" อยากบอกนะว่าตอนนี้เราตายเเล้ว... "
เล็กน้ำพึมพำอย่างลืมตัว ทุกครั้งที่คำถามเช่นนี้ผุดขึ้นมาในความคิด ชายหนุ่มเป็นต้องอดใจไม่ไหว มือไม้ปัดป่ายบีบจับเนื้อหนังไปทั่วร่างกาย เหมือนต้องการกระตุ้นต่อมรับความรู้สึกว่ายังรับรู้ถึงอาการเจ็บคันเป็นปกติอยู่หรือไม่
ถึงแม้ในยามนี้ชายหนุ่มจะยังคงรู้สึกได้ถึงมวลกล้ามเนื้อเเข็งเเรงหนาเเน่น สองตามองเห็นอวัยวะทั้งสามสิบสองอยู่ครบถ้วน หาใช่วิญญาณเร่ร่อนว่างเปล่าลอยละล่องเลือนราง หรือสัมภเวสีที่หลงเหลือเพียงรูปกายละเอียดไร้ปลายเท้าอย่างในละคร
เเต่คราใดที่เขานึกย้อนความทรงจำถึงภาพเหตุการณ์ประหลาดที่ติดตราตรึงดั่งห้วงฝันร้ายน่าสยดสยอง ท้องไส้เป็นต้องบิดรัดปั่นป่วน เเทบทนไม่ไหวอยากจะอาเจียน ทั่วทั้งร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นสะพรึงกลัว
" ดูเหมือนว่าฝูงหมาดำเป็นสมุนของเจ้าปีศาจตนนั้น ค... ครึ่งมนุษย์ครึ่งภูตผี! "
เล็กน้ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นหวาดผวา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เส้นขนตั้งเเต่ปลายเท้าชูชันเป็นตุ่มไล่เรียงขึ้นมาจนหนังศีรษะรู้สึกด้านชา
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เขายังรู้สึกดื่มด่ำในบรรยากาศชนบทยามค่ำคืนเเถบชานเมืองอันไกลห่างเงียบสงบ เพลิดเพลินกับมื้ออาหารเย็นอันเรียบง่าย กึ่งนั่งกึ่งนอนบนระเบียงไม้รอรับสายลมพัดพาลงมาจากเนินเขา เเววตาผ่อนคลายเหม่อมองผืนเเผ่นฟ้าใสกระจ่างที่เเต่งเเต้มด้วยทะเลดาวทอประกายระยิบระยับสะกดใจ
ยามใดกระเเสอากาศเย็นสบายปะทะบนใบหน้า เคลื่อนคล้อยอาบไล้ไปทั่วร่างกายของเขา เล็กน้ำเหมือนรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เฝ้ารอคอย บางสิ่งสุดพิเศษยากจะบรรยายเอื้อนเอ่ย จนกระทั่งเเว่วเสียงครวญประหลาดมาถึง ทุกสิ่งสวยงามพลันเปลี่ยนไป
สุ้มเสียงอัปมงคลเร้นลับที่สดับฟังไม่เป็นภาษา นำพาห้วงความหลอนมาเพื่อกระชากวิญญาณ ล่องลอยตามลมเหมือนมนตราผีบอกร่ายเวทย์ ยากจำเเนกเเยกเเยะทิศทาง ประเดี๋ยวเเจ่มชัดประเดี๋ยวเลือนรางวูบไหวกลายร่างดั่งเงาพราย
บางครามันเเผ่วเบาเสมือนคู่รักกำลังเอ่ยกระซิบถ้อยคำหวานลึกซึ้งอันอ่อนโยน เเต่บางคราช่างโหยหวนโหดร้ายคล้ายนักโทษคนบาปกำลังกรีดร้องต้องทัณฑ์นรกอย่างเเสนสาหัส
จนกระทั่งทั้งสองสำเนียงสอดประสานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นที่มาของท่วงทำนองบทเพลงปีศาจจากห้วงอเวจี ประหนึ่งฝูงอาชานรกขับควบครื้นเครงมาทั้งสิบทิศ เรียงร้อยขับกล่อมเนื้อร้องประดุจเสียงสวดศพ บริกรรมมนต์ดำคาถา มายาวินเวทย์นรกานต์ต้องสาบ เพื่ออัญเชิญร้องเรียกวิงวอนบางสิ่งที่สิงสถิตอยู่ตามปลักโคลนในห้วงลึก
บางสิ่งที่ว่านั้นคือบรรดาประกายทับทิมเเดงก่ำดั่งขุมนรกนับสิบคู่ เงาร่างวูบไหวรวดเร็วกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับราตรีรอบด้าน อยู่ ๆ พวกมันได้ปรากฏกายขึ้นดั่งผุดออกมาจากพื้นธรณี ท่ามกลางดงยาฆงที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
ฝูงอสูรร้ายออกเดินทางมาพร้อมกับเพลิงเเค้นเเรงอาฆาตตั้งเเต่หนหลัง ตอกย้ำเรื่องราวความบาดหมางจากคนรุ่นเก่าก่อนโดยที่ตัวเล็กน้ำไม่เคยรับรู้ข้องเกี่ยว
ชายหนุ่มถูกโอบล้อมจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวจากทุกทิศทาง พวกมันมีพละกำลังเต็มเปี่ยมมหาศาล โครงร่างกำยำสูงใหญ่เหนือกว่าสุนัขธรรมดาทั่วไปเกือบสองเท่า มันมีศีรษะใหญ่โตเท่าหม้อข้าว ภายในปากยาวของอสูรกายหน้าขนหูเเหลมเต็มไปด้วยดงคมเขี้ยวขาวเรียงเป็นเเนวคมกริบดั่งใบเลื่อย
ดวงตาพยาบาทเเดงก่ำดั่งโลหิต ใบหน้าฉายเเววโหดร้ายป่าเถื่อนราวกับมีเพียงสัญชาตญาณดิบเพียงสิ่งเดียวคอยค้ำจุนขับเคลื่อนอยู่ในนั้น พวกมันกัดขย้ำอย่างบ้าคลั่งไม่เกรงกลัวเเม้ความตาย ช่างผิดเเปลกไปจากกรรมพันธุ์ตามปรวิสัย
ตามติดด้วยภาพเหตุการณ์ที่เล็กน้ำมองเห็นผ่านกรอบสี่เหลี่ยมมายา มันคือบานหน้าต่างเชื่อมอีกมิติ เเสดงการต่อสู้ห้ำหั่นอันเหนือจินตนาการมากอิทธิฤทธิ์ สุดเเสนมหัศจรรย์พันลึก พิสดารเกินกว่าตัวเขาจะเข้าใจ ห้วงสำนึกในเหตุผลถึงกับแหลกสลายไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
ฉากร่างกายของเขาที่เต็มไปด้วยรัศมีสีมรกต พลังชีวิตกล้าเเกร่ง เเต่พบเจอการลอบสังหารจากชายประหลาดที่มีใบหน้าหนุ่มเเน่นเยาว์วัยดั่งคนปกติ เเต่อีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นผีร้ายผิวพรรณหมองคล้ำเเห้งเหี่ยว ร่างกายของตนเองต้องคมอาวุธจนช่วงล่างตั้งเเต่ชายโครงลงมาละลายเเหลกเละ กระดูกขาวโพลนเเหลกเหลวดั่งโดนกัดกร่อน ตับไตไส้พุงกองกระจายเกลื่อน
เเทนที่อวัยวะภายในเหล่านั้นจะเป็นสีเเดงฉานหลั่งโลหิตตามที่ควรจะเป็น มันกลับเเปรเปลี่ยนเป็นเมือกดำคล้ำดั่งถูกพิษร้าย ปราศจากกลิ่นคาวหรือกลิ่นสาบของน้ำเหลืองที่ต้องส่งกลิ่นตลบอบอวนคละคลุ้ง ทั้งหมดมันเหม็นเน่าเหมือนเนื้อร้ายเปื่อยยุ่ยราวกับซากศพที่ตกตายมาหลายวัน!
เล็กน้ำหวนนึกถึงเงามายาพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ที่ยืนต้นปรากฏอยู่เบื้องหลัง พฤกษาเขียวขจีเปล่งประกายวาววับราวกับเพรชนิลมรกต ลำต้นขนาดใหญ่ยักษ์สานถักทอเหมือนเส้นผมเปียของเด็กสาว บางส่วนได้เเตกเเขนงออกมาเพื่อเชื่อมต่อกับร่างกายของเขาที่เหลืออยู่เพียงครึ่งตัว ส่งพลังอันอบอุ่นชุบชีวิตให้ฟื้นคืนอีกครั้ง
กิ่งก้านเเข็งเเกร่งหนาเเน่นแผ่ขยายกว้างใกลจนสูงเสียดฟ้าราวกับสามารถครอบคลุมได้ทั่วทั้งพื้นพิภพ พุ่มใบเปล่งรัศมีระยิบระยับดั่งดวงดาว บนนั้นมีดอกผลสีเดียวกันรูปร่างคล้ายมนุษย์ห้อยโหนอยู่โดดเดี่ยว ในทรวงอกมีก้อนเลือดสีเเดงก่ำเต้นตุ๊บตั๊บเป็นจังหวะ
อีกทิวทัศน์หนึ่งเป็นลำน้ำมายาดำมืดท่ามกล่างเเผ่นฟ้ามืดดำที่ปรากฏขึ้นด้านหลังเจ้าปีศาจชั่วที่ใช้หมุดเงินเป็นอาวุธ กว้างใหญ่สูงล้ำไม่เป็นสองรองกัน มวลน้ำมหาศาลเหนือจินตนภาพนั้นคลุ้มคลั่งดั่งมหาสมุทรในขั้วโลกใต้ คลื่นลูกเเล้วลูกเล่าใหญ่โตเทียบเท่าตึกสูงระฟ้า ถล่มถาโถมลงมาเสียงดังสนั่นดั่งทวยเทพเเห่งท้องทะเลทรงพิโรธเกรี้ยวกราด
คลื่นยักษ์สาดซัดไม่หยุดยั้งหอบพาซากศพโครงกระดูกขาวโพลนนับหมื่นเเสนลอยเคว้งคว้างอย่างสิ้นหวัง มีทั้งซากร่างไร้วิญญาณของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เเต่งกายด้วยอาภรณ์เเวววับอันเเปลกประหลาด ชิ้นส่วนอวัยวะของสัตว์ร้ายหลายสายพันธุ์ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน บางอันมีขนาดมหึมาเหมือนสิ่งมีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทุกอย่างลอยอยู่บนผิวน้ำสูงต่ำบ้าคลั่งอย่างไร้จุดหมาย ช่างหดหู่เเสนสลดยากจะสลัดให้พ้นจากห้วงความนึกคิด
เวลานี้เล็กน้ำอยากจะรู้เหลือเกินถึงวิธีะระงับปัญญาความคิดให้คลายความตรึงเครียดสับสน เเต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรังเกียจโกรธเเค้น ทำไมเรื่องเลวร้ายเเบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเขา ตัวประหลาดอัปลักษณ์พวกนั้นเป็นใครกัน เหตุใดบ้านไม้โกโรโกโสที่สืบทอดส่งต่อจากบรรพบุรุษถึงกลายเป็นสังเวียนลานประหาร
ชายเเก่ปริศนาที่ปรากฏในรูปถ่ายบนหิ้งพระคือใคร อักขระยึกยือที่เขียนกำกับอยู่ใต้ภาพถ่ายใบนั้นเเท้จริงเเล้วเเปลว่าอะไรกันเเน่ ทำไมเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งเขาถึงมาอยู่ในสถานที่ประหลาดเเห่งนี้
ชายหนุ่มอีกสองคนที่นอนตัวเกร็งกระตุกร้องโหยหวนพวกนั้นเป็นใคร เหตุใดดวงวิญญาณของทั้งสองจึงถูกเจ้าสัตว์ประหลาดปากกว้างที่อาศัยอยู่ในกระจกเงากลืนกิน
มาถึงตอนนี้เล็กน้ำคิดว่าตัวเขาเองอาจจะโดนเจ้าสิ่งโสมมตัวนั้นกระทำเเบบเดียวกัน ด้วยวิธีการเหมือนกัน ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่เเห่งไหน ทำไมมีเเค่เขาคนเดียวปรากฏกายในโลกเร้นลับใบนี้เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว
พสุธากว้างใกลสุดสายตาปรากฏเพียงสีดำสนิท ก้อนหิน เม็ดกรวด ดินทราย ต่างถูกเจือปนด้วยน้ำหมึก ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเเห่งนี้ไร้ต้นหญ้าหรือเเมกไม้ใด ๆ ให้พบเห็น
ท้องนภาเบื้องบนเป็นสีม่วงเข้มหมองหม่น ปราศจากมวลเมฆหมู่ดาวราวกับมันเป็นเพียงผืนผ้าเเสนธรรมดา สายลมพัดโชยเอื่อยเเต่อากาศกลับเหน็บหนาวอย่างเเปลกประหลาด
ทัศนียภาพรกร้างว่างเปล่าสรรสร้างความพิศวงชวนให้เล็กน้ำรู้สึกหดหู่อย่างร้ายกาจ บางครั้งเขาถึงกับครุ่นคิดว่าตนเองคล้ายเดินอยู่บนเส้นทางสู่โลกหลังความตาย...