The Organian

    บทที่6 ตอนที่33 : ระอุ! ศึกใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


    ฟั่บ! .. แกร๊ง~..

    มิทาจิสร้างเล็บของเธอให้ยาวขึ้นจนสามารถถอดออกมาทำเป็นดาบนินจาได้.. และแม้จะยาวเพียงแค่ราว ๆ สองฟุต แต่ด้วยความที่มันอัดแน่นไปด้วยอินฟินิตี้ฟอร์สนั้นจึงทำให้การลงดาบเพียงครั้งเดียว สามารถตัดให้หอกหนามขาดออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย

    “มีอยู่มุกเดียวหรือไงกันคะ?” นินจาน้อยเอียงคอถาม

    “จะเอาอย่างนั้นก็ได้ ฉันจะแสดงให้แกเห็นพลังที่แท้จริงของเดอะไวกิ้งซันเอง! ” หนุ่มร่างใหญ่เคราเฟิ้มพุดพลางถอดเสื้อคลุมของเขาก่อนจะเดินตรงไปหาสาวผมสวย

    เจคค่อย ๆ เพิ่มความเร็วของเขาขึ้นก่อนจะตีลังกาม้วนตัวด้วยความเร็วสูงจนคล้ายกับลูกข่างมนุษย์!

    ทางฝั่งของมิทาจิก็ได้พยายามปาอาวุธของเธอเข้าสกัดกันแต่ก็ไม่เป็นผล.. ดาวกระจายเล็บของน้องนินจาถูกทำลายลงสิ้นหมดทุกอัน

    ลูกข่างนั้นหมุนพุ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนเจียนจะถึงตัวมิทาจิอยู่แล้ว จึงทำให้เดอะชูริเคนไม่มีทางเลือก.. เธอต้องกระโดดหลบหนีออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

    โคร่มม!!

    ร่างกายของเจคกระแทกเข้ากับต้นไม้ต้นยักษ์อย่างจังจนโค่นลง แต่มหาบุรุษบุตรแห่งไวกิ้งกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อยและยังมีทีท่าว่าจะโจมตีอย่างต่อเนื่อง!

    “เอาเรื่องอยู่เหมือนกันหนิคะ” นินจาสาวปาดเหงื่อก่อนตั้งท่าเตรียมความพร้อมในการรับมือ

    และในขณะเดียวกันนั้นเอง! ก็มีสมุนอีกหนึ่งคนของดันทัวร์ที่โถมเข้ามาโจมตีใส่กลุ่มผู้ต่อต้าน.. นั่นก็คือโอ๊บ ซี ทาวาสซ์ที่ได้รับพลังของจิมมี่มาอย่างเต็มเปี่ยม โดยเขาได้พุ่งเป้าไปที่แผงหน้าที่ยังเหลืออีกคน..

    ชายชาวแคนนาเดียนไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ ทั้งสิ้น เขาวิ่งฮึดฮัดเข้าใส่ไทรซ์พร้อมออกหมัดฮุกขวาในทันที

    พั่บ..

    แต่บอดี้การ์ดผู้พี่บล็อกการโจมตีได้อย่างไม่ยากเย็นนักด้วยท่องแขนซ้าย ก่อนที่จะสวนหมัดขวาตรงเข้าไปที่ใบหน้าของโอ๊บ

    ซึ่งก่อนที่กำปั้นนั้นจะถึงใบหน้า.. กลับกลายเป็นฝ่ายของโอ๊บที่รวดเร็วกว่า! เขาโยกหัวหลบก่อนจะสอยอัปเปอร์คัตซ้ายเข้าไปเต็มชายโครงของไทรซ์จนกระอักน้ำลายออกมา “อั่กกก..” ตัวของชายฉกรรจ์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ กลับถูกซัดจนเท้าลอยไม่ติดพื้น..

    โดยหลังจากเสียทรงไปในการดวลยกแรก ไทรซ์ก็เซถอยออกมาสองสามก้าวเพื่อตั้งหลัก “ขอโทษที.. เมื่อกี้สติหลุดไปหน่อย คราวนี้ฉันเอาจริงละ! ” บอดี้การ์ดหนุ่มที่กำลังจ้องมองไปยังจิมมี่ด้วยความสงสัยอะบางอย่างก็ได้ละสายตาออกมาจากไอ้ปอดเหล็กเพื่อมาโฟกัสที่โอ๊บเพียงจุดเดียว

    ก่อนที่ทั้งคู่นั้นจะแลกหมัดกันอย่างดุเดือด! แต่แล้วการต่อสู้แบบตัวต่อตัวของพวกเขาก็ได้มีมือที่สามเข้ามายุ่งจนได้ “อย่าคิดว่าจะปล่อยให้สู้ตัวต่อตัวสิจ๊ะ! ” เสียงอันแสนจะเย้ายวนดังขึ้นพร้อมกับแส้สีทองอร่ามพุ่งตรงไปยังไทรซ์!

    ทันใดนั้นเอง! แส้เส้นเดิมนั้นก็ถูกเอะไรบางอย่างลอยเข้ามาพันเกี่ยวไว้ได้ทันก่อนที่จะถึงตัวบอดี้การ์ดหนุ่ม! ซึ่งนั่นก็คือแขนของไบซ์นั่นเอง

    “ชิ.. แกอีกแล้ว..” ชาชาเดียร์พูดพลางมองเหวี่ยงไปหาสาวชาวดัตช์ด้วยสายตาเอาเรื่องสุด ๆ

    จากนั้นหญิงชาวรัสเซียหุ่นแซ่บก็ได้สยายผมของเธอออก ก่อนจะควบคุมให้มันพุ่งไปยังฟาคาราดีนที่กำลังถือครองตำราออแกเนียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพวกเดอะดาร์คอัลฟาเบต! แต่ไบซ์เองก็ยังสามารถตอบสนองได้รวดเร็วพอ เธอสามารถใช้อีกมือหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมมาปัดป้องไว้ได้ทัน!

    “เชอะ!! แล้วเจอแบบนี้ล่ะจะเป็นยังไงจ๊ะ! ” ชาชาเดียร์สยายผมออกอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้ผมสีทองอร่ามของเธอได้ลอยแผ่เป็นแผงราวกับนกยูงรำแพนหาง “แขนแกน่ะ มีแค่สองข้าง.. แต่ผมของฉันมันมีเป็นแสน! ” ทายาทตระกูลไฮรานอฟ ลั่นวาจาก่อนจะบังคับให้เส้นผมสีบลอนด์ของเธอพุ่งไปยังเป้าหมาย!

    “เธอลืมไปแล้วหรือยังไง? แขนฉันน่ะ.. มันเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างอิสระ! ” ไบซ์ได้ทำให้แขนที่กำลังตรึงเส้นผมไว้ของเธอแตกกิ่งออกมาเป็นโล่ห์ล้อมตัวของหนุ่มอาหรับเอาไว้

    แต่ในขณะนั้นเอง.. อานาพาสก็ฉวยจังหวะที่ไบซ์กำลังใช้สมาธิในการปัดป้องเส้นผมนับล้านที่จ้องหาวิธีจะเข้าไปเล่นงานคนในความดูแลของเธอ “ก็จัดการไอ้คนที่มันคอยปกป้องก่อนก็สิ้นเรื่อง จบเห่ไปซะแก!! ”

    ฟู่วววว!!!

    น้ำเมือกอันน่าขยะแขยงที่พวยพุ่งออกมาจากปากของชายหนุ่มนักผจญภัยลอยผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว และมันก็กำลังจะเข้าไปกระทบกับตัวของไบซ์!

    เดอะบอดี้การ์ดสาวแม้จะไหวตัวทันว่ากำลังมีสิ่งประสงค์ร้ายอีกอย่างพุ่งเข้ามาหาเธอ แต่อนิจจัง.. เพียงแค่เส้นผมนั้นก็เต็มกลืนที่จะป้องกันแล้ว เธอไม่สามารถหลบหลีกหรือปัดป้องอะไรได้อีกต่อไป..

    โดยในขณะที่พิษกำลังพวยพุ่งเข้ามาหา ไบซ์ก็ได้ยอมจำนนไปเป็นที่เรียบร้อย เธอหลับตาปี๋เพื่อรอรับความเจ็บปวดที่กำลังจะพบเจอ..

    แต่! ก็ได้มีผู้กล้าที่กระโจนเข้ามาปกป้องสาวชาวดัตช์ได้อย่างทันท่วงที! จนทำพิษนั้นได้กระทบเข้ากับร่างของเขาอย่างจัง!

    “เสร็จไปหนึ่ง.. แต่ว้าวว!! มีคนไอ้ตัวถ่วงกระโดดมารับเคราะห์แทนด้วย ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” อานาพาสหัวเราะอย่างสะใจ

    “ฟาคาราดีน!!!! ” บอดี้การ์ดสาวตะโกนลั่นถึงชื่อของชายผู้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้

    แต่ชายชาวอหรับนั้นกลับเผยยิ้มเล็ก ๆ ขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองที่สาวชาวดัตช์ “ฉันไม่เป็นไรหรอก.. เพราะอวัยวะพิเศษของฉันคือลำไส้เล็ก ฉันสามารถดูดซึมสิ่งมีพิษที่เราไปย่อยในร่างกายได้น่ะ” เขากล่าวด้วยความมั่นใจ

    “ทำไมแกถึงนับฉัน เป็นแค่ตัวถ่วงล่ะ?” ซึ่งหลังจากได้รับพิษแทนไบซ์เสร็จ ฟาคาราดีนก็หันหน้าไปหาอานาพาสต่อด้วยแววตาอันดุดัน! พลางโยนตำราดิออแกเนียนที่ตนถืออยู่ไปให้โสตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้

    “สุดยอดไปเลยฟาคาราดีน!!” ไบซ์พูดก่อนจะกลับมาเพ่งสมาธิที่เส้นผมของชาชาเดียร์ผู้พยายามจะสอดส่ายหาช่องทางเพื่อเข้ามาโจมตี โดยตอนนี้เป้าหมายหลักของเธอก็คือโสตที่กำลังถือครองตำราอยู่!

    “แกรับพิษงูไทปันจากฉันไปได้อย่างหน้าตาเฉยเลยอย่างนั้นเหรอ!!? มันจะหยามตระกูลของเดอะวีนอมเกินไปแล้ว!!” อานาพาสเดือดดาลจนพลานพ่นพิษออกไปอีกหลายขนาน

    แต่ชายชาวซาอุดิอาราเบียกลับไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด.. เขากระโดดพุ่งเข้ารับพิษทุกหยดได้อย่างหมดจด “นายก็อย่าดูถูกพลังของดิแอปซอปชั่น ‘The Absorption’ ของฉันล่ะ!!” เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงของฟาคาราดีนดูมั่นใจมากทีเดียว

    “งั้นมาดูกัน..” หนุ่มออสซี่พูดก่อนจะขย้อนเมือกพิษของเขาบ้วนลงไปบนพื้น และทันใดนั้นเอง ของเหลวที่น่าสยดสยองก็ค่อย ๆ กลายร่างเป็นพญางูตัวยักษ์ประชันอยู่ต่อหน้าชายผู้มีลำไส้เล็กเป็นอวัยวะพิเศษ

    เด็กหนุ่มเครางามกลืนน้ำลายดังเอื๊อก หลังเห็นความยิ่งใหญ่ของอสรพิษร้ายตัวมหึมานั้น.. มันสูงเกือบจะสี่เมตรเป็นอย่างน้อยทั้ง ๆ ที่ยังยืดตัวได้ไม่เต็มที่..

    การต่อสู้ของแต่ละคู่ยังเต็มไปด้วยความดุเดือด จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้ชั่วครู่.. การปะทะก็ได้สงบลงชั่วขณะหลังจากมีประโยคหนึ่งดังขึ้น “ฉันได้ตำรามาแล้ว..” เสียงโทนทุ้มต่ำที่ป๊อบปี้ มวายูรูอี หญิงสาวผิวสีหัวโล้นเอ่ย พลางชูหนังสือเล่มสำคัญที่ติดมากับใยของเธอขึ้นสุดแขน

    “แล้วก็หมอนี่ด้วย..” ข้างกายของสาวชุดสีสดปรากฏเป็นใยสีขาวด้านก้อนใหญ่ ที่พันล้อมครอบไว้ทั้งร่างของเอ็ดเวิร์ด สปีช

    โสตทำได้แต่อ้าปากค้าง.. ร่างกายของเขาแข็งทื่อ มือยังคงคาไว้ที่เดิมราวกับว่ากำลังถือตำราเล่มนั้นอยู่ ทั้ง ๆ ที่มันโดนป๊อบปี้ชิงไปแล้ว

    โดยทางฝั่งของโพซิเออร์ก็ร้องไห้จนตัวสั่นงันงก หลังจากเอ็ดเวิร์ดที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาโดนพันด้วยใยแมงมุมก่อนจะถูกกระชากไปต่อหน้าต่อตา

    “ดีมาก..” ดันทัวร์พูดเสียงแผ่วพลางเดินไปหยิบหนังสือนั้นมาไว้กับตัว ส่วนอีกมือก็ลากร่างของผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยมาไว้ข้าง ๆ

    “คราวนี้ก็อาละวาดให้เต็มที่ได้เลยเด็ก ๆ ” น้ำเสียงอันนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นถูกกล่าวออกมาด้วยใบหน้าและแววตาที่ไร้ความปรานีอย่างสิ้นเชิง..

    กลับไป ณ ปราสาทของเหล่าเดอะดาร์คอัลฟาเบต เวลาราว ๆ สิบเอ็ดโมงเช้า..

    หลังจากที่ดันทัวร์และหน่วยจู่โจมของเขากำลังออกไล่ล่ากลุ่มของเกษม โน้กที่ตั้งหน้าตั้งตารอเรียกรวมพลอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อก็ทนไม่ไหวจึงได้ตัดสินใจจะเข้าไปหาท่านผู้นำของเขาที่ห้อง แต่ในระหว่างที่กำลังเดินทางเขาก็สังเกตเห็นสิ่งที่มันผิดปกติไป.. “คนอื่นหายไปไหนกันหมดเนี่ย?” แรงค์จีคิดขึ้นในใจด้วยความสงสัยแต่เขาก็ยังคงมุ่งไปยังจุดหมายต่อไป และแน่นอน.. หลังจากเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้นโน้กก็ไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว

    “เฮ้เจ!! พวกแกอยู่ไหนกัน? คุณดันทัวร์ไปไหน!?” หนุ่มนักชิมไวน์ชาวอิตาลีโหวกเวกพลางเดินกลับออกมาหาตัวกลางในการส่งสารที่ห้องลิ้นไก่ที่อยู่ก่อนถึงของของเอ็ดเวิร์ด

    “คุณโน้ก.. คุณดันทัวร์ได้ฝากข้อความถึงคุณและคุณซีรินญ่าไว้ด้วยครับ คุณดันทัวร์ฝากบอกว่า ถ้าคุณหรือคุณซีรินญ่าถามแบบนี้ให้ผมบอกไปว่า ที่ไม่ได้พาคุณโน้กและคุณซีรินญ่า ไปไล่ล่าด้วยได้ เพราะว่าคุณสองคนเป็นเป้าหมายของพวกเกษมครับ” ชายหนุ่มหนวดโค้งงามส่งต่อข้อความที่ดันทัวร์ฝากไว้ไปให้กับผู้ที่ถูกกักตัว

    เมื่อได้ยินดังนั้นโน้กก็เกิดอาการโกรธจัดจึงเดินพุ่งเข้าไปหาเจในทันทีด้วยความเกรี้ยวกราด

    ฟึ่บบ!!

    ฉับพลันนั้นลิ้นของชายหนุ่มก็หลุดออกจากปากและพุ่งเข้าไปรัดคอของเจอย่างรวดเร็ว! ก่อนที่จะมีลิ้นอันใหม่งอกออกมาแทนที่อันที่พึ่งหลุดไปในทันที “แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ว่าคุณดันทัวร์กำลังเดินทางไปที่ไหน!!??” ชายนักชิมไวน์เดินเข้าไปข่มขู่เจอย่างโหดเหี้ยม

    “มะมะมะไม่ได้ครับ ท่านดันทัวร์ไม่อนุญาตให้บอกใครเรื่องนั้น..” ไอนนนี่ตอบด้วยความหวาดกลัว

    “โธ่เว้ย!! แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าฉันกับซีรินญ่าตกเป็นเป้าหมายของไอ้พวกนั้น!? ฉันไม่สนหรอก! ยังไงฉันก็จะต้องตามไปพิสูจน์ตัวเองให้ท่านดันทัวร์เห็นให้ได้ ฉันจะไม่ยอมคาอยู่แค่แรงค์จีไปตลอดหรอกนะ!” เดอะซีลมาสเตอร์ยังคงตวาดใส่ชายผู้ไม่มีทางสู้

    “ตะตะแต่ว่าคุณทำอย่างนี้ได้เหรอครับ? ที่ไม่ทำตามคำสั่งของคุณดันทัวร์น่ะ” คนคุมการสื่อสารผู้ภักดี ถามเสียงสั่น

    “คุณดันทัวร์ไม่ได้ห้ามให้ฉันไปหนิ! เหตุผลที่ท่านไม่พาฉันไปด้วย เพราะแค่เป็นห่วงกลัวฉันเป็นอันตรายเฉย ๆ ” หนุ่มชาวอิตาลีพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง

    และเมื่อพูดจบเขาก็พลันชี้นิ้วไปยังหน้าของชายร่างใหญ่ใจเล็กชาวตุรกีก่อนจะข่มขู่อีกครั้ง “เอ้อ! แล้วก็ห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณดันทัวร์เด็ดขาด ไม่งั้นลิ้นของฉันที่กำลังพันคอแกอยู่.. รัดคอแกตายแน่!”

    “และถ้าไม่อยากขัดคำสั่งของท่านดันทัวร์จริง ๆ แกก็แค่บอกที่อยู่ของไอ้พวกที่ไปกับท่านดันทัวร์มาก็ได้ แค่นี้แกก็จะได้ไม่ต้องขัดคำสั่งของคุณดันทัวร์ยังไงล่ะ!” ชายผู้มีลิ้นเป็นอวัยวะพิเศษได้หาช่องทางอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะกุลีกุจอออกจากปราสาทไปอย่างรวดเร็ว

    “คะ..ครับ” ชายหนวดงามผู้อ่อนแอตอบตกลงอย่างจำใจ..

    กลับมาทางฝั่งของสมรภูมิรบอันดุเดือด หลังจากดันทัวร์ได้สั่งให้ล้างบางเหล่าผู้คิดต่อต้านเขา..

    ซี่ดด... ฟู่วว..

    จิมมี่สูบบุหรี่เข้าปอดฟอดใหญ่ก่อนจะพ่นควันฉุยออกมาพลางทิ้งมันลงและใช้ปลายเท้าขยี้เพื่อดับไฟที่หัวมวล เขายิ้มด้วยปากมุมปากพร้อมกับแววตาอันเป็นประกายราวกับรอเวลานี้มานานมากแล้ว..

    “ถอยออกมาซะพวกแกน่ะ..” ชายผู้มีรอยสัก The Wind Never Die พาดผ่านกลางอก เตือนผู้ที่อยู่แรงค์ต่ำกว่าเขาทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่ ก่อนจะแผ่ออแกเนียนออร่าอันมหาศาลออกมา..

    ซึ่งทุกคนในที่นั้นหลังจากได้สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงแล้ว ต่างก็ขวัญเสียตาม ๆ กันไป โดยเฉพาะเหล่าลูกสมุนที่ร่วมอยู่ในองค์กรเดียวกับเขา ต่างก็ยอมละจากการต่อสู้ออกมาแต่โดยดี

    “ไม่มีทาง.. เราไม่มีทางจะขึ้นไปถึงระดับที่เขาอยู่ได้เลย..” เจค ซีริคสัน ที่อยู่ในแรงค์ดี เอ่ยขึ้นด้วยความตะลึง

    “ตอนที่ฉันเห็นครั้งแรกก็เป็นแบบนายนี่แหละ หมอนั่นมันเกินคำว่าแข็งแกร่งไปแล้ว..” โอ๊บ ซี ทาวาสซ์พูดกับชายในชุดขนสัตว์พลางจับจ้องไปที่จิมมี่ด้วยความชื่นชม

    แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความกลัวนั้น.. กลับมีชายเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดด้วยใจที่ยังสู้อยู่เต็มร้อย “แกเองสินะที่สตีฟพูดถึง..” ไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม จ้องมองไปที่เสนาธิการขององค์กรชั่วร้ายด้วยสายตาที่มุ่งมั่น ก่อนจะกุมมือขวาของเขาเข้าไปที่หัวเข็มขัดประจำตระกูล พร้อมกับตั้งท่ารอรับการโจมตีอย่างเต็มที่..