ตอนที่ 689เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก
เมื่อรับตำราเคล็ดวิชาบ่มเพาะจิตสมาธิมาแล้วเจิ้งฟู่ก็เริ่มเปิดอ่านหน้าแรกในตำราเล่มนี้ทันที......
พรึบ!!
[เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังจิตสมาธิ: ตั้งจิตให้มั่นและทำสมาธิให้อยู่กับที่โคจรพลังภายในร่างกายให้หมุนวนจนจิตใจแน่วแน่จากนั้นก็เริ่มดูดซับพลังจากธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวเมื่อดูดซับมาแล้วก็ให้ทำการโคจรพลังหนึ่งรอบก่อนจะเริ่มกระบวนการเดิมอีกครั้งและทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งมีสมาธิมาการดูดซับพลังก็ยิ่งเร็วขึ้นหากสามารถตั้งสมาธิจนสามารถหลุดพ้นจากสิ่งรอบข้างได้และมุ่งเป้าไปที่พลังงานรอบๆตัวอย่างเดียวแล้วละก็ความเร็วในการดูดซับพลังงานจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าแต่หากเสียสมาธิหรือถูกรบกวนจนทำให้เสียสมาธิในช่างที่โคจรพลังอยู่มันจะส่งผลกระทบให้พลังใหม่ตีกันกับพลังเก่าและมันอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บภายในได้]
คำอธิบายภายในตำราเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังจิตสมาธิเล่มนี้ได้เขียนบอกขั้นต่อเอาไว้อย่างละเอียดและครบท้วนมากไม่เพียงแค่บอกขั้นตอนในการฝึกมันยังบอกถึงผลกระทบเมื่อใช้ออกทักษะนี้ด้วยว่าหากในช่วงของการบ่มเพาะห้ามเสียสมาธิเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้พลังที่ดูดซับเข้ามาไปขัดแย้งกับพลังงานที่อยู่ในร่างกาย......
อ่า!
“ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เองเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังพวกนี้ทำให้ผู้ฝึกตนสามารถบ่มเพาะพลังได้เร็วขึ้นว่าเดิมสองถึงสามเท่าซึ่งทักษะจิตสมาธินี้สามารถทำให้ความเร็วในการดูดซับเพิ่มสูงขึ้นได้สูงสุดที่สามเท่าด้วยกันแต่ว่าเคล็ดวิชานี้ยังดูไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นักแต่เราก็ไม่รู้ว่าต้องปรับแก้ตรงไหนด้วยหากได้อ่านหรือศึกษาเคล็ดวิชาบ่มเพาะอื่นๆอีกสักหน่อยเราน่าจะแก้ไขมันได้!”
เจิ้งฟู่ถึงกับตาสว่างวาบด้วยความเข้าใจเขาเข้าใจแล้วว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังนั้นคืออะไรคนปกติทั่วไปแล้วล้วนแต่มีเคล็ดวิชาบ่มเพาะเป็นของตัวเองทั้งนั้นยิ่งระดับของเคล็ดวิชาบ่มเพาะสูงเพียงใดความเร็วในการเพิ่มระดับและความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น........
เปรียบเทียบง่ายๆคือผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับรากสวรรค์ขั้นสูงเหมือนกันแต่ฝ่ายหนึ่งฝึกเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังระดับมหัศจรรย์แต่อีกฝ่ายฝึกเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับตำนานผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับตำนานจะแข็งแกร่งผู้ฝึกตนคนแรกที่ฝึกเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับมหัศจรรย์นั้นเอง.......
“เสร็จแล้วค่ะพี่ชาย!” ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเสียงหวานใสของช่างเยวี่ยตัวน้อยก็ดังขึ้นพร้อมกับยื่นกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรจำนวนที่เธอเขียนเคล็ดวิชาบ่มเพาะบัญชาเซียนลงไปให้เจิ้งฟู่......
หมับ!
“ดีมากนางฟ้าตัวน้อยของพี่!เดียวเจ้าไปเล่นกับเจ้าสิงโตตัวน้อยข้างนอกก่อนนะเดียวพี่ขอเวลาศึกษาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังทั้งสองนี้ก่อน!” เจิ้งฟู่รับเอากระดาษในมือของช่างเยวี่ยตัวน้อยมาอย่างช้าๆก่อนจะบอกให้เธอออกไปเล่นข้างนอกกับสิงโตตัวน้อยก่อนเพราะเขาจะทำการศึกษาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะทั้งสองวิชานี้.......
“ได้ค่ะพี่ชาย!” ช่างเยวี่ยน้อยตอบรับเจิ้งฟู่ในทันทีก่อนจะหันไปหาเจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อย “ไปเล่นด้วยกันเถอะซือซือ!” ซือซือนั้นเป็นชื่อของเจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อย ซึ่งเป็นช่างเยวี่ยที่เป็นคนตั้งให้กับมันเพื่อที่เธอจะได้เรียกมันได้ง่ายๆและดูเหมือนว่าเจ้าสิงโตตัวน้อยจะชอบชื่อนี้ด้วย......
“เช่นนั้นข้าเองก็ขอตัวไปฝึกต่อก่อนนะขอรับนายท่าน!”ซึ่งไท่เห๋อเองก็รู้ตัวว่าเขาควรที่จะออกไปเพื่อให้เจิ้งฟู่อยู่เงียบๆเขาจึงขอตัวออกไปฝึกที่ข้างนอก......
“เดี๋ยวก่อนไท่เห๋อ!” แต่ก่อนที่จะไท่เห๋อจะเดินออกไป เจิ้งฟู่ก็ได้เรียกให้ชายหนุ่มหยุดก่อน.......
หือ?
“นายท่านมีสิ่งใดจะสั่งให้ข้าน้อยทำอีกหรือไม่ขอรับ?”ไท่เห๋อหันกลับมาอย่างสงสัยก่อนจะถามว่าเจิ้งฟู่ยังต้องการที่จะใช้ให้เขาทำอะไรอีกหรือป่าว......
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค้คิดว่ามันคงจะดีกว่านี้หากเจ้ามีทักษะโจมตีระดับสูงติดตัวเอาไว้บ้างรับนี่ไป!” เจิ้งฟู่ไม่ได้ต้องการจะใช้ให้เขาทำอะไรเพียงแต่เจิ้งฟู่คิดที่จะมอบทักษะดาบระดับตำนานที่เขาแลกมาให้กับไท่เห๋อไปฝึกเท่านั้น......
“นะ...นะ....นี่มัน?”ไท่เห๋อรู้สึกมึนงงและสงสัยมากขึ้นไปอีกเมื่อรับเอาหนังสือเล่มเล็กจากเจิ้งฟู่......
“มันเป็นทักษะดาบระดับตำนาน“ทักษะดาบไร้ร่องรอย” ซึ่งเป็นทักษะฉบับปรับปรุงใหม่ที่ข้าเขียนมันขึ้นมาจากที่ข้าได้ฟังทักษะการโจมตีที่เจ้าใช้อยู่ ข้าเห็นว่าเจ้าเองก็ใช้ดาบเป็นอาวุธข้าจึงได้มอบมันให้กับเจ้า และข้าคิดว่าเจ้าจะตั้งใจฝึกมันให้ดี!”เจิ้งฟู่อธิบายเกี่ยวกับตำราทักษะที่อยู่ในมือของชายหนุ่มให้เขาฟังก่อนจะบอกว่าทักษะนี้ถูกปรับปรุงแก้ไขโดยตัวเขาเอง......
“ทะ.....ทะ......ทักษะดาบระดับตำนาน?นี่มันมีราคาแพงมากเลยนะขอรับนายท่าน ของแบบนี้ข้าน้อยรับเอาไว้ไม่.........”
หือ?
“ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วไงว่าข้าให้ของแล้วรับไม่คืนหรือว่าเจ้าลืมมันไปแล้ว!” เจิ้งฟู่พลันพูดแทรกขึ้นมาในทันทีเกี่ยวกับคำพูดที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสิ่งของที่เขาให้แล้วไม่รับคืน........
“ขอบคุณขอรับนายท่าน!ข้าน้อยจะตั้งใจฝึกและไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง!” ชายหนุ่มไท่เห๋อรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากกับทักษะดาบไร้ร่องรอยที่เขาได้รับมาใหม่นี้ด้วยทักษะระดับตำนานนี้มันจะช่วยทำให้เขายกระดับความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น.......
หลังจากที่ช่างเยวี่ยกับไท่เห๋อออกไปแล้วเจิ้งฟู่ก็กลับเข้าไปในห้องของเขาเพิ่มเริ่มศึกษาเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังบัญชาเซียนที่ช่างเยวี่ยตัวน้อยเขียนให้กับเขา.......
ณ ห้องพักของเจิ้งฟู่.......
“เคล็ดวิชาบัญชาเซียนเป็นเพียงบทแรกของเคล็ดวิชาบ่มเพาะประจำนิกายบัญชาสวรรค์มันยังมีอีกสองบทที่อยู่เหนือกว่านี้ ซึ่งตัวเราเองก็น่าจะฝึกได้หากไปที่ตำหนักหอตำราเพื่อใช้คะแนนผลงานแลกมันมาแต่เพราะว่าเราไม่รู้ตั้งแต่แรกว่ามีทักษะวิชาประเภทนี้อยู่ด้วยเราจึงไม่ได้สนใจแต่ทว่าในตอนนี้ด้วยเคล็ดวิชาบ่มเพาะเหล่านี้มันจะช่วยทำให้เราแข็งแกร่งเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังทำให้พลังงานภายในตัวของเราบริสุทธิ์และมีคุณภาพสูงด้วย!”
เจิ้งฟู่หยิบเอากระดาษที่ช่างเยวี่ยตัวน้อยจดบันทึกเนื้อหาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะให้เขาขึ้นมาก่อนจะพูดพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขและเสียใจที่ตนเองรู้จักเคล็ดวิชาบ่มเพาะช้าเกินไปไม่เช่นนั้นป่านนี้เขาคงจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ไปแล้ว.......
[เคล็ดบ่มเพาะบัญชาเซียน (บทแรก) :เป็นเทคนิคในการบ่มเพาะระดับเซียนซึ่งช่วยให้ผู้ฝึกตนสามารถดูดซับพลังและโคจรพลังได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่าหากสามารถฝึกได้จนสำเร็จและแถมยังช่วยปรับสภาพร่างกายของผู้ฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยที่เคล็ดการบ่มเพาะบัญชาเซียนนี้จะมีระดับความชำนาญอยู่สามสามขั้นด้วยกันคนที่ฝึกถึงขั้นแรกได้นั้นจะสามารถดูดซับพลังได้เร็วขึ้นถึงเท่าครึ่ง ส่วนขั้นที่สองจะสามารถดูดซับพลังได้เร็วขึ้นสองเท่าและขั้นที่สามจะสามารถดูดซับพลังได้เร็วขึ้นสามเท่าของคนทั่วๆไป]
“เป็นเคล็ดการบ่มเพาะพลังที่ดีวกว่าเคล็ดการบ่มเพาะจิตสมาธิของไท่เห๋อจริงๆแต่ว่าเคล็ดวิชานี้ยังไม่สมบูรณ์แบบที่จะสามารถฝึกให้ถึงระดับที่สามได้ ซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องฝึกควบคู่กับเคล็ดวิชชาการบ่มเพาะบัญชาสวรรค์ซึ่งจะได้ฝึกก็ต่อเมื่อเข้าร่วมเป็นศิษย์ของสถานศึกษาหลักก่อนเท่านั้นหากยังไม่ได้ฝึกเนื้อหาในเคล็ดวิชาการบ่มเพาะบัญชาเซียนก่อนก็จะไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชาการบ่มเพาะบัญชาสวรรค์ได้นะสิ?!”
เจิ้งฟู่อ่านเนื้อหาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะบัญชาเซียนเสร็จแล้วเขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมาได้ในทันทีเลยซึ่งจากเนื้อหาที่กล่าวอ้างมานี้มันเพียงมันมีไว้ให้ศิษย์รุ่นเยาว์ฝึกในขั้นแรกเท่านั้นหากต้องการที่จะฝึกขั้นที่สูงกว่านี้ก็จำเป็นต้องได้เนื้อหาภายในเคล็ดการบ่มเพาะพลังบัญชาสวรรค์มาฝึกควบคู่ไปด้วยถึงจะสามารถพัฒนาระดับขั้นของเคล็ดวิชาการบ่มเพราะนี้ให้สูงขึ้นได้.......
“จากเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังทั้งสองนี้เราเองก็สามารถคาดเดาและเข้าใจอะไรเกี่ยวกับเคล็ดวิชาหรือเทคนิคการบ่มเพาะพลังได้มากขึ้นซึ่งแท้จริงแล้วตัวเราเองก็มีเคล็ดวิชาบ่มเพาะอยู่กับตัวอยู่แล้วเพียงแค่เราไม่รู้เท่านั้นว่ามันคือเคล็ดว่าบ่มเพาะพลัง แถมมันยังเป็นเคล็ดวิชาที่มีระดับสูงกว่าเคล็ดวิชาทั้งสองของไท่เห๋อและทั้งช่างเยวี่ยเขียนให้เสียอีกเพราะมันสามารถดูดซับพลังได้มากกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่า แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆที่ทำให้ผู้ฝึกเป็นอันตรายด้วยที่สำคัญมันยังช่วยทำให้ระยะเวลาในการปรับสมดุลพลังหลังการเลื่อนระดับช้าลงด้วย!!”
เจิ้งฟู่กล่าวอย่างเข้าใจซึ่งในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าแท้จริงตัวเขานั้นก็มีเคล็ดวิชาการบ่มเพาะอยู่กับตัวเองซึ่งเขาได้ฝึกฝนมันมาตั้งแต่ช่วงแรกๆแล้วเพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นว่านั่นคือเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลัง แต่ในตอนนี้เขารู้แล้วและยิ่งเจิ้งฟู่ได้อ่านเคล็ดวิชาบ่มเพาะทั้งสองนี้ ความเข้าใจในเคล็ดวิชาการบ่มเพาะของเขายิ่งเพิ่มสูงขึ้น........
วืดดดดดดดด!!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!!ฟุบ!!
เพียงแค่เจิ้งฟู่หลับตาและทบทวนกระบวนการโคจรพลังและตั้งสมาธิทำจิตใจให้สงบนิ่งคลื่นพลังจำนวนมากที่อยู่ภายในห้องพักของเขาก็ถูกดูดซับเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วเร็วกว่าก่อนหน้านี้ถึงสองเท่าเลยทีเดียวไม่เพียงแต่ดูดซับพลังได้เร็วขึ้นเท่านั้นความบริสุทธิ์และความหนาแน่นของพลังงานที่เจิ้งฟู่ดูดซับเข้ามายังมีมากอีกด้วย.......
กึก!! กึก!!กึก!!
ฮึงงงงงงงงง!!
และในขณะเดียวกันนั้น เสาแก่แท้พลังทั้งหกสิบแปดต้นของเจิ้งฟู่ที่เป็นสีทองเข้มมันก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลันจากเดิมที่มีขนาดรอบตัวเพียงแค่สองคนโอบตอนนี้มันขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นต้องใช้สี่คนโอบแล้ว หรือให้พูดง่ายๆอีกอย่างก็คือ พลังความแข็งแกร่งของเจิ้งฟู่เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมนั้นเองจากเดิมเขาสามารถต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ก่อเกิดขึ้นที่หนึ่งช่วงปลายได้ตอนนี้แม้แต่ผู้ฝึกขั้นที่สามหรือสี่ระดับสวรรค์ก่อเกิดก็ยากที่จะทำอะไรเขา......
“นี่สินะเคล็ดวิชาการบ่มเพาะ?มันช่างสุดยอดจริงๆเลย เพียงแค่เราสามารถจับจุดและเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของมันแล้วนำมาปรับใช้กับวิธีการบ่มเพาะพลังของเราที่มีมันก็ทำให้เราสามารถบรรลุขั้นแรกเริ่มของเคล็ดวิชาการบ่มเพาะ [สยบสวรรค์บัญชาโลก] ได้สำเร็จแล้ว! แต่ดูเหมือนการจะฝึกให้สำเร็จขึ้นต่อไปนั้นจากยากกว่าขึ้นแรกเริ่มมากไม่รู้ว่าเราต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะทำได้แต่แค่ขั้นแรกเริ่มก็มีประโยชน์ต่อเรามากแล้ว!”
เจิ้งฟู่กล่าวอย่างดีใจกับการที่เขาสามารถเข้าใจและบรรลุขึ้นแรกเริ่มของเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังที่เขามีอยู่“เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก” ได้ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่ขั้นแรกเริ่มเท่านั้นแต่มันก็ช่วยให้เจิ้งฟู่แข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมถึงสองเท่าทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดจากผู้ฝึกตนที่อยู่ระดับสูงกว่าตนเองได้ห้าถึงหกระดับด้วยกัน.......
แต่ที่เจิ้งฟู่ยังไม่เข้าใจก็คือ “เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก”นั้นเป็นทักษะที่อยู่ในระดับใดเนื่องจากเขาไม่ได้มีเนื้อหาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังนี้ตั้งแต่แรกแต่เป็นเพราะว่าเขาได้อ่านเนื้อหาของเคล็ดวิชาการบ่มเพาะที่ช่างเยวี่ยและไท่เห๋อให้มามันจึงทำให้เขารู้ว่าเขามีเคล็ดวิชาบ่มเพาะอยู่กับตัวก่อนจะนำความเข้าใจเหล่านั้นมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้จนบรรลุขั้นแรกเริ่มของ “เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก”ได้ในตอนนี้.......
“ช่างมัน! ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่ามันจัดอยู่ในทักษะระดับใดก็ตามแต่หากมันมีประโยชน์ต่อการเพิ่มระดับพลังความแข็งแกร่งของเรามันก็ย่อมดีอยู่แล้ว ว่าแต่เราควรที่จะสอน“เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก” นี้ให้กับช่างเยวี่ยตัวน้อยดีไหมนะ?เพราะหากสอนเธอ มันจะได้ทำให้เธอดูดซับพลังได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแถมมันยังฝึกง่ายและไม่มีผลข้างเคียงด้วย!”
หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งเกี่ยวกับระดับของทักษะเคล็ดวิชาการบ่มเพาะนี้ว่ามันอยู่ในระดับใดแต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาจึงเลือกที่จะล้มเลิกการหาคำตอบที่ไม่มีคำตอบก่อนจะหันไปคิดว่าจะสอน “เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังสยบสวรรค์บัญชาโลก” ให้ช่างเยวี่ยตัวน้อยดีไหม......
****************************************************
ขอโทษนะครับที่มาลงให้ช้า พอดีน็อคนอนยาว เพราะปวดหัวหนักมาก จริงๆก็อยากแต่งให้วันละหลายๆตอนนะ แต่มันไม่ได้ง่ายเลยที่จะเขียนออกมาแต่ละตอนๆ แต่ยังไงก็จะพยายามลงให้ทุกวันนะครับ