เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 พวกเราเปิดเทอมแล้ว (3)

            สวี่หัวลี่ยังไม่เคยทานบะหมี่เย็นมาก่อน เธอจึงช่วยทิงเสวี่ยก่อไฟและเตรียมวัตถุดิบอย่างกระตือรือร้น

            “ทิงเสวี่ย เธอช่วยสอนฉันทำบะหมี่เย็นหน่อยได้ไหม?” สวี่หัวลี่ถามเสียงอ่อยอย่างเกรงใจ

            ทิงเสวี่ยตอบรับทันควัน มือก็หั่นผักอย่างคล่องแคล่วไปด้วย “ได้สิ เธอช่วยดูไฟที่เตาหน่อยนะ พอน้ำเดือดแล้วก็หยิบเส้นบะหมี่แห้งบนโต๊ะแปดเซียนใส่ลงไป แล้วอย่าลืมตักน้ำเย็นใส่กะละมังเตรียมไว้ด้วยล่ะ”

            สวี่หัวลี่ทำตามทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจ

            เส้นบะหมี่สุกเร็วมาก ทิงเสวี่ยเองก็เตรียมเครื่องปรุงสำหรับคลุกบะหมี่เย็นเสร็จพอดี

            เธอตักเส้นที่สุกแล้วลงแช่ในน้ำเย็นที่สวี่หัวลี่เตรียมไว้ พอเส้นเย็นได้ที่ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ จากนั้นก็ใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถัน

            ทิงเสวี่ยหยิบชามมาสองใบ ตักบะหมี่เย็นใส่จนพูน ชามหนึ่งส่งให้สวี่หัวลี่ อีกชามเป็นของเธอเอง

            ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ การได้กินบะหมี่เย็นสักคำช่างเป็นความสุขที่สุดยอดจริงๆ สวี่หัวลี่ที่ได้ลิ้มรสบะหมี่เย็นเป็นครั้งแรกถึงกับตาลุกวาวด้วยความอร่อย

            “ทิงเสวี่ย บะหมี่เย็นนี่อร่อยมาก! ฉันขออีกชามได้ไหม?”

            บะหมี่ชามใหญ่ถูกสวี่หัวลี่จัดการเกลี้ยงในพริบตา ทิงเสวี่ยรีบตักเพิ่มให้อีกชาม “ที่บ้านยังมีซาลาเปาไส้เนื้อเหลืออยู่นะ เธอไม่กินเหรอ?”

            สวี่หัวลี่ทำหน้าลำบากใจ “ฉันก็อยากกินบะหมี่เย็น แต่ก็อยากกินซาลาเปาไส้เนื้อด้วย ทำไงดีล่ะเนี่ย?”

            ทิงเสวี่ยยิ้มขำ “เรื่องแค่นี้เอง จัดการง่ายจะตาย ก็กินมันทั้งสองอย่างนี่แหละ เดิมทีฉันกะว่าจะให้เธอห่อซาลาเปากลับไปกินที่บ้าน แต่คิดไปคิดมา ขืนเอาซาลาเปากลับไป คงโดนสวี่หัวหลงแย่งกินหมดแน่ๆ ช่างเถอะ เธอกินที่บ้านฉันนี่แหละ กินให้จุกไปเลยไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันนวดท้องให้ แล้วเราค่อยไปปีนเขาด้วยกัน แป๊บเดียวก็ย่อยแล้ว”

            สวี่หัวลี่พยักหน้าหงึกหงัก แล้วโซ้ยบะหมี่เย็นคำใหญ่ ตามด้วยกัดซาลาเปาคำโต

            ถึงจะเป็นซาลาเปาไส้เนื้อ แต่ก็ไม่ได้มีแค่เนื้อล้วนๆ ข้างในผสมถั่วแขกด้วย ถั่วแขกกับเนื้อสับละเอียดคลุกเคล้าเข้ากัน ปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะ รสชาติอร่อยเหาะอย่าบอกใคร

            “ทิงเสวี่ย เธอดีกับฉันจังเลย ชาตินี้ได้เป็นเพื่อนกับคนดีๆ อย่างเธอ ฉันโชคดีจริงๆ นะ” พลางเคี้ยวบะหมี่เย็นรสเลิศสลับกับซาลาเปาไส้เนื้อหอมกรุ่น สวี่หัวลี่รู้สึกมีความสุขที่สุด สุขจนน้ำตาแทบไหล

            อยู่ที่บ้าน เธอแทบไม่มีโอกาสได้กินของดีๆ เลย ปกติเวลาที่บ้านทำซาลาเปาหรือเกี๊ยวน้ำ ก็จะทำแยกสองไส้เสมอ ไส้เนื้อให้สวี่หัวหลงกิน ส่วนเธอได้กินแต่ไส้ผัก นานทีปีหนช่วงเทศกาลถึงจะได้กินเกี๊ยวน้ำไส้เนื้อสักครั้ง ซึ่งก็ได้กินไม่กี่คำอยู่ดี

            สวี่หัวหลงอยู่ที่บ้านทำตัวราวกับคุณชาย กินดีอยู่ดี แถมไม่ต้องหยิบจับงานอะไรเลย ผิดกับสวี่หัวลี่ที่เป็นเหมือนสาวใช้ กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ งานทุกอย่างต้องเหมาหมด ทั้งซักผ้า ทำอาหาร เตรียมอาหารหมู ไม่มีอะไรที่สวี่หัวลี่ทำไม่เป็น เธอเริ่มทำงานหนักมาตั้งแต่ห้าขวบ สมัยที่ตัวยังสูงไม่พ้นเตาไฟด้วยซ้ำ

            ทิงเสวี่ยรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องที่บ้านของสวี่หัวลี่ดี เธอสงสารเพื่อนจับใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก “ลี่ลี่ การได้เป็นเพื่อนกับเธอก็เป็นโชคดีของฉันเหมือนกัน จริงๆ นะ ฉันไม่มีพี่น้องแท้ๆ ถึงจะมีลูกพี่ลูกน้อง แต่พวกเราก็ใจไม่ตรงกัน พวกเขารู้แต่จะเอาเปรียบ ไม่เคยคิดเสียสละ เธอมีพี่ชายแต่ก็เหมือนไม่มี เราสองคนหัวอกเดียวกันนะ ฉันรู้ว่าเธอเสียใจเรื่องที่บ้าน แต่ตอนนี้เธอยังเด็ก ทำได้แค่อดทน รอให้โตขึ้น มีความสามารถมากพอที่จะต่อรองและขีดเส้นแบ่งกับพวกเขาได้ก็พอแล้ว”

            “ทิงเสวี่ย เธอว่าถ้าเราโตขึ้นแล้ว ชีวิตจะดีกว่าตอนนี้จริงๆ เหรอ?” สวี่หัวลี่ยังคงสับสนกับอนาคต

            ทิงเสวี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ

            “โตขึ้นก็มีความทุกข์แบบผู้ใหญ่ แต่... อย่างน้อยตอนนั้นเราก็เป็นอิสระแล้วนะ เราหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องคอยมองสีหน้าคนอื่นเวลากินข้าว นั่นหมายความว่าเรามีทางเลือกมากขึ้น

            ลี่ลี่ เธอจำไว้นะ... การทุ่มเทให้สวี่หัวหลงโดยไม่หวังผลตอบแทน นั่นเป็นเรื่องของพ่อแม่เธอ ไม่เกี่ยวกับเธอ

            เธอเรียนเก่ง เขาเรียนแย่ ในอนาคตเธอต้องไปได้ไกลกว่าเขาแน่ ถึงตอนนั้นถ้าพ่อแม่ให้เธอช่วยดูแลเขา เธออย่าโง่เด็ดขาดนะ เธอไม่มีหน้าที่ต้องดูแลเขา ในอนาคตเธอมีหน้าที่แค่เลี้ยงดูพ่อแม่เท่านั้น ส่วนสวี่หัวหลงจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา

            ถ้าเขาทำตัวเป็นน้องชายที่ดี เราที่เป็นพี่สาวก็ย่อมรักและช่วยเหลือยามลำบาก แต่ถ้าเขาไม่ทำตัวเป็นพี่ เอาแต่โขกสับเธอเหมือนคนใช้... เธอก็ไม่จำเป็นต้องนับถือเขาเป็นพี่ชาย”     

            แม้ไม่รู้ว่าสวี่หัวลี่จะเข้าใจทั้งหมดหรือไม่ แต่ทิงเสวี่ยจำเป็นต้องพูด เธอไม่อยากให้สวี่หัวลี่ซ้ำรอยความผิดพลาดเหมือนในชาติก่อน

            ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง พวกเขามักจะพร่ำสอนลูกสาวให้ยอมน้องชาย ให้ช่วยเหลือน้องชาย แต่กลับน้อยคนนักที่จะสอนลูกชายให้เป็นลูกผู้ชายที่มีความรับผิดชอบและปกป้องพี่สาวน้องสาวของตัวเอง

            นี่คือค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ดังนั้นในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จึงมีเด็กผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ถูกตามใจจนเสียคนหรือกลายเป็นคนเหยาะแหยะ ในทางกลับกัน เด็กผู้หญิงที่ไม่ได้รับความใส่ใจ ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมาตั้งแต่เด็ก กลับเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้และมีอนาคตที่ดีกว่า

            หลังจากตั้งใจฟังคำพูดที่เปี่ยมด้วยความจริงใจของทิงเสวี่ย สวี่หัวลี่ก็พยักหน้าเบาๆ “ที่เธอพูดมาทั้งหมด ฉันเข้าใจแล้ว”

            เมื่อเพื่อนบอกว่าเข้าใจ ทิงเสวี่ยก็ไม่เซ้าซี้ต่อ เธอได้แต่หวังว่าสวี่หัวลี่จะเข้าใจจริงๆ

            สวี่หัวลี่ฟาดบะหมี่เย็นไปสองชาม ซาลาเปาไส้เนื้ออีกสามลูก เธอไม่ได้กินอิ่มขนาดนี้มานานมากแล้ว อิ่มจนจุกจริงๆ รู้สึกว่าท้องตัวเองตึงเปรี๊ยะเหมือนกลองใบเล็กๆ ถ้าตบเบาๆ คงดังตุ้บๆ แน่

            ทิงเสวี่ยกลัวว่าสวี่หัวลี่จะอิ่มเกินไปจนปวดท้อง จึงรีบหายาช่วยย่อยมาให้กิน แล้วช่วยนวดท้องให้อีกแรง

            “ลี่ลี่ เดี๋ยวฉันจะขึ้นเขาไปช่วยอาสามเก็บผักเลี้ยงหมู เธอจะไปด้วยกันไหม?”

            สวี่หัวลี่ตอบรับทันที “ไปสิ ไม่มีปัญหา”

            ไม่นานหลินกั๋วผิงก็กลับมาจากตลาด เมื่อเห็นว่าซาลาเปาในตะกร้าขายหมดเกลี้ยง ทิงเสวี่ยก็ดีใจมาก เธอรีบตักบะหมี่เย็นให้ผู้เป็นพ่อ “พ่อคะ พ่อกินข้าวก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปเก็บผักเลี้ยงหมูกับลี่ลี่”

            หลินกั๋วผิงรีบท้วง “หนูเล่นกับลี่ลี่ที่บ้านเถอะ ลี่ลี่เป็นแขก จะให้เขาไปเก็บผักหมูกับหนูได้ยังไง?”

            สวี่หัวลี่รีบยิ้มแล้วตอบ “อาหลิน ไม่เป็นไรค่ะ งานพวกนี้หนูทำที่บ้านจนชินแล้ว”

            พูดจบ เด็กหญิงทั้งสองก็สะพายตะกร้าใบเล็กคนละใบ เดินออกจากบ้านไปอย่างกระฉับกระเฉง

            การเก็บผักเลี้ยงหมูไม่ต้องไปถึงภูเขาลึก ตามริมคันนาก็มีให้เก็บเยอะแยะ หมู่บ้านต้าเหอก็มีภูเขา แต่เป็นลูกเตี้ยๆ เทียบไม่ได้เลยกับภูเขาที่หมู่บ้านซงหยวนของสวี่หัวลี่

            สองสาวน้อยช่วยกันเก็บจนตะวันคล้อยต่ำจึงกลับบ้าน ในตะกร้าของพวกเธออัดแน่นไปด้วยพืชผักสำหรับหมู

            สวี่หัวลี่วางตะกร้าลง ล้างหน้าล้างตา แล้วก็บอกลาทิงเสวี่ยกลับบ้าน

            ทิงเสวี่ยขนผักเลี้ยงหมูสองตะกร้าไปส่งที่บ้านหลินกั๋วอันโดยเดินไปกลับสองรอบ

            เมื่อสิบกว่าวันก่อน แม่หมูแก่ที่บ้านหลินกั๋วอันเพิ่งคลอดลูกออกมาสิบสองตัว ตอนนี้ลูกหมูพวกนั้นโตวันโตคืนจนน่ารักน่าชัง แต่ในสายตาของทิงเสวี่ย เจ้าตัวเล็กพวกนี้ไม่ใช่แค่หมู แต่มันคือก้อนเงินเดินได้ชัดๆ

            นอกจากนี้ หมูรุ่นอีกหลายตัวที่หลินกั๋วอันซื้อมาก่อนหน้านี้ก็ถึงเวลาจับขายได้แล้ว แต่ละตัวคาดว่าน่าจะหนักราวๆ ร้อยกิโลกรัมเห็นจะได้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592