ชายาเกศาสั้น

    32. ดูเหมือนเธอจะฝันร้ายอยู่

    “แล้วพวกเขาเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ” คนแก่ชอบนึกถึงความหลัง อันดาไม่เข้าใจ


    “พี่คนนี้ของข้าเขาแต่งงานกับองค์หญิงจากซีเป่ย ได้ยินมาว่านางนั้นมีดวงตาสีเขียว เหมือนกับเจ้า” เขาจับหน้าเธอเพื่อมองเข้าไปในดวงตา


    “นางอาจจะเป็นแม่ข้าก็ได้” อันดาดีใจ


    “ถ้านางเป็นแม่ของเจ้านางคงจะอภัยให้ข้าได้” หยางเจียจุ้น


    “นางโกรธท่านเรื่องอะไรเหรอ” อันดา


    “ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นเจ้าก็ต้องเป็นเด็กคนนั้นที่ข้าทำหายไปน่ะสิ” หยางเจียจุ้นลูบไปที่ศีรษะของเธอเบาๆ


    นึกย้อนไปเมื่อแปดปีก่อน เด็กผู้หญิงในเงามืดยืนขวัญหายไม่พูดไม่จา ตัวเต็มไปด้วยเลือด


    “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” หยางเจียจุ้นในวัยสิบหกปีพบกับเด็กคนนั้น


    “…” เด็กคนนั้นไม่ตอบ ท่าทางจะเกิดเรื่องเลวร้าย คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด เขามองเห็นหน้าไม่ชัด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย


    “เจ้าอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วข้าจะมารับอย่าไปไหนนะ” หยางเจียจุ้นวิ่งไป ดูจึงเห็นภาพสยดสยองอยู่เบื้องหน้า เมื่อจัดการทุกอย่างเขารีบกลับมาที่เด็กคนนั้นอยู่แต่เด็กคนนั้นก็หายไปแล้ว


    หลังจากนั้นเมื่อทราบข่าวว่าท่านหญิงผิงอันหายตัวไป ในคืนนั้นเช่นกันเขาจึงรายงานว่าพบเด็กคนหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เด็กคนนั้นหายตัวไปแล้ว เขาถูกตำหนิเพราะไม่ได้รายงานในทันที คนที่ตามหากว่าจะรู้ว่าเขาเคยพบเด็กคนนั้นก็เลยเวลาไปสามวันแล้ว


    เหตุเพราะเขาตามสืบเรื่องที่ฮองเฮาไปอยู่ในป่าจนถูกกลุ่มหมาป่ารุมทึ้งจนตายได้อย่างไร และตามหาเด็กคนนั้นด้วยตัวเองเพราะเด็กคนนั้นอาจจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นได้


    แล้วถ้าหาเด็กคนนั้นคืออันดาที่อยู่ต่อหน้าเขาล่ะ เขาติดค้างนางมากจริงๆ


    “ท่านจะทำข้าหายไปได้อย่างไรกัน” อันดาตอบ


    “เพราะข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างบกพร่อง” หยางเจียจุ้นในตอนนั้นมีแต่ความเย่อหยิ่ง ไม่ทำงานร่วมกับใคร เป็นเพราะวิธีทำงานแบบคนเดียวเมื่อเกิดเหตุขึ้นพร้อมๆ กันเขาไม่สามารถรับมือได้ เขายังอ่อนประสบการณ์และมีอัตตาเหนือความสามารถในตอนนั้น ทำให้โอกาสที่จะตามหาเด็กคนนั้นน้อยลงไปด้วย


    ตัวเขาเองหากว่างจากศึกสงครามก็เที่ยวตามสืบหาเด็กคนนั้นอยู่ตลอดเวลา


    “อย่าได้โทษตัวเองเลย ท่านบอกให้ข้ารอแล้วข้าไม่รอท่านเอง” อันดาตอบจู่ๆ ความทรงจำบางส่วนก็กลับมา ใช่มีคนบอกให้เธอรอ แต่มีหมาป่าที่เลือดท่วมตัววิ่งมาทางเธอ แล้วจู่ๆ คุณตาก็มาช่วยแล้วบอกให้เธอเดินออกไปอีกทาง ตอนแรกเธอลังเลเพราะเขาบอกให้เธอรอ แต่เธอกลัวว่าจะมีหมาป่าออกมาอีก


    “เป็นเจ้าจริงๆ เหรอ!” หยางเจียจุ้น


    “ไม่แน่ใจ มันเป็นเหมือนภาพที่แวบเข้ามาอยู่ในหัว ข้าจำหน้าคนที่บอกให้ข้ารอไม่ได้ อ้อนี่” อันดาล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อเธอมองหาลิ้นชักหัวนอนที่มีของบางอย่างอยู่ออกมา


    มันเป็นเหมือนหลอดไม้ไผ่เล็กๆ ตัดปลายแหลม


    “นี่มันนกหวีดเรียกเหยี่ยว เจ้าได้มาอย่างไร” หยางเจียจุ้นตื่นเต้น แน่แล้ว ใช่นางแน่ๆ ตอนนั้นเขานึกว่ามันหล่นหายไป เป็นนางที่เก็บได้


    “ข้าเก็บได้” อันดาบอก


    “อันดา เจ้า อภัยให้ข้าด้วย” หยางเจียจุ้นคุกเข่าลงขอโทษเธอ


    “ท่านจะขอโทษข้าทำไม ท่านช่วยชีวิตข้า หมาป่าตัวนั้นกำลังจะกระโจนมาแล้วท่านก็ฟันมันเลือดมันกระเซ็นมาโดนข้าเต็มไปหมด ถ้าท่านไม่เข้ามาช่วยป่านนี้ข้าก็คงเป็นเหมือนผู้หญิงคนนั้น” ความทรงจำของเธอกลับมา เธอเห็นเหตุการณ์บางอย่าง แต่ก่อนหน้านั้นเธอกลับจำไม่ได้


    มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเธอไปอยู่ที่นั่น แล้วผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตายเพราะหมาป่ากัด เธอตายแล้วหมาป่าถึงกรูกันเข้ามาจู่ๆ เธอก็เห็นทุกอย่างขาวโพลน


    “อันดา” แม่ทัพหยางเรียกอันดาที่จู่ๆ ก็หมดสติลงไป


    “ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้น” หมอเจียงที่ได้ยินเสียงเรียก


    “จู่ๆ นางก็หมดสติ” แม่ทัพหยางกอดนางไว้


    “ขอข้าตรวจหน่อย” หมอเจียงจับชีพจรของอันดา


    “เป็นอย่างไร” แม่ทัพหยางดึงผ้าห่มคลุมร่างกายโดยเฉพาะส่วนเท้าของเธอ


    “นางมีความเครียดแบบฉับพลัน ไม่ทราบว่าท่านได้พูดคุยเรื่องอันใด นางยังเด็กอยู่ท่านอย่าดุนักเลย” หมอเจียงเจ้าใจว่าแม่ทัพหยางคงดุอันดาเรื่องปลอมตัวเป็นแน่


    "ไม่ใช่อย่างนั้นท่านหมอ นางความจำเสื่อม ตอนที่คุยกับข้านางเหมือนกำลังจะนึกอะไรขึ้นได้ แต่จู่ๆ ก็หมดสติไปเลย


    “ดูเหมือนสิ่งที่นางเจอจะไม่ธรรมดา ดูจากลักษณะนิสัยของนางไม่ใช่คนอ่อนแอหรือบอบบาง สิ่งที่นางเห็นคงเป็นเรื่องสะเทือนใจเป็นแน่” หมอเจียง


    “เรื่องสะเทิือนใจ อาจเป็นได้ที่เห็นภาพสยดสยอง” แม่ทัพหยาง


    “อาจเป็นได้ บางครั้งคนเรามีกลไกปิดกั้น เพื่อไม่ให้ความทรงจำนั้นกลับมา บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่นางยังไม่เข้าใจ” หมอเจียงตอบ เขาเองก็จนด้วยปัญญา เขาเคยพบคนไข้มากมายที่ได้ผลกระทบจากสงคราม แต่คนเหล่านั้นอยู่ในวัยที่มีวุฒิภาวะแล้วและเป็นผู้ชายที่ผ่านความลำบากกันมาเป็นพื้นฐาน แต่สำหรับเด็กผู้หญิงอายุแปดปีที่ถูกประคบประหงมมาอย่างนั้น มันเทียบกันไม่ได้เลย


    “ข้าคิดว่านางต้องเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้สะเทือนใจหรือเป็นเรื่องเกินคาด” แม่ทัพหยางสันนิษฐานและมองไปที่นกหวีดเรียกเหยี่ยว มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง


    ในตอนนั้นเขาที่อายุเพียงสิบหกก็รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพแล้ว ครั้งนั้นมีการล่าสัตว์และเขามีหน้าที่อารักขาฮ่องเต้ แต่คืนนั้นฮ่องเต้ที่ร่ำสุรากับเวยอ๋องนานเกินไปจนมีขันทีมาแจ้งว่าเสียนฮองเฮาหายตัวไป เขาจึงรีบออกตามหาหลังจากที่เขาออกมาแล้วก็มีคนไปแจ้งเวยอ๋องว่าท่านหญิงผิงอันก็หายตัวไปเช่นกัน


    ทุกคนต่างปั่นป่วน เขาไปทางหน้าผาโดยที่ไม่รู้เลยว่าเด็กผู้หญิงหายไปด้วย เมื่อเจอเด็กคนนึงในเงามืดกำลังจะถูกหมาป่ากัด จึงตัดสินใจสังหารหมาป่าตัวนั้น เด็กคนนั้นเหมือนสติหลุดไปแล้ว


    เขาบอกให้เด็กคนนั้นรอและย้อนรอยหมาป่าไปจึงพบว่าพวกมันกำลังรุมทึ้งร่างของเสียนฮองเฮา ที่เขาจำนางได้เพราะที่นิ้วของเสียนฮองเฮานั้นมีแหวนหยกพระราชทานที่ไม่เคยถอดออกเลย กว่าเขาจะจัดการกับหมาป่าพวกนั้นตัวเขาเองก็เกือบไม่รอด


    แต่เมื่อกลับไปหาเด็กคนนั้น เด็กนั่นก็ไม่อยู่แล้ว คิดว่าเด็กคงวิ่งกลับบ้านไปแล้ว ทำไมเขาถึงไม่คิดว่าเด็กนั่นเป็นผู้หญิงนะ เด็กคนนั้นรวบผมขึ้นกลางกระหม่อมชุดที่ใส่ ใช่ชุดที่ใส่ไม่ใช่ชุดที่ในชนชั้นสูง หรือว่าตอนนั้นอันดากำลังปลอมตัวออกมา เขาไม่ทันคิดเลยเด็กคนนั้นแอบออกมาเพื่อทำบางสิ่ง แล้วอาจจะเจอเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เหตุการณ์ที่ทำให้เธอเสียขวัญ


    “เจ้าเจออะไรกันแน่นะอันดา” แม่ทัพหยางมองไปที่อันดาที่ยังไม่ได้สติ นั่งลงข้างๆ และจับมือเธอไว้ เพราะเหงื่อที่เต็มใบหน้าและคิ้วที่ขมวดนั่น ดูเหมือนเธอจะฝันร้ายอยู่

    _________________

    สรุปอันดาเจออะไรในคืนนั้น แล้วออกไปทำไม แล้วที่จริงเจออะไรกันแน่….ยังไม่บอกหรอก อิอิ

    คล้ายกับเรื่องชายาเกศาสั้น ที่คุณอ่าน