“หมัดตรง ดี ดี เอ้า ชก”
“ทุกคน วันนี้พอกันแค่นี้ก่อน กลับบ้านพักผ่อนกันได้”
ในสนามมวยที่ดูค่อนข้างเก่า ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆครึ้มยิ่งทำให้ชวนนึกถึงความหลัง ด้านในมีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังซ้อมมวยกันอยู่ แทบทุกคนต่างหน่วยก้านที่ดีไม่แพ้กัน แต่คนที่คิงสนใจไม่ใช่กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้น กลับเป็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังทำความสะอาดอุปกรณ์มวยอยู่ด้านข้างเวที เขายืนสังเกตการณ์อยู่นานจนคนอื่นๆด้านในออกไปหมดเหลือเพียงเธอคนเดียว เธอกำลังกวาดพื้นทำความสะอาดอย่างขะมักเขม้นโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเข้ามาใกล้ คิงเว้นระยะห่างพอสมควรแล้วจึงเอ่ยทักทายออกไป
“สวัสดีครับ”
เธอหันกลับมาตามเสียงที่ได้ยินด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างกำด้ามไม้กวาดเอาไว้แน่น คิงจึงรีบอธิบายให้เธอเข้าใจ
“ผมคิงนะครับ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”
“กอบัว”
“คือว่า คุณเป็นนักมวยของที่นี่ใช่ไหม”
“ป่าว เป็นแม่บ้าน”
คิงได้พูดคุยกับกอบัวอยู่สักพักจึงได้รู้ว่าเธอนั้นไม่ใช่คนไทยแต่เธอมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในไทย ตอนนี้ทำงานเป็นแม่บ้านของที่นี่อยู่ คิงได้ฟังก็แสดงความตกใจออกมาเล็กน้อย ตอนแรกที่คิงเห็นกอบัวก็สามารถรับรู้ถึงสิ่งพิเศษบางอย่างได้จากตัวเธอ นั่นเป็นผลของความสามารถจากพลังที่อาจารย์มอบให้ตอนที่กำลังไปช่วยควีน ไม่เพียงจะสามารถรับรู้ถึงตำแหน่งของคนที่เรานึกถึงได้ ยังสามารถรับรู้ศักยภาพของบุคคลอื่นๆได้เช่นกัน ดังนั้นคิงจึงสามารถรับรู้ถึงบางอย่างในตัวเธอได้
“ผมอยากชวนคุณมาทำงานกับผมนะครับ”
“งาน? งานอะไร”
“งานคุ้มกันคน”
“ฉันเป็นแม่บ้านไม่ใช่บอดี้การ์ด ทำไม่ได้หรอก”
เธอกล่าวปฏิเสธทันที คิงเองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้อะไร เขายื่นนามบัตรไปให้เธอก่อนที่จะเดินกลับออกไป คิงรู้ว่าเธอนั้นไม่ใช่เพียงแม่บ้านธรรมดาๆเป็นแน่ แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้เธอต้องมาทำงานแบบนี้ หลังออกมาจากค่ายมวยแล้วเขาก็เดินทางต่อไปโดยไร้จุดหมายปลายทาง ตลอดทั้งวันที่เหลือเขาเดินทางไปหลายที่ทั่วเมือง แต่ก็ไม่พบใครที่น่าสนใจดังเช่นกอบัว
ระหว่างที่คิงกำลังเดินทางกลับบ้าน เขาได้แวะซื้อกับข้าวที่ตลาดใกล้ๆหมู่บ้านของเขา พอลงจากรถก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ตรงเกาะกลางถนนมีหญิงสูงวัยคนหนึ่งกำลังถือป้ายที่เขียนข้อความบางอย่างเอาไว้อยู่ ข้อความในนั้นเป็นสิ่งทำให้ทุกคนต้องให้ความใจไม่เว้นแม้แต่คิง ด้วยความอยากรู้เขาจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
“ขอความยุติธรรมให้เรา”
“กฎหมายช่วยด้วย”
“ทำผิดแต่ไม่ได้รับโทษ”
“ข่มขืน=ประหาร”
คิงแหวกฝูงชนเข้ามายังด้านในได้ก็เห็นหญิงสูงวัยกับป้ายที่เต็มไปด้วยข้อความต่างๆ แต่ละตัวอักษรถูกขีดเขียนด้วยสีดำและแดง เมื่อคิงอ่านข้อความเหล่านั้นหมดก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้ มีบางคนได้เข้าไปสอบถามพูดคุย บางคนก็เอาน้ำเอาข้าวมาให้ ฟังเรื่องราวจากรอบข้างก็ได้รู้ว่า หญิงสูงวัยได้มายืนถือป้ายที่นี่ได้ 3 วันแล้ว มาตั้งแต่เช้าของวันแรกจนถึงตอนนี้ เธอจะยืนสลับนั่งถือป้ายไว้อยู่ตลอดเวลา ทำแบบนั้นจนกระทั่งร่างกายจะไม่ไหวจึงจะหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็จะกลับมาถือป้ายเช่นเดิม คิงไล่สายตามองสิ่งที่อยู่ในป้ายของหญิงชรา สักพักเขาก็แสดงความตกใจออกมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นรูป “ชาย” อยู่ในนั้น
สมองทำการประติดประต่อเรื่องราวได้ทันที ประกอบข้อมูลที่รับฟังจากคนรอบข้างทำให้สรุปได้ว่า ลูกสาวของหญิงคนนี้คงจะถูกชายข่มขืน หลังไปแจ้งความแล้วคดีกลับไม่คืบหน้าจึงมายืนถือป้ายเรียกร้องหาความยุติธรรม แต่โลกของเราในความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้ายยิ่งนัก ความยุติธรรมมันมีแต่ความยุติธรรมนั้นมิใช่ไว้ใช้กับผู้มีอำนาจ ชายหนุ่มย้อนคิดกลับไปหากตนไม่ได้ความช่วยเหลือจากอาจารย์ ควีนและอิงดาวคงหนีไม่พ้นชะตากรรมเช่นเดียวกัน เขารู้สึกขอบคุณและคิดถึงอาจารย์จากใจจริง
เมฆครึ้มพัดพาสายฝนและลมหนาวเข้ามา หยาดเม็ดฝนเริ่มร่วงโรยลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง ฝูงชนที่ดูหน่าแน่นในตอนแรกเริ่มแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แต่ทว่าหญิงชรายังคงยืนอยู่ที่เดิม หยดน้ำตาผสมกับหยาดฝนเข้าด้วยกันไหลอาบผ่านผิวแก้มที่หย่อนคล้อยตกลงสู้พื้นดิน คิงมองดูหญิงชราด้วยความเวทนาก่อนที่จะเดินเข้าไปโอบกอดเธอด้วยความอบอุ่นท่ามกลางสายฝน
“หลบฝนกันก่อนเถอะครับ”
“.....”
ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากหญิงชรา เธอยืนถือป้ายนิ่งไม่ไหวติง คิงเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี พูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีความหมาย ความรู้สึกตนที่ทำอะไรไม่ได้ ความหวังเดียวทางกฎหมายก็ถูกความอยุติธรรมเข้าแทรกไร้ซึ่งยางอาย ความรู้สึกหมดหวัง ทุกอย่างมาถาโถมเข้ามาในทีเดียว หญิงสูงวัยเพียงคนเดียวมีหรือที่จะสามารถรับความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ได้
“ผมจะช่วยคุณป้าเอง แต่ตอนนี้เราหลบฝนกันก่อนนะครับ”
คิงยื่นมือออกไปจับมือของอีกฝ่าย เดินพากันมาหลบฝนที่ป้ายรถเมล์ หญิงสูงวัยที่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อได้รับความอบอุ่นเธอก็รู้สึกผ่อนคลายออกมาเล็กน้อย คิงได้สอบถามรายละเอียดเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องก็เป็นแบบอย่างที่เขาคาดเดาไว้ ลูกสาวเพียงคนเดียวที่กำลังอยู่ในวัยที่สดใสร่าเริงกลับต้องกลายเป็นคนเก็บตัวไม่กล้าเจอผู้คนเพียงเพราะความมักมากของบางคน เป็นตราบาปที่สลักลงในจิตใจยากที่จะลืมเลือน
ชายหนุ่มกุมมือเอาไว้แน่นพร้อมกับพูดให้กำลังใจ หลังจากฝนหยุดแล้วคิงก็พาเธอกลับบ้าน เขาส่งเธอเพียงแค่หน้าบ้านไม่ได้เข้าไปยังด้านใน เกรงว่าจะทำให้ลูกสาวของเธอต้องรู้สึกลำบาก จากนั้นก็ขอตัวกลับบ้านเช่นกัน รถเก่งแล่นไปตามถนนที่ยังเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน กลิ่นไอดินข้างทางลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย หลังกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำทันที วันแล้ววันเล่าเวียนผ่านไปหลังจากที่แข่งโป๊กเกอร์เสร็จ คิงจะทำการค้นหาบุคคลที่มีความสามารถที่เขาสนใจเสมอ
1 เดือนผ่านไป
ช่วงเวลาที่ผ่านมาคิงสามารถเฟ้นหาบุคคลที่มีความสามารถได้จำนวน 4 คน ประกอบไปด้วย “ชัย” ชายหนุ่มวัยกลางคน เป็นนักมวยเก่าที่มีความสามารถด้านต่อสู้ระยะประชิดได้เป็นอย่างดี ส่วนสาเหตุที่ต้องเลิกเป็นนักมวยก็เพราะเคยทำการล้มมวยมาก่อน จึงถูกแบนไม่ให้ลงแข่งขันได้อีก คิงได้ไปเจอชัยที่หมูบ้านสลัมนอกเมือง เขาอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่เพียงสองคน สาเหตุที่ต้องล้มมวยก็มาจากความต้องการเงินเพื่อไปรักษาอาการป่วยแม่นั่นเอง คิงได้ให้ความช่วยเหลือชัยกับแม่โดยการส่งแม่ชัยเข้ารับการรักษาที่ดีที่สุดทันที ชัยเป็นคนที่ไม่ลืมคุณคนจากนั้นเขาจึงตกลงมาทำงานให้กับคิง
คนที่สองคือ “เกีย” สาวใสวัยยี่สิบ เป็นแฮกเกอร์ที่มีฝีมือดีคนหนึ่ง เคยก่อวีรกรรมมากมาย เช่น แฮกกล้องวงจรปิดในสถานที่ต่างๆ เพื่อดูคนอื่น แฮกบัตรเครดิตนำเงินไปสั่งซื้อของใช้ส่งไปให้มูลนิธิต่างๆ แฮกมือถือประชาชนเพียงเพื่อจะส่งข้อความกวนๆแกล้ง เหตุผลเธอตกลงมาทำงานให้คิงเพราะเธอรู้สึกชื่นชอบในตัวคิงล้วนๆ
คนที่สาม “หลง” เป็นหัวหน้ากลุ่มมาเฟียใหญ่ในเมือง กลุ่มของหลงมีจำนวนสมาชิกกว่า 100 คน สาเหตุที่เขามาทำงานกับคิงก็เพราะพวกหลงไปหาเรื่องคิงแล้วเกิดการปะทะกัน คิงสามารถจัดการพวกของหลงเกือบ 20 คนด้วยตัวคนเดียว เดิมทีหลงก็เป็นคนที่ชื่นชอบบุคคลที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความประทับใจในตัวคิง ยกให้คิงเป็นหัวหน้าแทน แต่คิงให้หลงดำรงตำแหน่งต่อไปโดยจะรับคำสั่งจากคิงอีกที
คนสุดท้ายก็คือ “กอบัว” หลังจากแยกกับคิงประมาณหนึ่งอาทิตย์เธอก็โทรมาหาคิงตามเบอร์บนนามบัตร จากนั้นเธอก็มาทำงานกิบคิง โดยรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับสองสาวควีนกับอิงดาว โดยมีชัยเป็นหัวหน้าชุดอีกที คิงได้ทำการซื้อตึกสำนักงานกลางเมืองไว้หลังหนึ่งเพื่อไว้ให้พวกลูกน้องของเขาได้ใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นหลงกับพวกลูกน้องที่จะอยู่ประจำ ส่วนชัยก็ไปๆมาๆระหว่างที่บ้านของเขากับที่บ้านของคิง ส่วนกอบัวและเกียอาศัยอยู่ที่บ้านหลังตรงข้ามในหมู่บ้านเดียวกับคิง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาฝั่งชายกับพ่อยังคงไม่เคลื่อนไหวอะไรมาก คงเป็นเพราะข่าวเสียๆหายๆที่กำลังเป็นประเด็นในโซเซียล ที่ผ่านมาคิงก็ได้ให้ความช่วยเหลือสองแม่ลูกที่ถูกชายข่มขืนโดยการยื่นฟ้องต่อศาล แต่เพียงเวลาไม่นานคำฟ้องก็ถูกปัดตกไป เขาจึงรู้ว่าไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันโดยวิธีธรรมดาๆได้ ในเมื่อพึ่งคนอื่นไม่ได้คิงจึงตัดสินใจที่จะพิพากษาความผิดของพวกมันด้วยตัวเอง
**ก่อนอื่นต้องขอโทษนักอ่านทุกคนนะครับที่อัพตอนช้า เนื่องจากที่ผ่านมาผมติดธุระส่วนตัวจึงไม่ได้เขียนงานเลยครับ แต่หลังจากนี้จะพยายามเขียนเรื่องราวของคิงให้ถึงตอนจบโดยเร็วที่สุดครับ อาจจะอัพช้าบ้าง แต่สัญญาครับว่าจะเขียนจบจนอย่างแน่นอน ฮึ้บ**