Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:ศึกชิงวิหารวาคิวเรีย

                ทันทีที่เสียงประกาศบอกถึงพวกซุนหงอคงจบสัญญาณแตรเริ่มศึกก็ดังขึ้นพร้อมกับสัตว์อสูรระดับราชาหลายแสนตัวโผล่ขึ้นมาจากพื้นรอบวิหารคาลเทน่อน

                ศิลาหรี่ตามองในวิหารด้วยสีหน้าเครียดเล็กน้อย  “บางทีเราอาจจะต้องลงไปเองซะแล้ว”  เขาเปรยออกมาพร้อมรอยยิ้ม

                “คุณศิลาครับ”  ชายหนุ่มชุดสูทสีดำซึ่งเป็นจีเอ็มเดินเข้ามาหาศิลาก่อนที่ฟ้าครามจะขยับมานั่งบนตักชายหนุ่มเพื่อให้เขาคุยกับจีเอ็มได้สะดวกโดยที่ไม่ต้องคุยกันผ่านเธอ  ฟ้าครามไม่อยากลุกหรือขยับไปไหนเลยสักนิดตอนนี้เจ้าหล่อนกำลังจดจ่อเอาใจช่วยลูกรักสดายุให้ชนะการแข่งนี้

                ศิลาหันมองจีเอ็มก่อนจะพูดขึ้น  “จีเอ็มอย่างคุณมาหาผู้เล่นอย่างผมโดยตรงแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ”

                จีเอ็มหนุ่มนั่งลงห่างจากศิลาเล็กน้อย  “ผมชื่อวาสก้าเป็นจีเอ็ม  เรื่องที่ผมอยากจะบอกคือ  การที่คุณส่งสัตว์อสูรมาเข้ากิจกรรมชิงวิหารแบบนี้ผมคิดว่าไม่ยุติธรรมกับผู้เล่น”

                ศิลารู้ทันทีว่าจีเอ็มคนนี้ไม่ใช่จีเอ็มทีมของชิงหลง  เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเพราะขี้เกียจจะพูดเรื่องเดิมๆเขาไม่ชอบพูดซ้ำซาก  เฮอ....“ผมขอบอกครั้งสุดท้ายนะครับ  มันมีกฎขอไหนไหมครับที่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามให้ผู้เล่นที่ชื่อศิลา หรือนายศิลา ภัยพินาศ  เข้าศึกชิงวิหาร  ถ้าไม่มีคุณก็กลับไป  แต่ถ้ามีคุณช่วยไปเอามายืนยันทีแล้วผมจะออกจากเกมนี้เลย”  ศิลาตวาดด้วยอารมณ์ขุ่นมัวหัวเสียถึงขีดสุดเพียงแค่คนมันพระเอกก็ถูกห้ามนู่นห้ามนี่ยกใหญ่เขาผิดหรือไรที่เขานั้นเก่งแต่เขาก็ไม่ได้โกงใคร  ถึงจะมีบ่างนิดๆๆๆที่มีภูติเป็นคนสวมบทบาท

                ฟ้าครามถึงขั้นหันควับกลับมามองหน้าพี่ศิของเธอโดยที่ไม่กลัวว่าคอจะหัก  เพราะตามนิสัยแล้วพี่ศิของเธอจะเยือกเย็นเสมอที่เดือดฉุนง่ายขนาดนี้คงเพราะเขาเต็มทนจริงๆ  เช่นเดียวกับพวกโมนาทีมองศิลาด้วยความทึ่งที่กล้าต่อปากตวาดจีเอ็มจากตระกูลเอาไซสแต่นั่นพวกเขาเข้าใจผิดคิดไปเอง  แท้จริงจีเอ็มคนนี้คือลูกน้องของหุ้นส่วน

                จีเอ็มสีหน้าเลิกลั่กเหวอรับประทานเพราะเขามาด้วยความมั่นใจในฐานะที่กุมอำนาจของคำว่าจีเอ็ม  “แต่การที่คุณนั่งชมแล้วให้สัตว์อสูรเข้าทำกิจกรรมผมคิดว่าสำหรับผู้เล่นอื่นมันไม่ยุติธรรมครับ”

                ทว่าคำพูดของวาสก้าทำเอาศิลาหัวเราะก๊าก

                ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...“โอ๊ยคุณนี่ฮาดีนะครับคุณวาสก้า  ผมล่ะอยากรู้จริงๆเลยว่าคุณเป็นจีเอ็มได้ยังไงยัดเงินเท่าไหร่ใช้เส้นสายขนาดไหนถึงได้ตำแหน่งมา  คุณได้อ่านกฎกติกาของเกมบ่างหรือเปล่าครับ”  เขาชี้ไปทางผู้เล่นทีละคน  “คนนู้น  คนนั้น  คนนั้นก็ด้วย  คนนั้นอีก  พวกเขาทั้งหมดต่างก็นั่งชมแล้วให้สัตว์อสูรเข้าร่วมศึกชิงวิหาร  ทำไมคุณไม่ไปบอกพวกเขาล่ะครับ  แล้วพวกนั้นในสนามรบก็ใช้สัตว์อสูรทำไม่ห้ามล่ะครับถ้าบอกว่าไม่ยุติธรรม  ไอ้ที่ไม่ยุติธรรมเนี่ยเพราะผมคือศิลาหรือเปล่ามันถึงไม่ยุติธรรมกับคนอื่น”  เขาเน้นเสียงหรี่ตามองวาสก้า

                ซึ่งคนถูกมองสะดุ้งโหย่งเพราะเกมนี้มันโลกแตกฆ่ากันเป็นว่าเล่นการที่จีเอ็มจะถูกลูกหลงตายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  แถมบุรุษตรงหน้าเขายังแผ่จิตคุกครามออกมากดดันเขาอย่างชัดเจน  วาสก้าพลันรู้สึกว่าหากเขาอ้าปากพูดเขาต้องตายแหงๆ  ถ้าสู้กันเขาชนะเพราะมีสิทธิ์ของจีเอ็มแต่ว่าถ้าศิลาลงมือฆ่าเขาได้ก่อนที่เขาจะพูดพาสเวิร์ดไอดีเพื่อใช้สกิล Advance skill ของระบบ (สกิลพิเศษของระบบเหมือนกับที่ฟ้าครามใช้ตอนเจอศิลาครั้งแรก)  แบบนั้นเขาคงไม่รอด  และดูท่าว่าศิลาจะลงมือได้ทันก่อนที่เขาจะใช้สกิลของระบบเสร็จแน่ๆเพราะเขารู้ดีว่าชายคนนี้ไวยิ่งกว่าพญาวานร

                ศิลาถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นต่อ  “ถ้าคุณอยากให้ยุติธรรมก็ลบระบบสัตว์อสูรพิทักษ์และสัตว์เลี้ยงออกไปเถอะ  นั่นแหละถึงจะเรียกว่ายุติธรรม  โลกนี้มันไม่มีอะไรยุติธรรมหรอกครับ  คนรวยอยู่คอนโดหลังละสิบล้าน  คนจน  คนยาจก  นอนกระท่อมนอนข้างถนน  ไหนล่ะครับความยุติธรรม  คุณกลับไปซะและอย่ามาอ้างอะไรอย่างความถูกต้องความยุติธรรมกับผมอีก  สำหรับผมความยุติธรรมมันก็แค่สิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นมันเป็นแค่นามธรรมจับต้องไม่ได้  และไอ้คนที่ให้นิยามความหมายคำว่ายุติธรรมเป็นใครผมก็ไม่รู้จักแล้วทำไมผมต้องไปผ่านกฎเกณฑ์ของมัน”

                อึก!!......จีเอ็มหนุ่มสะอึก

                พวกโมนามองหน้าศิลาปนทึ่งยอมซูฮก  “ลึกซึ้ง”  โมนาเปรยออกมา

                โจโฉมองหน้าจีเอ็มก่อนจะพูดคุณ  “คุณจีเอ็มเมื่อครู่คุณบอกว่าการที่คุณศิลาส่งสัตว์อสูรทำศึกชิงวิหารและตัวเองนั่งดูไม่ยุติธรรม  หมายความว่าคุณต้องการให้คุณศิลาเข้าทำศึกชิงวิหารด้วยตัวเองพร้อมกับสัตว์อสูรพิทักษ์และภูติหรอครับ”

                 จีเอ็มหนุ่มวาสก้าหน้าซีดพลางคิดว่าเอาไงดีว่ะ....จะมาพูดใช้ฐานอำนาจในถานะของจีเอ็มขู่ซะหน่อย  ไอ้เจ้าตัวก็ดันไม่กลัวแถมยังโดนสั่งสอนกลับอีก  อยากจะรู้จริงๆใครหนุนหลังไอ้หมอนี่หรือเอ็งเป็นลูกเต้าเหล่าใคร

                วาสก้าได้แต่คิดสบถอยู่ในใจ

                ผู้เล่นระแวกนั้นหันมามองจีเอ็มหนุ่มเป็นตาเดียว  สายตาประมาณว่าเอ็งรีบใสตูดไปเดี๋ยวนี้เลยน่ะ  ห่านเอ๊ย...แค่สัตว์อสูรก็พินาศบรรลัยมากเกินพอและขืนถ้าตัวพ่อกับตัวแม่ลงไปจะขนาดไหน

                เมื่อเห็นจีเอ็มเงียบโจโฉก็พูดขึ้นต่อ  “การกระทำแบบนี้ของคุณวาสก้าที่เป็นจีเอ็มเข้าค่ายข่มเห่งระเมิดสิทธิ์ผู้เล่นนะครับพวกเราฟ้องได้นะ  คุณเป็นจีเอ็มก็ควรทำหน้าที่จีเอ็มไม่ควรมาก้าวก่ายสิทธิ์ผู้เล่นซิครับ”  โจโฉหรี่ตาจ้องวาสก้าก่อนจะพูดเสียงขรึม  “หรือคุณหนุนหลังแอบช่วยผู้เล่นคนไหนอยู่เพื่อหวังผลประโยชน์ในหุ้นส่วน 50% ของบริษัทอัลไซส”

                วาสก้าเหงื่อแตกพร้อมกับคิดในใจ  ‘เอาวะวิธีสุดท้ายลองอ้างชื่อดู  มันไม่มีใครไม่กลัวอิทธิพลมาเฟียหรอก’  เขายิ้มให้ศิลาก่อนจะพูดขึ้นเชิงขู่  “คุณศิลารู้ไหมครับว่าเจ้าของเกมนี้คือใคร”

                “รู้ซิครับ”  ศิลาตอบไม่ยีหร่ะ

                “งั้นคุณก็คงรู้ซินะครับว่าจีเอ็มอย่างผมเป็นคนของตระกูลนั้น  แล้วแบบนี้คุณจะพอทำตามคำขอของผมได้ไหมครับ”  จีเอ็มหนุ่มพูดปนรอยยิ้มบนใบหน้ามั่นใจ

                ศิลาเลิกคิ้วสูงสีหน้าตกใจ  หวาดกลัว  “โฮ่ว...คุณเป็นคนของตระกูลมาเฟีย  อัลไซสหรอครับ”  เขาหน้าตาตื่น

                จีเอ็มพยักหน้า  รอยยิ้มมั่นใจยิ่งขึ้น ‘Yes!..ฉันชนะ  ไม่มีใครไม่กลัวมาเฟียเจ้าของเกมหรอก’  เขาดีใจลิงโลดในความคิดทว่าก็ต้องหน้าเหวอเมื่อศิลาตอบกลับมา

                “ไป๋...ไป”  เขาโบกมือเชิงไล่  “ผมพูดชัดเจนแล้ว  ถ้าคุณยังดึงดันก็เอาหัวหน้าอะไรนั่นที่คุณบอกว่าคุยกับผม”

                อ้า!!.....เหวอ...   จีเอ็มและพวกโมนาเหวออ้าปากค้างก่อนที่จีเอ็มจะรุกออกไปพร้อมกับเรียกวินโดว์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน

                ศิลาหันมามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                ภาพที่เห็นตอนนี้คือซากไอเท็มหายไปทีล่ะชิ้นทีล่ะกองพร้อมกับผู้เล่นนอนตายซากผสมกับร่างของสัตว์อสูรเลือดสีแดงไหลนองทั่วพื้นสาดกระจายอาบย้อมวิหารเสียงระเบิดดังสนั่นแสงสีของมหาเวทมนต์วูบวาบไม่ขาดสายเหตุการณ์กลับพลิกผลันฝ่ายผู้เล่นกำลังถูกสัตว์อสูรที่อริสปล่อยออกมาไล่สังหารด้วยผลบุญจากการที่พวกซุนหงอคงไล่ฆ่าผู้เล่นเพื่อเก็บแต้มทำให้จำนวนผู้เล่นลดลงอย่างรวดเร็วเลยยากต่อการรับมือสัตว์อสูร

                เดิมที่พวกผู้เล่นได้ตกลงกันไว้ว่าจะช่วยกันกำจัดสัตว์อสูรที่ระบบอริสปล่อยออกมาก่อนแล้วตีฝ่าเข้าห้องบอสจากนั้นค่อยสังหารกันเองเพื่อชิงสิทธิ์การฆ่าบอสทว่าทั้งหมดก็ต้องพังทลายลงเมื่อสี่มหาวายร้ายดันเข้าร่วมศึกชิงวิหารแถมยังฆ่าไม่เลือกเตียนเกลี้ยงหมดทั้งคนทั้งสัตว์อสูร

                ศิลามองดูวิหารด้วยความครุ่นคิดก่อนจะพูดสั่งสัมพาทีทางกระแสวิญญาณ  “สัมพาทีนายลองใช้เท้าเหยียบวิหารหรือลองใช้เวทมนต์ทำลายวิหารดูซิ”

                “มีอะไรหรือครับนายท่าน” สัมพาทีถามกลับในขณะที่กำลังวิ่งไล่เหยียบบี้สัตว์อสูรและผู้เล่นด้วยขนาดเท้าที่ใหญ่ปานขุนเขา

                “ฉันสงสัย  วิหารนั่นโดนลูกหลงจากมหาเวทมนต์ไม่รู้เท่าไหร่  โดนลูกจากพวกนายก็เยอะ  แต่มันยังไม่สะเทือน”  

                “ครับนายท่าน”  สัมพาทีตอบกลับก่อนจะขยับปีกบินเกิดเป็นลมมหาพายุสองลูกวิ่งทั่วสนามรบผู้เล่นต่างร้องออกมาสุดเสียงบ่างก็ลอยหมุนราวกับอยู่ในเครื่องซักผ้า  

                สัมพาทีบินสูงเหนือยอดวิหารก่อนจะทิ้งดิ่งลงมาพร้อมกับขาขวายกสูงหมายจะตอกส้นใส่ยอดวิหารผ่าให้เป็นสองซีกเกิดเสียงดังครื่นๆจากมวลอากาศที่แหวกออกจากร่างของสัมพาทีเรียกความสนใจทุกสายตาวินาทีต่อมาเท้ามังกรสีแดงเลือดก็ตอกส้นลงยอดวิหารเกิดเสียงดังเปรี้ยงสนั่นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นผืนดินสั่นสะท้านวิปโยคพื้นหินยอดผาแตกร้าวยกตัวสูงจากแรงเท้าของสัมพาทีทว่าวิหารวาคิวเรียไม่สะเทือนสักนิด

                “นายท่านไม่สะเทือนเลยครับ”  สัมพาทีหรี่ตามองวิหารด้วยอาการฟุดฟัดขัดใจก่อนที่จะบินขึ้นสูงและทิ้งดิ่งเอาหัวลงโขกอีกครั้งเกิดเสียงเปรี้ยงสนั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมสัมพาทีหงายท้องตึงเห็นลูกไก่วิ่งวนบนหัว

                ศิลาเอามือกุมขมับ  อนาถใจกับฉากหมดสภาพมังกรผู้องอาจของตน

                ฟ้าครามหันมามองศิลา  “ดูเหมือนสัมพาทีจะยังไม่ส่างยาดองนะคะ”

                “พี่ก็คิดแบบนั้นค่ะ”

                สดายุร้อนรนบินลงจากฟ้าคืนร่างเป็นเด็กชายตัวป้อมวัยสามขวบวิ่งหลุนๆผ่าดงสนามรบเข้าหาสัมพาทีด้วยท่าทางร้อนรนตื่นตระหนกก่อนจะค่อยๆปีนร่างสัมพาทีขึ้นไปทั้งที่ในร่างคนสดายุก็มีปีก  “ฉี...ฉี..”  สดายุเขย่าดิงหนังปากมังกรเรียกสัมพาทีให้รุกมาแข่งต่อ  “ฉี...ฉืน” สดายุเดือดกำหมัด  เปรี้ยง....มือขวาโบกหน้าพี่ชายดังสนั่นเล่นเอาสัมพาทีคืนสติก่อนจะคืนร่างเป็นคนเรียกดาบออกมาพร้อมกับสดายุเรียกกริชออกมา

                “บูรพานายคิดว่าไอ้เจ้ามังกรนั่นมันเอาโหม่งวิหารทำไม”  พลัมถามด้วยสีหน้าสงสัย

                “มันคงกินอะไรผิดสำแดงมามั้ง”

                “ระวัง!!”  บูรพาดึงร่างของพลัมหลบคลื่นพลังสีเขียวสดแหลมคม  “สายลม!!!!....”  เขาเน้นเสียงฟันกัดแน่น

                สายลมเดินย่ามสามขุมสืบเท้าเข้าหาบูรพาพร้อมเอนร่างหลบคลื่นพลังนับไม่ถ้วนอย่างสบายค่อยๆเข้าหาบูรพามือซ้ายกระชับดาบสีเขียวสดในมือแน่นนัยน์ตาเย็นยะเยือกทั่วร่างแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาชัดเจนจนคนดูสามารถสัมผัสได้  “เขาเคยลือกันว่าครั้งหนึ่งคุณเคยดวลเดี่ยวอย่างสูสีกับจอมมาร  ถ้าหากผมชนะคุณได้แบบขาดลอยก็เท่ากับว่าผมเหนือกว่าจอมมาร  เพราะขนาดคนที่สูสีกับจอมมารอย่างคุณยังเทียบผมไม่ติด”

                บูรพาเดือดจัดฟันกัดแน่นถึงแน่นที่สุดจนใบหน้าสั่นสะท้านมือขวากำดาบแน่นจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมือขวา

                “น้องฟ้า”  ศิลาเรียกหวานใจเสียงขรึม

                “ค่ะพี่”  เจ้าหล่อนตอบรับสีหน้าสงสัย

                “รอพี่อยู่ตรงนี้สองนาทีนะ”  เขาบอกก่อนรุกเดินออกจากที่นั่ง

                “ค่ะ...”  ฟ้าครามมองหลังศิลาด้วยสีหน้าขมวดคิ้วทว่าพวกโมนาและคนบนอัฒจันทร์กำลังอ้าปากเหวอใจเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นเพราะทางที่ศิลาเดินไปนั้นคือทางลงอัฒจันทร์เพื่อเข้าร่วมสงคราม

               ในขณะที่ชายหนุ่มใบหน้าคมนัยน์ตาสุขุมเย็นยะเยือกกำลังเดินลงตามบันไดสเป็คตราโดรนการถ่ายทอดสดก็บินมาจับภาพของเขาให้ผู้ชมได้เห็นใบหน้าและแววตาของศิลาในระยะซูมมมม...ในจอภาพปรากฎใบหน้าหล่อคมเรียบนิ่งแฝงความโฉดชั่วถึงตัวตนเจ้าเลห์ลึกล้ำพร้อมกับเขากำลังบริกรรมคาถา

                “มะ...มาแล้วค่ะ”  จีเอ็มสาวตะโกนออกท่าทาง  “ในที่สุดอดีตผู้เล่นอันดับหนึ่งบัลลังก์มารสูงสุดก็เข้าร่วมศึกชิงวิหารแล้ว”

                “โอกาสที่จะได้เห็นเขาใช้สกิล  ความสามารถออกมาไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ  เพราะฉะนั้นอย่างกระพริบตาเชียวนะครับ”  จีเอ็มหนุ่มวิ๊งแซ่บเสริม

                วูบ!..ศิลาพุ่งตัวผ่านบาเรียวินาทีต่อมาเขาก็หายจากทุกสายที่จับจ้องทิ้งไว้เพียงอากาศธาตุและความว่างเปล่าไม่กี่วินาทีต่อมาทั้งหมดบนอัฒจันทร์หรือแม้กระทั่งในสนามรบต่างเงยหน้าแหงนมองขึ้นฟ้าปรากฎวงเวทมนต์สีทองอักขระเวทมนต์สีดำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยี่สิบกิโลเมตรลอยเด่นสง่ากลางท้องฟ้าปกคลุมทั่วพื้นที่

                 “ชิป!!

                 “บรรลัย!!...

                 “งามไส้”  ผู้เล่นต่างอุทานออกมาเพราะพวกเขารู้ดีว่าไอ้วงเวทมนต์ขนาดมหึมาที่พวกเขาเห็นมันมีอนุภาพแรงขนาดไหน

                ฟ้าครามเบิกตาตลึงดูหลอดค่าพลังวิญญาณ(มานา)ของศิลาพบว่าพี่ศิของเธอดึงมานาออกไปใช้ในการโจมตีนี้ทั้งหมดทำให้เจ้าหล่อนรีบพุ่งมาบังหน้าพวกโมนา

                สายลมหันมองศิลาบนฟ้าสูง  “อย่าฝันไอ้สวะ  หากมีฉันคนนี้อยู่แก่อย่าฝัน!...”  เขาพุ่งร่างเข้าหาศิลาสุดตัว

                ศิลามองสายลมพร้อมกับยิ้มออกมา  “ขอโทษที  ผมไม่เคยฝัน  แต่ผมใฝ่และแสวงหา  อนันตกาลแห่งสูญ”      

                วูบบบบ....   แสงสีทองสว่างจ้าแสบตาจนทุกคนต่างหลับตาให้กับแสงนั้นไม่มีเสียงสำเนียงใดเอื่อนเอ่ยออกมาวินาทีต่อมาภาพถ่ายทอดสดถูกตัดเพราะสเป็คตราโดรนถูกลบทิ้ง

                โมนา  นีวา  ชางหลง  โจโฉ  แฮฮูตุ้น  อ้วนเสี้ยว  เล่าปี่  ขงเบ้ง  กวนอู  ทั้งหมดลืมตามองสนามรบศึกชิงวิหารตางเบิกตาตลึงเหงือแตกพลัก  วิหาร  ผู้เล่น  กองไอเท็ม อัฒจันทร์  บาเรีย  อันตทานหายหมดในพริบตาเห็นแค่เพียงสัตว์อสูรของศิลาเท่านั้นพร้อมกับบนฟ้าคือศิลาที่กำลังยกขวดยาฟื้นพลังมานาขึ้นมาดื่มหลายสิบขวดและก็ดื่มอีกหลายสิบขวดและก็ดื่มอีกหลายสิบขวดราวกับเขาต้องการฟื้นพลังมานาให้มากที่สุดเพื่อรออะไรบางอย่างเช่นเดียวกันกับสัตว์อสูรของศิลาที่ทุกคนกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่เว้นแม้แต่ฟ้าคราม

                จากนั้นไม่นานท่ามกลางลานกว้างเงียบสงบได้ยินเสียงสายลมก็มีเสียงหนึ่งที่หนักทุ้มดังขึ้น  “บังอาจ  บังอาจ บังอาจจจ!....”  เสียงนั้นตวาดด้วยความเกรี้ยวกราด  “ผู้ใดบังอาจลบหลู่ข้า  ผู้ใดบังอาจสร้างตัวพิลึกเช่นข้าออกมา  ขอเจ้าจงตอบมามนุษย์!!”  

                ทามกลางลานกว้างเบื้องหน้าของพวกหงอคงปรากฎร่างนักรบทั่วตัวเป็นเกราะสีทองคลุมปกปิดใบหน้าหมวกที่ครอบใบหน้าเป็นรูปหน้ามังกรด้านหลังมีปีกสี่แฉกทว่าปีกนั้นกลับดูราวอัญมณีแผ่สยาย  ด้านข้างเห็นทหารหินผาสีน้ำเงินใบหน้าคล้ายมังกรแต่ก็คล้ายยักษ์เงินร่างสูงสี่เมตรใหญ่สองเมตรมือขวาถือฆ้อนสีทอง       

                “นักรบปีกเทพสวรรค์ราห์ ขั้นตำนาน ระดับ 300 ทำการจุติ”

                “นักรบมายาทหารสวรรค์ โอเบลิส ขั้นตำนาน ระดับ 300 ทำการจุติ”           

                ศิลาหลับตาถอนหายใจ  “เฮออ”  เขาระบายลมหายใจยาวเหยียด  “ไม่ทันหรอเนี่ย”

                ราห์เงยหน้ามองศิลา

                ฟุ้บ!...  เปรี้ยง  เสี้ยววินาทีร่างของศิลาพุ่งตกกระแทกพื้นดังสนั่นสั่นสะเทือนพร้อมกับปรากร่างของนักรบปีกเทพสวรรค์ราห์ขึ้นมาในอากาศแทนที่ศิลา

                ราห์ท่าทางสงสัยเหตุใดมนุษย์โดนบาทาของเขาแล้วยังรอด  ซ้ำยังรุกขึ้นมายืนบิดเอียงคอคล้ายเคล็ดขัดยอกหน้าตาเฉย

                ศิลาฉีกยิ้มออกมา  มองร่างกายของตนที่ตอนนี้กำลังสั่นสะท้านกระเฮี้ยนกระหือกระหายการต่อสู้การหลังเลือดจนเนื้อเต้น

                ที่จริงเขาก็สองจิตสองใจ  อีกใจเขาก็อยากลองงัดกับเทพอสูรขั้นตำนานดูสักครั้งแต่อีกใจเขาก็ยังไม่อยากเพราะเขาต้องไปศึกชิงวิหารอาคาทาส

                โอเบลิสมองศิลาด้วยท่าทางขมวดคิ้วก่อนจะฉีกยิ้ม  “เจ้าน่าสนใจดีมนุษย์  เราจะเว้นชีวิตเจ้า  แต่เราก็มิอาจมองข้ามการกระทำนี้ของพวกเจ้าได้ที่บังอาจสร้างสิ่งเรียนแบบพวกเรา  เพราะงั้นข้าจะให้พวกเจ้าตายอย่างมีเกียรติด้วยการทำฮาราคีรีคว้านท้องพวกเจ้าเองซะ”

                 เจี๊ยกกก!!....หงอคงควงกระบอกชี้หน้าทหารยักษ์  “อย่าได้ใจให้มากไอ้แมงกินฟัน  ไอ้เจ้าหินปูน  เดี๋ยวข้าจะเอากระบองทองแคะแมงให้เจ้าเอง”

                โมนาหันมาสะกิดนีวาสีหน้าประมาณว่าโกยเถอะโยมอยู่ไม่ได้แล้ว

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน