นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 49 บุรุษผู้ใจอ่อน

    ……………………….

              

          หรั่งรู้สึกทรมาน  ร่างกายหนักอึ้งและร้อนผ่าว  แถมยังเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว ราวกับร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ  ไม่นาน  เสียงหัวเราะอื้ออึงก็ดังขึ้น  แล้วผู้ที่ก่อมลภาวะทางหูนี้น่าจะมีทั้งหญิงและชายหลากหลายวัย 


    “ ฮ่า ฮ่า  ฮ่า…….” 


    “ เฮ้ย!  เกิดอะไรขึ้น  ฝันร้ายอยู่รึไง ”หรั่งกลัวจนแทบบ้า  แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับ  สิ่งเดียวที่ทำได้คือนอนนิ่งเงียบท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสลัว  ในใจนึกภาวนาให้พายุร้ายหายไปโดยเร็ว


     

              แต่ก่อนที่ทุกสิ่งจะสงบ  หรั่งก็รู้สึกว่าตัวเองมาหยุดยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง  รอบด้านมีเพียงความมืดมิดรายล้อม  และนั่นได้กระตุ้นให้เขานึกสงสัยผสมตื่นกลัวเป็นเท่าทวี 


    “ และนี่คือที่ไหนกันละเนี่ย  หรือว่าเราจะตื่นจากฝันร้ายแล้ว ”


     

               หรั่งรู้สึกโล่งอก  แต่สบายใจได้ไม่นาน  ก็มีเงาดำประหลาดรูปมือซึ่งใหญ่เท่าตัวคนโผล่มาที่ด้านหลัง  และมันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า 


    “ เหวอ……..นี่มัน……” หรั่งเสียขวัญ  เขาตะโกนดังจนสุดเสียง  ก่อนจะสับขาวิ่งหนี 


    “ ไม่…..อย่าเข้ามา  ชั้นกลัวแล้ว ”


     

               ทว่ามือประหลาดยังไล่ตามมาติดๆ ประดุจว่ามันคือเงาของหนุ่มหล่อ และในจังหวะที่หัตถ์ทมิฬเข้าถึงตัว สติสัมปชัญญะของหรั่งก็พลันดับลง 


    …………………………


    “ เฮ้ย……..”หรั่งผวาเฮือกใหญ่  พร้อมผุดลุกขึ้นมานั่ง  ดวงตาเบิกโพลน ทำให้พบกับห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงปูนสีกระดำกระด่าง  ส่วนสิ่งที่รองรับกายสูงใหญ่ของเขาก็คือ…..เตียงขนาดกลางที่มีรอยปะทั่วฟูกนอน 


    “ เอ๊ะ!  ที่นี่คือที่ไหน ” นี่คือสำนึกแรกของหรั่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดแสนสาหัส และพอก้มลงมองตัวเอง จึงพบว่ามันถูกปกคลุมไปด้วยผ้าพันแผลทั่วกาย แถมที่ข้อแขนซ้ายยังถูกเจาะด้วยสายยาง ซึ่งเชื่อมโยงไปหาขวดน้ำเกลือบนหัวนอน 


    “ อุปกรณ์คล้ายโรงพยาบาล  แต่ไม่น่าใช่  เพราะโลเกชั่นของที่นี่ไม่เหมาะจะเป็นที่พักฟื้น” หรั่งลองวิเคราะห์  สมองพยายามนึกทบทวน  เพื่อย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา 


    “ ใช่แล้ว  ก่อนที่จะสลบ  เราต้องผจญกับไอ้ปีศาจนี่หว่า  หรือว่าเราจะโดนทำให้กลายเป็นอมนุษย์แบบพวกมัน ” ถึงตรงนี้  หรั่งพยายามสำรวจร่างกายของตนเองอย่างทุลักทุเล (เพราะยังบาดเจ็บอยู่)  โดยเลือกคลำตรงจุดที่น่าจะโดนกัด อย่างเช่นลำคอ  ข้อแขน แต่ก็ไร้รอยเขี้ยว 


    “ เราน่าจะยังเป็นมนุษย์อยู่  หรือว่าพวกมันคิดจะเอาเราเป็นสัตว์เลี้ยง เลยไว้ชีวิต ” และนี่คือสิ่งที่หรั่งกลัวที่สุด  ในระหว่างที่หนุ่มหล่อกำลังตื่นตระหนก  ประตูห้องก็ถูกเปิด


    “ แอ๊ด……”


     

                ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือ…..สาวสวยร่างสูงระหงนางหนึ่ง  ใบหน้าเรียวของเธอขาวเนียน  ดวงตาหวานซึ้งแฝงแววตกใจนิดๆ  ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นยินดี ปิดท้ายด้วยการกล่าวต้อนรับ  พร้อมรอยยิ้ม 


    “ อ้าว…..ฟื้นแล้วหรือคะ  ดีจริงๆ  เพราะอาการของคุณสาหัสไม่เบา ”


     

                 ถึงสตรีที่ปรากฏตัว  จะดูไร้พิษภัย  แต่เมื่อประมวลจากสิ่งที่หรั่งเจอมา ก็ทำให้รู้ว่า….เขาไม่ควรไว้ใจใคร  จึงรีบชิงลงมือก่อน  ด้วยการกระชากเข็มน้ำเกลือสุดแรงจนขาดติดมือ แล้วโผเข้าไปล็อคคอของสาวสวยจากทางด้านหลัง 


    “ ว้าย….คุณจะทำอะไรน่ะ  ปล่อยชั้นนะ ”


     

                แม้หรั่งจะเจ็บไปทั่วทั้งตัว  แถมเรี่ยวแรงก็แทบไม่มี  แต่เขาก็พยายามกัดฟันทน เพื่อรั้งสาวสวยร่างบางมาเป็นตัวประกัน มือขวาจ่อเข็มน้ำเกลือไปที่ซอกคอของเจ้าหล่อน พร้อมร้องขู่ 


    “ อย่าดิ้นน่า  ชั้นไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น และแกคงเป็นสมุนของพวกปีศาจล่ะสิ  ทางออกอยู่ไหน  บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ”


     

              สาวสวยนิ่งอึ้งอยู่อึดใจ  ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงที่สั่นเทา  แม้ไม่ได้เห็นสีหน้า ก็รู้ชัดว่าเธอน่าจะหวาดกลัวแน่ๆ 


    “ ชะ…ชั้นมะ…ไม่ใช่สมุนของปีศาจ  แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ” 


    “ อย่ามาโกหก  ถ้าเธอเป็นคน  แล้วชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง  เพราะจำได้ว่า….ก่อนที่จะสลบ ชั้นตกอยู่ในน้ำมือของปีศาจสาวตนนั้นนี่หว่า ” หรั่งตะคอกใส่  แต่น้ำเสียงดูอ่อนลง  เพราะเขาถูกความลังเลเข้าครอบงำหัวใจ  หัวสมองพลันขบคิด 


    “ หรือว่าเธอคนนี้จะไม่ได้โกหก  เพราะนางน่าจะหวาดกลัวจริงๆ  ดูสิ  ตัวสั่นเชียว ”


      

             ระหว่างที่ยักแย่ยักยันอยู่นั้นเอง ก็มีเด็กสาวร่างเล็กนางหนึ่งเดินเข้ามาสมทบ และพอเห็นเหตุการณ์  ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็ออกแนวเหวอนิดๆ  ก่อนจะกลับมาสงบดังเดิม  ปากก็ร้องถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย 


    “ อ้าว….นั่นพี่ชายคิดจะทำอะไรน่ะ ”


     

              ทั้งหรั่งและสาวสวยหันมามองเด็กสาววัยใส ก่อนจะเป็นฝ่ายหนุ่มหล่อที่ตอบกลับ 


    “ ก็จะหาทางออกจากที่นี่น่ะสิ  ปล่อยชั้นไปเดี๋ยวนี้นะ ” 


    “ เฮ้อ…..ปล่อยน่ะ  ปล่อยแน่  แต่พวกเราต้องแลกเปลี่ยนข้อมูล  ปรับความเข้าใจกันซักหน่อย หวังว่าพี่ชายจะให้ความร่วมมือ ” เด็กสาวร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ  ก่อนจะบิดขี้เกียจ  ท่าทางดูไม่ยี่หระต่อสิ่งที่ปรากฏ  หรั่งเลยลองข่มขู่ 


    “ ชิ ดูท่าทางว่าพวกแกจะคิดว่าชั้นไร้น้ำยา ไม่กล้าทำอะไรสาวคนนี้ล่ะสิ  ถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็นับว่าพลาดมหันต์แล้ว  และเพื่อแสดงให้เห็นว่า…ชั้นเอาจริง จะเรียกเลือดจากนังคนนี้ให้ดู ” 


    “ ฮ่า ฮ่า  ฮ่า……”แทนที่เด็กสาวจะเริ่มหวาดกลัว  เธอกลับหัวเราะเสียงดัง  ราวกับคำขู่ของหรั่งนั้นเป็นเพียงลมปาก 


    “ ขำอะไรของเธอ  นังเด็กน้อย ” หรั่งเริ่มหัวเสีย  แต่เด็กสาวไม่หวาดหวั่น  แถมยังโต้กลับ  ด้วยวาจาที่ดุดันไม่แพ้กัน 


    “ ก็ขำนายน่ะสิ  ที่เก่งแต่ปาก ชั้นรู้นะว่า…พี่ชายไม่กล้าแทงเข็มนั่นลงไปบนคอของพี่วอนจองหรอก ” 


    “ หน็อย…..อย่ามาปากดี  นังเด็กน้อยรีบถอยไปเดี๋ยวนี้ ” หรั่งคำรามดัง  หวังข่มให้อีกฝายยอมทำตาม แต่เด็กสาวกลับเดินตรงเข้ามาหา ท่าทางบ่งบอกว่าไร้ความเกรงกลัว 


    “ อย่า…หยุดเดี๋ยวนี้ ” หรั่งรีบถอยหนี  แต่ยังไม่วายลากสาวสวยที่น่าจะชื่อ…วอนจองมาด้วย  ไม่นาน  เขาก็หมดสิ้นหนทาง  เพราะแผ่นหลังดันติดกำแพง ใจตื่นตระหนกถึงขีดสุด 


    “ แย่ล่ะ  เราไปไหนไม่รอดแล้ว  แต่ถ้าจะให้ทำร้ายเธอ  เพื่อบังคับให้นังเด็กนั่นเปิดทาง  มันก็……”


     

                ขณะที่หรั่งลังเล  ไม่กล้าทำตามคำขู่  สาวสวยผู้มีนามว่า…วอนจอง ก็หันหน้ามามอง ทำให้เขาพบกับดวงตาที่หวานใส และมันกำลังเปล่งประกายอ้อนวอน       


    “ คุณหยุดเถอะค่ะ  พวกเราไม่ได้คิดร้ายเลยนะคะ ”


     

               ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำคำที่อบอุ่นหรือมือบางของหญิงสาวที่ยื่นมาเกาะกุมเข็มน้ำเกลือ  ซึ่งเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียว หรั่งจึงปล่อยเธอเป็นอิสระ  พร้อมทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง 


    “ โอเค  พวกเธอชนะแล้ว  เพราะไม่ว่ายังไง  ชั้นก็ทำร้ายแม่สาวคนนี้ไม่ลง  เฮ้อ……” หรั่งกุมขมับ  และนี่ก็คือจุดอ่อนที่เขามีมาตลอด  นั่นก็คือ…..ความใจอ่อน


         

               สองสาวยิ้มให้กันเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหนุ่มหล่อพร้อมกัน  แล้วเปิดปากแจง 


    “ ในเมื่อทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว  เราก็ขอแชร์ข้อมูลกับคุณ  กรุณารอซักครู่  เดี๋ยวจะไปเรียกหัวหน้าของเราเข้ามาพูดคุย ” 


    “ เฮ้อ…..พูดพร้อมกันอย่างกับท่องเลยนะ  เอาเถอะ  จะให้ชั้นไปคุยกับใคร  ก็รีบขนมา  อย่างน้อยก็ดีกว่าทำร้ายสาวสวยให้บาดเจ็บล่ะนะ” หรั่งโบกมือไล่  ก่อนจะเร่งให้สองสาวพาหัวหน้าทีมมาหา  จะได้จบธุระกันเสียที 


    ………………………….


                หรั่งรออยู่ไม่กี่นาที  ก็มีชายวัยฉกรรจ์เดินเข้ามา  พร้อมเก้าอี้สามตัว  เพื่อแจกจ่ายให้ทุกคนนั่ง  โดยหนุ่มหล่อนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะเขาจับจองพื้นที่บนเตียงนอนอยู่แล้ว 


    “ ฮะ  ฮะ  พี่ชายคนนี้เป็นใครกันเนี่ย  ดูเคร่งเป็นบ้า  แถมดวงตาสีเหล็กนั่นก็ดูน่าเกรงขามเหลือเกิน นี่ถ้าเราเป็นพวกขวัญอ่อน  คงจะขี้หดตดหายไปนานแล้ว  บรื้อ….” หรั่งแอบหวั่นใจ  และนี่ก็เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่เขารู้สึกแบบนี้


     

              พอสองสาวและหนุ่มฉกรรจ์ได้นั่งบนเก้าอี้จนเสร็จสรรพ  บุรุษตาสีเหล็กก็เริ่มแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ 


    “ ข้าชื่ออัลเบิร์ต  เป็นหัวหน้ากลุ่ม ส่วนสตรีร่างสูงนางนี้ชื่อ….วอนจอง เป็นนักวิทยาศาสตร์ และเด็กน้อยคนนั้นชื่อ…ยูมิโกะ อืม….น่าจะทำหน้าที่เป็นภาระ  หรือไม่ก็ตัวเกะกะล่ะมั้ง” 


    “ หน็อย…..ให้พูดที  ก็ปากดีใส่กันเลยนะ  ใครเป็นภาระให้ลุงกันยะ  นี่ถ้าไม่ได้ชั้น  ลุงคงตายไปกว่าพันครั้งมั้ง” เด็กสาวผู้ถูกนิยามให้เป็นภาระ  เริ่มโวยวาย  ดูท่าทางเธอจะเคืองอย่างจริงจัง 


    “ น่าๆ  ยูมิโกะอย่าโกรธกันเลยนะ ส่วนคุณอัลเบิร์ตเองก็ถอนคำพูดก่อนเถอะ ไม่งั้นเด็กนี่คงโวยไม่เลิกแน่ ” วอนจองรีบออกมาห้ามทัพ  ซึ่งก็เลือกโลเกชั่นได้ดี  เพราะเธอนั่งคั่นกลางระหว่างคู่กรณี 


    “ ถ้าท่านวอนจองคิดแบบนั้น  ข้าก็ขอปฏิบัติตาม  ตกลง  ขอเปลี่ยนคำพูด  เด็กน้อยไม่ได้เป็นภาระหรือตัวเกะกะ  แต่นางเป็นคนน่ารำคาญ ” บุรุษตาสีเหล็กแก้วาจา  แต่น้ำคำที่กล่าวออกมา กลับทำให้ยูมิโกะเฮิร์ทหนักกว่าเดิม 


    “ ว้าก…..ทนไม่ไหวแล้ว  ตาลุงงี่เง่า  ไม่สำนึกบุญคุญกันบ้างเลย ”ยูมิโกะลุกขึ้นยืน  พร้อมพับแขนเสื้อขึ้น  เพื่อเตรียมวิวาท  แต่ด้วยหน้าตาที่หวานใส  และร่างกายที่เล็กบาง  เลยทำให้ดูคล้ายลูกแมวที่โมโหหิวตัวนึง


     

              แม้เรื่องราวจะดูไม่น่ากลัวเท่าใดนัก  แต่วอนจองก็ไม่ยอมให้มันบานปลายไปมากกว่านี้  ด้วยมีธุระด่วนที่ต้องรีบจัดการ จึงเริ่มออกโขน   


    “ ทั้งคู่หยุดเดี๋ยวนี้ ทะเลาะเป็นเด็กไปได้ อย่าลืมสิว่าพวกเรามีวัตถุประสงค์ใด เลิกนอกเรื่องได้แล้ว ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน