ตลอดทางเฟยหลงพยายามสนทนาและจดจำชื่อคนพวกนั้นเพื่อไม่ให้ใครสงสัยเมื่อกลับมาถึงพระราชวังเฟยหลงติดตามนักเวทเหล่านั้นไปยังที่พัก
“เอะนั่นพี่ชายและน้องชายของท่านี่”
“คารวะท่านมู่เจ๋อคารวะท่านมู่กวาง”
“ท่านพี่วันนี้ข้าบังเอิญได้โอสถเสริมเวทระดับสูงมาฝากพวกท่านด้วย”
เฟยหลงหยิบขวดโอสถออกมาสี่ขวดยื่นให้กับมู่เจ๋อและมู่กวางทันทีมู่เจ๋อเปิดขวดโอสถออกดู เขาถึงกับตะลึงเมื่อเห็นโอสถเสริมเวทที่อยู่ในมือ
“เจ้าไปเอาโอสถพวกนี้มาจากที่ไหน”
“ข้าได้จากเด็กหนุ่มคนหนึ่งเขาเอามาขายที่ตำหนักโอสถเมฆาตะวันตก แต่ว่าทางตำหนักให้ราคาเขาต่ำไปเขาเลยไม่ขายข้าจึงรับซื้อมาเพียงแค่เม็ดละห้าพันเหรียญทองเท่านั้น”
“อะไรนะเจ้าได้โอสถคุณภาพเต็มสิบส่วนมาในราคาเพียงแค่เม็ดละห้าพันเหรียญทองเท่านั้นหรือ?”
“ใช่แล้วท่านพี่เจ้าหนุ่มนั่นกับปู่ของมันยังดีใจยกใหญ่เลย พวกมันโง่จริงๆ โอสถดี ๆเช่นนี้ขายในราคาเม็ดละห้าพันเหรียญทองเท่านั้นหากเป็นอาณาจักรแห่งแสงราคาคงไม่ต่ำกว่าเม็ดละแสนเหรียญทองเลยก็ว่าได้”
“จริงของเจ้าฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาหละพวกเรากำลังจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท เจ้าจะไปด้วยไหม”
“ไปสิท่านพี่”
ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่ใช้ในการประชุมขุนนางประจำวันเมื่อพวกเขาทั้งสามไปถึงต่างมีผู้คนเข้ามาพูดคุยด้วยเพราะตอนนี้พวกเขาทั้งสามแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของอาณาจักรเมฆาตะวันตกไปแล้ว
หลังจากนั้นไม่นานกษัตริย์ซือหยวนไห่ก็มาถึงพวกเขาต่างปรึกษาถึงปัญหาและเรื่องราวต่าง ๆ ภายในอาณาจักรเมฆาตะวันตกอยู่เกือบสองชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับเผ่าเอลฟ์ที่พวกเขาสามารถจับตัวมาได้
“ท่านเสนาบดีพวกท่านคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรกับเจ้าพวกเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดดีหากพวกเรากักขังพวกมันไว้เช่นนั้นตลอดคงจะเป็นไปไม่ได้แน่”
“เรียนฝ่าบาททำไมเราไม่ลองเกลี้ยกล่อมพวกมันดูก่อนหากเราสามารถเกลี้ยกล่อมให้พวกมันอยู่ในอาณาจักรเมฆาตะวันตกของพวกเราได้มันจะดีกับอาณาจักรของพวกเราไม่น้อยพะยะค่ะ”เฟยหลงเอ่ยเสนอความคิดของเขาขึ้นมา
“ทำไมท่านคิดว่าท่านสามารถเจรจากับพวกเอลฟ์ได้เช่นนั้นหรือ? หรือว่าท่านอยู่กับเผ่าเอลฟ์นานจนเห็นใจพวกมันไปแล้ว”ขุนนางระดับสูงท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ข้าไม่รู้นะว่าท่านคิดอย่างไรแต่หากองค์กษัตริย์ของเรามีผู้รับใช้เผ่าเอลฟ์สาว ๆ สวย ๆ ติดตามดูแล ท่านคิดว่าอาณาจักรอื่นจะคิดเช่นไรแล้วพวกเอลฟ์พวกนั้นท่านคิดว่าพวกมันจะไม่รักตัวกลัวตายบ้างหรือไงสัตว์เดรัชฉานมันยังรู้จักรักตัวกลัวตายเลยนะท่าน”เฟยหลงตอบกลับไปจนทำให้ขุนนางผู้นั้นถึงกับเงียบสนิทเพราะรู้ดีว่าองค์กษัตริย์นั้นคิดเช่นไรอยู่
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้านี่มันรู้ใจข้าจริง ๆ ข้ายกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกันหากสามารถทำให้เผ่าเอลฟ์ พวกนั้นทำตามที่เจ้าพูดได้ข้าจะปูนบำเหน็จให้เจ้าอย่างงามเลย”
“พะยะค่ะฝ่าบาทข้าน้อยจะพยายามอย่างเต็มที่ จะไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง”
“เจ้าแน่ใจเช่นนั้นหรือมู่จิ่ว”
“ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าพอคิดอะไรดี ๆ ได้ไม่แน่เอลฟ์พวกนั้นอาจจะยอมเชื่อฟังพวกเราได้โดยง่าย”
“หากเจ้ามั่นใจเช่นนั้นพี่ก็จะไม่ห้ามเจ้า”
“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่สนับสนุนข้า”
หลังจากกลับมาเฟยหลงจึงได้เล่าให้กับมู่เจ๋อและมู่กวางถึงแผนการณ์ของเขา
“ท่านพี่ข้ามีความคิดว่าการเกลี้ยกล่อมพวกเอลฟ์นั้นไม่ยากเลยพวกท่านอยู่กับพวกเอลฟ์มาเกือบสามปี พวกท่านเห็นพวกมันรักพวกพ้องมากขนาดไหนข้าคิดว่าข้าสามารถเกลี้ยกล่อมพวกมันได้อย่างแน่นอนพี่ใหญ่ท่านช่วยพาข้าไปยังที่คุมขังเผ่าเอลฟ์หน่อยได้หรือไม่”
“ได้สิข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะพูดยังไงให้พวกมันยอมทำตามที่เจ้าต้องการได้มู่กวางเจ้ากลับไปก่อนก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงทางนี้”
เฟยหลงและมู่เจ๋อเดินทางไปยังที่คุมขังของเผ่าเอลฟ์เมื่อพวกเขามาถึงยามที่เฝ้าเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปด้านในทันที
“ท่านพี่ท่านช่วยร่ายเวทให้ข้าเปลี่ยนเป็นบาเอลทีส่วนท่านให้เป็นเจ้าหนุ่มมนุษย์ที่เข้าไปในดินแดนเผ่าเอลฟ์ให้ที”
“ได้สิเจ้านี่มันฉลาดจริง ๆ ข้าพอจะเข้าใจความคิดของเจ้าแล้ว” มู่เจ๋อร่ายเวททันทีหลังจากที่ร่างของเฟยหลงเปลี่ยนหน้าตาเป็นบาเอลแล้วมู่เจ๋อเองก็ร่ายเวทใส่ตัวเองให้กลายเป็นเฟยหลงทันที ทั้งคู่ค่อย ๆทำท่าทีว่าแอบเข้าไปในที่คุมขังของเผ่าเอลฟ์
“ท่านพี่ท่านคิดว่าข้าควรจะไปคุยกับใครถึงจะจูงใจพวกเขาได้มากที่สุด”
“เจ้าไปพูดกับเจ้าฟรานติสมันคลุกคลีอยู่กับเจ้าบาเอลมากที่สุด เจ้าน่าจะพูดกับมันได้ง่ายขึ้น”
“จริงสินะพี่ใหญ่ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน อย่าให้เจ้าพวกยามนั่นมาขัดขวางแผนการของเราได้หากจำเป็นก็สังหารพวกมันทิ้งได้เลย ไม่งั้นแผนของเราคงล้มไม่เป็นท่าแน่”
“ได้ข้าจะคอยระวังพวกเวรยามให้ เจ้าทำให้สำเร็จก็แล้วกัน”
“ไว้ใจข้าได้เลยพี่ใหญ่”
เฟยหลงค่อยๆ แอบเข้าไปพร้อมกับเรียกฟรานติสให้มาหา เมื่อเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดเห็นบาเอลพวกเขากำลังจะเอ่ยแต่เฟยหลงบอกให้พวกเขาเงียบ ๆ ไว้ก่อน
“พวกเจ้าเงียบๆ ก่อน เรียกฟรานติสให้ข้าหน่อยข้ามีเวลาไม่มากนักหากพวกนั้นจับได้พวกเจ้าคงไม่ได้กลับไปยังเผ่าเอลฟ์เป็นแน่”
ทุกคนต่างเงียบสนิทฟรานติสเห็นบาเอลเขาจึงรีบเข้ามาหา
“บาเอลท่านมาช่วยพวกเราเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แต่ตอนนี้พวกเจ้าทั้งหมดต้องรักษาชีวิตของพวกเจ้าเอาไว้ให้ได้ข้าและผู้อาวุโสทั้งห้ามาถึงอาณาจักรเมฆาตะวันตกนี้แล้วตอนนี้พวกเจ้าทุกคนต้องฟังให้ดี ไม่ว่าพวกมันจะสั่งให้พวกเจ้าทำอะไรอย่าไปขัดขืนมันเป็นอันขาดให้ทำตามที่พวกมันสั่งเอาไว้ก่อนโดยเฉพาะคนที่ถือป้ายนี้ พวกเจ้าจงจำให้ดีว่าคนนั้นคือเพื่อนของข้าที่แฝงตัวเข้ามาช่วยเหลือพวกเจ้า” เฟยหลงแอบนำป้ายออกมาให้กับเผ่าเอลฟ์ได้ดู
“นี่มันป้ายของผู้อาวุโสสูงสุดนี่”
“ใช่พวกเจ้าจำไว้ให้ดี เขาจะห้อยป้ายนี้ที่เอวตลอดเวลาพวกเจ้าอย่าได้ให้พวกอาณาจักรเมฆาตะวันตกรู้เรื่องนี้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้นเพื่อนข้าที่อยู่ตรงนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ รวมถึงพวกเจ้าด้วยตอนนี้เพื่อนของข้าได้ติดต่อขอกำลังเสริมจากอาณาจักรเจิ้นสุ่ยและสำนักมังกรเพลิงแล้วพวกเจ้าอดทนรอไปก่อนคาดว่าคงไม่ถึงหนึ่งเดือนกองกำลังทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเหลือพวกเจ้าพร้อมกับโจมตีอาณาจักรเมฆาตะวันตกแห่งนี้”
“พวกเราเข้าใจแล้วบาเอล แต่พวกเราจะรอดกลับไปได้จริง ๆ หรือเวลาตั้งหนึ่งเดือนเชียวนะพวกเราเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาในตอนนี้”
“เจ้าไม่ต้องห่วงเพื่อนข้าจะจัดการดูแลให้พวกเจ้าได้อยู่อย่างดีหากพวกเจ้าทำตามที่เขาบอกเขามีแผนการเตรียมเอาไว้แล้ว และที่สำคัญคือเขาเป็นผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามด้วย”
เผ่าเอลฟ์ทุกคนที่อยู่ในนั้นถึงกับน้ำตาซึมเพราะคนที่จะช่วยเหลือพวกเขานั้นเป็นถึงผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามที่พวกเขาเคารพ
“พรุ่งนี้เพื่อนของข้าคงจะเข้ามาคุยกับพวกเจ้าจำเอาไว้ทำตัวให้เป็นปกติอย่าได้ทำให้คนอื่นสงสัยเป็นอันขาดที่สำคัญหากไม่ใช่คนที่ห้อยป้ายของท่านผู้อาวุโสสูงสุดพวกเจ้าก็พยายามเลี่ยงอย่าได้พูดคุยให้มากนัก”
“ได้บาเอลพวกเราจะทำตามที่ท่านบอก”
“ข้าต้องไปแล้วพรุ่งนี้เพื่อนของข้ามาหาเจ้า เขาสั่งให้เจ้าทำอะไรเจ้าก็อย่าได้ขัดขืน จงไว้ใจเขาพวกเจ้าเข้าใจใช่ไหม”
“อื่มพวกเราเข้าใจแล้ว”
หลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้ออกมา ทันทีที่เฟยหลงออกมา มู่เจ๋อพลันเข้ามาหาเฟยหลงในทันที
“เป็นอย่างไรบ้างน้องพี่”
“ไม่มีปัญหาพวกนั้นตอบรับข้อเสนอของข้าแล้ว พวกเขาจะฟังคำสั่งของข้า ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอนเพียงแต่ว่าข้อตกลงของข้ากับพวกเอลฟ์เหล่านั้นคือภายในหนึ่งเดือนนี้พวกมันจะได้รับการคุ้มครองอย่างดี และจะไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา”
“แล้วหลังจากหนึ่งเดือนละ”
“ก็แล้วแต่องค์กษัตริย์สิข้อตกลงของข้ามีแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นที่เหลือก็ให้พวกเขาตกลงกับองค์กษัตริย์เอาเอง ทำไมพวกเราต้องไปคิดแทนด้วย”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าไม่นึกเลยว่าน้องชายของข้าจะฉลาดเช่นนี้เท่านี้พวกเผ่าเอลฟ์พวกนั้นก็ต้องยอมรับใช้องค์กษัตริย์อย่างแน่นอนหากภายในหนึ่งเดือนนี้องค์กษัตริย์ดูแลพวกเขาให้ดี”
“ใช่แล้วท่านพี่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความปลอดภัยของพวกเขาหากองค์กษัตริย์สามารถทำให้พวกเผ่าเอลฟ์เชื่อใจได้มีหรือพวกมันจะไม่ยอมทำตามคำสั่งขององค์กษัตริย์”
“ไปเถอะพวกเรารีบไปรายงานองค์กษัตริย์กัน”
“ใจเย็นๆ พี่ใหญ่ รอพรุ่งนี้ให้ข้าคุยกับพวกเขาในร่างของข้าก่อน หากมีอะไรผิดพลาดพวกเราจะได้ไม่เสียหน้าหากท่านไปรายงานก่อน แล้วเกิดพรุ่งนี้มาพวกนั้นมันกลับคำพูดขึ้นมาพวกเราไม่บรรลัยเช่นนั้นหรือ?”
“จริงของเจ้าเอาเถอะ เรื่องนี้ข้าคงต้องยกให้เจ้าจัดการเองแล้วข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอย่างแน่นอน”
“ท่านพี่พวกเรากลับไปดื่มฉลองกันดีกว่าข้ารู้สึกคอแห้งแล้วตอนนี้”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้านี่มันไม่เปลี่ยนเลยนะ หากเรื่องดื่มได้ตลอดเวลา”
“ก็ของมันเคยชินนี่พี่ใหญ่หรือว่าท่านไม่อยากดื่ม”
“เอาละวันนี้พี่จะดื่มเป็นเพื่อนเจ้าเองดวงของพวกเราสามพี่น้องถึงคราวรุ่งโรจน์ก็ครานี้แหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
วันต่อมาเฟยหลงเดินทางไปยังที่คุมขังของเผ่าเอลฟ์เพียงลำพังเขาเข้าไปคุยกับฟรานติสและคนเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดโดยห้อยป้ายของผู้อาวุโสสูงสุดไว้ที่เอวของเขาเหมือนดังที่พูดไว้ เผ่าเอลฟ์ทุกคนต่างให้ความร่วมมือกับเฟยหลงเป็นอย่างดีและยอมทำตามที่เฟยหลงบอกทุกอย่าง
หลังจากที่กลับมาจากที่คุมขังของเผ่าเอลฟ์เฟยหลงและมู่เจ๋อจึงได้ไปรายงานกษัตริย์ซือหยวนไห่
“รายงานฝ่าบาทน้องชายของข้าน้อยได้ไปเกลี้ยกล่อมเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าพวกเขาต้องการความปลอดภัยน้องชายของข้าเลยรับรองความปลอดภัยของพวกเขาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างแน่นอนภายในหนึ่งเดือนนี้จะไม่มีใครรังแกคนของเผ่าเอลฟ์ของพวกเขา และหลังจากหนึ่งเดือนพวกเขาจะยอมรับใช้พระองค์อย่างแน่นอนพะยะค่ะ”