บทที่ 60 เหลิ่งชิงชิวระเบิด
“ตอนเด็ก ๆ ฉันถือพ่อเป็นแบบอย่าง เลียนแบบพ่อทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย การใช้ความเฉียบขาด การใช้คน หรือแม้แต่การเลียนแบบความสุขุมของพ่อ... แต่ฉันกลับพบว่า พ่อเก่งและเย็นชาเกินกว่าที่ฉันคิดไว้”
“ทุกครั้งเวลาที่ฉันเจออุปสรรค เสียใจ หรือท้อแท้ พ่อไม่เคยกอดและปลอบใจฉันเหมือนกับพ่อของคนอื่น ๆ พ่อมีแต่จะดุด่าฉัน ดูถูกฉัน ใช้สายตาผิดหวังไร้หัวใจมองฉัน เหมือนกับกำลังบอกว่าฉันมันไม่ได้เรื่อง!”
“พอโตขึ้น ลูกสาวแท้ ๆ ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพื่อผลประโยชน์ของเชียนเฟิงกรุ๊ป ในสายตาของพ่อ เชียนเฟิงกรุ๊ปต่างหากที่เป็นลูกรักของพ่อ ฉันมันเป็นแค่ลูกสาวที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่งเท่านั้นเอง!”
“เพื่อนคนเดียวของฉัน ...ถูกฉันจับได้ว่าแอบใส่ยาในเครื่องดื่มของฉัน ฉันร้องไห้เสียใจพร้อมกับถามเธอถึงเหตุผล เธอบอกฉันว่าเกลียดฉัน เธอเกลียดที่ฉันฉลาดกว่าเธอ เกลียดที่ฉันเกิดในตระกูลใหญ่โต เกลียดที่ฉันสวยและหุ่นดีกว่าเธอ เกลียดที่ฉันมีพรสวรรค์! เธอเกลียดฉัน ...เกลียดที่ฉันได้ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เกิด มันเป็นสิ่งที่เธอพยายามตลอดทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้มา ดังนั้นเธอจึงต้องการจะทำลายฉัน!”
“ความรักครั้งแรกและครั้งเดียวของฉันตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันทุ่มเททุกอย่างไปจนหมด! เขาเป็นคนร่าเริง กระตือรือร้น เป็นนักกีฬา ถึงแม้จะไม่ใช่คนรวย แต่เขาก็เป็นแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในชีวิตของฉัน ฉันนึกว่าในที่สุดฉันก็เจอคนที่สามารถจะเชื่อใจได้!”
“แต่วันเกิดของฉันวันนั้น ...เขากลับจองโรงแรมและติดตั้งกล้องวงจรปิดถึงสามตัว”
เหลิ่งชิงชิวหัวเราะทั้งน้ำตานองแก้ม เสียงหัวเราะนั้นช่างฟังดูน่าเวทนาเหลือเกิน
“กล้องสามตัว!”
น้ำเสียงของเหลิ่งชิงชิวสั่นเครือ “ในขณะที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบทั้งกายและใจของฉันให้เขา แต่เขากลับคิดจะอัดคลิปบันทึกภาพของฉันจนทั่วทุกซอกทุกมุม จากนั้นก็จะใช้มันควบคุมฉันเพื่อแลกกับเงินทองของตระกูลเหลิ่ง”
เหลิ่งชิงชิวเช็ดน้ำตา “ญาติ เพื่อน คนรัก ไม่มีใครแยแสฉัน พวกคุณลองบอกฉันซิว่า ...ฉันควรจะเชื่อใคร?”
เหลิ่งชิงชิวแผดเสียงตะโกนออกมา “พูดสิ! ฉันเชื่อใครได้บ้าง!? ในโลกนี้มีใครสักคนไหมที่ไม่ได้มองฉันแค่ภายนอก ไม่ได้มองฉันที่เงิน ไม่ถามถึงชาติตระกูล แต่ชอบฉัน ปกป้องฉัน ทะนุถนอมฉันจากใจจริง? มีใครบ้างไหม? ตลอดชีวิตของฉันจะต้องอยู่ตัวคนเดียวไปตลอดใช่ไหม? หรือว่าโลกใบนี้เดิมทีก็เย็นชาไร้หัวใจอยู่แล้ว ความเชื่อใจแบบที่ฉันต้องการมันไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้เลยใช่ไหม!? ใช่ไหมฮะ!?”
ลู่เฉิงเหวินรู้สึกเศร้าขึ้นมา ได้แต่นึกโทษตัวเองในใจ
“ขอโทษครับ ...ผมไม่รู้เหมือนกันว่าที่จริงแล้วคุณจะมีชีวิตที่รันทดแบบนี้”
‘เฮ้อ ดูแล้วไม่ว่าจะมีเงินทองมากน้อยแค่ไหน ทว่าสิ่งที่คนเราต้องการจะไขว่คว้าล้วนแล้วแต่เป็นความสุขทางใจและการรู้จักพอ แม้หลาย ๆ คนจะเคยได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วคิดว่าไร้สาระ ...แต่ว่าเงินมันซื้อทุกอย่างไม่ได้จริง ๆ’
‘โอ๊ย... เอาไงดีเนี่ย ฉันสงสารเธอนะ! ให้ตายสิ ถ้าฉันไม่มีภารกิจละก็ ตอนนี้ฉันคงวิ่งเข้าไปกอดเธอแล้ว’
‘ไม่ได้! ฉันต้องควบคุมใจของตัวเองไว้ จะให้เธอรู้ไม่ได้นะ งั้นในอนาคตฉันจะดีต่อเธอก็แล้วกัน ไม่ว่าจะในเรื่องธุรกิจหรือชีวิตประจำวัน เวลาที่เธอลำบากฉันจะแอบช่วยเธอเงียบ ๆ น่าสงสารจัง ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลย’
เหลิ่งชิงชิวหันกลับมาจ้องมองลู่เฉิงเหวินทั้งน้ำตา
ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้าเพราะความละอาย และไม่กล้าพูดสักคำ
หลงอ้าวเทียนรู้สึกว่าถึงเวลาที่ตนเองควรจะแสดงตัวแล้ว
“ชิงชิว ผมคิดว่าผมคือคนคนนั้น! มันไม่มีทางผิดไปจากนี้หรอก การที่ผมมาอยู่ตรงนี้ก็เพราะผมชอบคุณ อยากจะอยู่เคียงข้างคุณ ทะนุถนอมคุณ ปกป้องดูแลคุณ! นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณสามารถเชื่อใจผมได้ ไม่ว่าเรื่องไหน ๆ ก็สามารถเชื่อผมได้ทุกเรื่อง ผมยินดีจะเป็นแสงสว่างส่องเข้าไปในชีวิตของคุณ! นับตั้งแต่นี้ไป แสงสว่างของผมจะส่องแสงอย่างเจิดจ้าเพื่อคุณคนเดียว”
ลู่เฉิงเหวินโยนกองขี้ให้อีกฝ่ายในใจ
‘ถุย! อยากจะอ้วก! นายนี่มันหน้าไม่อายเอาซะเลย พออ้าปากคำพูดสวย ๆ ก็พรั่งพรู!’
‘นายทำเพื่อความสุขของเหลิ่งชิงชิวงั้นเหรอ? เห็น ๆ อยู่ว่านายอยากจะกอบโกยทรัพย์สมบัติของตระกูลเหลิ่ง! นอกจากตระกูลเหลิ่งแล้ว ก็ยังมีตระกูลสวีกับตระกูลเฉินอีก สุดท้ายยังมีตระกูลลู่ของฉันด้วย!’
‘เฮ้อ ช่วยไม่ได้ นี่มันเป็นลิขิตชีวิตของพวกคุณ อยู่ด้วยกันซะเถอะ บางทีสำหรับชิงชิวแล้ว ...นี่อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้วก็ได้’
เหลิ่งชิงชิวมองหลงอ้าวเทียน “ฉันตัดสินใจแล้ว ชั่วชีวิตนี้ของฉันจะเชื่อแต่เฉิงเหวิน ถ้าเขาจะหลอกฉัน ฉันก็จะยอมให้เขาหลอก หากเขาจะทำร้ายฉัน ฉันก็แล้วแต่เขา หรือเขาอยากจะเอาฉันไปขายเพื่อแลกกับเงิน ฉันก็จะตั้งราคาตัวให้สูง! พรุ่งนี้คือฤกษ์ดีที่เชียนเฟิงกรุ๊ปจะลงทุนในโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเป็นทางการ พวกคุณคอยดูฉันให้ดีก็แล้วกัน!”
ลู่เฉิงเหวินอยากจะบ้าตาย
‘นี่คุณสติแตกรึไง!?’
‘คุณเข้าใจเรื่องนี้ดีไม่ใช่เหรอ? ผม... ผมทำพลาดอีกแล้วเหรอ!? ผมทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตรงั้นเหรอ?’
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเหลิ่งชิงชิวจับจุดอ่อนของตนเอาไว้จนอยู่หมัดแล้ว อีกทั้งยังคิดไปว่าตัวเองทำทุกอย่างพังซะอีก
สถานการณ์ที่เขาคิดไว้ควรเป็นเช่นนี้
หลงอ้าวเทียนเสนอแนะหนทางที่ถูกต้องให้เหลิ่งชิงชิวเลือก ส่วนเขาเลือกทางที่ผิดออกไป
ทางที่เขากับหลงอ้าวเทียนเสนอมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้วอีกฝ่ายควรจะเลือกลงทุนเรื่องที่หลงอ้าวเทียนนำเสนอและรู้สึกซึ้งใจมาก ถ้าทำแบบนี้บทมันถึงจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้!
และนางเอกกับพระเอกก็จะเริ่มเดินตามบทของพวกเขา
ส่วนเขาก็จะถอยออกจากบทไปโดยปริยาย และไปจัดการกับนางเอกคนอื่นต่อไป
แต่ตอนนี้ไม่รู้เรื่องราวพลิกกลับยังไง เหลิ่งชิงชิวระเบิดปัญหาภายในใจที่เก็บกดมานาน!
เธอไม่อยากจะเชื่อฟังอีกต่อไป!
เหลิ่งชิงชิวผู้สงบนิ่ง มีสติ ไม่เคยทำผิดมาก่อนกลับเลือกทางผิด แถมเป็นความผิดที่ร้ายแรงอีกด้วย!
ในเมื่อผิดแล้วก็ให้มันผิดไปให้หมด ดังนั้นเลยเลือกการลงทุนที่ผิดพลาดของเขา!
เหลิ่งเทียนหาวตวาดด้วยความโกรธ “เหลิ่งชิงชิว! แกเป็นซีอีโอของเชียนเฟิงกรุ๊ปนะ! สงบสติอารมณ์หน่อยเถอะ ฉันสอนแกมาแบบนี้เหรอ? แกใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินรึไง!? ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกไม่พอใจฉันมากน้อยแค่ไหน หรือแกจะผิดหวังต่อคนทั้งโลกยังไง แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือความสามารถของแก ความสามารถในการนำเชียนเฟิงกรุ๊ปกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง! โครงการพัฒนาที่พักอาศัยนั่นอย่าหวังเลยว่าแกจะได้แตะ พรุ่งนี้ไปซื้อที่ดินผืนนั้นมา! ถ้าทำไม่สำเร็จ ตำแหน่งของแกในเชียนเฟิงกรุ๊ปกระเด็นแน่!”
เหลิ่งชิงชิวหันมามองพ่อของตัวเองด้วยสายตาเย็นชา
ราวกับเธอกำลังหัวเราะเย้ยหยันกับคำพูดนั้น
“พ่อมอบอำนาจให้หนูแล้ว ตอนนี้ก็ต้องยอมรับผลที่ได้สิคะ จะถอดอำนาจบริหารและอำนาจการตัดสินใจของหนู พ่อจะต้องจัดประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นและประกาศถอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ตามกฎแล้ว การประชุมนี้จะต้องมีการเตรียมการหนึ่งสัปดาห์ แต่หนูสามารถทำทุกสิ่งที่หนูต้องการได้ภายในหนึ่งสัปดาห์”
“แก!”
เมื่อเหลิ่งชิงชิวพูดจบก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ลู่เฉิงเหวินเหงื่ออาบไปทั้งร่าง
ให้ตายสิ! คราวนี้จบสิ้นกันแล้ว!
เขารู้สึกหน้ามืดตาลายไปหมด
เหลิ่งชิงชิวคงโกรธเขามาก ถึงได้ดึงดันตัดสินใจเดินบนทางตันแบบนี้!
เป็นเพราะไอเดียบ้า ๆ ที่เขาเสนอ เลยทำให้สายตาที่เหลิ่งเทียนหาวมองเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น!
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลงอ้าวเทียน หน้าของเขาดำจนแทบมืดสนิทราวกับจะระเบิดในวินาทีถัดมา!
ไม่ได้การ ฉันตายแน่!