Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    40 หวาดกลัวเกินไป

    ตาทั้งสองกวาดมองไปรอบด้าน เส้นทางเดินมีเพียงแค่ 1 ยังไม่มีทางแยกออกไปไหน แอ็กเซลจึงเดินตามรอยเท้ากลุ่มก่อนหน้าไป ในระหว่างนี้เขาก็มองดูด้านหลังพบว่าชายร่างสูงเดินตามเขาเข้ามาเพียงคนเดียว แอ็กเซลจึงเร่งฝีเท้าในการเดินให้เร็วยิ่งขึ้นจนมาเจอทางแยกหนึ่ง เขาจึงหยุดแล้วหันมองกลับไปด้านหลังก่อนจะฉีกยิ้มให้กับชายร่างสูงแล้วค่อยเดินหายเข้าไปในทางแยก


    “ แกกล้าท้าทายฉันเหรอ ได้! ”


    เสือตัวใหญ่สูง 2 เมตรกระโจนออกมาจากอากาศอันว่างเปล่า มันคือผู้เลี้ยงมอนสเตอร์จึงไม่ได้หวาดกลัวการเดินทางคนเดียวเพียงลำพัง อีกฝ่ายกล้าท้าทาย มันจึงไม่คิดปล่อยเอาไว้ หากสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ สิ่งมีชีวิตสุดแสนจะหายากอย่างพิกซี่จะกลายเป็นของมันในทันที โดยพลังของพิกซี่สามารถเสริมให้กับมอนสเตอร์ในการทำสัญญาของมันได้อีก มันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก


    แอ็กเซลที่เดินเข้ามาในทางแยกด้านซ้ายเขาจึงใช้ออกด้วยสกิลธันเดอร์รัชและสกิลวิ่ง  จึงมาถึงทางแยกอีกแห่ง ในระหว่างยืนรอให้อีกฝ่ายมองเห็นเงาของเขา แอ็กเซลได้แผ่พลังคอสมิกออกไปรอบๆเช่นเดียวกันเพื่อตรวจหามอนสเตอร์


    ภายในซากโบราณสถานแห่งนี้มีมอนสเตอร์ฮ็อบส์อาศัยอยู่ มันมีลักษณะไม่ต่างจากมนุษย์สูง 1 เมตรใช้มีดและกรดเป็นอาวุธในการโจมตี ถึงจะตัวเล็กมาก พวกมันกลับล่ากันเป็นกลุ่ม 


    ทันใดนั้นเขาก็พบนักศึกษาระดับ 4 ดาวตามมาแล้วแอ็กเซลจึงยิ้มให้มันแล้ววิ่งหายไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเข้ามาในซากโบราณสถานของเขาไม่คิดจะทำลายสถิติเพราะมันยากเกินไป


    ความยากสำหรับแอ็กเซลไม่ใช่การฆ่ามอนสเตอร์ 100 ตัวให้ได้เร็วที่สุด แต่การจะหาพวกมันให้ครบ 100 แล้วฆ่าให้ได้เวลาน้อยที่สุดเป็นเรื่องยาก ในซากโบราณสถานที่มีคนเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีการแย่งกันล่าเกิดขึ้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสร้างสถิติใหม่ ยกเว้นว่าเขาจะเจอพื้นที่ที่มอนสเตอร์อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่มีจำนวน 100 ตัวขึ้นไป ถ้าเป็นเช่นนี้โอกาสจะสร้างสถิติยังมีอยู่


    ทันใดนั้นเขาก็พบเข้ากับห้องโถงขนาดใหญ่ทางฝั่งขวามือ ด้านในมีความกว้างราว 50 เมตร ตามพื้นห้องมีร่องรอยการตั้งแคมป์ก่อกองไฟ นอกจากนั้นแล้วยังมีเศษกระดูกหล่นอยู่มากมาย แอ็กเซลคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นห้องที่แชมเปี้ยนและมนุษย์ใช้พักฟื้น เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในแล้วใช้มือทั้งสองวาดวงเวทขึ้นมาให้ได้มากที่สุด เพื่อเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้อยู่ในการควบคุมของเขา


    โฮก!


    เสียงคำรามของเสือตัวใหญ่ดังมาตามทางเดิน ระดับ 4 ของมันทำให้มอนสเตอร์ภายในซากโบราณที่ได้ยินเสียงตื่นกลัว ทันใดนั้นเสือที่ใช้จมูกดมกลิ่นก็ตามมาถึงหน้าห้องแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ มันจึงหันมองผู้เป็นนายบนหลัง


    “ ตามเข้าไป ”


    เสือสีแดงก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง เท้าทั้ง 4 ของมันที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟส่องสว่างจนทำให้เห็นภาพรอบๆได้ถนัดตา มันกลับไม่ได้ตื่นกลัวกับภาพที่เห็นเพราะเคยเข้ามาในโบราณสถานแห่งนี้บ่อยครั้ง  ด้วยการกวาดตามองรอบข้างอย่างระมัดระวังมันก็เจอเข้ากับชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนกองกระดูก


    “ ถ้าแกไม่อยากตายส่งพิกซี่มาให้ฉัน ”


    “ ทางใครทางมันไม่ดีกว่าเหรอ ชีวิตมนุษย์สั้นจะตาย ไม่ควรเอามาทิ้งเพราะต้องการของของคนอื่นแบบนี้ ”


    ชายร่างสูงหัวเราะด้วยท่าทางพอใจ อีกฝ่ายเป็นเพียงระดับ 2 ดาวแต่กลับสั่งสอนมันที่อยู่ระดับสูงกว่า 


    “ อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย ฉันให้ทางเลือกแกแล้ว เอาล่ะ แกจะเลือกอะไรระหว่างส่งพิกซี่มาหรือว่าจะให้ฉันเข้าไปฆ่าแกเพื่อแย่งมัน ”


    การแย่งมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาทำได้ 2 วิธีด้วยกัน หนึ่งคือให้ผู้ที่เป็นเจ้าของยอมทำลายพันธะสัญญาทิ้ง วิธีที่สองคือฆ่าผู้เป็นเจ้าของให้ตายแล้วทำพันธะสัญญาใหม่


    แอ็กเซลเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมเลิกลาง่ายๆ เขาจึงเตือนสติมันอีกเล็กน้อย เผื่อจะจบปัญหาได้ง่ายกว่านี้


    “ แกคิดว่าอาชีพผู้อัญเชิญ พวกเขาควรจะแข็งแกร่งหรือว่ามอนสเตอร์ของพวกเขาควรจะแข็งแกร่ง ”


    บนใบหน้าของชายร่างสูงปรากฎรอยย่นเมื่อมันรู้สึกได้ว่าคำพูดของแอ็กเซลกำลังสร้างความวิตกให้แก่มัน  ความแข็งแกร่งของผู้อัญเชิญคือสิ่งจำเป็นเพราะใช้ในการทำพันธะกับมอนสเตอร์ แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงมาจากมอนสเตอร์ที่ทำพันธะสัญญา  จากคำพูดของแอ็กเซลทำให้มันรู้สึกกังวลใจเพราะถ้าหากแอ็กเซลมีมอนสเตอร์ระดับ 4 เช่นเดียวกัน การต่อสู้คงจะไม่ง่าย


    “ ทางใครทางมันไม่ดีกว่าเหรอ ”


    ใบหน้าของแอ็กเซลยังปรากฎความสบายใจ ไม่มีความกระวนกระวายอยู่เลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามชายร่างผอมกลับค่อยๆคลี่รอยย่นออกจากใบหน้า หลังจากคิดบางอย่างขึ้นมาได้


    “ ถ้าแกมีมอนสเตอร์ระดับ 4 หรือสูงกว่า แกคงไม่มานั่งคุยกันกับฉันหรอก ฉันพูดถูกไหม ”


    บนใบหน้าของชายร่างสูงปรากฎรอยย่น แอ็กเซลทำเพียงถอนหายใจเมื่อมันไม่ล้มเลิกที่จะนำพิกซี่ไปจากเขา  การชักจูงให้อีกฝ่ายล้มเลิกความตั้งใจคงเป็นไปไม่ได้ แอ็กเซลจึงกระทืบเท้าลงไปบนพื้นดิน ส่งผลให้กำแพงและผนังยกตัวขึ้นสูงจนทางออกถูกปิด


    “ ระวังไว้ให้ดี ฉันจะดับไฟแล้ว ”


    วัตถุเรืองแสงภายในห้องถูกเวทมนตร์คลุมทับ ส่งผลให้ห้องมืดสนิท นับว่าโชคดีที่เท้าทั้ง 4 ของเสือมีเปลวไฟจึงทำให้เห็นรอบข้างในรัศมี 10 เมตรได้


    ขณะที่กำลังกวาดตามองหาว่าศัตรูอยู่ตำแหน่งไหน เปลวไฟที่ปลดปล่อยออกมาจากเท้าของมอนสเตอร์ก็ดับลง ส่งผลให้ห้องมืดสนิท แชมเปี้ยนระดับ 4 เห็นท่าไม่ดีมันจึงเรียกมอนสเตอร์ระดับ 4 ออกมาอีก 2 ตัวได้แก่หมาป่าและเสือ


    มอนสเตอร์ทั้ง 3 ตัวที่เรียกออกมาในความมืดพยายามปลดปล่อยพลังงานคอสมิก ความมืดยังคงปกคลุมห้องเอาไว้เช่นเดิมราวกับว่าที่นี่ไม่สามารถสร้างแสงไฟได้  ชายร่างสูงเห็นว่ารอบๆเริ่มอันตราย มันจึงนำหินเรืองแสงออกมาใช้งาน ความมืดกลับยังคงอยู่ แสงจากหินไม่สามารถส่องผ่านทะลุความมืดได้ มันรู้สึกได้ถึงรางร้ายจึงสั่งให้มอนสเตอร์ทั้ง 3 ระดมการโจมตีไปยังประตูทางด้านหลังของมันก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปให้ห่าง ความรู้สึกหวาดกลัวที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่อยู่ในห้องมืดๆทำให้มันกลัวชายที่คิดจะฆ่าทิ้งเพื่อชิงพิกซี่


    “ ไปเร็วเข้า! ”


    ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น แอ็กเซลทำเพียงมองดูระดับ 4 วิ่งหายไป เวทมนตร์ที่เขาใช้เป็นเพียงเวทธาตุมืดพื้นฐาน ด้วยการคลุมทับวงเวทใส่ผนังห้องเพื่อดึงแสงออกไปให้หมด มันได้สร้างความกังวลให้ศัตรูจนหนีไป  เรื่องก่อนหน้าที่เขายกขึ้นมาพูดเกี่ยวกับมอนสเตอร์และเจ้าของมอนสเตอร์ก็เพื่อกระตุ้นให้มันเกิดความกลัวในตอนหลัง ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี ชายระดับ 4 ดาวได้วิ่งหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากมันกลัวเกินไป


    การต่อสู้ในครั้งนี้ แอ็กเซลมีโอกาสชนะ อย่างไรก็ตามเขาจะต้องสูญเสียอย่างหนักเช่นเดียวกัน มอนสเตอร์ระดับ 4 จำนวน 3 ตัวอันตรายมาก ต่อให้เขาจะแตกหน่อเวิร์ธรูทออกมาเป็นพันตัวก็ตาม สุดท้ายพวกมันอาจจะเหลือราว 100 - 200 ตัว การเอาชนะอีกฝ่ายโดยไม่สู้จึงเป็นทางเลือกที่เขาใช้


    “ คงไม่มีใครคิดจะล่าฉันอีกหรอกนะ ”


    แอ็กเซลชะโงกหน้าออกมาจากห้องแล้วเดินลึกเข้าไปในทางเดิน เขาสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตใดไม่ได้เลยจึงมั่นใจว่าไม่มีใครคิดจะดักเล่นงานเขาอีกต่อไป


    ภายใต้การเดินช้าๆเพื่อสำรวจเส้นทางป้องกันการถูกกับดักเล่นงาน แอ็กเซลรู้สึกผิดคาดไปมาก เดิมทีเขานึกเอาไว้ว่าภายในซากโบราณสถานจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ทุกๆทางแยกคงจะมีแชมเปี้ยนกระจุกเต็มไปหมด ความเป็นจริงกลับต่างออกไป ตลอดทางเดินเขายังไม่ได้ยินเสียงใดเลย ราวกับว่ามีเพียงแค่เขาที่อยู่ภายในซากโบราณสถานเพียงคนเดียวเท่านั้น


    สองเท้ายังคงเดินหน้าต่อไป สองตาพยายามสอดส่องมองดูห้องระหว่างทาง ภายในห้องมีโครงกระดูกของฮ็อบส์และมนุษย์กองรวมกัน ซึ่งด้านในไม่มีสิ่งของล้ำค่าให้เก็บออกไป  กลุ่มที่เข้ามาก่อนหน้าคงจะเก็บออกไปทั้งหมด  ในระหว่างเดินแอ็กเซลกลับหยุดเท้าเมื่อเขาคิดถึงสมบัติของเจ้าของโบราณสถานแห่งนี้


    แรกเริ่มก่อนจะมีแชมเปี้ยนเข้ามา ภายในโบราณสถานมีสิ่งใดเก็บซ่อนเอาไว้หรือเปล่า  เขาอยากรู้ว่าซากโบราณสถานแต่ละแห่งมีของล้ำค่าถูกเก็บออกไปหรือไม่ ของล้ำค่าที่ว่ามาไม่ใช่พืชกลายพันธ์ุหรือสิ่งที่ได้จากการมอนสเตอร์ เขาหมายถึงของที่เผ่าอีเธอร์เอลทิ้งเอาไว้ข้างใน


    เมื่อเกิดความสงสัยแอ็กเซลจึงดึงความทรงจำเจ้าของร่างออกมาดู ก่อนจะพบข้อมูลที่สามารถตอบคำถามของเขาได้


    ซากโบราณสถานที่เขากำลังล่าคือซากโบราณสถานที่มีการบุกเบิกแล้ว ด้านในจะมีเพียงมอนสเตอร์และพืชกลายพันธุ์เพียงเท่านั้น แต่ก็มีบางซากโบราณสถานที่ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้แชมเปี้ยนได้เข้าไปเรียนรู้ สิ่งๆนั้นคือร่องรอยของทักษะที่ถูกทิ้งเอาไว้บนผนังหรือกำแพง


    ส่วนซากโบราณสถานอีกรูปแบบ มันคือซากโบราณสถานที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน ภายในมีโอกาสสูงที่จะเจอข้าวของเครื่องใช้ของเผ่าอีเธอร์เอล แม้กระทั่งเทคโนโลยีที่ถูกทิ้งเอาไว้ อย่างไรก็ตามซากโบราณสถานชนิดนี้จะมีเพียงสหพันธ์เท่านั้นที่สามารถเข้าไปล่าด้านใน จนกว่าจะสำรวจทุกซอกทุกมุม มันถึงจะเปิดให้แชมเปี้ยนคนอื่นเข้าไปล่า


    ดังนั้นการจะค้นหาเทคโนโลยีของเผ่าอีเธอร์เอลในซากโบราณสถานที่กำลังล่าอยู่จึงเป็นไปไม่ได้  แต่ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลก็หวังว่าเขาจะได้ไปเห็นเศษซากทักษะสักอย่าง เผื่อเขาจะนำมันมาต่อยอดเพื่อใช้กับทักษะที่ตนเองมีอยู่ได้


    กรุกรุ กรุ


    เสียงแปลกประหลาดส่งออกมาจากห้องที่อยู่ห่างออกไป 10 เมตร แอ็กเซลจึงค่อยๆเดินย่องเข้าไปดูว่าเสียงส่งมาจากตัวอะไร ขณะชะโงกหน้าเข้าไปในห้องเจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ก็ชะโงกหน้าตามเข้าไป ก่อนที่พวกมันจะรีบหดหัวกลับมาหลังจากเห็นว่าในห้องมีมอนสเตอร์ระดับ 3 ทั้งหมด 3 ตัวกำลังนั่งกินพืชกลายพันธุ์ ซึ่งมันไม่มีผลมีเพียงลำต้นที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกพิเศษอะไร


    “ เอาล่ะ ครั้งนี้ศัตรูมี 3 ตัวเราจะช่วยกันฆ่ามันเหมือนเดิม ”


    เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 พยักหน้า พวกมันกลับกังวลไม่น้อยเพราะศัตรูในครั้งนี้ตัวเล็กเกินไป ตลอดมาพวกมันสู้กับไซส์มิกไบซันตัวใหญ่  มอนสเตอร์ตัวเล็กมีโอกาสจะจับพวกมันได้ง่ายกว่าเดิม แอ็กเซลจึงบอกให้พวกมันดึงดูดความสนใจให้ได้เท่านั้น ส่วนตัวของเขาจะจัดการทั้ง 3 ตัว


    หลังจากตกลงกันเสร็จกระบองเพชรจึงกลิ้งเข้าไปในห้อง มอนสเตอร์ทั้ง 3 จึงหยุดกินแล้วหันมองสิ่งที่กำลังกลิ้งเข้ามา ทันทีที่ก้อนกลมกลิ้งมาหยุดตรงหน้า ฮ็อบส์ตัวหนึ่งจึงวางรากไม้แล้วถือมีดเดินเข้ามาจิ้มดู แต่แล้วกระบองเพชรกลับคลี่ตัวออกก่อนจะยิงสายฟ้าและเปลวไฟใส่หน้าอีกฝ่ายจนกรีดร้อง


    มอนสเตอร์อีก 2 แสดงท่าทางตกใจเพราะสิ่งที่เข้ามาเป็นมอนสเตอร์เหมือนกัน ภายใต้ความตกใจที่เกิดขึ้นนั้นพิกซี่ก็ได้เป่าลมเข้ามาในห้องแช่แข็งพวกมัน ถึงแม้ระดับพลังที่ห่างกัน พลังโจมตีของทั้งสองกลับสามารถเจาะการป้องกันเพื่อสร้างบาดแผลได้ แอ็กเซลเห็นจังหวะเขาจึงพุ่งเข้าไปในห้องด้วยธันเดอร์รัชตามด้วยสกิลลูนาร์แฟลช  เพียงแค่ตวัดดาบหนึ่งครั้งคอของฮ็อบส์ที่ถูกไฟเผาหน้าก็ขาดออกจากกัน อีกสองตัวที่เห็นเช่นนั้นจึงพยายามถือมีดวิ่งไล่แทง แอ็กเซลกลับใช้สกิลสลิงเกอร์อยู่ก่อนแล้ว ส่งให้พวกมันวิ่งเข้าไปเหยียบด้ายพลังที่เขาวางเอาไว้ก่อนจะถูกเขาดึงขาที่พันกับด้ายจนล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดิน จังหวะนี้เองเขาก็ใช้สกิลลูนาร์แฟลชอีกครั้งจนพวกมันทั้งสองตาย.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน