ตอนที่ 379 ความต่างชั้น
การปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของปีกแห่งผืนฟ้าทำให้คนทั้งเรือนิ่งอึ้งไป มีเพียงเพชฌฆาตที่กล้าพอจะพูดกับเธอ แรงกดดันเมื่อเธออยู่ต่อหน้านั้นสูงกว่าการรู้สึกจากไกล ๆ ไม่รู้เท่าใด
ตอนนี้ทั้งโฮโจและเลโอรู้แล้วว่าเหตุใดพวกเขาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับพลังจิตวิญญาณของอีกฝ่าย เพราะครั้งแรกที่เจอกันพวกเขาถูกพลังจิตวิญญาณนี้กดดันจนไร้ทางต้าน ร่างกายพวกเขายังจดจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี
โฮโจลอบมองหน้าเลโอน้อย ๆ พวกเขาพยายามสื่อสารกันด้วยสายตา ในตอนนี้พวกเขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นศัตรูหรือไม่
“ครับ ผมเพชฌฆาต นักบวชสองท่านนี้คือคุณไลล่าและคุณเลโอ ชายหนุ่มคนนี้ชื่อคุณโฮโจครับ พวกเราเคยเจอกันมาก่อนแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสคุยกันมาก่อน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เมื่อเห็นว่าซอเด็ตตอบกลับนิสัยพูดจ้อของเพชฌฆาตก็เริ่มสำแดงอีกครั้ง
ซอเด็ตมุ่นคิ้ว แม้อีกฝ่ายจะพยายามตัวแต่ความเร็วในการพูดและความยาวของประโยคกลับน่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นตามปกติคนจำพวกนี้จะตามมาด้วยคำพูดประจบสอพลอมากมาย
ความคิดที่จะจากไปแล่นเข้ามาในหัว เธอเพียงกวาดตามองอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจอยู่ต่อ หากเป็นคนอื่นเธอคงจะจากไปแล้ว การพูดจาเล็กน้อยก่อนหน้าเป็นการรักษามารยาทที่มากจนเกินพอแล้วสำหรับคนที่แทบไม่รู้จักกัน
“ค่ะ” เธอตอบกลับสั้น ๆ กลุ่มคนตรงหน้าคือเพื่อนของนิทาน เธอไม่อยากสร้างความประทับใจแย่ ๆ ให้แก่พวกเขาด้วยการจากไปทันที
“พลังจิตวิญญาณเมื่อครู่นี้คือคุณใช่มั้ยครับ พวกผมเข้าใจผิดว่าเป็นสัตว์อสูรระดับสูงก็เลยรีบหนีน่ะครับ ถึงว่าพลังคุ้น ๆ” เพชฌฆาตเกาหัวพร้อมหัวเราะน้อย ๆ เขาทิ้งร่างลงจากท้องฟ้า กลับคืนสู่บนเรือ
บรรยากาศบนเรือยังคงไม่ดีนัก ดูเหมือนจะมีแต่เพชฌฆาตที่ไม่ได้มองซอเด็ตเป็นภัย ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเพื่อนของนิทานเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องระแวงเธอ
“คุณซอเด็ตมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ ภารกิจของตระกูลหรือว่ามาออกล่าสัตว์อสูรครับ? แล้วเมื่อกี้คุณสู้กับอะไรเหรอครับ สัตว์อสูรรึเปล่า หรือว่าพวกโจรสลัด? มีอะไรให้พวกผมช่วยมั้ยครับ? โอ๊ะ แต่ถ้าเป็นระดับอริยะก็คงจะไม่ไหวนะครับ”
ทุกคำพูดของเพชฌฆาตทำให้ใบหน้าเย็นชาของซอเด็ตตึงขึ้นเรื่อย ๆ อารมณ์ของเธอสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากคิ้วที่ขมวดลงตามคำพูดที่ไหลออกมาจากปากของเพชฌฆาต
เลโอพุ่งเข้าไปหุบปากของเพชฌฆาตก่อนจะยิ้มแหย ๆ หวังว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รำคาญถึงขั้นลงไม้ลงมือกับพวกเขา เลโอนั้นในตอนแรก ๆ ก็รำคาญเพชฌฆาตเช่นกัน
ซอเด็ตถอนหายใจน้อย ๆ ก่อนจะหยิบแก่นจิตวิญญาณของวาฬโขดหินออกมาจากอกเสื้อ “ฉันได้รับภารกิจมาจากตระกูลเอเทลค่ะ เป้าหมายคือวาฬโขดหินระดับนักสลักไตร”
เลโอลอบชื่นชมความอดทนของซอเด็ต อีกใจหนึ่งก็แปลกใจที่อีกฝ่ายดูจะเป็นมิตรกว่าที่เธอเคยจำได้
หน้าสุสานตอนนั้นเธอไม่มีโอกาสคุยกับซอเด็ตแม้แต่คำเดียว ได้แต่ตัวสั่นเมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันของอีกฝ่าย หลังจากออกจากสุสานแล้วเธอก็รีบแยกจากไปพร้อมกับคนของตระกูลเอเทล
นิทานไม่ได้พูดถึงซอเด็ตมากนักภาพจำของเธอในสายตาเพื่อน ๆ จึงยังเป็นปีกแห่งผืนฟ้าผู้สูงส่งและเย็นชา ปีกแห่งผืนฟ้าผู้สะกดข่มพวกเธอเพียงแรกพบหน้า ปีกแห่งผืนฟ้าผู้ที่ยืนอยู่เหนือคนทั้งปวง ยิ่งในตอนนี้ที่ได้พบหน้าและพูดจาก็ยิ่งตอกย้ำว่าภาพจำของเธอนั้นถูกต้องแล้ว
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวน ทางพวกเราเองก็มีภารกิจที่ต้องทำเหมือนกัน เพราะงั้นขอตัวนะคะ” เลโอปรับคำพูดของตนให้สุภาพที่สุด แม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าและเป็นนักสลักเอกเช่นเดียวกันกับตนแต่ในฐานะของศักดิ์แล้วปีกแห่งผืนฟ้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าอริยะเลย
“อ้าว! จะไปแล้วเหรอครับ อยู่คุยต่ออีกหน่อยก็ได้นี่นา!” เพชฌฆาตที่ถูกอุดปากอยู่ส่งเสียงร้องโวยวาย การเข้าถึงตัวปีกแห่งผืนฟ้าผู้สูงส่งได้เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน แถมเขายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากถามปีกแห่งผืนฟ้า
สายตาเย็นชาของซอเด็ตทำให้โฮโจตัวสั่นสะท้าน หากนั่นกลับไม่ใช่เพียงความหวาดกลัว แต่รวมถึงความสนใจ เขาเองคือหนึ่งในหน่ออ่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลอิสึกะ หากเขาเรียนรู้คำจนถ่องแท้สำเร็จเขาก็จะกลายเป็นนักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำ
เบื้องหน้าของเขาคือนักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 5คำในตำนาน ตัวตนที่เหนือชั้นจนแทบไม่เคยปรากฏ เขาอยากรู้ว่าตนและเธอนั้นห่างชั้นกันถึงเพียงไหน
กับตัวนิทานเขานั้นเคยประมือด้วยแล้ว และแน่นอนว่านิทานไม่จำเป็นต้องเอาจริงเขาก็แพ้ไม่เป็นท่า แต่กับเธอล่ะจะเป็นเช่นไร เพราะแค่ในตอนนี้เขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนแล้วว่าแรงกดดันของเธอนั้นเหนือกว่านิทาน
ความกระหายประลองฝีมือปรากฏขึ้นในนัยน์ตาของโฮโจ ไม่ได้มีเพียงเขาผู้เดียวที่เป็นเช่นนั้น เพชฌฆาตเองก็เช่นกัน ผู้ชายทั้งสองคนในภารกิจนี้ล้วนเป็นพวกบ้าการต่อสู้ คนหนึ่งต้องการจะรู้ความห่างชั้นระหว่างตนและตำนาน อีกคนเพียงอยากประมือกับตำนาน
การขอลาจากของเลโอกลายเป็นหมันเมื่อจิตต่อสู้พร้อมรอยยิ้มบ้าบิ่นปรากฏขึ้นบนดวงหน้าของเพชฌฆาตและโฮโจ หลังจากความหวาดกลัวและระแวงผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงความต้องการและอารมณ์ที่เอ่อล้น แม้จะรู้ว่าเสียมารยาท แม้จะรู้ว่าไม่เหมาะสม แต่พวกเขาก็ยังคงปรารถนาจะลองฝีมือ
ซอเด็ตมีหรือจะไม่รับรู้ถึงความกระหายของทั้งสอง เธอถอนหายใจน้อย ๆ ตลอดชีวิตมานี้เธอพบบุคคลเช่นนี้มามากมายเหลือเกิน
เคียววาดเมฆาปรากฏขึ้นในมืองดงามอีกครั้ง ในครั้งนี้มันถูกยกพาดไหล่ ปีกสองคู่ของเธอกระพือเชื่องช้า พาตัวเธอให้ลอยกลางเวหา ใต้เท้าคือมวลเมฆาที่ช่วยให้เธอสามารถพักเท้า
การดีดนิ้วมือหนึ่งครั้งขอซอเด็ตก่อให้เกิดมวลเมฆามหาศาลไหลทะลักออกมาจากร่าง เพียงครู่เดียวมันก็แพร่กระจายจนปกคลุมท้องทะเล เธอเอียงคอน้อย ๆ ยกเคียววาดเมฆาชี้ออกไปเบื้องหน้า มวลเมฆาทั้งมวลราวกับได้พบเจอราชา พวกมันพลันพุ่งตัวเข้าคำนับ ประทับเข้าในตัวเคียววาดเมฆา
หากนิทานอยู่ตรงนี้เขาจะต้องประหลาดใจกับความเร็วในการรวมเมฆาของเธอ เธอในปัจจุบันนี้ควบรวมเมฆาได้รวดเร็วกว่าก่อนไม่รู้กี่เท่า แม้แต่ความสามารถในการควบคุมเมฆายังอ่อนช้อยและละเอียดยิ่งกว่าเดิม
ระดับพลังจิตวิญญาณและระดับขั้นของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หากเธอกลับแข็งแกร่งขึ้นกว่ากาลก่อน นี่เป็นผลจากการฝึกที่เธอทุ่มเทกายใจและผลของการพยายามทำความเข้าใจคำแห่งพลัง เมฆา ของเธอให้มากยิ่งขึ้นแม้ว่าเธอจะเรียนรู้มันอย่างถ่องแท้ไปแล้ว
ทั้งหมดก็เพื่อให้การพบเจอครั้งหน้าของเธอและเขานั้นไม่น่าเบื่อ เธอมั่นใจว่าเพียงแค่นี้นั้นไม่เพียงพอจะรับมือกับหนึ่งชายหนุ่มหนึ่งสุนัข ดังนั้นเธอจึงยังคงไม่หยุดพยายาม
เคียวสีทองงดงามบัดนี้ถูกอาบย้อมด้วยสีส้มอัสดง ใบเคียวที่สะท้อนแสงสีส้มเผยให้เห็นภาพของเส้นขอบฟ้าและพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แสงสีส้มทะลุเข้าสู่ดวงตาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในที่นี้ เพียงไม่นานเมฆาทั้งหมดก็หายลับไป เหลือเพียงยมทูตอัสดงผู้งดงามผู้ถือครองเคียวที่กักเก็บท้องฟ้ายามอัสดงไว้ในนั้น
เธอยกเคียววาดเมฆาขึ้นน้อย ๆ ทุกการขยับเคลื่อนไหวของเคียวก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมต่ออากาศโดยรอบ ความรู้สึกหวาดกลัวพลันถาโถมเข้าใส่ทุกคนบนเรือ โดยสัญชาตญาณ พลังจิตวิญญาณในร่างของเลโอระเบิดออก เป็นปริมาณพลังสูงสุดที่แม้แต่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอสามารถทำได้
พลังจิตวิญญาณเหล่านั้นก่อร่างสร้างปราการเข้าปกคลุมตัวเรืออย่างรีบร้อนและรวดเร็ว ในขณะเดียวกันนั้นเองที่ม่านอาคมของตัวเรือได้รับการเสริมพลังอย่างแข็งแกร่งด้วยพลังจิตวิญญาณของไลล่า
เพชฌฆาตเหงื่อกาฬไหลราวกับน้ำตก ใบหน้าที่เคยกระตุกยิ้มเพราะความสนใจแข็งค้างไปยามที่ใบเคียววาดเมฆาสะท้อนใบหน้าของตน ภายในเส้นขอบฟ้านั้น เขาเห็นภาพของตัวเองที่ตัวขาดเป็นสองท่อน ไร้ทางต้าน ไร้ทางสู้ และยังไร้ทางหนี
มีเพียงการหวนกลับสู่เส้นขอบฟ้า จมหายไปในเขตแดนนอกระยะสายตา ลาจากไปพร้อมกับวันที่กำลังจบลง
ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักหนาที่สุดคือโฮโจ เขาเป็นเพียงผู้เรียนรู้เท่านั้น แรงกดดันของซอเด็ตและเคียววาดเมฆาทำให้เขาแทบไม่อาจควบคุมความหวาดกลัวในจิตใจได้
แผนที่แห่งทะเลเปิดใช้งานม่านอาคมอย่างสุดกำลังภายใต้ความหวาดกลัวของโฮโจ แม้กระนั้นเขากลับไม่อาจแม้แต่จะตั้งสติหันหัวเรือหนีได้ ได้เพียงแต่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น เหม่อมองยมทูตผู้งดงามบนท้องฟ้า ครู่ต่อมาเขาจึงหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะคว้าคันศรไว้ในมือ
ซอเด็ตปรายตามองทั้งสี่ นี่คือภาพที่เธอชาชิน ความหวาดกลัว ความนับถือ ความไม่อยากเชื่อสายตา ตลอดชีวิตของเธอพบเห็นสายตาเหล่านี้มานับไม่ถ้วน ในฐานะยอดอัจฉริยะแห่งมหาทวีปย่อมมีคนมากมายที่ต้องการท้าพิสูจน์กับเธอ
เธอเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าทั้งสี่กลับมีปฏิกิริยาตอบสนองที่น่าประทับใจไม่น้อย สองนักบวชแม้จะหวาดหวั่นหากก็เตรียมการป้องกันได้อย่างรวดเร็ว ทางด้านชายหนุ่มคนนั้นแม้จะเป็นเพียงผู้เรียนรู้และพบเจอแรงกดดันหนักหนาที่สุดหากแต่ก็ฟื้นคืนสติได้เร็วที่สุดเช่นกัน
คนที่โดดเด่นที่สุดคือเพชฌฆาต เขายังสามารถจับดาบตัดเศียรของตนได้อย่างมั่นใจ ท่วงท่าและพลังจิตวิญญาณพร้อมตอบโต้เธอได้ทุกเมื่อ จิตต่อสู้เองก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
ฉายานาม มือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็ก ย่อมไม่ได้มาเพราะโชคช่วย อีกฝ่ายมีฝีมืออย่างแท้จริง แม้จะยังไม่อาจเทียบชั้นเธอหรือนิทาน
เคียววาดเมฆาที่ชูขึ้นถูกปล่อยห้อยลง เมฆาที่รวมอยู่ที่ใบเคียวไหลย้อนกลับ หวนคืนเข้าปกคลุมร่างของซอเด็ต ส่วนหนึ่งหายเข้าสู่ร่างดังเดิม หากอีกส่วนหนึ่งกลับผนึกควบรวมเป็นชุดคลุมไร้สี
ปลายเสื้อคลุมรวมถึงบรรดาแขนขาไหลยาวพะรุงพะรังหากกลับไม่เกะกะการเคลื่อนไหว เนื้อผ้าที่ดูอ่อนนุ่มแท้จริงกับแฝงความสามารถในการป้องกันระดับสูง
เธอไม่ได้คิดจะลงมือจริงจัง เพียงต้องการแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายรับรู้ถึงความต่างชั้นแล้วเมฆาที่เธอเรียกออกมาเกือบทั้งหมดจึงกลับคืนสู่สภาวะชุดศึกดังเดิม
จะอย่างไรที่แห่งนี้ก็คือน่านน้ำเปิด เขตแดนอันตรายที่เต็มไปด้วยโจรสลัดและสัตว์อสูรทะเล เธอย่อมไม่ประมาทและปล่อยตัวตามสบาย อย่างน้อย ๆ ชุดศึกของเธอจะต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ทั้งสี่จับจ้องซอเด็ตที่ลดอาวุธของตนลง แรงกดดันและพลังจิตวิญญาณที่กดข่มพวกเขาเองก็จางหายไป พวกเขาเองก็เข้าใจว่าเหตุใดซอเด็ตจึงแสดงท่าทีเช่นนั้นออกมาเมื่อครู่
เธอไม่ต้องการเสียเวลาต่อสู้กับพวกเขา การแสดงความห่างชั้นจึงเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด
ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อบรรยากาศกลายเป็นแปลกประหลาด แม้แต่ซอเด็ตเองก็ไม่ทราบว่าควรพูดสิ่งใด ตามปกติแล้วเมื่อเจอเช่นนี้เธอสามารถจากไปได้ทันทีโดยไม่ต้องสนใจคนอื่น จะหันหลังกลับหรือเมินอีกฝ่ายไปโดยสิ้นเชิงก็สามารถทำได้
แต่กับพวกเขาเธอไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เธอยังมีสิ่งที่อยากถามพวกเขา
บรรยากาศอึดอัดเกินทน ยอดอัจฉริยะผู้สะกดข่มพวกเขาเมื่อครู่เพียงลอยตัวอยู่บนท้องฟ้า ดวงตาหันมองพวกเขาทีละคนสองคน นัยน์ตาสีน้ำเงินขุ่นมัวคู่สวยนั้นแม้จะเรียบนิ่งหากแท้จริงแล้วมันกลับกำลังวิงวอนขอให้ใครสักคนช่วยเริ่มบทสนทนาใหม่ที
ทั้งสี่เองก็ไม่ทราบว่าตนควรทำสิ่งใดดีเช่นกัน พวกเขากลืนน้ำลายน้อย ๆ ปรายตามองกันเอง ก่อนหน้านี้เลโอก็บอกแล้วว่าพวกเขาจะไม่รบกวนแล้วและขอตัวก่อนแต่ดูเหมือนการจากไปตอนนี้จะไม่ใช่เรื่องดี ในเมื่ออีกฝ่ายจับจ้องพวกเขาเสียขนาดนั้น!
แต่จะให้พูดอะไรกับผู้ที่พึ่งจะข่มพวกเขาจนหงอก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเช่นกัน
เพชฌฆาตก้มลงมองฝ่ามือขวาของตนที่เหงื่อไหลซึม มือข้างนี้จับด้ามดาบตัดเศียรไว้มั่นจนเกร็ง แม้แต่ตอนนี้มันก็ยังคงสั่นอยู่น้อย ๆ เมื่อมันหยุดสั่นแล้วเขาจึงเริ่มชวนคุยอีกครั้ง
“สมแล้วล่ะครับที่คุณนิทานชมนักชมหนา แข็งแกร่งจริง ๆ ครับ แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะครับ สักวันผมจะต้องท้าคุณประลองให้ได้เลย”
ซอเด็ตถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอเริ่มรู้สึกของคุณความหน้าด้านหน้าทนของอีกฝ่าย เธอพยักหน้ารับด้วยเสียงที่นุ่มนวลกว่าเคย “ด้วยความยินดีค่ะ”
เป็นเพชฌฆาตผู้มนุษยสัมพันธ์ดีที่สุดในที่นี้ที่กอบกู้สถานการณ์น่าอึดอัดไว้ได้ เมื่อบรรยากาศเริ่มดีขึ้นเธอจึงร่อนตัวลงมาอย่างเชื่องช้า ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำในระดับสายตาของทั้งสี่ ไม่ลอยตัวอยู่สูงอย่างเย่อหยิ่งเช่นเก่าก่อนอีก
“พื้นที่แถวนี้เป็นน่านน้ำเปิด คนของขุมกำลังใหญ่ก็ไม่ค่อยผ่านมาแถวนี้นัก โจรสลัดจึงค่อนข้างชุกชุม แม้แต่โจรสลัดระดับอริยะก็ยังสามารถพบเห็นได้ค่ะ” ซอเด็ตเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปยังน่านน้ำด้านหน้า
พื้นที่แถวนี้ยังถือว่าเป็นขอบ ๆ ของเขตน่านน้ำเท่านั้น หากเข้าไปลึกกว่านี้ก็แทบจะแน่นอนว่าต้องเจอเหล่าโจรสลัด โฮโจและไลล่ามองหน้ากันน้อย ๆ ปีกแห่งผืนฟ้ากำลังเตือนพวกเขาเหรอ?
“ขอบคุณที่เตือนนะครับแต่ยังไงพวกผมก็ต้องผ่านน่านน้ำเปิดเขตนี้ไปครับ เป้าหมายของพวกผมคือน่านน้ำถัดไปที่ชื่อว่าน่านน้ำภูเขากลับด้าน” เพชฌฆาตส่ายหน้า
ซอเด็ตนิ่งไปน้อย ๆ เธอมองหน้าของเพชฌฆาตด้วยสายตาประเมิน แล้วจึงหันไปมองอีกสามคนรวมถึงเรือของพวกเขา ท้ายที่สุดแล้วเธอจึงพยักหน้า คณะเดินทางกลุ่มนี้มีศักยภาพมากจนเกินพอ
“ขอลาคีซนำชัยค่ะ” เธอกล่าวเสียงเบา เลโอและไลล่าคำนับรับอย่างจริงจัง
บทสนทนาจบลงอีกครั้ง ความอึดอัดเริ่มกลับคืนมาเมื่อซอเด็ตไม่พูดสิ่งใดอีกแต่กลับไม่จากไปไหน ยังคงยืนเงียบมองทั้งสี่ด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ เลโอสะกิดเพชฌฆาตน้อย ๆ ให้ทำอะไรสักอย่างแต่เพชฌฆาตเองก็ตอบกลับเธอด้วยยิ้มแห้ง ๆ ตัวเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน
ก็อีกฝ่ายพูดเหมือนหมดเรื่องแล้วแล้วทำไมเธอยังไม่ไปอีกเล่า!
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในตอนที่เพชฌฆาตเตรียมขอตัวลา ปีกแห่งผืนฟ้าที่เห็นท่าทีเตรียมจากไปของทั้งสี่จึงยอมอ้าปากได้ในที่สุด
“นิทาน..เป็นยังไงบ้างคะ”