บทที่ 100: เหตุการณ์เมื่อ 2 วันก่อน 1 (The 2 Days ago Incident Part 1)
หลังจากที่ได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในทีมสารวัตรเท็นจูโร่ที่มีทั้งผู้กองทัตสึยะ ผู้หมวดเอมิระ และผู้หมวดนากาโนะ เกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพที่ถูกจัดแสดงขึ้นที่พิพิธภัณฑ์เรย์ชิกิ ทางด้านสึบากิก็ได้เดินทางกลับมาจากกรมตำรวจนครบาลโตเกียว พร้อมกับยูโตะ คานาเมะ และเพื่อนทั้งสามของเธออย่างริโกะ ซานาเอะ และอาซึสะ โดยมีสึคาสะ เพื่อนนักข่าวของยูโตะคอยขับรถไปส่งให้ถึงที่บ้านทาวน์โฮมและวันต่อมา ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หลังจากที่เคลียร์งานต่างๆ ในห้องสภานักเรียนนั้นเสร็จสิ้น ซึ่งเวลาในตอนนี้ก็ได้ล่วงเลยจนมาถึง 6 โมงเย็นแล้ว สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอก็พากันเดินออกจากโรงเรียน และเดินทางกลับไปที่ร้านกาแฟของคานาเมะที่เปิดอยู่ภายในบ้านทาวน์โฮมของยูโตะและในระหว่างนั้น พวกเธอทั้ง 4 ต่างก็เดินทางกลับบ้านพลางพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งพวกเธอทั้ง 4 ได้กลับมาถึงห้องพักชั้นใต้ดินที่อยู่ภายในกาแฟในบ้านทาวน์โฮมของทั้งสองพี่น้องเมื่อได้กลับมาถึง สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามก็ได้พบกับมิโกะสาวสึรุฮิเมะที่กำลังนั่งรอพวกเธอพลางจิบกาแฟร้อนๆ อยู่ภายในร้าน ซึ่งเธอนั้นมาพร้อมกับฟูจิเอดะ มิเนโกะ นักการเมืองสาวดาวรุ่ง และคินซากิ มือขวาคนสำคัญของมิเนโกะเนื่องจากที่ศาลเจ้าโอยามะซุมินั้นกำลังจะมีการจัดงานพิธีบวงสรวงบูชาเทพครั้งใหญ่ขึ้นในคืนวันมะรืนนี้ โดยมีฟูจิเอดะ ทาดาชิ รัฐมนตรีอาวุโสที่เป็นพ่อของมิเนโกะนั้น ขึ้นเป็นเจ้าภาพในพิธีในครั้งนี้สึรุฮิเมะจึงต้องการจะขอร้องให้สึบากิช่วยไปเป็นมิโกะเพื่อร่ายรำคางุระในศาลเจ้า อันเนื่องมาจากที่ทาดาชินั้นเคยได้ยินที่เซ็นเคียวกับนิชิโกะมักเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง ว่าสึบากินั้นร่ายรำคางุระได้งดงามมาก และเธอนั้นก็มักจะขึ้นแสดงร่ายรำคางุระในงานพิธีมงคลต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นตามศาลเจ้าอยู่บ่อยครั้ง ทางด้านสึบากิก็เอ่ยตอบตกลงกับสึรุฮิเมะ ก่อนที่พวกเธอทั้ง 4 จะรีบเดินลงไปยังห้องพักที่อยู่ชั้นใต้ดินทันทีถึงแม้ว่าการขึ้นแสดงร่ายรำคางุระในงานพิธีบวงสรวงบูชาเทพที่กำลังจะมาถึงนี้จะมีค่าตอบแทนให้อย่างงาม แต่ทางด้านสึบากิก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับเรื่องนั้นเท่าไหร่นัก อันเนื่องมาจากว่าในคืนของวันมะรืนที่กำลังจะถึงนี้มันตรงกับคืนวัญเพ็ญพอดี เธอจึงเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาว่า เมื่อถึงตอนนั้น เธอจะกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หาง แล้วอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนในงาน สึบากิพลางถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกกังวลที่มีอยู่ภายในใจ“ไม่เป็นไรหรอกน่า สึบากิจัง เธอก็สวมสร้อยอัญมณีกันอสูรไว้แล้วนี่ คำสาปของนางเทวีอสูรฯ นั่นไม่มีทางที่จะแผลงฤทธิ์ออกมาได้หรอก” คำพูดของริโกะที่ได้พูดออกมานั้นได้ทำให้สึบากิเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย“ถ้าสึบากิจังยังรู้สึกกังวลกับเรื่องนั้นหล่ะก็ เดี๋ยวพวกฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอด้วย ไปกันทั้งหมดนี่แหละ”ซานาเอะประกาศกร้าวว่าพวกเธอทั้งหมดนั้นจะไปเป็นเพื่อนกับสึบากิ“สึบากิจัง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ พวกเราก็จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”คำกล่าวให้กำลังใจที่อาซึสะพูดออกมานั้น สร้างความรู้สึกอุ่นใจให้กับสึบากิเป็นอย่างมาก มือเรียวงามของอาซึสะนั้นก็พลางยกขึ้นมาจับเข้าที่บริเวณไหลอันบอบบางของสึบากิ“ขอบใจมากนะ ทุกคน” สึบากิกล่าวคำขอบคุณกับเพื่อนๆ ทั้งสามของเธออย่างซาบซึ้ง ดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตนั้นก็พลางหลั่งน้ำตาออกมาจนอาบแก้ม3 วันต่อมา สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอได้เดินทางข้ามจังหวัดมาถึงที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิที่อยู่บนเกาะโอมิชิมะในจังหวัดเอฮิเมะ หลังจากที่เดินผ่านซุ้มประตูที่อยู่ด้านหน้าศาลเจ้าแล้ว สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามนั้นต่างก็เดินมาโยนเหรียญใส่ในกล่องที่อยู่ด้านหน้าตัวศาลเจ้า ก่อนที่พวกเธอทั้ง 4 คนจะสั่นกระดิ่งคนละ 2 ครั้งจากนั้น สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามก็โค้งคำนับคนละ 2 ครั้ง ก่อนที่พวกเธอทั้ง 4 คนจะตบมือเสียงดังๆ คนละ 2 ครั้งอย่างพร้อมเพรียงกันขอให้ข้าน้อยหลุดพ้นไปจากคำสาปของนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ในตัวของข้าน้อยด้วยเถิดขอให้เหล่าทวยเทพทั้งหลายทั้งปวง ได้โปรดจงคุ้มครองเพื่อนของข้าน้อยให้รอดพ้นไปจากคำสาปของนางเทวีอสูรฯ นั่นด้วยเถิดสึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอต่างก็กล่าวคำอธิษฐานอยู่ภายในใจ ก่อนที่พวกเธอทั้ง 4 จะตบมือเสียงดังๆ พร้อมกันอีก 1 ครั้ง“ขอโทษนะคะ ใช่คุณมัทสึไดระ สึบากิ ที่คุณโอริ สึรุอิมิได้เชิญมารึเปล่าคะ”“ใช่ค่ะ” มีมิโกะในศาลเจ้าคนหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาถามสึบากิ เธอเอ่ยตอบยืนยันกับมิโกะที่อยู่ตรงหน้า“แล้วทั้งสามท่านนี้คือ...”“เพื่อนของสึบากิค่ะ พวกเรามาเป็นเพื่อนของเขาค่ะ” และทันใดนั้นซานาเอะก็ได้เอ่ยตอบแทรกออกมา ส่วนทางด้านริโกะกับอาซึสะต่างก็พยักหน้าพร้อมกันเพียงเล็กน้อย“อย่างงั้นเหรอคะ จริงสิ ตอนนี้คุณโอริ สึรุอิมิกำลังรออยู่พอดีเลย เชิญทางนี้ค่ะ” จากนั้น สึบากิและเพื่อนๆ ทั้งสามต่างก็รีบเดินตามมิโกะนางนั้นไปพบกับสึรุฮิเมะที่อยู่ในบ้านพักในศาลเจ้าทันทีอาซึสะนั้น เธอไว้ผมบ๊อบทรงประบ่าที่สั้นนิดๆ มีการไล่โทนสีผมจากสีน้ำเงินเข้มอมดำที่ด้านบนไปยังสีน้ำเงินสดที่ปลายผม ลักษณะการไล่โทนสีผมนั้นค่อนข้างจะกลมกลืนกันมากระหว่างโทนสีเข้มกับโทนสีอ่อน เธอมีดวงตากลมโตคู่งามสีแดงทับทิมที่เข้มนิดๆ ขนาดส่วนสูงของเธอนั้นค่อนข้างจะเตี้ยกว่าสึบากิอยู่เล็กน้อยทางด้านริโกะนั้น เธอไว้ผมตรงยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มอมดำที่ยาวไปจนถึงตรงบริเวณที่กลางหลัง เธอมีดวงตากลมโตคู่งามสีแดงเลือดหมูที่เข้มนิดๆ ขนาดส่วนสูงของเธอนั้นค่อนข้างจะสูงกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในแก๊งค์เพียงเล็กน้อยส่วนทางด้านซานาเอะนั้น เธอไว้ผมทรงบ๊อบสีชมพูบานเย็นที่สั้นนิดๆ เธอมีดวงตากลมโตคู่งามสีชมพูอ่อนๆ ขนาดส่วนสูงของเธอนั้นค่อนข้างจะเตี้ยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในแก๊งค์เพียงเล็กน้อยเมื่อได้มาถึง พวกสึบากิก็ได้พบกับโอริ สึรุอิมิ มิโกะสาวผู้ดูแลศาลเจ้าโอยามะซุมิแห่งนี้ สึบากินั้นจำหน้ามิโกะสาวที่อยู่ตรงหน้าได้ เพราะมิโกะสาวนางนี้เคยช่วยสึบากิไว้ในตอนที่เทศมนตรีเกนยะได้นำนักพรตโซเคน และกลุ่มผู้คนบุกเข้ามาทำร้ายสึบากิถึงที่บ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระในเมืองเกียวโต สึบากิจึงรีบโค้งคำนับให้กับสึรุฮิเมะเพียงเล็กน้อยเป็นการทักทายทันทีทางด้านสึรุฮิเมะก็ได้โค้งคำนับตอบกลับเพียงเล็กน้อยเป็นการรับคำทักทาย ก่อนที่เธอจะรีบพาสึบากิไปอาบน้ำ และแต่งกายด้วยชุดมิโกะในศาลเจ้า เพื่อที่จะออกแสดงร่ายรำคางุระที่ด้านหน้าศาลเจ้าเมื่อสึบากิได้มาอยู่ในชุดมิโกะในศาลเจ้าที่ได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างครบครัน ตั้งแต่ทรงผม เครื่องประดับ ไปจนถึงเครื่องแต่งกาย เธอก็ดูสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเธอนั้นคือนางฟ้าจากสวรรค์ที่จุติมายังโลกมนุษย์ และมีเสน่ห์ดึงดูดให้ชายทุกๆ คนที่ได้มาเห็นเกิดความหลงไหลในตัวเธอที่มากยิ่งขึ้นความงามของเธอนั้นสะกดทุกสายตาของชายทุกๆ คนที่เหลียวตามองได้อย่างแยบยล จนทำให้ชายทุกๆ คนที่เกิดความหลงไหลในตัวเธอนั้นต้องเหลียวกลับมามองเธออีกครั้งอย่างไม่ละสายตา