เรื่องราวของหลินเทียนที่ตัวของพวกมันได้ยินนั้นนับว่าสั่นสะเทือนไปจนถึงสุดขั้ววิญญาณของพวกมันทุกคน ถึงแม้ว่าการประชุมจะสิ้นสุดลงไปแล้วแต่พวกมันทุกคนต่างก็รั้งตัวอยู่ต่อภายในเมืองแห่งนี้ หาได้ยากยิ่งนักที่จะสร้างความดึงดูดต่อพวกมันทุกคนได้เช่นนี้ พวกมันทุกคนที่รวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมิใช่ตัวตนธรรมดา แต่พวกมันคือตัวตนอันสูงส่งที่มาจากหลากหลายที่มา บางคนเป็นถึงผู้นำแสงศักดิ์สิทธิ์ บางคนเป็นถึงผู้นำสภาจอมเวท ตัวเบ้งจากทุกที่ต่างพากันจับตามองเด็กรุ่นเยาว์เพียงคนเดียวเหตุการณ์เช่นนี้นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้นั้นนั่นเป็นเพราะเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้นั้นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว และตัวของเขายังสามารถพิชิตหอคอยสวรรค์ที่ตลอดระยะเวลายาวนานนับแสนปีไม่มีผู้ใดแม้แต่เพียงสักคนเดียวที่จะสามารถพิชิตหอคอยแห่งนี้ได้ นี่จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอันใดที่จะสร้างความสนใจต่อทุกผู้คนได้มากมายถึงเพียงนี้ แต่ในทางกลับกันนี่ก็เป็นเรื่องที่ชวนอันตรายอย่างสุดขั้วเช่นกัน ยิ่งตัวของมันผู้นั้นสว่างไสวมากเท่าใดก็ยิ่งที่จะมีแต่สร้างจิตอิจฉาต่อผู้คนได้มากเท่านั้นและแล้ววันเวลาแห่งศึกการท้าประลองเป็นตายก็มาถึงมันเป็นวันที่ทุกคนรอคอยมาอย่างยาวนาน วันเวลาผ่านไปหนึ่งวันก็เปรียบเสมือนผ่านไปหนึ่งปีคนทุกคนต่างก็เฝ้ารอคอยให้วันนี้มาถึง เพราะศึกการท้าประลองเป็นตายในครั้งนี้ผู้คนต่างพากันให้ความสนใจต่างไปจากครั้งไหนๆ คนหนึ่งเป็นถึงศิษย์หลักลำดับที่ 5 ตัวตนที่ไม่ว่าใครๆต่างก็ให้ความเคารพนับถือการที่ตัวของมันผู้นี้เป็นถึงศิษย์หลักชั้นหัวแถวอนาคตของมันไหนเลยจะต่ำทรามไปได้ดีไม่ดีมันผู้นี้อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ยิ่งใหญ่ของทวีปแห่งนี้ก็เป็นได้ ส่วนอีกคนเป็นดาวดวงใหม่ที่สว่างไสวเหนือกว่าใครมันเข้าโรงเรียนจอมเวทได้ไม่พอปีด้วยซ้ำแต่สร้างตำนานมากมายจนได้รับฉายาศิษย์พี่ใหญ่แห่งศิษย์ฝ่ายนอก เข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายในได้ไม่นานตัวของมันผู้นี้กับสามารถสร้างตำนานบทใหม่ได้อีกแล้วโดยการสามารถพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้ทั้งที่ประวัติศาสตร์ยาวนานนับแสนปีไม่มีผู้ใดสามารถทำได้มาก่อน และภายในวันนี้มันจะสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปจนถึงสุดขั้วดวงวิญญาณของคนทุกคนได้หรือไม่ ผู้คนต่างเฝ้าลุ้นและติดตามศึกการประลองในครั้งนี้สนามการประลองในครั้งนี้นั้นถูกสร้างและจัดเตรียมออกมาอย่างยิ่งใหญ่ราวกับว่า มันถูกสร้างและออกแบบก็เพื่อศึกการท้าประลองในครั้งนี้โดยเฉพาะ ผู้ชมที่เข้าร่วมรับชมศึกการประลองในครั้งนี้นั้นล้วนแล้วแต่มีที่นั่งกันอย่างทั่วถึง ทางด้านของแขกวิไอพี นั้นจะถูกจัดรับรองภายในห้องพักส่วนตัวตัดขาดออกจากโลกภายนอก ถึงจะเป็นอย่างงั้นภาพที่พวกมันได้เห็นราวกับว่าตัวของมันเองอยู่ร่วมศึกการประลอง เพราะได้เฝ้าและจับตามองศึกในการประลองนี้อย่างใกล้ชิด
ในช่วงเวลานี้นั้นผู้คนต่างเนืองแน่นไปทั่วทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายนอกหรือจะเป็นผู้คนทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นศิษย์ฝ่ายนอกศิษย์ฝ่ายในรวมไปถึงศิษย์หลักพวกมันทุกคนต่างก็เข้ามาร่วมรับชมศึกการประลองในครั้งนี้เช่นกัน โดยเฉพาะกับพวกศิษย์หลักด้วยแล้วพวกมันพากันเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ พวกมันเองก็อยากรู้เช่นกันว่าแท้จริงแล้วพลังของหลินเทียนเป็นเช่นไรกันแน่ทางด้านตัวของหลินเทียนเองตัวของเขาค่อยๆก้าวเดินมาที่สนามประลองอย่างช้าๆท่ามกลางเสียงกู่ร้องของผู้คนมากมายถึงจะเป็นอย่างงั้น สภาพจิตใจของหลินเทียนก็เต็มไปด้วยความเงียบสงบราวกับว่าตัวของเขานั้นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เพียงลำพัง และทางด้านตัวของหมิงโจวเองตัวของมันก็ค่อยๆก้าวเดินมาที่สนามประลองอย่างช้าๆแววตาของมันเต็มไปด้วยความถือดี ศึกภายในวันนี้นอกจากที่ตัวของมันจะปลิดชีวิตของหลินเทียนแล้วก่อนที่มันจะตายเขาจะต้องทำให้มันอับอายขายหน้าให้ได้ ในสายตาของมันนั้นหลินเทียนผู้นี้ก็เปรียบเสมือนลูกไก่ตัวเล็กๆเท่านั้นเมื่อพวกมันทั้งสองลงมาที่สนามประลองผู้คนต่างพากันส่งเสียงเชียร์ร้องตะโกนดังลั่นโดยเฉพาะกับพวกศิษย์ฝ่ายนอกที่พวกมันส่งเสียงร้องเชียร์ดังเป็นพิเศษทางด้านของเจ้าอ้วนห่าวอู๋ตัวของมันก็ตั้งใจมารับชมศึกท้าประลองในครั้งนี้เช่นกัน“หลินเทียนข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องชนะมันได้แน่” ห่าวอู๋กล่าวกับตนเอง เขารู้ถึงความเก่งกาจของหลินเทียนเป็นอย่างดีแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงในต่อสหายรักของตนคนนี้เพราะคู่ต่อสู้ของเขานั้นเป็นถึงศิษย์หลักท่ามกลางฝูงชนนั้นยังมีหนึ่งผีดิบหนึ่งสัตว์อสูรมาเป็นกองเชียร์ให้กับหลินเทียนอีกด้วยจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ห่าวชวนแล้วก็เจ้าอสูรรัติกาล ทางด้านของห่าวชวนนั้นตัวของมันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่าอิสระราวกับว่าตัวของมันมีชีวิตเป็นตัวของมันเอง และทางด้านของเจ้าอสูรรัติกาลเองก็เช่นกันขอเพียงหลินเทียนอนุญาติตัวของมันก็สามารถออกมาที่โลกภายนอกได้เช่นกัน“เห้อ…ข้าล่ะสงสารเจ้าหน้าจืดนั่นจริงๆที่ดันไปมีเรื่องกับนายท่านซะได้” ห่าวชวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงด้วยความสงสาร ราวกับว่าตัวของมันจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่กำลังจะตาย“มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพชเช่นนี้แหละ มันตายไปซ่ะได้ก็ดีเผือชาติต่อไปมันจะฉลาดขึ้นมาบ้าง” ท่ามกลางผู้คนมากมายเจ้าสองคนนี้นั้นดูโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกคนมีสีผิวซีดราวกับคนตายแต่เสื้อผ้าการแต่งกายของมันเต็มไปด้วยสีฉูดฉาด ส่วนอีกคนนึงน่าตาดูน่าสะพรึงกลัวแต่กับมีร่างกายเล็กราวกับเด็กน้อยแต่รังสีที่มันปลดปล่อยออกมาช่างชวนให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจนัก หลังจากศึกการประลองในครั้งนี้จบพวกมันทั้งสองมีแผนที่จะต้องออกเดินทางร่วมกัน เพื่อที่จะวางรากฐานให้กับหลินเทียนภายในอนาคต“ฮ่า ฮ่า นี่มันความรู้สึกอะไรกันข้าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้มานานแล้ว” เหิงซานศิษย์หลักลำดับที่ 1 กล่าวออกมาอย่างคนอารมณ์ดีถึงแม้ว่าตัวของมันในยามนี้จะตรวจจับวัดระดับพลังของหลินเทียนไม่ได้แต่ที่แน่ๆมันจะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาสามัญเป็นแน่“เหิงซานเจ้าคิดว่าศึกในครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะกัน” เหยี่ยนจิง ศิษย์หลักลำดับที่ 2 กล่าวถามต่อสหายของตน“ข้าพอทราบตัวแล้วว่าผู้ชนะในครั้งนี้มันจะเป็นใครแต่เรื่องราวในครั้งนี้มันจะต้องจบไม่สวยแน่”