เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!! แรงอัดะเิสีทองเกิดขึ้นจากภายใน ปราการปราณคุ้มกายสีดำถูกกลืนกินสลายไป
สมิงจยองเสียท่าถูกกระแทกทำร้ายอย่างจัง ร่างอันใหญ่โตของมันถอยกระเด็นไปกว่าสิบก้าวคนทรุดลงนั่งชันเข่า มือกุมหน้าอกมุมปากมีเืไหลซิบแสดงถึงการได้รับาเ็ภายใน
สมิงเย้าลีร้องะโ “พี่ใหญ่ !!!”
สมิงเหยียนร้องเรียก “พิ ... พี่ใหญ่ ...” เห็นสมิงจยองถูกทำร้าย ตัวมันไม่สามารถประคองตัวไหวร่างทรุดลงอีกครั้ง
ด้วยหมัดนี้อุทัยถ่ายทอดปราณอรุณโรจน์ผ่านเส้นลมปราณมารั้งสะสมอยู่ภายในหมัดขวา การสะสมพลังค่อยๆ ดำเนินตามการโคจรปราณทั้งแปดจบ ก่อเกิดการกักเก็บพลังอันมหาศาล
เบื้องต้นควบคุมบีบอัดกระแสปราณเป็พลังแหลมคมเจาะผ่านปราการปราณคุ้มครองกาย และเพียงเสี้ยววินาทีที่หมัดััถูกหน้าอกของสมิงจยองก็ได้ะเิพลังออกจนหมดสิ้น
ท่ามกลางฝุ่นผงฟุ้งกระจาย สมิงจยองยืดกายลุกขึ้นเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกหายไปปรากฏาแเหวอะหวะมองเห็นอวัยวะภายใน ขั้วปวดถูกทำลาย กระดูกทิ่มออกมาเป็ซี่ซี่ เืไหลทะลักไม่หยุด
ดวงตาของมันแดงก่ำจดจ้องอุทัยไม่วางตา สองมือกำแน่นเส้นเืปูดโปนร่างกายอาบด้วยเื มองดูคล้ายอสุรกายตนหนึ่ง
อุทัยจ้องมองดูกล่าวว่า “เป็เยี่ยงไรหลานปู่ ้าหมัดที่สามหรือไม่?”
สมิงจยองกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ฮึ ฮึ .. อย่าเพิ่งไปไหนละกันไอ้ลูกเต่า”
กล่าวจบมันหันไปทางสมิงเหยียน มันเหยียดมือซ้ายออก แล้วจึงแผ่พุ่งพลังปราณภูตเข้าครอบคลุม
สมิงเหยียนร้องเสียงหลง “พี่ใหญ่ !!! อย่า !!!”
สมิงเย้าลี “...” มันยืนมองดูแข้งขาแข็งทื่อ มือปาดเม็ดเหงื่อที่อาบย้อยลงใบหน้า
ร่างของสมิงเหยียนถูกดูดลอยมา ศีรษะติดอยู่ภายในกรงเล็บของสมิงจยอง แล้วถูกยกเข้ามาจ่อใกล้ตรงหน้า
สมิงเหยียนส่งเสียงดั่งร้องขอชีวิต “พี่ใหญ่ !!! อย่าทำข้า !!! ปล่อยข้าไป !!!”
มันพยายามดิ้นรนอย่างที่สุด แต่ด้วยสภาพที่าเ็อยู่ก่อนจึงกลายเป็เพียงลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ในกรงเล็บสมิงจยองเท่านั้น
เสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ เงียบลงทีละน้อย ร่างกายของสมิงเหยียนถูกปกคลุมด้วยปราณภูต ดวงตาของมันเป็สีดำสนิทไร้ั์ตาขาว ร่างกายสั่นกระตุกไม่ยอมหยุด
.. ภูตพนาดูดชีวา !
.. ฮือออออออออ .. ฮือออออออออ .. ช่วยยยยยยยยย .. ด้วยยยยยยยยย เสียงร้องของโหยหวนของภูตผีร้ายดังระงม ขนหัวขนแขนของทุกผู้คนตั้งชัน
สมิงเหยียนอ้าปากกว้าง กว้างอย่างที่ไม่คิดว่าขากรรไกรของมนุษย์ผู้หนึ่งจะสามารถทำได้ ร่างกายของมันยิ่งสั่นกระตุกอย่างรุนแรง พลังชีวิตสีเขียวเรืองลอยออกมาจากปากดังกลุ่มควันสายหนึ่ง
สมิงจยองก็อ้าปากกว้างใหญ่ไม่แพ้กัน ค่อยๆ ดูดกลุ่มควันพลังชีวิตสีเขียวเข้าสู่ปากของมัน ยิ่งมากลุ่มควันสีเขียวจากร่างกายสมิงเหยียนยิ่งเข้มข้นหนาแน่น
าแตรงหน้าอกของสมิงจยองค่อยๆ ถูกซ่อมแซม .. อวัยวะภายในสมานตัว .. กระดูกแต่ละซี่ขยับเข้าเชื่อมติดกัน .. กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อขยายรัดรึง .. หนังกำพร้าภายนอกถูกสร้างขึ้นมาใหม่
.. กระบวนการซ่อมแซมราวสิบห้าลมหายใจ กลับมองไม่เห็นาแอีกแล้ว
สมิงจยองยังคงดูดพลังชีวิตอย่างต่อเนื่องร่างกายของสมิงเหยียนเริ่มซูบซีดเหี่ยวย่น พลังชีวิตสีเขียวกำลังอ่อนโทรมเจือจางลง
ผ่านไปครู่ใหญ่กระบวนการดูดพลังชีวิตสิ้นสุดลง .. สมิงเหยียนถูกปล่อยทิ้งลงมา จากบุรุษหนุ่มแข็งแรงได้แปรสภาพเป็ชายชราร่างเหี่ยวย่นซูบซีด ดังถุงหนังชีวิตเหี่ยวๆ ลูกหนึ่ง มันเหลือพลังชีวิตอีกเพียงส่วนเดียวเท่านั้น
แต่สมิงจยองนั้นตรงกันข้าม นอกจากาแจะถูกรักษาจนสมบูรณ์แล้วมันกลับดูหนุ่มขึ้นนับสิบปี พลันฉีกเศษเสื้อบนกายทิ้ง แสดงให้เห็นร่างกายอันแข็งแรงและรอยสักอักขระเต็มตัว
อุทัย “...” ตะลึงกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ปากอ้ากว้างไม่แพ้สมิงเหยียนเมื่อครู่อีก
สมิงจยองส่งเสียงดังลั่น “ใละซี .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มันหัวเราะอย่างสะใจ สบตากับสมิงเย้าลีส่งสัญญาณกลุ้มรุม
ดาบใหญ่จากกลางหลังมาอยู่ในสองมือของสมิงจยอง อาวุธประจำกายของมันเป็ดาบใหญ่ใบเหลี่ยมยาวสองศอกและมีด้ามจับยาวสามารถจับได้ทั้งสองมือ
อุทัยมองเห็นสมิงจยองยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามันทำใจดีสู้เสือทดลองกล่าวว่า
“ฮ่า ฮ่า เ้าแพ้แล้วหลานข้า .. ต่อไปต้องเรียกข้าว่า .. ปู่ทวด .. เข้าใจหรือไม่ ..” ปากกล่าววาจาอวดดี แต่ภายในลอบแตกตื่น เนื่องจากพลังคุกคามของสมิงจยองส่งมากดทับไม่หยุดยั้ง
สมิงจยองกล่าว “ฮี ฮี ท่าน .. ปู่ทวด .. ถึงเวลาที่ผู้เหลนจะบรรจุฝังท่านลงสุสานแล้ว”
อุทัยกล่าว “.. ได้อย่างไรเ้าหลานอกตัญญู .. เ้าตระบัดสัตย์แล้ว”
อุทัยก้าวถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว มันโคจรปราณพลังเตรียมพร้อมรับการตอบโต้
สมิงจยองหัวเราะกล่าวต่อ “ฮ่า ฮ่า ข้าจะเรียกเ้าว่า .. ปู่ทวด .. แต่มิได้หมายความว่าข้าจะไม่ฆ่าเ้านี่”
กล่าวจบมันก้าวยาวๆ ะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศ สองมือยกดาบใหญ่เงื้อขึ้นเหนือศีรษะฟาดฟันลงมา ประกายดาบฟันลงบ่าซ้ายผ่านตัดลำตัวอุทัยอย่างรุนแรง
ตูมมมมมมม !!!!!!! .. อุทัยถูกตัดขาดเป็สองซีกเสียงดาบดังสนั่นทำฝุ่นผงฟุ้งกระจายออกโดยรอบ
ภาพอุทัยทั้งสองส่วนพลันสลายไป นั้นเป็เพียงภาพติดตาเท่านั้นอุทัยตัวเป็ๆ ะโลอยอยู่กลางอากาศ
สมิงเย้าลีเคลื่อนไหวแล้ว ส่งประกายดาบเย็นเยียบเข้าลำคออุทัย มันจับตามองการเคลื่อนไหวของอุทัยและเคลื่อนที่เพื่อสกัดหนทางหลบหนี
ญานินญาดาร้องอุทาน “จบสิ้นกัน!!!”
ประกายดาบตัดผ่านลำคอ สมิงเย้าลีสะบัดดาบอย่างรวดเร็วอีกสองครั้ง
.. ฟั่บบบบ .. ฟั่บบบบ อุทัยถูกแบ่งเป็อีกสี่ชิ้นส่วน
สมิงเย้าลี “???”
สมิงจยอง “???”
ไม่มีเืสาดกระจายอย่างที่ควรเป็ ภาพชิ้นส่วนทั้งห้าชิ้นของอุทัยกำลังสลายไป
การเคลื่อนไหวอุทัยรวดเร็วอย่างยิ่ง รวดเร็วจนประสาทตาของผู้จ้องมองปรับตามไม่ทัน กล่าวคือผู้จ้องมองกลับมองไม่เห็นมวลร่างกายของมันเคลื่อนที่ออกไป แต่ภาพที่ถูกประทับบนประสาทรับภาพและการรับรู้ของสมองยังเป็ภาพเดิม
อุทัยตัวจริงปรากฏตัวยืนอยู่บนพื้นดินห่างไปสิบเก้า สมิงจยองไม่ชักช้าร่ายรำดาบใหญ่ฟาดฟันใส่ทันที สมิงเย้าลีเห็นดังนั้นจึงเก็บดาบยาวซัดออกด้วยอาวุธลับห้าเล่ม แต่ละเล่มซัดออกคำนวณคาดคะเนตามท่าร่างของอุทัย
พลังดาบของสมิงจยองยิ่งมายิ่งรุนแรง อุทัยไม่สามารถปะทะได้โดยตรงเพียงแต่ใช้ท่าร่าง ‘มายาอสูร’ หลบหลีกเท่านั้น นอกจากนั้นต้องหลบอาวุธลับจากสมิงเย้าลี ซึ่งไม่ได้ง่ายดายอย่างคราวแรกเนื่องจากการพัวพันของสมิงจยอง
.. ฉึกกกก .. ฉึกกกก .. ฉึกกกก .. อาวุธลับสามเล่มปักลงพื้นดิน ผ่านแนวร่างที่อุทัยปรากฏอยู่เมื่อครู่
.. กิ๊งงงงง .. กิ๊งงงงง .. อุทัยใช้นิ้วดีดเบี่ยงทิศทางอาวุธลับอีกสองเล่ม แล้วพลิ้วกายหงายไปด้านหลังดังสะพานโค้งหลบคมดาบของสมิงจยองที่ฟันตัดขวางเข้ามา
.. ฟิ้วววววว ประกายดาบผ่านหน้าอกและปลายคางห่างแค่ครึ่งคืบ
.. เปรี้ยงงงงง !!!! พลังดาบฟาดเข้าต้นไม้ด้านหลังเสียงดังสนั่น
อุทัย “!!!” มันกลิ้งตัวหลบในทันใด
.. ฉึกกกก .. ฉึกกกก .. อาวุธลับสองเล่มปักลงพื้นแทนที่เดิมที่มันเคยอยู่
หลังจากกลิ้งตัวหลบรอดอุทัยพลันเด้งตัวกระโจนเข้าใส่สมิงจยองที่เปิดช่องว่างด้านหลัง อุทัยโคจรพลังปราณส่งพลังทั้งสิบส่วนลงสันมือขวาสับใส่หลังคอสมิงจยอง
.. สะบัดดาบตัดขุนเขา !
.. เปรี้ยงงง !!! แสงสีทองสาดกระจายสมิงจยองถูกซัดฟาดเข้าอย่างจัง คนเ็ปราวถูกสายฟ้าอันร้อนลวกฟาดใส่ ตัวแอ่นถลำไปข้างหน้าก้าวเข้าหาต้นไม้หยาบใหญ่
มันสำรอกก้อนโลหิตคำโตทิ้ง พร้อมะโใช้เท้าคู่ยันเข้าใส่ต้นไม้ ร่างกายหยาบใหญ่เด้งกลับมาตามแรงถีบพุ่งเข้าหาอุทัยโดยฉับพลัน
สมิงจยองลอยอยู่เบื้องบนอุทัย มันฟาดฟันดาบใหญ่ตัดเฉียงขวางลงมา
.. ตูมมมมมมม !!!! อุทัยหลบรอดอย่างหวุดหวิดถูกพลังปราณกระแทกลอยตามสภาวะ สมิงเย้าลีพุ่งกายมาสกัดรออยู่เบื้องหน้าแล้ว มันสะบัดดาบส่งประกายเยียบเย็น
อุทัย “!!!” มันกำลังลอยเข้าหาคมดาบ สถานการณ์จวนตัวพลันนึกขึ้นได้หยิบฉวยสิ่งของที่เหน็บอยู่หลังเอวออกมา ‘สยบจักรภพ’ เป็ดาบสั้นสีดำสนิทยาวสองคืบเศษ
มันแผ่พลังปราณผ่านดาบสั้น นำดาบสั้นทั้งฝักเข้าปะทะประกายดาบเบื้องหน้า
เคร้งงงง ... เคร้งงงง ... เคร้งงงง ...
สมิงเย้าลีฟาดฟันออกสามดาบกลับถูกต้านทานรับไว้ได้
อุทัยไม่สันทัดในเชิงดาบ มันถูกกระบวนดาบของสมิงเย้าลีชุดนี้กระแทกจนต้องถอยร่น สมิงเย้าลีฟาดฟันดาบต่อเนื่อง
เคร้งงงง ... แท่งดาบสั้นและดาบยาวปะทะกันยังไม่ทันแยกออก สมิงจยองก็โผล่เข้ามาด้านหลัง มันเตะเข้าชายโครงขวาของอุทัยอย่างจัง
.. โครมมมมม !!!
.. ตุ๊บบบ .. ตุ๊บบบ .. ตุ๊บบบ .. อุทัยถูกเตะอย่างถนัดถนี่ร่างลอยละลิ่วตกลงพื้นยังกลิ้งต่ออีกสามตลบ สมิงเย้าลีไม่ชักช้าซัดขว้างดาบเข้าใส่ ดาบหมุนควงดังกังหันรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน
ฉึกกกก !!!! ดาบกลับปักลงพื้นดินว่างเปล่า อุทัยะโลอยตัวขึ้น้าแล้ว
อุทัยลอยจนถึงจุดสูงสุดกำลังจะร่วงหล่นลงมา สมิงเย้าลีก็ตามติดะโประชิดถึง พลันปล่อยแข้งขวาโดยใช้พลังทั้งหมดเตะเข้าลำตัวอุทัย
.. โครมมม !!! อุทัยตั้งแขนและเข่าขึ้นป้องกัน มันถูกเตะร่างลอยร่วงลงพื้น
“!!!” ขณะอุทัยถูกแรงเตะส่งลงสู่พื้น มันต้องใจหายวาบเมื่อเหลือบเห็นสมิงจยองกำลังเงื้อดาบะโพุ่งเข้าหา
อุทัยไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน คงต้องปะทะกับคมดาบแน่นอน สมิงจยองบรรจุพลังปราณมืดทั้งหมดลงในดาบนี้หวังสังหารอุทัยในดาบเดียว
อุทัยตั้งสติะเิพลังปราณทั้งร่างดวงตาส่องประกาย มันส่งพลังปราณเข้าสู่ดาบสั้นทำการผสานลมปราณ ท่าร่างและดาบสั้นเข้าด้วยกัน แขนขวาซ้ายไขว้เป็กากบาทมือขวาถือสยบจักรภพแนบกับท่อนแขนขวาไว้
.. ก้องเกราะั !
ก่อเกิดโล่พลังปราณขนาดรัศมีสองศอกเป็จานสีทองมีอักขระมนต์วิ่งวนอยู่อย่างรวดเร็ว พลังถูกส่งจากเส้นลมปราณผ่านกระบวนท่า และสำแดงพลังโดยใช้ดาบสั้นเป็ตัวส่งออกมา
.. เปรี้ยงงงงงงง !!! เสียงดังสนั่น ...
โล่ปราณเข้ารับประกายดาบใหญ่พลังปราณมืดกระจายออก ทำฝุ่นผงกิ่งไม้โดยรอบกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
อุทัยถูกแรงปะทะกระแทกถอย คนยังอยู่ในท่าเดิมแต่บนพื้นปรากฏลอยลากจากการกระแทกถอยยาวกว่าสิบก้าว โล่ปราณสลายไปคนจึงยืดตัวยืนขึ้น
อุทัยพบว่าการแผ่พลังปราณผ่านดาบ 'สยบจักรภพ' จะก่อเกิดอานุภาพของพลังปราณขยายออกเพิ่มขึ้นเป็สิบๆ เท่า
.. ลมพัดฝุ่นสลายไป .. แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องเห็นทั้งสามยืนกันเป็สามเส้า อุทัยยืนหอบสูญเสียพลังอย่างมากมาย สมิงจยองและสมิงเย้าลีก็สูญเสียพลังไม่น้อยยืนจ้องมองอุทัยตาเขม็ง
“ชิ อะไรจะไวปานนั้น?” สมิงจยองกล่าว
“มารดามึงเป็วานรหรือไร .. เอาแต่หลบหลีกเช่นนี้” สมิงเย้าลีกล่าวบ้าง
“ฮ่า ฮ่า .. เหลนปู่ทั้งสอง .. นี้แค่เพิ่งยืดเส้นยืดสายก็บ่นกันแล้วรึไร” อุทัยกล่าว พร้อมกับนึกหาหนทางรักษาชีวิตน้อยๆ ของมัน
“ไอ้หัวเกรียน .. หลบหลีกต่อไปก็เสียเวลาปล่าว ยอมจำนนมาให้ตบเกรียนซ่ะดีดี” สมิงจยองกล่าวข่มขู่
“.. เ้ากินน้องสามเ้าไปแล้วยังไล่จับข้าไม่ได้ .. ลองกินน้องรองเ้าอีกคน .. ไม่แน่เ้าอาจเหินบินได้ หวังว่าคงไล่ตามข้าทัน .. ฮ่า ฮ่า” อุทัยกล่าวพลางปลายตามาทางสมิงเย้าลี
“ไอ้ .. ไอ้วานรอัดซบ .. ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ” สมิงเย้าลีสบถใส่ .. มันเสียวสันหลังวาบ หากพี่ใหญ่มันบ้าจี้จับมันดูดพลังชีวิตขึ้นมาจริงๆ คงต้องมีชะตากรรมเช่นน้องสามแล้ว
“ฮ่า .. กลัวขึ้นมาล่ะสิ หลานลำดับสองของข้า” อุทัยกล่าวหลังจากมองเห็นความตระหนกในแววตาสมิงเย้าลี
“หาที่ตาย!!!” สมิงเย้าลีตวาดก้อง พลันซัดอาวุธลับออกไปสามเล่ม
อุทัยะโลอยตัวถอยหลบอย่างเร็วรี่ หลบรอดจากอาวุธลับทั้งสาม
“หลานรักทั้งสอง .. แน่จริงก็จับปู่ทวดให้ได้ซิฟ่ะ ฮ่า ฮ่า” โดยฉับพลันมันถอยพุ่งเข้าแนวป่าด้านหลังไป ตัดสินใจใช้สุดยอดกลยุทธ์ของชาวอันธพาลที่ว่า ‘เมื่อสู้ไม่ได้ก็หลบหนี ฮ่า’
“!!!” สมิงจยองเห็นดังนั้นจึงก่นด่า “บิดาเ้า !!! น้องรอง !!! เ้าช่างวู่วามนัก ไฉนไม่ไปปิดกั้นทางถอยมันไว้ก่อน”
“จะไปไหนอ้ายลูกลิง!!!” สมิงเย้าลีอุทานมันชักช้ากว่าวูบหนึ่ง พลันทะยานร่างติดตามพร้อมซัดอาวุธลับออกไปอีกห้าเล่ม
อุทัยตัดสินใจใช้แนวป่ารกทึบสกัดการรุกของโจรโฉดทั้งสอง อาวุธลับที่สมิงเย้าลีซัดออกกลับปะทะถูกกิ่งไม้ที่ระเกะระกะ ดาบเล่มใหญ่ของสมิงจยองก็ไม่สามารถสำแดงอานุภาพได้ในสถานที่คับแคบเช่นนี้
ภายในป่าทั้งมืดทั้งรกทึบต้นไม้กิ่งไม้อยู่ประชิดแ่า อุทัยกระโจนโลดแล่นตามกิ่งไม้ราวเป็วานรตัวหนึ่งขึ้นมาจริงๆ
ทั้งคู่ไม่สามารถกลุ้มรุมอุทัยได้อีก ได้แต่ทุ่มเทท่าร่างตามติดมันไป มองดูคล้ายการละเล่นวิ่งไล่จับของเด็กน้อยกลุ่มหนึ่ง
เสียงอุทัยถูกส่งมาจากยอดไม้ต้นหนึ่ง “เด็กน้อยทั้งสองจงรีบหนี .. ไปแจ้งข่าวต่อกรมเมือง ..” มันแจ้งต่อญานินญาดา กล่าวจบต้นไม้ที่มันเกาะอยู่พลันถูกโค้นล้มลงมา มันจึงะโไปยังยอดไม้อีกยอดหนึ่ง
ต้นไม้ใหญ่ล้มทั้งต้นส่งเสียงดังสนั่นไปทั่วแนวป่า เป็สมิงจยองที่กำลังฉุนเฉียวฟันต้นไม้หยาบใหญ่ขาดด้วยดาบเดียว สัตว์ป่าต่างเตลิดหนีออกมามากมายวุ่นวายไปทั่ว
ญานินกล่าว “พี่ใหญ่อุทัยเป็คนดียิ่ง”
ญาดากล่าวตอบ “ฮึ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดยังห่วงผู้อื่นอีก”
ญานินกล่าวขึ้น “พี่ใหญ่อุทัยต้องไม่เป็ไร ท่าร่างของมันรวดเร็วนัก”
ญาดาทำปากเบ้ “วิ่งหนีหางจุกก้นดังสุนัขตัวหนึ่ง .. ข้าว่ามันต้องตายแน่นอน ‘ท่าเท้าสุนัข’ ของมัน หนีโจรโฉดพวกนั้นไม่พ้นหรอก”
ญานินทำเสียงดุ “เ้านี้ .. ปากกล่าวแต่สิ่งอัปมงคล”
ญาดาเชิดปากน้อยๆ ขึ้น “ชิ .. ใครจักเป็แม่พระเช่นเ้าเล่า”
.. ทั้งสองสมิงยิ่งติดตามยิ่งถูกอุทัยทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ ระยะห่างเริ่มยืดยาวจากห้าวา เป็สิบวา เป็ยี่สิบวา เป็สี่สิบวาสุดท้ายผ่านไปราวสิบนาทีระยะห่างถูกทอดยาวไปนับห้าเส้นแล้ว
ทันใดนั้นเองการเคลื่อนที่และพลังชีวิตของอุทัยได้หายสาบสูญไปจากประสาทััของทุกคน
สมิงจยอง “บัดซบ !!! มันหายไปแล้ว !!!”
สมิงเย้าลี “มารดามัน !!! เป็ไปไม่ได้ !!!”
สมิงจยอง “สำรวจดูโดยรอบ มันอาจหลบซ่อนอยู่”
สมิงเย้าลี “แยกกันไปท่านไปด้านนี้ ข้าจะไปดูอีกด้าน”
พวกมันแยกย้ายออกสำรวจโดยรอบ แต่ไม่พบแม้แต่เงาของอุทัย หากรู้ว่าอุทัยกลับหลบหนีไปไกลถึงสิบเส้นโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว คงต้องกราบอุทัยเป็อาจารย์เพื่อขอเรียนท่าเท้าสุนัขนี้แล้ว