ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 151 ต่อสู้ด้วยสัมผัสแห่งห่วงเวลา

    รถแข่งของ มฤตยูดำส่งเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่น แรงอัดอากาศจากท่อไอเสียพุ่งผ่านออกมาเป็นเปลวไฟแดงฉานที่ยาวออกมาหลายเมตรเปิดใช้ความเร็วสูงสุดของรถทันที

    ส่วนนาฟก็เปิดระบบทำความเร็วแบบสองทิศทาง ไอพ่นที่ร้อนแรงพุ่งเป็นเปลวไฟสีฟ้าจากสองทิศทางรถแข่งปรับตัวอัตโนมัติ ช่วงล่างกดต่ำลงให้ชิดพื้นทางวิ่งมากที่สุด

    ทั้งสองใช้ความเร็วสูงสุดขับแข่งกันมาอย่างคู่คี่สูสีมาก

     

    โดยความเร็วในทางตรงของรถแข่งทั้งคู่วัดความเร็วแล้วมีมากกว่า 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

    ผู้ชมทุกคนต่างให้ความสนใจไปที่พายุโลหิตและมฤตยูดำที่ต่างขับเคี่ยวกันอย่างสุดมัน จนลืมเลือนนักแข่งในกลุ่มผู้นำและนักแข่งคนอื่นๆ ไปเลย

     

     การแข่งยังคงดำเนินต่อไปเมื่อนาฟและรถแข่งสีดำคันใหญ่กำลังจะเข้าสู่สนามทะเลทรายวิบากเส้นทางที่เต็มไปด้วยผืนทรายร้อนระอุและเนินทรายสูงต่ำเป็นอุปสรรคที่สำคัญมาก

    แต่ภาพในเบื้องหน้าที่เห็นนั้นแตกต่างไปจากครั้งก่อนอย่างมากมายนอกจากเส้นทางขรุขระของทะเลทรายเต็มไปด้วยเนินทรายสูงต่ำแล้ว

    บางสิ่งกำลังลอยวนอยู่ในอากาศหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเป็นพายุทะเลทรายลูกใหญ่ ทำให้เม็ดทรายระยิบระยับราวกับทองคำลอยวนอยู่กลางอากาศเต็มไปหมด

    รถแข่งทั้งคู่ก็ต่างไม่รอช้า ปรับเปลี่ยนกลไกของรถแข่งของตนอย่างรวดเร็วล้อรถแข่งของนาฟกลายเป็นล้อที่มีร่องลึก เพิ่มการยึดเกาะ

    ระบบช่วงล่างที่ยืดตัวขึ้นเพื่อดูดซับแรงกระแทกระบบกันสะเทือนถูกปรับให้เหมาะสมกับการกระแทกของพื้นทรายที่ไม่แน่นอน

    การทำงานของเครื่องยนต์ส่งเสียงแปลกไปถูกปรับให้มีแรงบิดสูงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในสภาพพื้นทรายที่ยากต่อการควบคุม

    รถแข่งของมฤตยูดำก็ปรับเปลี่ยนในเชิงเทคนิคไปมากพอสมควรตัวรถดูสูงชะลูดกว่าเดิมมาก

    ทั้งสองคันต่างอาศัยช่วงเวลาเพียงไม่นานในการปรับแต่งก่อนเข้าสู่เส้นทางทะเลทรายวิบาก

    เส้นขอบฟ้าดูพร่ามัวจากพายุทะเลทรายที่กำลังหมุนวนอยู่เบื้องหน้าฝุ่นทรายฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้า สร้างบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกถึงความอันตราย

    นาฟมองเห็นพายุทะเลทรายหมุนควงอยู่เบื้องหน้า ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงรู้ว่าอุปสรรคต่างๆ ในรอบนี้ถูกสร้างให้รุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ

    รถแข่งสีดำยังคงตามนาฟอย่างไม่ลดละเขาใช้เทคนิคทุกอย่างที่มีเพื่อให้สามารถตามทันรถแข่งคันสีแดงเสียงเครื่องยนต์ของรถแข่งทั้งสองคันดังก้องไปทั่วเส้นทางทะเลทรายราวกับจะประกาศศึกกันอย่างไม่รู้จบ

    ยิ่งผ่านเส้นทางลึกเข้าไป พายุทะเลทรายยิ่งหมุนวนอย่างรุนแรงขึ้นนาฟพยายามรักษาสมดุลของรถแข่งในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับลมแรงที่พัดมาจากด้านบนและทรายดูดจากด้านล่าง

    ฝุ่นทรายหมุนวนไปทั่วทัศนวิสัยที่เลือนลางทำให้การแข่งขันครั้งนี้ยิ่งท้าทายขึ้นไปอีก

    นักแข่งทุกคนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้นำหรือกลุ่มผู้ตามต่างก็เริ่มสับสนไม่รู้ทิศทาง 

    แสงสีเหลืองแห่งการใช้พลังพิเศษ เริ่มปรากฏอยู่หลายตำแหน่งทั่วพื้นที่ทะเลทราย

    ไม่นาน มฤตยูดำก็ตัดสินใจ เปิดใช้พลังพิเศษ แสงเรืองรองสีเหลืองค่อยๆปรากฎอยู่รอบกายชายที่ขับขี่รถคันสีดำ จู่ๆ ก็เกิดร่างจำแลงโปร่งแสง เป็นสัตว์ป่า 3 ชนิดลอยวนอยู่รอบกายชายดังกล่าว

    เบื้องบนเป็นสัตว์จำแรงรูปร่างคล้ายนกอินทรีย์ที่อ้าปากส่องลำแสงบางอย่างออกมาสามารถเปิดวิสัยทัศน์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนขึ้น อุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในลำแสงก็ล้วน สูญสลายหายในพริบตา

    ฝั่งขวาและซ้ายเป็นสัตว์จำแลงคล้ายลิงป่าและจิ้งจอกที่ต่างก็ถืออาวุธประจำตัวคอยกวัดแกว่งป้องกันอุปสรรคต่างๆ

    ขบวนป้องกันรูปสามเหลี่ยมรอบรถแข่งคันสีดำมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก คอยเบิกทางและกำจัดอุปสรรคไปพร้อม  ทำให้มฤตยูดำสามารถเร่งความเร็วในทางตรงได้อย่างเต็มที่  แซงผ่านนาฟและค่อยๆ ทิ้งห่างไปเรื่อยๆ

    ทุกคนที่รับชมอยู่ต่างเริ่มกระซิบกระซาบแสดงความเห็นไปต่างๆ นานา

    “นี่สินะความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องของพลัง” ผู้ชมคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

    นาฟเข้าใจเหตุการณ์และรู้ดีว่า เขาไม่สามารถใช้พลังพิเศษควบคู่กับการควบคุมความเร็วไปได้ตลอด

    และคงต้องหาทางอื่นเพื่อพิชิตอุปสรรคเบื้องหน้าเหล่านี้โดยไว

    นาฟตัดสินใจอย่างรวดเร็วกำหนดลมหายใจ แล้วค่อยๆหลับตา สัมผัสถึงทุกๆ สิ่งรอบกาย

    “สัมผัสแห่งห่วงเวลา!”

    นาฟกำหนดเป้าหมายในเส้นทางพุ่งประสาทสัมผัสออกไปรอบตัวรับรู้การเคลื่อนไหวอย่างละเอียดรอบด้าน เร่งเครื่องยนต์อย่างสุดกำลังอีกครั้งพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง

    พายุทะเลทรายที่ดูน่ากลัวกลายเป็นเพียงสิ่งที่เขาต้องฝ่าฟันไป

    ขณะที่นักแข่งทุกคนเริ่มเข้าใกล้ใจกลางของพายุทะเลทราย

    รถแข่งของนักแข่งทุกคนต้องฝ่า อากาศที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆนักแข่งหลายคนจะเริ่มเหนื่อยล้ากับการใช้พลังพิเศษอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับพายุทะเลทรายที่รุนแรงนี้

    รถแข่งกลุ่มผู้นำหลายคันเริ่มช้าลง

     

    แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ผู้ชมการแข่งขันทุกคนต่างรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความดุเดือดของการแข่งขันนี้

    หลายคนเอาใจช่วยนักแข่งที่ตนเองเชียร์และหวังที่จะให้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันที่ท้าทายนี้

    นักแข่งกลุ่มหน้าเริ่มเข้าไปในใจกลางของพายุทะเลทรายภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกำแพงของฝุ่นทรายที่หมุนวนอย่างรุนแรงราวกับมังกรทรายกำลังเกรี้ยวกราด

    เสียงลมพัดโหมกระหน่ำดังราวกับจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางพื้นทรายสั่นสะเทือนและทรายถูกพัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน