ตอนที่ 10 อาจารย์หนิงเซียน
เฟยอวี่จดจำสีหน้าแดงระเรื่อของนางได้เป็อย่างดี เหตุนี้เองที่เขารู้สึกว่าอายุหนึ่งพันปีมันไม่สมเหตุสมผล ชายหนุ่มสอดฝ่ามือผ่านใบหูของเด็กสาวพลันเคลื่อนศีรษะเข้าชิดใกล้ใบหน้านวลงาม
“จะ…เ้า!!” หนิงเซียนแผดเสียงลั่นด้วยความใ ห้วงอารมณ์สงบของนางแปรเปลี่ยนเป็แตกตื่น
เสียงของศีรษะหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีชนััดังขึ้นเบาบาง สีหน้าและแววตาของเฟยอวี่ไร้ซึ่งอารมณ์อันใด ในขณะที่สีหน้าของหนิงเซียนแดงฉานดุจโลหิตลามถึงใบหู ท่าทางที่ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกนั้นทำให้เฟยอวี่มั่นใจได้ในทันที นางก็แค่เด็กสาวคนหนึ่ง…
“อายุพันปี…สภาพจิตใจยังคงสิบสามขวบ ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่?” หากเป็ยายเฒ่าหนึ่งพันปีจริงคงไม่เสียอาการสุขุมไปขนาดนั้น ชายหนุ่มมิอาจล่วงรู้แน่นอนว่าสิ่งที่นางพูดถึงนั้นคืออะไร สิ่งใดที่ทำให้นางมีร่างกายและสภาพจิตใจเหมือนเด็กสิบสามขวบ ทว่ากลับดำรงอยู่มาแล้วถึงหนึ่งพันปี อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญอีกต่อไป! เขาไม่ได้มองเื่ดำรงอยู่มานานแค่ไหนแต่มองเื่สภาพจิตใจต่างหาก!
“อย่าได้อวดดีไปหน่อยเลย” หนิงเซียนกล่าวขึ้น
นางไม่มีทีท่าปฏิเสธคำกล่าวของเฟยอวี่แม้แต่น้อย ชายหนุ่มรอนางอธิบายถึงสาเหตุที่สภาพจิตใจเป็เด็กแต่ดำรงอยู่มาถึงพันปี แต่เหมือนว่านางไม่ได้อยากจะพูดสักเท่าไหร่ ภายใต้ความเงียบงัน เฟยอวี่เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น “ข้าไม่สามารถกราบเด็กสาวสิบสามขวบเป็อาจารย์ได้ นี่ล้วนเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีบุรุษ ศักดิ์ศรีของข้าถูกย่ำยีมามากเกินพอแล้ว”
หนิงเซียนขมวดคิ้วแน่น “ศักดิ์ศรี…มันกินได้หรือไม่? เราย่อมไม่สนใจชีวิตไร้ค่าของเ้า แต่ในเมื่อเส้นชะตาชีวิตเราเกี่ยวคาบซึ่งกันและกัน เ้าจะได้ประโยชน์มากมายหากกราบเราเป็อาจารย์ ผู้คนทั่วใต้หล้าล้วนประสงค์สิ่งที่เราเสนอให้แก่เ้า ผู้คนทั่วใต้หล้าปรารถนาติดตามเราในฐานะคนถือรองเท้าก็ยินดี เ้ายังจะได้รับการชี้แนะสู่เส้นทางของผู้ฝึกตนที่ถูกต้องอีกด้วย”
คำกล่าวของหนิงเซียนไม่นับว่าเกินจริงเลยแม้แต่น้อย การคงอยู่ของนางสามารถทำให้ดาราจักรมากมายเกิดการสั่นะเื ไม่มีเซียนใดกล้าท้าทายนางแม้เพียงนินทาว่าร้าย เซียนมนุษย์ เซียนอสูร เซียนปีศาจ หากสิ่งนั้นมีความนึกคิดพวกมันล้วนมิอาจล่วงเกินเด็กสาวผู้นี้! แท้จริงแล้ว “หนิงเซียน” มิใช่ชื่อเต็มของนางแต่อย่างใด เด็กสาวเลือกใช้ชื่อหนิงเซียนเสมอ ทั้งนี้เพื่อปกปิดตัวตนเื้ัของตนเอง
“อาจจะจริงอยู่ที่ข้าไร้ค่าหากนำไปเปรียบกับเ้า แต่เส้นชะตาชีวิตเกี่ยวคาบซึ่งกันและกันคืออะไร?”
“ในการจูบครั้งแรก เราได้ประสานพันธะิญญาระหว่างแหวนและเ้าซึ่งิญญาของเรานั้นอาศัยอยู่ในแหวนนั่น และแหวนสีดำวงนั้นต่อให้เ้าเป็เราก็มิอาจถอดออกด้วยความประสงค์ของตนเองได้”
“หมายความว่าถ้าข้าตายเ้าก็จะตาย?” เฟยอวี่เริ่มเข้าใจถึงการกระทำของนางขึ้นมาบ้าง ทันใดนั้น คิ้วของชายหนุ่มเลิกสูงขึ้นอย่างตื่นตระหนก “…อย่าบอกนะว่าเ้า ประสานพันธะิญญาของข้ากับแหวนโดยที่ไม่ได้ถามอะไรข้าเลย”
สีหน้าของหนิงเซียนปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อย “นี่เราต้องถามด้วย?”
เฟยอวี่นิ่งเงียบไป ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งเขาไม่ได้มีคุณสมบัติในส่วนนั้นเลยเป็เพียงผู้อ่อนแอในหมู่ของผู้อ่อนแอประดุจขยะไร้ค่า สำหรับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง เฟยอวี่ไม่ต่างอันใดไปจากของเล่น และหนิงเซียนมีคุณสมบัติของผู้แข็งแกร่งไร้ต้าน…
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้นับว่าเป็เหตุการณ์ที่ผิดปกติขั้นรุนแรง การประสานพันธะิญญาต้องได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย ในขณะที่หนิงเซียนกลับผสานพันธะิญญาได้โดยไม่ต้องขอเฟยอวี่เลย… เฟยอวี่ตระหนักดีถึงวิธีการพิศดารของนาง หากแต่เขาก็มิได้เอ่ยถามออกไปว่านางทำได้ยังไง
“…” เฟยอวี่ที่คราวแรกมีทีท่าโกรธขึงกลับกลายเป็นิ่งสงบดุจผิวน้ำ ตามกฎของโลกใบนี้ หนิงเซียนมิได้มีความผิดอันใดกลับเป็เฟยอวี่เสียเองที่มีความผิด ผิดที่ตัวเขานั้นอ่อนแอ…
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็มิได้มีเจตนาฆ่าข้าแต่แรกแล้วซิ” ชายหนุ่มคล้ายเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่เงียบๆ กราบเด็กสาวสิบสามขวบเป็อาจารย์นับว่าน่าละอายในฐานะบุรุษ ทว่า ทุกถ้อยคำของนางนั้นล้วนเป็ความจริงที่สุด
ภายใต้ความเงียบงัน ริมฝีปากเนียนนุ่มของเด็กสาวเปิดขึ้นกล่าวอย่างเยือกเย็น “เ้ากล่าวเองว่าศักดิ์ศรีถูกย่ำยีมามากเกินพอแล้ว ในเมื่อเ้าอ่อนแอขนาดยังรักษาศักดิ์ศรีตนเองไม่ได้ นี่เ้ากลับจะมาพึ่งรักษาศักดิ์ศรีเอาตอนนี้เพียงเพราะเราเป็เด็กงั้นหรือ? จงใช้สมองคิดตริตรองดูให้ดี ยอมเสียศักดิ์ศรีกราบเราเป็อาจารย์ในตอนนี้ ในภายภาคหน้าเ้าย่อมสามารถรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของบุรุษได้ด้วยพลังของตนเอง”
คำกล่าวของหนิงเซียนราวกับหอกยาวแทงทะลุจิตใจของเฟยอวี่ เด็กสาวกล่าวได้ถูกต้องอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มนับว่าล้มเหลวในฐานะบุรุษที่มิอาจปกป้องสิ่งใดได้เลย อีกทั้ง เขายังต้องให้ผู้อื่นมาปกป้องตนอีกด้วย หากมิใช่ขยะไร้ค่าแล้วจะเป็อย่างไรได้อีก แววตาของเฟยอวี่ฉายประกายแววคมกล้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
สองเข่าของชายหนุ่มกระทบลงแนบชิดพื้น ศีรษะของเขาค่อยๆลดลง ในขณะเดียวกันนั้นห้วงความคิดของเฟยอวี่กลับเต็มไปด้วยความลังเลใจ “นี่ข้ามัวลังเลอันใดอยู่ นางสามารถทำให้ข้าเป็ผู้แข็งแกร่งได้ ใช่แล้ว…ยอมเสียศักดิ์ศรีวันนี้ครั้งสุดท้าย ถือเสียว่าข้าได้เกิดใหม่…” ฉับพลันนั้นเองที่เฟยอวี่ตัดแล้วซึ่งอารมณ์ลังเลใจ ชายหนุ่มโขกศีรษะกับพื้นอย่างหนักแน่น
“โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วย!”
หนิงเซียนยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ “ดีมาก! เ้าสลัดทิ้งได้ซึ่งความลังเลใจ เราขอยอมรับเ้าเป็ศิษย์!” คราวแรก เด็กสาวตัดสินใจว่าหากเขายังทระนงตนมิคิดก้มกราบ นางจะใช้กำลังบีบบังคับให้ชายหนุ่มโขกศีรษะเสียเอง ผลลัพธ์ในตอนนี้นับว่าน่าพึงพอใจอย่างมาก หนิงเซียนััได้ทันทีว่าอนาคตของชายหนุ่มผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดา!
“ตอนนี้ข้าเป็ศิษย์ท่านแล้ว…” หลังจากเฟยอวี่ขุ่นเคืองกับนางตอนถามหาบัญญัติแห่งการสูญสลาย ชายหนุ่มถึงกับเปลี่ยนคำเรียกหนิงเซียนว่า “เ้า” ตอนนี้เขาโขกศีรษะกราบนางเป็อาจารย์ การเรียกอาจารย์ว่า “เ้า” นั่นย่อมขาดความเหมาะสม “ข้าควรเรียกท่านว่าอะไร?”
“เรียกเราหนิงเซียน ไม่ต้องใช้…ท่าน…ก็ได้ กลับมาใช้…เ้า…นั่นแหละ เรารู้สึกว่ามันเหินห่างกันเกินไป”
หนิงเซียนมีความเพรียบพร้อมในทุกด้าน พลังอำนาจ วุฒิภาวะการตัดสินใจ ท่าทางที่ราวกับผู้าุโผ่านโลกมามาก แต่ภายในส่วนลึกจิตใจของนางจริงๆแล้ว นางก็แค่เด็กสาวคนหนึ่งที่้าความอบอุ่นจากครอบครัวเช่นกัน แน่นอน หนิงเซียนที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่นั้นล้วนทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา ต่อให้ใครผู้ใดรับรู้ว่านางเปราะบางเพียงใด หนิงเซียนล้วนปฏิเสธแข็งกล้าและแสดงเพียงด้านที่แข็งแกร่งเท่านั้น …เฟยอวี่เข้าใจสิ่งนี้ดียิ่งกว่าใครทั้งหมด แววตาของเขาที่มองเด็กสาวตรงหน้าราวกับเข้าใจอารมณ์ของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ชายหนุ่มเลือกจะไม่พูดมันออกมา…
“ท่านช่วยอธิบายเงื่อนไขข้อที่หนึ่งและข้อที่สองให้ละเอียดได้หรือไม่?” เฟยอวี่เอ่ยถามขึ้น เงื่อนไขของนางนับว่าคลุมเครือจนเกินไป ชายหนุ่มที่เอะใจเื่หนึ่งมาพักใหญ่แล้วจึงเอ่ยต่อในทันที “เงื่อนไขแรก…เ้าบอกให้สร้างร่างเนื้อ หรือร่างกายตอนนี้ของเ้าเป็ิญญา”
เฟยอวี่ส่ายศีรษะเบาๆ นี่ล้วนเป็ไปไม่ได้! เขาถูกนางทำร้ายปางตาย พวกตระกูลเหยาถูกฆ่าตาย ร่างกายของนางจะเป็ิญญาได้อย่างไร? เป็จังหวะเหมาะพอดีที่ใบไม้ปลิวผ่านเรือนร่างของเด็กสาวไป…หัวใจเฟยอวี่คล้ายหยุดเต้น ใบไม้ทะลุร่างนางไป?!
“…ิญญา?” หนิงเซียนหัวเราะคิกคักเผยเสน่ห์ของเด็กสาวสดใส เฟยอวี่ตื่นตะลึงในมุมนี้ของนางคล้ายิญญาของเขาถูกกระชากไป “ร่างตอนนี้เป็เพียงพลังส่วนหนึ่งที่หลงเหลือไว้ได้ก่อนร่างจะตาย เื่นี้ต่อให้เราอธิบายเ้าละเอียดเพียงใดภูมิความรู้ของมนุษย์ธรรมดาย่อมมิทำความเข้าใจได้ มาอธิบายเื่ที่เ้าต้องทำกันดีกว่า ในเงื่อนไขสร้างร่างเนื้อ…เ้าต้องรวบรวมแกนพลังงานระดับเซียนของเผ่าอสูร ปีศาจ เทพ…”
ขณะที่หนิงเซียนกำลังจะกล่าวต่อ เฟยอวี่ะโขัดขึ้นด้วยความตกตะลึงลาน “แกนพลังงานระดับเซียนของสามเผ่า?!"
แกนพลังงานของอสูรย่อมไม่นับเป็อะไร สืบเนื่องจากมนุษย์นั้นย่อมออกล่าสัตว์อสูรกันเป็ธรรมดา…แต่นั่นไม่ใช่สำหรับอสูรขั้นเซียน! และอีกสองเผ่านับว่าเป็เผ่าที่มีมาั้แ่โบราณยืนคู่ทัดเทียมกับั หากปีศาจหนึ่งตนมีพลังยุทธระดับรากฐานขั้นหนึ่ง ปีศาจตนนั้นสามารถต่อกรกับมนุษย์พลังยุทธระดับรากฐานขั้นห้าได้อย่างสูสี ซึ่งไม่แตกต่างอันใดไปาจากเผ่าเทพเลย! นี่นางกำลังบอกให้เขาไปล่าสองเผ่าในตำนานและยังอยู่ในระดับเซียนอีกด้วย!?
“แกนพลังงาน” สิ่งนี้มีโอกาสเกิดขึ้นในทุกสิ่งมีชีวิตแม้กระทั่งมนุษย์ มันไม่ใช่สิ่งที่จะได้กันมาง่ายๆ เคยมีกลุ่มผู้ฝึกตนออกล่าสัตว์อสูรมากถึงหนึ่งร้อยตัว พวกเขากลับไม่พบแกนพลังงานแม้เพียงชิ้นเดียว… นี่ล้วนมีข้อยกเว้นบางประการ สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ขอบเขตพลังยุทธทะลวงถึงขั้นราชันจักรพรรดิหรือสูงกว่า รับประกันได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นจะต้องให้แกนพลังงานหลังจากตายแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม การที่ให้ออกไปล่าสัตว์อสูรระดับเซียน ปีศาจระดับเซียน เทพระดับเซียน มันยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้น์!
“…นี่เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าสัตว์อสูรระดับเซียน ปีศาจระดับเซียน เทพระดับเซียนแข็งแกร่งขนาดไหน! เ้าจะให้ข้าไปเอาชนะพวกมันได้ยังไง…!! อีกอย่าง ั้แ่มหาาเมื่อพันปีก่อน เผ่าปีศาจได้พ่ายแพ้ให้แก่เผ่าเทพซึ่งไม่รู้ด้วยว่ามันถูกล้างบางไปแล้วหรือยัง! นี่ถ้าเ้าไม่เสนอเงื่อนไขเช่นนี้ออกมา ข้ายังคิดว่ามันเป็เพียงตำนานด้วยซ้ำไป”
แววตาของหนิงเซียนกลับกลายเป็นิ่งสงบ “เราััได้ว่าพวกมันหลงเหลืออยู่ ปีศาจระดับเซียน อสูรระดับเซียน เทพระดับเซียน เ้าต้องเอาแกนพลังงานพวกมันมาเผ่าละชิ้นเท่านั้นเอง หรือเ้ากลัว? เ้ายังยอมรับข้อเสนอเราหรือไม่?”
เฟยอวี่กำหมัดแแ่ ชายหนุ่มย่อม้าแรงกดดันเพื่อมากระตุ้นฝึกฝนตนเอง แต่แรงกดดันที่นางมอบให้กลับไม่ใช่แค่กำแพงธรรมดาประหนึ่งกำแพงเหล็กกล้าที่สูงใหญ่จนมองไม่เห็นยอด
“ยอมรับ! ข้าทำได้อยู่แล้ว!” เฟยอวี่ตระหนักดีว่าการที่เขายอมรับข้อเสนอครั้งนี้ นั่นหมายความว่าชายหนุ่มต้องบรรลุเป็เซียนเพื่อทำเงื่อนไขข้อแรกให้สำเร็จลุล่วง
“เงื่อนไขข้อที่สอง…ตามหาพี่สาวของเรา แท้จริงแล้วภายในดาราจักรนับอนันต์ได้แบ่งรูปแบบออกเป็สามโซน เราเรียกรูปแบบนั้นว่าโลก โลกลำดับที่หนึ่ง โลกลำดับที่สองและโลกลำดับที่สาม”
โลกลำดับที่หนึ่ง---โลกต้นกำเนิด
โลกลำดับที่สอง---โลกแห่งราชันย์
โลกลำดับที่สาม---ดินแดนเทวะ
“โลกที่เ้าเหยียบอยู่ตอนนี้อยู่ในโซนของโลกลำดับที่หนึ่ง…โลกต้นกำเนิด และโลกลำดับที่หนึ่งล้วนมีดาวเคราะห์อีกมากมายมหาศาลทั่วดาราจักร หนึ่งในนั้นก็คือดาวเคราะห์ของเ้า แน่นอน ตอนนี้พี่สาวเรากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกลำดับที่หนึ่งนี่…”
ั์ตาของเฟยอวี่ขยายโตกว้าง ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจอย่างตื่นตระหนก “ถ้าคำพูดของนางเป็จริงทุกประการ แสดงว่าข้าอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดของห่วงโซ่อาหาร!” ทันใดนั้น หางคิ้วของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย ห้วงความคิดหนึ่งวาบผ่านอย่างไร้สาเหตุ ความงามล้างโลกที่ผู้คนมิอาจจินตนาการได้ พลังยุทธสูงล้ำหาใดเปรียบทั้งที่ยังเด็ก…
“หนิงเซียน…เ้าเป็คนของโลกลำดับที่สาม?”
“เ้าก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียวนับว่ามีมันสมองอยู่บ้าง” หนิงเซียนกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจอย่างมาก
“แปลว่าโลกของข้ากำลังตกอยู่ในอันตรายใช่หรือไม่? หากคนจากโลกลำดับที่สามมาที่นี่กันหมด ไม่ได้หมายถึงการล่มสลายของโลกข้าหรือ…” เฟยอวี่ที่ยังไม่ได้เป็แม้กระทั่งคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลก ชายหนุ่มกลับคิดถึงภาระหนักอึ้งที่ยิ่งใหญ่เกินจะเปรียบ จนกระทั่ง คำตอบของหนิงเซียนได้ทำให้เขากระจ่างแจ้ง
“เป็ไปไม่ได้ กฎของอนันตจักรวาลจะกีดกันคนที่มีพลังเกินขอบเขตของโลกนั้นๆและทำการตัดผ่านสู่โลกลำดับถัดไปทันที อย่างเช่น เมื่อเ้าบรรลุขอบเขตที่เหนือยิ่งกว่าเซียน เ้าจะถูกตัดผ่านสู่โลกลำดับที่สอง…โลกแห่งราชันย์”
เฟยอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ถ้าหากมีคนแบบหนิงเซียนมากมาย โลกของเขาคงพังทลายอย่างช่วยไม่ได้ จู่ๆ…ชายหนุ่มคล้ายถูกสายฟ้าฟาดใส่อย่างจัง ั์ตาขยายกว้างอย่างตกตะลึงงัน “ถะ…ถ้าอย่างนั้น ทำไมเ้าถึงยังอยู่ล่ะ?”
“นี่ย่อมเป็เหตุผลส่วนตัวของเรา” หนิงเซียนกล่าวตอบน้ำเสียงธรรมดา เงื่อนไขทุกอย่างล้วนกระจ่างแจ้งเข้าใจแล้ว พิธีกราบนางเป็อาจารย์เขาก็ทำแล้ว เหลือสิ่งเดียวที่นางต้องกล่าวเตือนชายหนุ่มไว้ “เงื่อนไขทุกสิ่งทุกอย่างจะถือเป็โมฆะทันทีที่ท่านพ่อเรามารับตัวเราไป”
คำกล่าวของหนิงเซียนราวกับทิ้งูเาแห่งความกังวลลูกใหญ่ลงบนบ่าของเฟยอวี่ นางพูดว่าอันใดนะ? ทันทีที่ท่านพ่อมารับ…!
“เฮ้! เ้า…” เฟยอวี่ที่มีบางอย่างจะเอ่ยถามออกไป แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของนาง ชายหนุ่มถึงกับเก็บกลืนทุกถ้อยคำลงไป ใบหน้าของหนิงเซียนตรึกตรึมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกโศกเศร้าแจ่มชัด มันไม่ใช่สีหน้าของเด็กสาวที่ชื่อหนิงเซียนเลย นางที่ดูแข็งกร้าวเยือกเย็นตลอดเวลาคนนั้น…
ราวกับเฟยอวี่ถูกบรรยากาศด้านลบพัดพาไปด้วย ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มหวังทำลายบรรยากาศเช่นนี้ทิ้ง
“มาเริ่มฝึกกันเถอะ ข้าอยากเป็เซียนเต็มแก่แล้ว!”