ว....."ชิงหลงออกมาจากประตูวาปด้วยความดีใจแต่ก็ต้องหยุดลงทันทีเมื่อพบเจอเหล่าผู้คนที่อยู่ตรงหน้า"หืม..เจ้ามาทำอะไรที่นี่! ไสหัวกลับไปซะ บ้านข้าไม่ต้อนรับคนอย่างเจ้า"ชิงหลงเดือดดาลเป็นอย่างมาก กล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย จ้าวหลินหลงเมื่อได้ยินเสียงก็เกิดอาการสั่นกลัวขึ้นมาทันที จ้าวหลินเหลียนจ้องมองเจ้าของเสียงนั่นด้วยความตื่นตะลึง ไม่อยากเชื่อสายตาตนเองที่เด็กน้อยเมื่อตอนนั้นยังมีชีวิตอยู่