“ถวายบังคมฝ่าบาทฮองไทเฮาเสด็จแล้วพะยะค่ะ!”ขันทีอาวุโสที่วิ่งนำขบวนมารีบกราบทูลฮ่องเต้ทอดพระเนตรเสด็จแม่บุญธรรมของตนก้าวเท้ามาอย่างกระฉับกระเฉงด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“นั่นอย่างไรผู้ที่เรารอคอยอยู่”ทุกคนหันไปมองตามสายพระเนตรของฮ่องเต้
“ฮองไทเฮาเสด็จมาทำไมหรือเพคะ?”เสิ่นกุ้ยเฟยสีหน้าฉงน นางไม่คิดไม่ฝันว่าฮองไทเฮาจะเสด็จมาถึงตำหนักของตน“หรือว่าฝ่าบาทเชิญฮองไทเฮามาเสวยที่ตำหนักหม่อมฉัน? ตะแต่ว่าหม่อมฉันกลับยังมิได้เตรียมสิ่งใดเลยนะเพคะ”
“เจ้าอย่ากังวลเรื่องนั้นเลยเสด็จแม่ทรงมาด้วยเหตุผลอื่น” สายตาของอ่องเต้ดูเลศนัยจนนางรู้สึกเสียวสันหลัง
ฮองไทเฮาสาวพระบาทเข้าสู่ตำหนักหรงซิ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อวานขณะที่พระนางกำลังนั่งฟังองค์หญิงหมิงซีหลิวอ่านตำนานเก่าแก่ประจำแคว้นหมิงให้ฟังฮ่องเต้กับฮองเฮาเสด็จไปเข้าเฝ้า ‘เจ้าลูกคนนี้ ปล่อยให้ข้าอยู่สบายๆสักช่วงหน่อยก็ไม่ได้ ขยันหาเรื่องมาให้ปวดหัวได้บ่อยจริง’
“ทูลเชิญเสด็จแม่รับชาขาวฝูติ้งจากแคว้นเหลียนก่อนเถิดพะยะค่ะหม่อมฉันชิมแล้วรสชาติละมุนลิ้น เสิ่นกุ้ยเฟยอุตส่าห์ตั้งใจเตรียมไว้โดยเฉพาะ”ฮ่องเต้หันไปมองถ้วยน้ำชาที่ถูกอู๋กงกงตรวจสอบพิษเรียบร้อยแล้วก็เลื่อนถ้วยชานั้นมาต่อหน้าพระมารดา
“อืม...ดีที่เสลี่ยงมาส่งถึงหน้าสวนอัยเจียก็เลยได้เดินไม่ไกลนัก”
“หม่อมฉันรบกวนเสด็จแม่แล้ว”
“เจ้าก็พูดเช่นนี้ทุกทีแต่ก็ทำให้อัยเจียปวดหัวทุกครั้ง” ฮองไทเฮาทรงยกถ้วยชาขึ้นเปิดฝาแล้วเป่าไอร้อนเบาๆ“อืม...กลิ่นดีเสียด้วย” ฮ่องเต้ทรงยิ้มกว้าง
“รสชาติดียิ่งกว่ากลิ่นเสียอีกพะยะค่ะ”
ฮองไทเฮาชิมแล้วยิ้มกว้าง“จริงอย่างที่ฝ่าบาทตรัส รสชาติดีเยี่ยมกว่าชาที่อัยเจียมีเสียอีกเสิ่นกุ้ยเฟยเจ้าได้ชามาจากที่ใด?”
“ทูลฮองไทเฮาท่านพ่อของหม่อมฉันเดินทางไปตรวจราชการที่แคว้นเหลียนคราวก่อนได้มาสองห่อจึงนำมาฝากห่อหนึ่งเพคะ”
“ช่างเป็นชารสชาติเยี่ยมเหลือเกิน”
“หม่อมฉันจะให้ต่งมามาหลี่นำมาถวายครึ่งห่อเลยเพคะ”เสิ่นกุ้ยเฟยรีบค้อมศีรษะกล่าวเอาใจแล้วหันไปสั่งต่งมามาหลี่ให้แบ่งชานั้นใส่ห่อมาถวายฮองไทเฮา
“ขอบใจสนมเสิ่น”ฮองไทเฮายิ้มกว้าง นางรู้ว่าพระสนมทั้งวังหลังล้วนหวังประจบเอาใจเพียงแค่แสดงความสนใจสิ่งใดพวกนางก็พร้อมจะนำมาถวาย ไม่นานนักต่งมามาหลี่ก็เดินนำหน้านางกำนัลสองคนเข้ามาแล้วยื่นห่อผงชาให้กับเต้ามามาหลี่เพื่อให้นางตรวจสอบฮองไทเฮาปรายตามอง
“เอาล่ะ! ในเมื่อเจ้าถวายผงชาให้อัยเจียแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องแจ้งข่าวสำคัญให้เจ้ารู้แล้วสินะ”
“เพคะ”
“อัยเจียพบคนร้ายที่ฆ่านางกำนัลผู้นั้นแล้ว”เสิ่นกุ้ยเฟยสะอึกเล็กน้อย นางเผลอหันไปสบตาต่งมามาหลี่แวบหนึ่งฮ่องเต้ที่ลอบสังเกตอยู่แล้วเห็นเช่นนั้นก็มั่นใจในข้อสันนิษฐาน
“ผู้ใดหรือเพคะ?”เสิ่นกุ้ยเฟยกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะกลั้นใจถามออกมา
สายตาคมกริบของฮองไทเฮาจ้องเขม็งไปที่นางกำนัลอาวุโสประจำตำหนัก หรงซิ่ง “ต่งมามาหลี่ ต่างหูของเจ้าหายไปข้างหนึ่งใช่หรือไม่?”
“หามิได้เพคะ”
อู๋กงกงให้ขันทีน้อยที่ติดตามมาเปิดผ้าคลุมถาดที่เขาถืออยู่ในมือออก“นี่ใช่ของเจ้าหรือไม่ต่งมามาหลี่?” นางกำนัลอาวุโสแห่งตำหนักหรงซิ่งเห็นต่างหูทองประดับมุกข้างที่หายไปถึงกับตกตะลึงแต่เมื่อเห็นสายตาของพระนาง ต่งมามาหลี่ฝืนทำใจแข็งนางแอบใช้เล็บหยิกหลังมือตนเองเพื่อให้คลายความตื่นเต้น
“ขะ ของหม่อมฉันเองเพคะ”
“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าอัยเจียหมายความว่ายังไง?”
“ไม่ทราบเพคะ”
“ไม่ทราบงั้นหรือ?”ฮองไทเฮาผินพระพักตร์ไปทางพระโอรส “ฝ่าบาทเห็นหรือไม่ว่าการทำให้นางกำนัลวังหลังที่อยู่มานานยอมรับความผิดง่ายๆนั้นยากเพียงใด พวกนางล้วนแต่ด้านชากับการทำความผิดอย่างยิ่งยวด”
“พะยะค่ะเสด็จแม่” ฮ่องเต้ค้อมศีรษะยอมรับคำชี้แนะ
“ต่งมามาหลี่เจ้าสั่งให้คนจับเอานางกำนัลตำหนักห่าวซินผู้นั้นบังคับให้นางเขียนจดหมายสารภาพผิด แล้วแขวนคอนางกับต้นไม้ข้างเรือนอานฉวนยังกล้าจะ โป้ปดอัยเจียกับฝ่าบาทอีกเจ้าหัวเดียวยังไม่พอเสียแล้วกระมัง?”
“พระอาญาไม่พ้นเกล้าหม่อมฉันมิได้ทำนะเพคะ”
“เจ้ามั่นใจหรือ?”
“เพคะ”ปากคอของต่งมามาหลี่เริ่มสั่นเล็กน้อย
“ต่างหูข้างนี้คนของอัยเจียเจอในห้องพักของนางกำนัลผู้นั้นเจ้ามิได้มีธุระอันใดในเรือนอานฉวนแล้วสิ่งของของเจ้าจะไปอยู่ในห้องนั้นได้อย่างไร?ตอบอัยเจียมาสิ”
ต่งมามาหลี่หน้าซีดเผือดทรุดตัวลงคุกเข่าที่พื้น“หม่อมฉันมิทราบเพคะ ตะ แต่หม่อมฉันมิได้ทำจริงๆ”
“เจ้ามันดื้อด้านนักอู๋กงกงเรียกใต้เท้าเหม่ยเข้ามาสิ” อ่องเต้ทรงเอ่ยอย่างเหลืออดอู๋กงกงรีบออกไปเรียกหัวหน้าองครักษ์วังหลวงให้เข้ามาพร้อมพยานอีกสองคนเมื่อต่งมามาหลี่มองเห็นนางกำนัลและขันทีที่ถูกลากเข้ามาถึงกับปากคอสั่น
“พวกเจ้าบอกทีสิว่านางให้เจ้าทำอะไรบ้าง?”
ขันทีที่ถูกจับเข้ามาขาสั่นพั่บๆเมื่อองครักษ์ที่หิ้วปีกเขาปล่อยแขนทั้งสองข้างจนไม่อาจประคองร่างให้ยืนอยู่ได้ด้านหลังถูกเฆี่ยนไปแล้วสิบครั้งยังปวดแสบปวดร้อน“ต่งมามาหลี่ให้หม่อมฉันช่วยหิ้วร่างนางที่สิ้นสติแล้วไปแขวนบนต้นไม้ พะยะค่ะ”
ผู้ถูกกล่าวหาตาเหลือกโทษฐานฆ่านางกำนัลในเขตพระราชฐานมีโทษถึงประหารเลยเทียว “จะ เจ้ากล่าวหาข้า”
ฮองไทเฮาชี้ไปยังนางกำนัลอีกคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น“เจ้า! พูดออกมาเดี๋ยวนี้”
“พะเพคะ หม่อมฉันถูกต่งมามาหลี่บังคับให้ช่วยลากนางไปที่เรือนอานฉวนจากนั้นก็บังคับให้นางเขียนจดหมายสารภาพความผิดว่านางเป็นผู้ใส่ยาพิษในอาหารให้พระสนมเหม่ยเฟยเพคะ”
“ไม่จริง! หม่อมฉันมิได้บังคับนาง”
“อัยเจียมีพยานมากกว่านี้ที่เอาพวกเขามาเพียงสองคนก็เพราะอยากรู้ว่าเจ้าจะปฏิเสธหรือไม่? หึ!คนอยากเจ้าเป็นอย่างที่อัยเจียคาดไว้จริงๆ”
“ฮองไทเฮาเพคะต่งมามาหลี่อยู่ในวังมานาน รู้กฎระเบียบดีไม่ได้ทำเช่นนั้นแน่เพคะ”เสิ่นกุ้ยเฟยฝืนข่มความหวาดกลัวช่วยออกหน้าแทนลูกน้องคนสนิทยามนี้หากไม่ปกป้องต่งมามาหลี่ความผิดเหล่านั้นนางในฐานะที่เป็นนายก็ต้องรับผิดชอบด้วย
**********************
