“ เกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่เห็นสิ่งที่โจมตีเมื่อครู่นี้ไหม ”
ทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่เพราะดูเหมือนว่าจะมีสิ่งที่กล้องไม่สามารถตรวจจับได้ ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้นำภาพจากกล้องความเร็วสูงมาลดความเร็วให้ทุกคนเห็น
ทุกสายตาที่มองจ้องไปยังภาพสโลโมชั่นต่างก็พบว่าช่วงที่มานูลให้ความสนใจกับเวิร์ธรูท บนพื้นดินในจุดที่แอ็กเซลยืนได้มีเข็มสีแดงเลือดขนาดเท่านิ้วมือจำนวน 32 เล่มพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วที่กล้องธรรมดาตามไม่ทัน พวกมันคือสิ่งที่เจาะกำแพงลมของมานูลแล้วแทงร่างของเขาจนร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า
เมื่อทุกคนตามทันเหตุการณ์จึงมองดูว่ามานูลจะทำเช่นไร บาดแผลที่เกิดขึ้นไม่น่าจะขัดขวางไม่ให้เขาใช้สกิลได้ เพราะสกิลทั้งหมดของเขาเกิดขึ้นจากคำสั่งที่ส่งออกมาจากสมอง
อย่างไรก็ตามการโจมตีครั้งนี้ของแอ็กเซลกลับทำให้มานูลจนมุม เนื่องจากว่าบาดแผลทั้ง 32 แห่งเป็นจุดอ่อนของร่างกายทั้งหมด นอกจากจะแทงทะลวงเข้าไปได้แล้ว แอ็กเซลยังได้ปลูกต้นอ่อนเข้าไปด้วย ส่งผลให้พลังคอสมิกของมานูลถูกดึงออกมารวดเร็วจนต้นอ่อนแตกตัวกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ลมมากมายที่มานูลควบคุมค่อยๆสลายหายไป หลังจากไม่มีพลังเหลือจะควบคุมพวกมัน
“ กะ แก ได้ยังไงกัน ”
มานูลเงยหน้าขึ้นมองแอ็กเซล เขาไม่ได้หายตัวไปที่ไหน ตำแหน่งในการยืนของเขายังคงอยู่ที่เดิม มันมองเห็นว่าแอ็กเซลหายตัวไปก็เพราะมุมมองที่เกิดขึ้น
ด้วยการบินอยู่บนฟ้าสูงแล้วมองลงมา ทำให้มันมองไม่เห็นแอ็กเซลที่ใช้สกิลพรางตัวของมอนสเตอร์จนทำให้เขามีสีไม่ต่างจากพื้นด้านล่าง
“ ยอมแพ้ได้แล้วนะ ”
แอ็กเซลเป็นฝ่ายยิ้ม การต่อสู้ในครั้งนี้เขามีหลากหลายวิธีที่จะเอาชนะ เพียงแต่ว่าเขาต้องการทดสอบความสามารถของมานูลเท่านั้นว่ามีขอบเขตการแสดงพลังมากน้อยแค่ไหน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำได้แค่ควบคุมลมแล้วขึ้นรูปเท่านั้น เขาจึงตัดจบด้วยการใช้เข็มมนตราหลังจากให้เวิร์ธรูทดึงความสนใจอีกฝ่าย การใช้สกิลสับสนของพิกซี่ก่อนหน้าเป็นอีกสิ่งที่ทำให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของมานูลลดน้อยลงไป มันที่ต้องใช้สมองในการสั่งการลมจึงถูกเล่นงานง่ายๆ
“ ยอมแพ้ ”
แอ็กเซลเดินลงจากเวที หลายคนที่เฝ้ามองดูชุดเกราะและดาบของเขายังคงรอต่อไป เนื่องจากครั้งนี้แอ็กเซลไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากยืนอยู่กับที่แล้วโจมตีด้วยสกิลของมอนสเตอร์และสกิลจากอาชีพจอมเวท
“ เดี๋ยวก่อนนะ ถึงขั้นได้หามออกไปเลยงั้นเหรอ ”
นักศึกษามองการถ่ายทอดสดด้วยความตกใจ การโจมตีของแอ็กเซลรุนแรงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ มานูลที่ควรจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากสนามต่อสู้ด้วยตนเองกลับต้องให้เจ้าหน้าที่ยกหามออกไป นอกจากนั้นแล้วเขายังต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยป้อนยาฟื้นฟูพลังคอสมิกและยารักษาเพราะแขนใช้งานไม่ได้ ด้วยสิ่งนี้ทำให้ทุกคนให้ความสนใจไม่น้อยเพราะมันกำลังทำให้มานูลตกเป็นเป้าของทุกคน
“ ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่าแอ็กเซลจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ให้มันนะ ”
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอรุ่นพี่ ”
“ มานูลท้าแอ็กเซลต่อสู้เป็นรอบแรก เขาน่าจะตั้งใจบอกให้ทุกคนที่รอต่อสู้ในรอบถัดไปรู้ว่าพวกเขาควรจะต่อแถวเล่นงานแอ็กเซล เพราะหลังจากที่ต่อสู้กับมานูลแล้วแอ็กเซลน่าจะถูกทำให้สลบหรือไม่ก็ต่อสู้ได้ลำบาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไปจากที่คิด มานูลกลับเป็นฝ่ายถูกเล่นงานเอง ดูจากสภาพของเขาในตอนนี้สิ ความเร็วในการกินยาพวกนั้น เขาน่าจะพยายามรีบฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด นอกจากบาดแผลที่ได้รับจากแอ็กเซลแล้ว เขายังถูกสลายพลังคอสมิกไปด้วย ถ้าการต่อสู้ที่กำลังเกิดจบลง มีโอกาสที่รอบต่อไปเขาจะถูกเลือกให้กลายเป็นคู่ต่อสู้ของใครสักคน ”
นักศึกษาเบิกตากว้าง เมื่อรู้ว่าการต่อสู้ไม่ได้แค่ใช้พลังเข้าห้ำหั่นกัน ภายในการต่อสู้มีการใช้สมองร่วมด้วย ต่อให้การปะทะกันจะจบลงไปแล้ว ผลที่ได้หลังจากการปะทะกันยังคงอยู่ ยกตัวอย่างเช่นการต่อสู้ระหว่างแอ็กเซลและมานูล บาดแผลที่แอ็กเซลสร้างขึ้นยังอยู่ติดตัวมานูล ซึ่งมันส่งผลให้คนอื่นที่รอต่อสู้คิดจะใช้สิ่งนี้เก็บแต้มของตนเอง
“ มานูล แกทำบ้าอะไร ”
เสียงผู้เป็นพ่อดังขึ้นข้างหู พลังงานคอสมิกที่กลับมาเล็กน้อยถูกใช้แทนแขนเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดคุย
“ ผมวางแผนจะเล่นงานระดับ 4 ”
“ ไม่ ฉันหมายถึงแกทำไมถึงประมาท ”
ความเงียบเข้าปกคลุมสาย มานูลไม่มีคำแก้ตัว มันประมาทที่ให้โอกาสแอ็กเซลได้ใช้สกิลโจมตี ความประมาทในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้มันพ่ายแพ้แค่แอ็กเซลเท่านั้น มันกำลังจะพ่ายแพ้คนอื่นๆ จากสายตาของผู้คนที่อยู่รอบๆ มันรู้ได้เลยว่าถ้าการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นจบลง มันจะต้องเป็นคนต่อไปที่ถูกท้าทายแน่นอน จากเดิมควรจะเป็นแอ็กเซลที่มันเล่นงาน
“ ผมขอโทษ ”
“ ใช้ยานั่นซะ ถ้าแกไม่ใช้ไม่ใช่แค่แกที่แพ้ ตระกูลของเราจะอ่อนแอเป็นเวลา 1 ปีถ้าแกไม่สามารถเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ ”
“ ผมเข้าใจแล้วพ่อ ”
สายลมพัดไปที่แหวนมิติแล้วนำยาขวดสีม่วงออกมาเปิดฝากระดกดื่ม ยาที่มานูลใช้งานเรียกสายตาของทุกคนที่อยู่รอบๆให้หันมอง สิ่งนี้คือยาที่มีราคาสูงมาก มันสามารถฟื้นฟูพลังคอสมิกให้กลับมาเต็มได้ภายในเวลา 10 นาที การที่มานูลใช้ยาราคาหลักหมื่นล้านหมายความว่าเขากำลังจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
“ พ่อ มีบางอย่างเกิดขึ้น ”
“ อะไร ”
“ แผลที่เกิดขึ้นบนร่างไม่ยอมหาย ”
“ หมายความว่ายังไง ”
“ การโจมตีสุดท้ายที่เข้าถึงตัวของผมมันได้ทำลายกระดูก ผมไม่สามารถต่อกระดูกในจุดนั้นได้ มันต้องกลับไปรักษาที่โรงพยาบาล ”
“ แกจะบอกว่าแกบาดเจ็บสาหัสอย่างนั้นเหรอ ” น้ำเสียงอีกฝ่ายเบาลง การร้องตะโกนของมันอาจจะทำให้เสียงเล็ดลอดไปถึงหูของคนอื่น ต่อให้จะโกรธลูกชายก็ตาม มันกลับต้องเบาเสียงให้ได้มากที่สุด
“ ตรวจสอบดีหรือยัง ”
“ ผมตรวจสอบดีแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะจงใจทำแบบนี้ ในจุดที่ทะลวงเข้ามาเป็นกระดูกที่สำคัญทุกชิ้น พวกมันถูกลบหายไปมีทางเดียวคือปลูกกระดูกขึ้นมาใหม่เท่านั้น ”
“บ้าจริง แกคิดว่าการต่อสู้จะเป็นยังไง ”
“ ยังมีโอกาสชนะอยู่ ยังไงผมก็ไม่ได้ใช้ร่างกายต่อสู้อยู่แล้ว ขอเพียงแค่ไม่ถูกโจมตีทางสมองอีกผมก็สู้ไหว ”
“ ปกปิดบาดแผลของแกเอาไว้ อย่าทำให้มันเป็นจุดอ่อน ”
“ แค่นี้ก่อนนะครับ ”
มานูลวางสายแล้วมองไปยังการต่อสู้ระหว่างโจอาชีพผู้ใช้โล่ศักดิ์สิทธิและตงฟางผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้
ฝั่งหนึ่งยังคงป้องกันด้วยร่างกายเช่นเดิม เพียงแต่ว่าการป้องกันในครั้งนี้ของโจ เขาได้ใช้มือปัดป้องการโจมตีของตงฟางที่โหมกระหน่ำราวกับพายุคลั่ง ทักษะมากมายที่เขาฝึกได้รวดเร็วและชำนาญถูกนำออกมาใช้งานทั้งหมด
อย่างไรก็ตามความโกงของโจกลับใช้ไม่ได้ผลกับตงฟาง การดูดซับพลังโจมตีของอีกฝ่ายมาเก็บเอาไว้แล้วโจมตีออกไปไม่สามารถใช้งานได้ ตงฟางมีสกิลบางอย่างที่แปลกประหลาด ในจังหวะที่โจชกหมัดที่เต็มไปด้วยพลังโจมตีที่เขาดูดซับ ตงฟางกลับใช้ฝ่ามือทั้งสองตบไปยังแขนของโจราวกับกำลังจะปั้นถ้วยดินเผา ด้วยการตบมือไปมาอย่างรวดเร็วทำให้พลังโจมตีของโจถูกปั้นเป็นก้อนกลมก่อนจะโยนทิ้งไปข้างสนาม
ปัง!
เสียงหมัดอักกระแทกกลางหน้าอกดังก้องออกไปไกล ร่างของโจถึงขั้นถอยกลับหลังไป 20 ก้าวก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่ง ทุกคนที่มองการต่อสู้ถึงขั้นเบิกตากว้าง เนื่องจากตงฟางสามารถเจาะการป้องกันของโจเข้าไปได้
“ รุ่นพี่ เขาทำได้ยังไง ”
“ ดูเหมือนว่าเขาจะมีทักษะโจมตีที่ไม่สนพลังป้องกันของศัตรู ทักษะนั้นจะแผ่กระจายพลังคอสมิกเข้าไปทำลายสิ่งที่อยู่ด้านหลังพลังป้องกัน ถ้าโจอยากจะรอดเขาจะต้องฝึกอวัยวะภายในด้วย ”
“ แล้วแบบนี้โจจะทำยังไง การป้องกันที่ดีที่สุดใช้การไม่ได้ สกิลดูดซับพลังเพื่อสวนกลับก็ถูกอีกฝ่ายปั้นเป็นก้อนกลมแล้วโยนทิ้งไป ”
“ คงยอมแพ้ สู้เก็บแรงไว้รอบถัดไปจะดีกว่า หากทุ่มทั้งหมดในรอบนี้ อีก 6 รอบที่เหลือเขามีโอกาสแพ้สูงมาก ”
ทุกสายตามองไปยังสนาม โจยกมือยอมแพ้อย่างที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้ การต่อสู้ต่อจากนี้ไม่ได้หาแค่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น มันกำลังคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์และแยกแยะสถานการณ์รอบตัว การแพ้ 1 ครั้งไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียหาย พวกเขายังมีอีกหลายรอบให้แก้ตัว หากเจอคนที่แพ้ทางควรยอมแพ้ให้เร็วที่สุดเพื่อเริ่มต้นใหม่
เมื่อโจและตงฟางเดินลงสนามไป กรรมการกลับไม่ได้เรียกใครให้ขึ้นมาต่อสู้ พวกเขาเพียงจับเวลาไม่ให้เกิน 5 นาที หากไม่มีใครสู้พวกเขาจะใช้วงล้อสุ่มคนออกมา เพียงแต่ว่าสายตาของผู้เข้าแข่งกลับหันมองแอ็กเซลและมานูล พวกเขาต่อสู้ไปก่อนหน้านั้นและก็ได้พักตามกติกา ดังนั้นจึงสามารถต่อสู้ได้อีก หลายคนจึงประเมินสถานการณ์ว่าพวกเขาจะเลือกใครคนใดคนหนึ่งในนี้หรือไม่
“ มานูล ฉันเลือกนาย ”
ซิลเวียร์เดินขึ้นไปบนสนาม อาชีพของเธอคือนักดาบแห่งแสง แม้จะดูเป็นการเสียเปรียบเพราะมานูลบินได้ แต่เธอก็มีวิธีการเอาชนะอีกฝ่าย
มานูลที่เห็นว่าตนเองจะต้องขึ้นไปสู้ต่อไป มันจึงปกปิดบาดแผลเอาไว้ด้วยการบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเตรียมต่อสู้ ไม่มีการเดินขึ้นสนามแต่อย่างใด
“ เริ่มต่อสู้ได้ ”
สายตาทั้งสองดวงมองลงมาเบื้องล่าง เปิดฉากด้วยการดึงลมออกจากรอบข้างซิลเวียร์เพื่อทำให้เธอหมดสติเพราะไม่มีอากาศหายใจ
หญิงสาวที่ควรจะล้มลงไปนอนบนพื้นกลับยังคงยืนนิ่ง แม้ชุดเกราะที่เธอสวมใส่จะไม่สามารถใช้ในอวกาศได้ก็ตาม เธอกลับยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่สุญญากาศได้สบาย ทุกคนจึงเกิดความสงสัยว่าเธอทำได้อย่างไร ก่อนที่จะได้รับคำตอบจากการคาดการณ์ของตนเอง
“ น่าจะเป็นเพราะแสงพวกนั้น ”
“แสงมันทำอะไรได้งั้นเหรอรุ่นพี่ ”
“ ไม่ ไม่ใช่ ” ชายสวมแว่นขยับนิ้วเล็กน้อย นักศึกษาส่วนมากกำลังเข้าใจผิด แสงสีทองไม่ได้เป็นตัวช่วยทำให้ซิลเวียร์ยืนอยู่ท่ามกลางสุญญากาศได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอยืนอยู่ได้คือสกิลรักษา มันคือหนึ่งในสกิลที่ทำให้เธอเกือบจะเป็นอมตะ ทุกบาดแผลและทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นจะได้รับการรักษาด้วยสกิลนี้
การดึงอากาศออกไปจากร่างทำให้เธอหมดสติ เพียงแต่ว่าสกิลนี้กลับเข้ามารักษาทำให้เกิดลูปการหมดสติและการรักษาวนซ้ำไปเรื่อยๆ
“ ปีกศักดิ์สิทธิ์ ”
แสงสีทองก่อรูปร่างทางด้านหลัง สร้างปีกขนาดใหญ่ให้กับผู้ใช้สกิล เมื่อเธอขยับปีกเพียงเล็กน้อย ร่างที่อยู่บนพื้นก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าสูงราวกับนกโบยบิน ต่อให้มานูลจะสร้างพื้นที่สุญญากาศขึ้นมาแล้วก็ตาม อีกฝ่ายกลับใช้แสงเป็นตัวช่วยในการบินไม่ได้ใช้อากาศ จึงทำให้มานูลทำอะไรซิลเวียร์ไม่ได้
เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะถูกเข้าประชิด มานูลจึงเริ่มบินทิ้งระยะห่างพลางควบคุมสายลมโจมตีอีกฝ่าย เพียงแต่ว่าคู่ต่อสู้ของมันกลับใช้ดาบตวัดคมมีดสายลมทิ้งราวกับว่ามันเป็นกระดาษ ต่อให้มันพยายามกระหน่ำโจมตีเข้าไปพร้อมกันทุกทิศทาง หญิงสาวที่กำลังบินเข้ามาหามันกลับไม่สนใจการโจมตีที่ฟันไม่ถึง เธอปล่อยให้การโจมตีเหล่านั้นฟันกระแทกชุดเกราะทะลวงเข้าไปในเนื้อหนัง เพียงแต่ว่าบาดแผลเหล่านั้นกลับหายเป็นปกติด้วยสกิลรักษา เมื่อเห็นว่ามันสู้กับคนที่มีทั้งพลังโจมตีและพลังรักษาสุดยอดไม่ได้จึงรีบยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นอาจจะเปิดเผยความลับที่ร่างกายของมันเคลื่อนไหวไม่ได้ออกไปจนทำให้หลายคนเข้ามาท้าสู้
“ ขอยอมแพ้ ”.