ตอนที่ 12 ขายตำรา (4)
ในเวลานี้หลี่ฉงเหวินี้เีพูดให้มากความ กล่าวตรงไปตรงมา “ตำราของข้านี้ เขียนเพียงส่วนประกอบครึ่งแรก ข้าขายไม่แพง ขอเพียงหนึ่งร้อยตำลึง เถ้าแก่ลองดูเถิด ขอเพียงซื้อตำราข้า เหลาสุราแห่งนี้ของท่านจะต้องกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กดเหลาป่ายเว่ยจมดินเป็สิบเท่าก็ยังไม่พอ”
ซย่าเสี่ยวฉานพูดว่า “เถ้าแก่ ข้าขอยืมใช้ห้องครัวได้หรือไม่ รอข้าทำหม้อร้อนเสร็จแล้ว เถ้าแก่ดูก่อนแล้วค่อยว่ากันเื่ราคา ดีหรือไม่”
เทียบกับหลี่ฉงเหวินที่ของไม่เห็นก็จับเสือมือเปล่า เห็นได้ชัดอย่างยิ่งว่าการทำอาหารของซย่าเสี่ยวฉานทำให้เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยสีหน้าดีขึ้นมาก
ทันใดนั้นเถ้าแก่ก็เอ่ยว่า “ได้ ให้แม่นางยืมห้องครัว โก่วต้าน พาแม่นางผู้นี้ไป นาง้าวัตถุดิบอะไร พวกเ้าก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
“ขอรับ เถ้าแก่!”
ซย่าเสี่ยวฉานเดินไปยังห้องครัว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง สีหน้าของหลี่ฉงเหวินดูร้อนใจเล็กน้อย ชาติก่อนเขากินหม้อร้อนบ่อยครั้ง รู้ว่าหม้อร้อนรสชาติอร่อย รู้กระทั่งว่าที่ซย่าเสี่ยวฉานประสบความสำเร็จ ก็เพราะนางอาศัยหม้อร้อนนี้ตักตวงทองถังแรกแล้วค่อยเริ่มเปิดร้าน แต่เขารู้เพียงวิธีกิน ไม่รู้วิธีทำอย่างละเอียด
หลังจากขู่เข็ญเอาเงินจากซย่าเสี่ยวฉานไม่สำเร็จ หลี่ฉงเหวินก็เดือดร้อนเื่เงินเป็อย่างมาก ไม่เห็นหรือว่า หลี่ฉงเหวินแทบจะมีเจตนาแย่งชิงตำราเล่มนั้นที่ทำให้ซย่าเสี่ยวฉานร่ำรวยในทันที
แน่นอน เขาทราบจุดนี้ดี นั่นก็คือเขาต้องตกลงราคาตอนที่เถ้าแก่อ่านตำราครึ่งแรกของเขา รออ่านครึ่งหลังจบ ก็ต้องกำเงินไว้ในมือให้ได้
มิเช่นนั้น หม้อร้อนที่ทำออกมาตามสูตรในตำรา เขากลัวจริงๆ ว่ารสชาติจะผิดไป
ปกติเวลากินเขาเองก็รู้ว่าในนั้นมีพริก หม้อร้อนนี้ใช้พริกต้มกิน แน่นอนว่ารสเผ็ดร้อนต่างๆ ในหม้อ เขาเองก็แทบคั้นสมองออกมาจนหมดถึงจะหวนรำลึกความทรงจำได้ แต่ว่าอย่างอื่นเขาก็ไม่รู้แล้วจริงๆ
ตำรับลับที่ว่านี้ อันที่จริงก็เป็แค่สิ่งแปลกใหม่เท่านั้น ไม่ว่าใครที่ซื้อตำราของซย่าเสี่ยวฉานไป ขอเพียงเปิดร้านให้ดี ต่างก็รู้วิธีการทำหม้อร้อน เพียงแค่เอาหม้อเหล็กหนึ่งใบมาเพิ่มความร้อนและปรุงอาหารในหม้อ วัตถุดิบหลักในหม้อมีพริกและรสเผ็ดร้อนต่างๆ
แต่ว่าก็รู้เพียงเท่านี้เอง
หลังซย่าเสี่ยวฉานออกไป หลี่ฉงเหวินก็แทบจะกระชากเสียงในทันที “เถ้าแก่ ท่านคิดดีแล้วหรือยัง หากท่านไม่ซื้อ ข้าจะเอาหม้อร้อนไปให้เหลาป่ายเว่ยแล้ว”
ดวงตาเถ้าแก่เป็ประกาย ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “คุณชายหลี่ เหตุใดจึงรีบร้อน ราคาที่ท่านเสนอมาสูงอยู่บ้างจริงๆ เอาเช่นนี้แล้วกัน พวกเราค่อยๆ กินข้าว ค่อยๆ เจรจา ท่านว่าดีหรือไม่”
ดูก็รู้ว่าเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยกำลังถ่วงเวลา
เห็นๆ กันอยู่ว่าในใจของหลี่ฉงเหวินโมโหจนกัดฟันกรอดแต่ก็ยังไม่ยอมออกไปในทันที ต้องบอกว่า เหลาป่ายเว่ยมิได้ใจกว้างเหมือนอย่างเหลาฟู่กุ้ย เขาส่งตำราเล่มนี้ไป หากทำไม่ดี เกรงว่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เงินสักอีแปะ มิหนำซ้ำยังไม่ได้อะไรกลับมาเลย
คิดถึงตรงนี้หลี่ฉงเหวินก็เอ่ย “เถ้าแก่ เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้าเองก็มีความผูกพันกับเหลาฟู่กุ้ยของพวกท่าน เมื่อก่อนข้าชอบสุราอาหารของที่นี่มากที่สุด ข้าเองก็ทนมองเหลาฟู่กุ้ยของพวกท่านตกต่ำไม่ได้ ข้าจะลดราคาตำราลงอีกหน่อย ท่านว่าอย่างไร”
เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยฟังแล้ว มุมปากก็ปรากฏรอยเหยียดหยาม เอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายหลี่ลดได้อีกเท่าไร”
“แปดสิบตำลึง ราคาเดียว มิอาจต่อได้อีก นี่เป็ตำราลับที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ เป็อาหารที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยกิน หากเถ้าแก่ซื้อสูตรหม้อร้อนนี้ไป จะต้องรุ่งเรืองแน่นอน”
เถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยยิ้ม แล้วกล่าวว่า “คุณชายหลี่ ราคานี้ยังสูงไปบ้างจริงๆ ท่านเองก็รู้ว่า่นี้พวกข้าค้าขายไม่ดี ท่านลดอีกหน่อยเถอะ”
“ห้าสิบตำลึง ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
แต่ไหนแต่ไรหลี่ฉงเหวินคิดว่าพวกพ่อข้าเป็พวกชอบกดราคา ยามนี้ต้องมาทำธุรกิจกับพ่อค้าผู้นี้ก็ย่อมทำให้เขารู้สึกขายหน้า เขาแทบจะหน้าแดงก่ำขณะต่อรองราคา เห็นสีหน้าเหยียดหยามของเถ้าแก่เหลาฟู่กุ้ยตรงหน้าก็ตระหนักได้ว่าศักดิ์ศรีของตนถูกเหยียดหยาม ยิ่งเกลียดแค้นซย่าเสี่ยวฉานมากขึ้นเรื่อยๆ
หากมิใช่สตรีผู้นี้ไม่รู้จักดีชั่ว หากมิใช่สตรีผู้นี้แกล้งปฏิเสธการสู่ขอ เขาจะมาทำเื่ที่มีแต่พ่อค้าต่ำต้อยเหล่านี้ทำได้อย่างไร ดังนั้น ล้วนเป็ซย่าเสี่ยวฉานที่ทำให้เขาต้องตกอับเช่นนี้