สายลมพัดโหมกระหน่ำ เมื่อมองลงไปยังหุบเหวมืดมิดด้านล่างชวนให้นึกถึงท้องฟ้าที่ไร้แสงจันทร์และดวงดาว
วาสสั่งซากทัพให้บินร่อนลงอย่างช้าๆ
พอลงมาได้สักระยะทางหนึ่ง เขาก็สัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนที่ใต้เท้า!
หากเป็นบนแผ่นดินวาสอาจจะคิดว่ามันคือแผ่นดินไหว แต่ตอนนี้วาสกำลังยืนอยู่บนหลังซากทัพ
ยิ่งลงมาลึกเท่าไหร่ สายลมที่พัดมาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนบัดนี้ซากทัพของวาสยังแทบประคองตัวบินไว้ไม่ได้!
น่าแปลก!
ทั้งที่หุบเหวนี้ถูกปิดล้อมด้วยหน้าผาในทุกด้าน เหตุใดจึงมีกระแสลมรุนแรงเช่นนี้ได้กัน?
แววตาของวาสส่องประกาย ไม่ผิดแน่! อย่างที่ผู้เฒ่าเวนก้าบอกไว้
ด้านล่างนี้มีมหาดวงธาตุอยู่!
มหาดวงธาตุลม!
ฉัวะ!
ปีกด้านหนึ่งองซากทัพขาดกระเด็นจากบางสิ่งที่คมกริบ ก่อนที่มันจะสูญเสียความสามารถในการบิน พุ่งดิ่งลงในความมืดมิดอย่างไม่อาจควบคุม!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
.
.
.
เพียงพริบตาซากทัพที่วาสเคยยืนอยู่ก็ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ!
ทว่าวาสกลับไม่แยแส เขาทำเพียงแค่หลับตาลงและปล่อยตัวเองให้ตกลงไปในความมืดมิดทั้งอย่างนั้น
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
.
.
.
ผิวหนังของวาสคล้ายกับปะทะกับคมมีดสายลมถี่รัว ยิ่งลงไปลึกร่างกายของเขาก็ยิ่งปะทะกับคมมีดสายลมถี่ขึ้นเรื่อยๆ
กระนั้นด้วยร่างกายของนักรบกลายพันธุ์ คมมีดสายลมพวกนี้ไม่ได้มีค่าอะไรอยู่ในสายตาเขา อย่างมากมันก็ทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้และรำคาญเท่านั้น
ตึง!
สองเท้ากระแทกลงที่พื้นอย่างรุนแรงจนฝุ่นกระจาย ในที่สุดเขาก็ลงมาถึงเสียที!
เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆจากนั้นก็ต้องหรี่ลง
ภาพทุกอย่างพร่าเบลอ วาสรู้สึกคล้ายว่าตอนนี้เขามาอยู่ที่ตาพายุทอร์นาโด
ผมสีดำปลิวสยายกระพือไปมา แต่สายตาของเขากำลังสอดส่ายมองหาสิ่งที่ต้องการ
‘นั่นมัน!’
ท้ายที่สุดวาสก็สามารถมองหามหาดวงธาตุลมเจอ แต่ว่ามันช่างแตกต่างจากมหาดวงธาตุดินที่เขาเคยเจอที่อาณาจักรคนแคระ
มหาดวงธาตุดินนั้นมีรูปร่างเสมือนก้อนหินยักษ์ที่ให้ความรู้สึกถึงความหนักแน่นมั่นคง
แต่กับมหาดวงธาตุลมนั้นต่างออกไป
มหาดวงธาตุลมที่วาสมองเห็นคือลูกแก้วสีเขียวขนาดเท่าฝ่ามือที่กำลังบินเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูง บางครั้งช้า บางครั้งเร็ว บางครั้งเปลี่ยนทิศทาง ให้ความรู้สึกถึงความอิสระเสรีไม่ยึดติดกับสิ่งใด
ปัง!
วาสออกแรงพุ่งครั้งเดียวก็สามารถคว้ามหาดวงธาตุลมมาไว้ได้ในกำมือ
เพียงปลายนิ้วได้สัมผัสกับมหาดวงธาตุลม ภาพรอบด้านของเขาก็เปลี่ยนไป
ก้อนเมฆ ก้อนเมฆ แล้วก็ก้อนเมฆ…
รอบตัววาสมีแต่ก้อนเมฆไร้ซึ่งผืนดิน บางก้อนใหญ่ บางก้อนเล็ก บ้างไกล บ้างใกล้ แต่ละก้อนเมฆเต็มไปด้วยชั้นวางของซึ่งมีสิ่งของหลากหลายชนิดวางไว้ รอคนนำแต้มมาแลกไป
เมฆที่ควรเบาดุจปุยนุ่น แต่เมื่อวาสย่ำเท้าแรงๆครั้งหนึ่งกลับรับรู้ได้ถึงแรงดีดสะท้อนจนร่างเขาเด้งขึ้นสูง
‘นี่...มันคล้ายสปริงเลยนะ’
ดูเหมือนการเคลื่อนย้ายไปยังก้อนเมฆแต่ละก้อนจะต้องอาศัยแรงดีดสะท้อนนี้
‘แล้วถ้าตกไปจะเป็นยังไงนะ?’จู่ๆความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา แต่แน่ละ! เขาไม่คิดจะลองแน่
บนก้อนเมฆที่วาสยืนอยู่ที่สิ่งที่คล้ายกำแพงกระจกห้อมล้อมทุกด้าน ที่กลางเมฆมีลูกแก้วสีเขียวสดใสลอยอยู่นิ่งสงบ
วาสเอื้อมมือไปสัมผัสลูกแก้วอย่างแผ่วเบา
-ท่านได้รับ ธาตุลม แล้ว จากนี้ไปท่านจะไม่สามารถเข้ามาในมหาดวงธาตุลมได้อีกตลอดชีวิต-
สิ้นเสียงปริศนากำแพงกระจกที่กักขังวาสไว้ก็พร่าเลือนหายไป เท่ากับว่าตอนนี้เขาสามารถออกไปช็อปปิ้งได้แล้ว!
แถบกระจกใสคล้ายหน้าต่างสถานะผุดขึ้นมา แสดงรายการสินค้าแนะนำและสมบัติ ทรัพย์สินที่วาสครอบครองเพื่อแลกแต้มนำไปซื้อซึ่งวาสเตรียมไว้หมดแล้ว
เขาจัดการแลกทรัพย์สินที่เขาเลือกเป็นแต้มทั้งหมด
1.เหล่าสมบัติที่ได้มาจากเผ่าพันธุ์ก็อบลิน =250,000 แต้ม
2.คอร์ที่นำมาจากคลังเมืองดีวอยด์จำนวน 250,000,000ดิล = 250,000 แต้ม
3.รูปีครามที่ได้จากแม่ทัพใหญ่ก็อบลิน = 10,000,000 แต้ม
สิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คือรูปีคราม อย่างที่รู้ว่ารูปีม่วงมีค่าเท่ากับ 100 ล้านดิล และ100รูปีม่วงก็มีค่าเท่ากับ 1 รูปีคราม
อันที่จริงวาสค่อนข้างเสียดายมันไม่น้อย แต่เขาก็ต้องตัดใจนำมันมาซื้อสินค้าที่นี่
น่าเสียดายที่ครั้งนี้เขาไม่มีของอย่างตั๋วสีทองให้ใช้อีก
วาสสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป และกระโดดไปยังเมฆก้อนอื่น
ก้อนเมฆที่มีชั้นสินค้ามีเป็นพันๆก้อน ซึ่งวาสไม่มีทางเสียเวลามาดูทุกก้อนแน่
สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงสิ่งเดียว!
เมล็ดสกิลอสูร!
ชั้นวางของเล็กแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยคุณค่าวางอยู่ตรงหน้าวาส
เหมือนกับมหาดวงธาตุดิน ภายในมหาดวงธาตุลมมีเมล็ดสกิลอสูรราวๆ10ชิ้น
วาสจ้องเม็ดสีทองส่องแสงแวววับราวกับเด็กน้อยมองลูกอม
ในหัวของเขาคำนวณราคาช้าๆจากนั้นจึงฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย
เขาสามารถซื้อพวกมันได้ทั้งหมด!
วาสไม่รอช้ากวาดเมล็ดสกิลอสูรเกลี้ยงชั้นทันที!
15ล้านแต้ม เหลืออยู่แค่หลักหมื่น!
แต่สำหรับเขามันเพียงพอแล้ว!
เมื่อวาสได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็ไม่ได้จากไปในทันทีแต่เลือกที่จะตระเวนดูรอบๆก่อนสักคราหนึ่ง
สินค้าในมหาดวงธาตุลมแตกต่างจากมหาดวงธาตุดินพอสมควร
สิ่งที่วาสกำลังมองหาก็คือสินค้าที่มีค่าพอจะนำออกไปสร้างธุรกิจที่โลกภายนอกได้!
ถึงเขาจะสามารถเข้ามาได้เพียงครั้งเดียวแต่วาสก็ยังมีพลเมืองชาวดีวอยด์อีกมากที่ยังไม่เคยเข้ามาที่นี่!
เพียงแค่นำคอร์ให้พวกเขาและนำมาแลกแต้มซื้อสินค้าที่นี่ วาสก็สามารถนำสินค้าจากที่นี่ไปวางขายที่อื่นได้อีก
สำหรับเผ่าพันธุ์คนแคระที่ครอบครองมหาดวงธาตุดิน พวกเขาได้นำถุงมิติออกมาจากมหาดวงธาตุดินและนำมาค้าขายให้กับเผ่าพันธุ์อื่นจนร่ำรวย
ครั้งหนึ่งวาสเคยคิดว่าการกระทำเช่นนั้นไม่ต่างจากการชักศึกเข้าบ้าน ถ้าวันหนึ่งเผ่าพันธุ์อื่นสงสัยที่มาถุงมิติและลอบสืบข้อมูลจนทราบถึงมหาดวงธาตุดิน นั่นจะกลายเป็นสาเหตุสงครามล้างเผ่าพันธุ์คนแคระทันที
แต่ดูเหมือนวาสจะคิดมากไป ผู้เฒ่าเวนก้าเคยบอกกับเขาว่าทุกสิ่งที่มีขายอยู่ในมหาดวงธาตุล้วนสามารถหาได้จากโลกภายนอกเช่นกัน
อาทิเช่นถุงมิติก็มีหลายเผ่าพันธุ์ที่รู้จักวิธีสร้างมัน ซึ่งทำได้โดยการหลอมหินมิติผสานเข้ากับอุปกรณ์จัดเก็บชนิดต่างๆ
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าพันธุ์คนแคระกล้าที่จะทำธุรกิจอย่างเอิกเกริก!
เพราะถึงอย่างไรเผ่าพันธุ์คนแคระก็ครอบครองเหมืองแร่จำนวนมาก ถึงหินมิติจะหายากเพียงใดแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของพวกเขา ทำให้เผ่าพันธุ์อื่นๆต่างคิดว่าเผ่าพันธุ์คนแคระนั้นสร้างถุงมิติจากการขุดหินมิติมาหลอมสร้างเอง
อีกทั้งเผ่าพันธุ์คนแคระก็ระวังตัวไม่น้อยเพราะพวกเขาเลือกที่จะขายแต่ถุงมิติที่ราคาต่ำที่สุดและไม่ยุ่งกับการสร้างอุปกรณ์จัดเก็บมิติอื่นอย่างกำไลมิติหรือนาฬิกามิติที่สร้างได้ยากกว่า เพื่อไม่เป็นการกระตุ้นความสงสัยของผู้คน
วาสกวาดตามองสินค้าที่วางอยู่ผ่านๆ มีหลายสิ่งที่น่าสนใจแต่มันไม่เหมาะที่จะนำไปขายที่โลกภายนอก
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดหยิบจ่ายมาอีกหลายชิ้นไม่ได้จนแต้มที่มีร่อยหรอลงทุกขณะ
จนแล้วจนรอดวาสก็หาสินค้าที่ถูกใจไม่เจอเสียที สุดท้ายจึงพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิดเตรียมตัวออกไปจากที่นี่
ส่วนหน้าที่หาสินค้าประจำเมืองดีวอยด์ก็ค่อยมอบหมายให้ไทสันก็แล้วกัน
แต่ระหว่างที่กำลังจะจากไป หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง
ชั้นวางสิ้นค้าที่ไม่สะดุดตาวางอยู่ที่มุมหนึ่ง บนชั้นเต็มไปด้วยลูกแก้วสีเขียวสดใสมากมายหลายขนาดเรียงกันจากเล็กไปใหญ่
วาสคล้ายได้รับแรงกระตุ้นบางอย่างจึงยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบดู
[ลูกแก้วสายลม(ระดับ1)]
คุณสมบัติ:ดูกลืนพลังจิตวิญญาณ1หน่วยแล้วปล่อยคมมีดสายลมออกมา
แววตาวาสทอประกายเจิดจ้า เขาไม่รอช้าซื้อมันมา1ชิ้นด้วยราคา 1 แต้มเท่ากับราคาถุงมิติ!
วาสลองใช้งานลูกแก้วสาบลมดู เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ถูกดูดออกจากร่างกาย ก่อนที่ลูกแก้วสายลมจะพ่นคมมีดสายลมจิ๋วออกไปข้างหน้า
วาสพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงแล้วใช้ฝ่ามือตัวเองรับคมมีดสายลมจิ๋วดู
ฉัวะ!
ฝ่ามือวาสเรียบเนียนไร้รอยแผลเช่นเดิม แต่ในความคิดเขากำลังกะประมาณความรุนแรงดูช้าๆ
‘พลังโจมตีนี้พอที่จะฆ่ามอนเตอร์เลเวล 10 ได้เลย!’วาสฉีกยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็ได้สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นประจำเมืองดีวอยด์ได้แล้ว!
สายตาของเขาเบือนไปมองลูกแก้วอื่นที่ขนาดใหญ่กว่าบนชั้นแล้วตรวจสอบพวกมัน ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเสียงเย็น
พวกมันล้วนเป็นลูกแก้วสายลมเช่นกันแต่เพียงมีระดับสูงกว่าตามขนาดเท่านั้น นอกจากนั้นยิ่งระดับสูงพลังจิตวิญญาณที่ใช้ก็ยิ่งมากและพลังโจมตีของคมมีดสายลมก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นด้วย พร้อมกับราคาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน
‘หึหึ ถ้าลูกแก้วสายลมระดับ1 คือสินค้า พวกนี้ก็จะเป็น...อาวุธของเมืองฉันสินะ!’