ก่อนหน้านี้.
“อะไร เขาคิดที่จะทําอะไรทําไมถึงได้ซื้อลอตเตอรี่แล้วโพสแบบนั้น?”
“เฮ้นี่คงจะไม่มีอะไรที่น่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นอีกนะ…”
“นั่นสิถ้าเป็นคนธรรมดาฉันจะไม่สงสัยอะไรเลย และการกระทําในวันนี้ของเขาแปลกมาก!”
“...”
ห้องประชุมหลวง
บรรดาเก้าอาวุโสสูงสุดที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของไต๋จุน
ก็ร่วมการแสดงความคิดเห็นอย่างสับสน
ชายหนุ่มมีเงินมากมายขนาดนั้นทําไมถึงได้ทําอะไรบ้าๆแบบนี้
เป็นไปได้ไหมว่าเขามีการแสดงบางอย่างที่จะทําให้โลกเดือดพล่านอีกครั้ง?
อู๋หมิงเองก็มีสีหน้าเคร่งขึ้นเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นการสืบหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่พวกเขาได้ส่งคนไปจัดการ
หรือการกระทําที่ผ่านมาทั้งหลาย
ล้วนเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายนั้นไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแท้จริง
บางทีพวกเขาก็สงสัยนะ
ว่าทําไมตัวตนระดับนี้ ถึงได้มีการกระทําแปลกๆมากมาย
ทั้งยังต้องพึ่งพาพวกเขาให้ทําอะไรที่ง่ายๆแบบนี้ด้วย
แต่
สัตว์ประหลาดแบบนี้จะตัดสินได้ด้วยแนวคิดที่ธรรมดาสามัญได้อย่างไร?
เพราะ
บางทีอีกฝ่ายก็อาจจะมีแผนบางอย่างที่น่ากลัวก็เป็นได้
ใครจะรู้ล่ะ…
เท่านั้นล่ะ-
“บอกให้ลู่หานเตรียมจัดการเรื่องต่อไปที่เขาจะขอมา”
อู๋หมิงเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ
เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้เช่นเคย
ขณะที่คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
ตอนนี้พวกเขาสามารถทําได้เพียงแค่รอดูสถานการณ์เท่านั้น
…
“หือ ไต๋จุน หมอนั่นต้องการที่จะทําบ้าอะไรอีกแล้วรึเปล่า?”
อพาร์ทเม้นท์เป่าจือ
หลังอ่านโพสบนเว่ยป๋อ
ต้วนเฮยก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา
เพื่อนคนนี้ของเขาจะต้องไม่ทําอะไรที่ไร้สาระแน่
และบางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับการประหารที่เขาคาดเดา!
“อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านี่มันแย่จริงๆ ทําให้ฉันต้องกลายเป็นตัวประหลาดในร้านแล้วต้องลาออกมาเนี่ย!”
วินาทีต่อมา ต้วนเฮยส่ายหัวบ่น
เรื่องอื่นจะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเขาแต่เรื่องเมื่อวานนั้นยังคงทําให้เขาเหวอไม่หาย
และแม้เขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการแค่แกล้งเขา หรือช่วยเขา
แต่เห็นได้ชัดเลย
ว่า
เขามีทางเดียวอย่างที่ได้คิดเอาไว้ในตอนแรก
ลาออกมาแล้วไปทําธุรกิจกับบริษัทของเล่นนั่นเอง
เป็นเหตุผลให้เมื่อวานหลังจากเคลียร์ทุกอย่าง
ต้วนเฮยก็เลยลาออกจากร้านมาก่อนหลี่หยิง
แน่นอนว่าทุกคนจะกล้าปฏิเสธตัวตนที่น่าทึ่งของเขาได้อย่างไร?
เวลานี้ เขาจึงสั่งพิซซ่ามากิน
แล้วรอดูสถานการณ์ต่อไปด้วยรอยยิ้ม
“กินบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปมาหลายวันแล้ว”
“ในที่สุดฉันก็ได้กินอะไรดีๆบ้าง”
“ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะ ฮ่าๆๆๆ”
…
“ลั่วซี มาดูนี่เร็ว!”
คอนโดมิเนียมเหอเจียง
เจิ้นเฟยที่กําลังเปลือยกายท่อนบนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเข้าไปส่องในเว่ยป๋อ
ก่อนจะพบกับความประหลาดใจหลังจากที่แอบเข้าไปส่องในโพสของไต๋จุน
ดังนั้นเมื่อลั่วซีมาถึงและได้เห็น
เธอก็มีสีหน้าแปลกใจเช่นกัน
“ถึงหมอนั่นจะล้มละลายแต่เขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่ หรือเขาจะสิ้นหวังขนาดนั้นเลยเหรอ…”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ
เจิ้นเฟยก็ยกมุมปากขึ้นด้วยสีหน้าดูหมิ่น
“คนธรรมดาทั่วไปก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแล้วเธอจะแปลกใจอะไร หมอนั่นไม่ได้เป็นพระเจ้าหรือตัวตนที่น่าทึ่งสักหน่อย!”
ใช่ ในความเห็นของเขา
หากต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เดียวกันเขาก็คงจะเป็นบ้าเหมือนกัน
และเผลอๆก็อาจจะมากกว่านี้ด้วยซํ้า
“...” ลั่วซีก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่เธอในตอนนี้มีความรู้สึกผิดในสายตาเล็กน้อย
แค่
มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เธอผิดอะไรล่ะ ที่ทําทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้น?
…
“ประธานไต๋นี่บ้าไปแล้วจริงๆด้วยสินะ”
บนรถ
ระหว่างติดไฟแดง
เหลียงฮงอ่านแชทที่ส่งมาโดยพวกพนักงานที่เป็นพวกของเขา ที่ชอบเข้าไปส่องเรื่องชาวบ้าน
หรือแม้แต่คนที่จะไม่มีแววได้ยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว
เช่น ประธานไต๋ อีกด้วย
ตอนนี้เขาเลยส่ายหัว
ด้วยความคิดที่ว่า
“โลกแห่งความจริงก็โหดร้ายแบบนี้แหละ”
“เพราะงั้น”
“คุณไม่สามารถโทษฉันหรือคนอื่นๆที่ทําแบบนั้นได้”
ถูกต้อง
ในโลกแห่งความเป็นจริงคุณจะอ่อนแอหรือไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมได้อย่างไร
โดยเฉพาะวงการธุรกิจที่ต้องทํางานเอาตัวรอดน่ะ?
…
“ท่านประธานเขาต้องการที่จะทําอะไร?”
ร้านคุณหมิงตามสั่ง
หลังช่วยแม่ต้อนรับลูกค้าเสร็จ
หมิงป๋ายก็ได้รับข่าวจากบรรดากลุ่มของเขา
เลยอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าครุ่นคิดออกมา
หากเป็นก่อนหน้านี้เขาและคนอื่นๆจะไม่สงสัยอะไรเลย และคิดว่าอีกฝ่ายนั้นกําลังยํ่าแย่จริงๆ
แต่
ตอนนี้มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
ยิ่งกับตัวตนใหม่ที่น่ากลัวเช่นกษัตริย์แมรี่ฮาร์ด?
“นั่นสินะฉันทําอะไรไม่ได้นอกจากรอดูเหมือนกับคนอื่นๆ”
สลัดความคิดทิ้งไป
หมิงป๋ายก็เก็บโทรศัพท์ไปแล้วไปช่วยแม่ทําอาหาร
ก่อนนําไปเสิร์ฟมันให้กับลูกค้า
ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่กอปรด้วยผมสีแดงที่ถูกย้อมมาว่า
“ทานให้อร่อยนะครับ”
…
ซุนหยวน,ปังเจิ้น,เจียงหยา
ทั้งสามคนต่างทําเหมือนกับหมิงป๋าย
นั่นคือรอดูสถานการณ์ในอนาคตนี้และทําเรื่องของตัวเอง
รอไปอย่างเงียบๆ
เป็นเหตุให้
เวลาเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว!
…
ปัจจุบัน.
วันนี้เป็นวันที่ลอตเตอรี่จะออก
เมื่อถึงเวลาประกาศผลหลายคนที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวง
เลยได้มานั่งดูทีวีหรือรับชมผ่านสื่อต่างๆด้วยความตื่นเต้น
“ฉันหวังว่าวันนี้ฉันจะสามารถเปลี่ยนชีวิตได้นะ?”
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยฉันทีนะครั้งนี้ครั้งเดียวจริงๆ…”
“แม่งเอ๊ยยยย มาดิวะ วันนี้ฉันจะต้องถูกไม่ถูกอีก ฉันก็ไม่ซื้อแล้วเว้ย!”
“...”
ต่างคน ต่างสถานที่ ต่างบรรยากาศ
แต่ทั้งหมดล้วนมีสิ่งเดียวกัน
นั่นคือความคาดหวัง
ที่ริบหรี่เหมือนอย่างทุกที…
แค่ว่า
เมื่อลอตเตอรี่ออกผล
ทุกคนที่เพิ่งหัวเราะเรื่องของไต๋จุนไป ก็หัวเราะไม่ออกแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
บูม!
ทันใดนั้นในแชทกลุ่มบรรดาเพื่อนก็ระเบิดสึนามิข้อความ!
“เฮ้ย พวกนายเห็นรึยัง ลอตเตอรี่น่ะ?”
“เห็นแล้ว แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงหมอนั่นถูกได้ยังไง!”
“จริงด้วย ฉันไม่อยากจะเชื่อจริงๆแถมยังไม่ใช่จํานวนน้อยๆด้วยนะ มันคือหนึ่งพันล้านหยวน…”
“...”
แค่นั้นแหละ-
ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
พวกเขาจะจําโพสเมื่อเช้าและจํานวนลอตเตอรี่ที่ไต๋จุนซื้อไม่ได้ได้ยังไง?
แต่
เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปรึเปล่า?
แค่ซื้อ ชีวิตก็เปลี่ยน
อีกฝ่ายถือครองพลังโชครึยังไงกัน!
…
เวลาเดียวกัน
บนโซฟา
หม่าเหิงที่นั่งดูทีวีฆ่าเวลาได้เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ก่อนที่จะได้ยินเสียงโทรศัพท์แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว
“มีอะไร คนกําลังจะนอน!”
“รีบบอกมาไม่งั้นฉันจะไม่ให้อภัยนายแน่…”
“เข้าใจไหม?”
รับสาย
หม่าเหิงพูดด้วยความหงุดหงิด
เขากําลังฝันดีอยู่เลยว่าในอนาคตจะสามารถยักยอกเงินแล้วรวยระดับร้อยล้านได้ในไม่ช้า…
แต่
มันก็ต้องจบลง เพราะถูกใครคนหนึ่งรบกวน
เช่นนี้เขาจะไม่โกรธได้ยังไง?
ตอนนี้.
ปลายสายที่ได้ยินก็เลยนิ่งเงียบไปแต่ก็ไม่ได้นาน
แล้วตะโกนสวนกลับมาด้วยนํ้าเสียงเย้ยหยัน
“ตอนนี้ใครสนเรื่องนั้นกันล่ะ ไอ้โง่!”
“นายยังไม่ได้ดูเหรอ ผลลอตเตอรี่น่ะ?”
“รีบไปดูซะสิแล้วนายจะต้องตกใจเหมือนกับพวกเรา…”
“...”
ได้ยิน
หม่าเหิงก็กลายเป็นใบหน้าโง่งม
ลอตเตอรี่อะไรวะ?
แต่แม้จะสงสัยและสับสนมากเขาก็ไม่รังเกียจที่จะสละเวลา
ทําตามคําแนะนําของคนที่โทรมา
แล้ว
เมื่อเห็นผลลอตเตอรี่ที่ออก
ภาพลอตเตอรี่เมื่อเช้านี้ที่เขาหัวเราะเยาะ ก็กลายเป็นซ้อนทับกับภาพตรงหน้าในทันใด…
และ
เมื่อรู้สึกตัว
หม่าเหิงก็พลันโพล่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ด้วยความตกใจและตกตะลึง
พร้อมกับโทรศัพท์ที่หลุดมือหล่นกับพื้นกระแทกเสียงดังปังว่า
“เป็นไปได้ยังไง?!”