ภายใต้สายตาประหม่าของฝูงชน ทางเข้าขนาดใหญ่ที่นำไปสู่อุโมงค์ลึกที่เต็มไปด้วยหุ่นเหล็กสังหารค่อย ๆ เปิดเปิดอ้าขึ้นอย่างช้า ๆ
อุโมงค์ดำมืดที่เต็มไปด้วยไอสังหารปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน ทำให้ทุกคนหายใจเอาอากาศเย็นเยียบเข้าไปเต็มปอด
เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเหล่าผู้มาใหม่ หวงเฟยหยางทำหน้าเย้ยหยันพลางเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด
“จำไว้ให้ดี พวกเจ้าอยู่ในนั้นได้เพียงสองก้านธูป หลังจากนั้นหากพวกเจ้าไม่ออกมา ไม่ว่าพวกเจ้าจะได้หัวใจเหล็กมากมายเพียงใดก็จะถือว่าเจ้าไม่สามารถออกมาได้!”
“หลังจากเวลาสองก้านธูป พวกเราจะปิดประตูเหล็ก เมื่อนั้นไม่ว่าเจ้าจะเป็นหรือตาย พวกเราก็จะถือว่าพวกเจ้าได้ตายไปแล้ว และจะออกมาจากในนั้นอีกครั้ง ก็ต้องรอจนกว่าจะถึงการคัดเลือกของตระกูลหลิงอู่ในครั้งหน้า!”
หวงเฟยหยางพ่นลมอย่างเย็นชา
“แต่กว่าจะถึงเวลานั้น พวกเจ้าก็อาจจะกลายเป็นโครงกระดูกที่เน่าสลายไปแล้วก็ได้”
เมื่อหลงเฉินมองเข้าไปในอุโมงค์ ด้านในนั้นไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอยู่เลย แต่กลับเต็มไปด้วยไอสังหาร นอกจากนี้ยังมีเสียงโลหะกระทบกันไปมา จากเสียงที่ได้ยิน หลงเฉินก็รู้ว่าหุ่นเหล็กสังหารนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
‘หากเป็นสถานการณ์ปกติก็คงจะเพียงพอให้เดินทางผ่านอุโมงค์ลึกหนึ่งลี้ภายในเวลาสองก้านธูป แต่เมื่อมีหุ่นเหล็กสังหารจำนวนมากอยู่ด้วย หากต้องการจัดการกับหุ่นเหล็กสังหารและครอบครองหัวใจเหล็กให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนด ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...’
ขณะที่หลงเฉินครุ่นคิด หวงเฟยหยางก็ประกาศให้เริ่มการทดสอบได้
คนห้าสิบคนรวมทั้งหลงเฉินต่างมุ่งมั่นจะเป็นที่หนึ่งและกลัวที่จะเป็นคนสุดท้ายเพื่อป้องกันการสูญเสียเวลาอันมีค่าของพวกเขา
“เสี่ยวซี เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับหุ่นสังหารพวกนี้หรือไม่?”
“หุ่นเหล็กสังหารพวกนี้สร้างขึ้นจากค่ายกลผนึกบางอย่าง และพวกช่างฝีมือพิเศษก็ทำให้พวกมันมีชีวิตขึ้นมา พวกมันใช้หยกศักดิ์สิทธิ์เป็นแหล่งพลังงานในการต่อสู้ เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก หุ่นเหล็กสังหารพวกนี้อยู่ในระดับต่ำสุด ดังนั้นจึงถือได้ว่าเจ้าได้เปรียบอย่างมากในการคัดเลือกด่านแรก”
สายตาของหลงเฉินเต็มไปด้วยความสงสัย
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?”
“แม้ว่าร่างกายของหุ่นเหล็กสังหารพวกนี้จะถึกทนอย่างมาก แต่พวกมันก็ไร้ซึ่งทักษะยุทธ์ใด ๆ แต่ถึงกระนั้น ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวนที่มากโขของพวกมันนี่ล่ะ หากเจ้าใช้ทักษะยุทธ์ของเจ้าจัดการกับพวกมันแต่เพียงอย่างเดียว ไม่นานนักพลังปราณของเจ้าก็จะถูกใช้จนหมด แต่หากเจ้าใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายร่วมด้วย เจ้าก็จะสามารถประหยัดพลังไปได้มาก ก่อนหน้านี้เจ้าเคยฝึกวิชา [เกราะดาราจรัสแสง] มาแล้ว และหลังจากบ่มเพาะแก่นโลหิตสืบทอดได้หนึ่งในพันส่วน [วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกร] ของเจ้าก็น่าจะอยู่ในระดับอำพันขั้นสูงแล้ว หรืออาจแข็งแกร่งกว่านั้นด้วยซ้ำ!”
หลงเฉินจ้องมองด้วยความประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง
“เสี่ยวซี นี่เจ้าหมายความว่าหากข้ารวบรวมแก่นโลหิตสืบทอดได้มากกว่านี้ ร่างกายของข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นงั้นรึ?”
“ตามทฤษฎีแล้วมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นนะ เมื่อเจ้าสามารถใช้แก่นโลหิตสืบทอดทั้งหมดได้ตามที่เจ้าต้องการ ร่างกายของเจ้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น และแน่นอนว่ายังมีผลพลอยได้อื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน มันก็คล้าย ๆ กับวิชา [สกัดโลหิตสลายวิญญาณ] และ [แปลงร่างวิญญาณมังกร] นั่นล่ะ”
ภายในห้วงจิตของหลงเฉิน ยังมีแก่นโลหิตสืบทอดอยู่อีกเก้าร้อยเก้าสิบเก้าส่วนจากหนึ่งพันส่วนซึ่งถูกหยกมังกรสะกดเอาไว้ หลงเฉินตระหนักว่าการที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น เขาจะต้องค้นพบแก่นโลหิตสืบทอดให้ได้ไปทีละขั้น
‘หลังจากที่ได้ครอบครองแก่นโลหิตสืบทอดทั้งหมดและฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุด ข้าน่าจะแปลงร่างเป็นเทพมังกรบรรพกาลได้ แล้วข้าจะได้เป็นหนึ่งในสิบมหามังกรบรรพชน มังกรวิญญาณโลหิตบรรพกาลหรือไม่?’
ในขณะที่จิตใจของเขากำลังไตร่ตรองความคิดนั้น หลงเฉินได้เดินเข้าไปราวหกสิบเชียะแล้ว
เวลานี้ทัศนวิสัยของเขามืดสนิท อย่างไรก็ตาม ความกว้างของอุโมงค์ที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งทำให้เหมาะสำหรับการต่อสู้
หลงเฉินสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รายล้อมเข้ามา
“มีหุ่นเหล็กสังหารสี่ตัวอยู่ข้างหน้าเจ้าในระยะสามสิบเชียะ เจ้าทำให้พวกมันตื่นเพราะเข้าไปใกล้ พวกมันกำลังมาแล้ว! ลงมือเลย!”
ด้วยคำเตือนของหลิงซี การเคลื่อนไหวทรงพลังในอุโมงค์มืดก็มุ่งหน้ามาทางเขา
หลงเฉินเตรียมพร้อมรับมือพวกมัน ตอนนั้นเอง เขาใช้วิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร] เกล็ดสีแดงเข้มหนาแน่นทว่าเรียงตัวอย่างสวยงามปรากฏขึ้นทำหน้าที่ป้องกัน พร้อมกับเดือยแหลมยื่นออกมาจากข้อศอก หัวเข่า ไหล่ และหลัง เมื่อรวมเข้ากับกรงเล็บอันแหลมคม พวกมันคือเครื่องมือสังหารที่สมบูรณ์แบบ
ในเวลานี้ มีกรงเล็บแหลมคมที่ยาวราวเกือบสี่ชุ่นอยู่บนนิ้วมือทุกนิ้วของหลงเฉิน แต่ละเล็บดูราวกับมีดสั้นสีโลหิต หากใช้กับคนธรรมดา มันสามารถแทงทะลุอกและควักหัวใจของพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายดาย!
‘ข้าจะต้องผ่านเข้าไปถึงด่านที่สองได้แน่ ๆ ขณะที่คนอื่นๆ จะต้องต่อสู้กับหุ่นเหล็กสังหารเช่นกัน และเพื่อให้ได้มาซึ่งหัวใจเหล็ก พวกเขาจะต้องใช้พลังไปจนเกือบหมด ซึ่งจะทำให้พวกเขาเสียเปรียบในด่านที่สอง! แต่ข้ามีหลิงซีอยู่ด้วย ข้าจะพยายามใช้เพียงพลังร่างกาย ข้าไม่เชื่อหรอกว่าหลังจากที่ข้าบ่มเพาะร่างกายด้วยแก่นโลหิตสืบทอดแล้ว ข้าจะไม่สามารถรับมือกับเจ้าพวกก้อนเหล็กพวกนี้ไปได้!’
ทันใดนั้น หลงเฉินปะทะเข้ากับหุ่นเหล็กสังหารตัวหนึ่ง
ระหว่างการต่อสู้ หลงเฉินก็เข้าใจโครงสร้างของหุ่นเหล็กสังหารได้อย่างรวดเร็ว มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์และทำจากเหล็กกล้า หลงเฉินไม่รู้ว่ามันคือเหล็กชนิดใดแต่มันทนทานอย่างมาก
หุ่นเหล็กสังหารมีความสูงราวหกเชียะ แขนขาของมันทั้งหนา ทนทาน และแข็งแกร่งอย่างมาก บนลำตัวของมันมีอักขระโบราณสีดำสลักอยู่ เมื่อใดก็ตามที่หุ่นเหล็กสังหารเคลื่อนที่ อักขระจะกะพริบ หลงเฉินพบว่าหัวใจของมันอยู่บริเวณใจกลางอักขระเหล่านั้น!
* เคร้ง! *
เสียงแหลมบาดหูของโลหะที่ปะทะกันดังสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ เวลานั้นหลงเฉินกำลังเหวี่ยงหมัดใส่หุ่นเหล็กสังหารและรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึก ๆ
‘ความแข็งแกร่งของหุ่นเหล็กสังหารพวกนี้น่าจะเทียบได้กับระดับขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดถึงแปดเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ในอุโมงค์แห่งนี้มีหุ่นเหล็กสังหารพวกนี้อยู่นับร้อย ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาบอกว่าจะต้องมีคนไม่รอด!’
หลงเฉินคำรามและเหวี่ยงหมัดใส่หุ่นเหล็กสังหารโดยไม่ยั้ง หลังจากผลักมันออกไปเขาก็ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าหุ่นเหล็กมาเพื่อให้ได้เปรียบในสถานการณ์เช่นนี้ เขาปะทะกับหุ่นอีกตัวจนเกิดเสียงดังสนั่นก่อนจะจัดการจนมันกองลงไปกับพื้น
‘เป็นไปตามคาดจริง ๆ หุ่นเหล็กพวกนี้มีการป้องกันที่ไร้ที่ติและทรงพลังมาก แต่ก็ขาดความเร็วและความคล่องตัวอยู่มากเช่นกัน!’
หลังจากฝึกฝนร่างกาย ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อไหล่ของเขาชนเข้ากับหุ่นเหล็ก หลงเฉินพบว่าเดือยแหลมของเขาแทงทะลุร่างของหุ่นเหล็กสังหารจนทิ้งรูโหว่ขนาดใหญ่ไว้มากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้มันหยุดเคลื่อนไหวได้!
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เป้าหมายของหลงเฉิน เมื่อหุ่นเหล็กสังหารถูกโค่นลงด้วยการปะทะ กรงเล็บของเขาจะแทงทะลุเข้าไปยังใจกลางอักขระอย่างสุดแรง เพื่อเจาะลึกเข้าไปในหัวใจของหุ่นเหล็กสังหาร!
“อย่างนั้นล่ะ คว้าวัตถุที่มีไอร้อนระอุแล้วดึงออกมาเลย!”
เมื่อทำตามคำแนะนำของหลิงซี หลงเฉินจึงแทงเข้าไปที่หัวใจของหุ่นเหล็กสังหารด้วยกรงเล็บของเขา เขาสัมผัสได้ถึงหินร้อน ๆ ก่อนจะดึงออกมาอย่างไม่ลังเล!
ขณะที่ดึงออกมา หุ่นเหล็กสังหารที่เคยโหดเหี้ยมก่อนหน้านี้ก็ร้องครวญครางอย่างอ้อนวอนราวกับมนุษย์
หลงเฉินโจมตีจุดอ่อนของมัน และเมื่อเป็นสิ่งไม่มีชีวิตเขาจึงไม่ปรานี เขาควักหัวใจมันและถอยออกมาอย่างรวดเร็ว เวลานั้น หุ่นสังหารก็ล้มลงบนพื้นอย่างสิ้นแรงและไม่ไหวติงอีกต่อไป
“ข้าได้หัวใจเหล็กอันแรกมาแล้ว!”
หลงเฉินมองดูหัวใจเหล็กในมือและพบว่ามันเป็นหินที่มีความคล้ายคลึงกับหยกศักดิ์สิทธิ์อุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณของธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม นอกจากพลังวิญญาณธรรมชาติของหัวใจเหล็กแล้ว ยังมีคลื่นพลังอื่นแฝงอยู่อีก
หลงเฉินใส่หัวใจเหล็กเข้าไปในถุงมิติทันที หุ่นเหล็กสังหารอีกสามตัวที่เหลือส่งเสียงดังขณะพุ่งเข้าใส่หลงเฉิน
“พลังออกจะน่าเกรงขาม แต่เคลื่อนไหวได้น่าสมเพชนัก พวกเจ้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไรกัน?”
เมื่อมีประสบการณ์ในการฆ่าหุ่นเหล็กสังหารมาแล้วหนึ่งตัว หลงเฉินจึงพุ่งตัวไปหาตัวอื่น ๆ ต่อ
‘หากเป็นสามต่อหนึ่งคงเจอปัญหาอยู่บ้าง ข้าจะไม่สามารถใช้กำลังได้เต็มที่ แต่ว่า...’
หลงเฉินหลบไปที่ด้านหลังของหุ่นเหล็กสังหารตัวหนึ่งด้วยความเร็ว หุ่นตัวนั้นหันกลับมาและเหวี่ยงหมัดใส่ ทว่าหลงเฉินนั้นเคลื่อนไหวราวกับจิ้งจกที่ติดหนึบอยู่บนหลังของมัน หลงเฉินใช้กรงเล็บแทงเข้าไปที่หัวใจของหุ่นเหล็กสังหารจากทางด้านหลัง หลังจากที่เขาควักหัวใจออกมาแล้ว หุ่นอีกสองตัวก็เริ่มหันกลับมา
‘สิ่งที่หลิงซีพูดนั้นถูกต้องที่สุด ข้ามีความว่องไวและกรงเล็บที่แหลมคมซึ่งทำให้ข้าได้เปรียบอย่างมากในรอบคัดเลือกนี้ หากเป็นคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ฝึกฝนร่างกาย พวกเขาจะไม่กล้าต่อสู้กับหุ่นเหล็กสังหารตรง ๆ และใช้เพียงทักษะยุทธ์โจมตีพวกมัน อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการจุดอ่อนของหุ่นเหล็กสังหาร! ดังนั้นความเร็วของพวกเขาจึงไม่สามารถเทียบข้าได้!’
เมื่อนึกถึงหวงเซียง สายตาของหลงเฉินก็เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
‘หวงเซียงฝึกวิชาบ่มเพาะร่างกายในระดับอำพัน หากเขามีมีดแหลมก็คงเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการหุ่นเหล็กสังหาร ไม่แปลกใจเลยที่เขาทุ่มเทเวลาบ่มเพาะร่างกาย เพราะมีความเกี่ยวดองกับคนของตระกูลหลิงอู่นี่เอง จึงทำให้เขาได้เปรียบอยู่บ้าง!’
หุ่นเหล็กสังหารอีกสองตัวก็ถูกจู่โจมในรูปแบบเดียวกันและล้มลงบนพื้นภายใต้ฝ่าเท้าของหลงเฉิน ในเวลานี้ การต่อสู้ได้ทำให้หุ่นเหล็กสังหารตัวอื่น ๆ เริ่มตื่นตัว
“ระวังนะ หุ่นเหล็กสังหารที่อยู่ในบริเวณนี้กำลังมุ่งหน้ามาทางเจ้า!”
หลงเฉินพยักหน้า
“ข้าจำต้องวิ่งฝ่าไปยังอีกฝั่งของอุโมงค์ภายในเวลาสองก้านธูป ดูเหมือนจะเหมาะกว่าหากข้าจัดการพวกมันตรงนั้น และเมื่อเวลาใกล้จะหมดจะได้ออกไปจากที่นี่ได้ทัน!”
เมื่อพูดจบ หลงเฉินก็ตรงเข้าไปยังส่วนลึกของอุโมงค์ หลังจากจัดการหุ่นเหล็กสังหารไปจำนวนหนึ่ง เขาก็เริ่มเข้าใจวิธีรับมือหุ่นเหล็กเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว จังหวะแรก เมื่อปะทะกับหุ่นเหล็กสังหารและจ้วงแทงมันด้วยกรงเล็บ จากนั้นในจังหวะที่สอง เขาจะแอบอยู่ข้างหลังหุ่นสังหารและจ้วงแทงพวกมัน นับเป็นการเคลื่อนไหวที่ประสบผลสำเร็จอย่างล้ำเลิศในการจัดการกับหุ่นเหล็กสังหาร!
ด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่องของหุ่นเหล็กสังหารที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลงเฉินสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างง่ายดายเพียงใช้การเคลื่อนไหวเพียงสองจังหวะเท่านั้น!
เมื่อเดินเข้าไปในพื้นที่รูปครึ่งทรงกลม หลงเฉินก็เห็นประตูเหล็กรูปแบบเดิม อย่างไรก็ตาม มันเต็มไปด้วยหุ่นเหล็กสังหารจำนวนมาก!
มองเพียงปราดเดียว หลงเฉินก็พบว่ามีหุ่นเหล็กสังหารอย่างน้อยหนึ่งร้อยตัวอยู่ตรงนั้น!
“ตระกูลหลิงอู่นี่ลงทุนกับเจ้าพวกนี้ไปมากโขทีเดียว พวกเขาใช้หุ่นเหล็กสังหารมากมายทดสอบคนเพียงหนึ่งคน และมีพวกเราทั้งหมดห้าสิบคน ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าพวกเขามีหุ่นเหล็กสังหารทั้งหมดเท่าไร”
“ยี่สิบแปด”
“นี่ข้าก็ได้หัวใจเหล็กมาทั้งหมดยี่สิบแปดอันแล้ว ยังมีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนจะครบกำหนด ในเมื่อมีเวลาเหลือเฟือ เช่นนั้นข้าก็จะทำลายหุ่นเหล็กสังหารพวกนี้เพื่อฝึกทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของข้า!”
ระหว่างการต่อสู้กับหุ่นเหล็กสังหาร หลงเฉินพบว่าการต่อสู้ระยะประชิดของตนเองยังไม่หมดจดนัก
ระหว่างการฝึกฝน เรียกได้ว่าเขาปรับเปลี่ยนไปใช้ในสิ่งที่ตนเองไม่คุ้นเคย เมื่อครั้งที่เขายังเด็ก เขาเคยฝึกฝนเป็นประจำทุกวัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ใช้มันมาระยะหนึ่งแล้วทำให้เขาหลงลืมพื้นฐานการเคลื่อนไหวไปบ้าง ยังมีหุ่นเหล็กสังหารจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงใช้มันเป็นเป้าซ้อมที่สมบูรณ์แบบ
หลงเฉินเปรียบเสมือนกับหมาป่าที่เข้าไปอยู่ในฝูงแกะ กลายเป็นปีศาจสีแดงที่จัดการหุ่นเหล็กสังหารอย่างบ้าระห่ำ!
หลงเฉินหลงใหลในการฆ่าจนไม่สนใจเวลา เมื่อนั้นเองที่เสี่ยวซีเอ่ยขึ้น
“นี่! เหลือเวลาไม่มากก็จะครบกำหนดสองก้านธูปแล้วนะ เจ้าไม่ออกไปหรือ?”
เมื่อนั้นเอง หลงเฉินก็หยุดและตรวจดูในถุงมิติ เขายิ้มเจื่อน ๆ และเอ่ยขึ้น
“มีหัวใจเหล็กอยู่หนึ่งร้อยกับอีกห้าชิ้น สงสัยจริงว่ามันพอจะทำให้ข้าติดอันดับหนึ่งในสิบหรือไม่”
**************************