บทที่ 25สุขทุกข์คละเคล้าปนกันไป 1
“ผู้คนมองมาทางเราเยอะนัก”ลี่ลี่กล่าวขึ้น ระหว่างเดินเข้างานเทศกาลประจำปีพร้อมกับเจียอี้
“ข้าว่าพี่ลี่ไม่ต้องไปใส่ใจสู้พวกเราสนุกไปกับงานเทศกาลจะดีกว่า เพราะว่า....” เจียอี้เกือบหลุดปากกล่าวบางอย่างกระนั้นเขายังหยุดเอาไว้ได้ทัน แต่อย่างไรก็ไม่สามารถหยุดความสงสัยของลี่ลี่ได้
“เพราะว่า?” ลี่ลี่กล่าวทวนด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ลี่อย่าคิดมากไป ข้าแค่มีเื่บอกพี่หลังงานเทศกาลประจำปีจบลง”เจียอี้กล่าวบ่ายเบี่ยง เพื่อไม่ให้ลี่ลี่เป็กังวลเพราะเื่ที่เขาจะบอกเป็เื่ที่เขาต้องจากนางไป เพื่อเริ่มทดสอบนาง
แต่ไหนเลยเจียอี้จะบอกนางไปตามตรงยังไงเขาก็เตรียมเื่โกหก เพื่อบอกนางไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว
“ได้ๆ ข้าจะรอฟัง”ลี่ลี่ตอบเสียงใสไร้กังวล ราวกับไม่คิดใส่ใจเื่ใดนี่ทำให้เจียอี้รู้สึกผิดอยู่ลึกๆในใจ ถึงอย่างนั้นเขายังลบเลือนความรู้สึกเ่าั้ออกไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้าพี่รอฟัง่เวลานี้เรามามีความสุขร่วมกัน จนกว่าจะถึงเวลานั้นกันเถอะ” เจียอี้กล่าวจบลี่ลี่คล้ายมีรู้สึกว่าคำพูดของเจียอี้ฟังดูแปลกๆ
“คำพูดเ้าฟังดูแปลกๆนะ”
“ไม่แปลกหรอกพี่ ข้าว่าพี่คิดมากไปเพื่อไม่ให้พี่คิดมาก เราไปร้านนั้นเถอะ..ข้าเลี้ยงเอง”เจียอี้เบี่ยงเบนความสนใจลี่ลี่ พร้อมทั้งพานางตรงไปยังร้านขายหมี่แห้ง
เมื่อไปถึงหน้าร้านเจียอี้ถือโอกาสสั่งชายหนุ่มทันที เพราะหน้าร้านนั้นยังไม่มีผู้คนมาซื้อ“พี่ชายหมี่หยกสองจาน”
“อ่ะ ท่านเจียอี้ท่านมางานเทศกาลกับแม่นางลี่ด้วย”
ได้ยินชายหนุ่มร้านบะหมี่กล่าวเจียอี้จึงบังเกิดความสงสัย “เ้ารู้จักข้า?”
“ข้ารู้จักท่านเจียอี้วันนั้นท่านช่วยข้าจากอันธพาล ส่วนแม่นางลี่เป็ผู้อยู่ข้างกายท่านตลอด ทุกคนย่อมรู้จักเป็ธรรมดา”เจียอี้มองชายหนุ่มผู้กำลังใช้ตะเกียบั์คีบหมี่หยกใส่จานใบไม้คล้ายว่าเขาจดจำชายหนุ่มไม่ได้
เพียงแต่เจียอี้ไม่มัวมานิ่งคิดให้เสียเวลาหรือปล่อยให้ชายหนุ่มถามไปมากกว่านี้ เพราะเขาจ่ายเงิน แล้วรับหมี่หยกในจานใบไม้สองจานมาและส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเพื่อเป็การบ่งบอกบางอย่างก่อนกลับไปเดินเที่ยวชมงานเทศกาลประจำปีต่อกับลี่ลี่
“คนเมื่อครู่ เ้าก็ช่วยไว้รึ”ลี่ลี่ถามเจียอี้ หลังเดินออกมาจากร้านหมี่แห้งระยะหนึ่ง
“น่าจะเพราะข้าช่วยผู้คนไว้หลายคนนัก” เจียอี้กล่าวเช่นนั้น เพราะเขาเองไม่สามารถจดจำทุกคนที่ช่วยเหลือได้นี่มิใช่ว่าจักรพรรดิศพเช่นเขามีความทรงจำไม่ค่อยดี แต่เป็เขาเลือกไม่จดจำถึงมีจดจำได้บ้างก็เป็เพียงความทรงจำเลือนรางทั้งนั้น
“เ้าช่วยผู้คนเยอะปานนั้นบังเอิญไปเจอกลุ่มคนที่ช่วยเหลือไว้ในงานไม่ใช่ว่าพวกเราต้องหยุดคุยกับพวกเขาพักใหญ่ เหมือนตอนที่เราอยู่ตลาดยามเย็นวันนั้นหรอกรึ?”
“ไม่หรอกพี่ลี่พี่คิดมากเกินไป คนเ่าั้เพียงยิ้มทักทายย่อมเข้าใจแล้ว” เจียอี้คลายความกังวลให้ลี่ลี่เป็เขารู้ว่านางกลัวเวลาร่วมกันในงานเทศกาลประจำปีจะสั้นลง เนื่องจากนางมีภาพจำเก่าๆ..ในวันนั้น
“ถ้าเ้าบอกมาเช่นนั้น ข้าหวังว่าคงไม่มีใครมารบกวนพวกเราสองคน”
ได้ยินลี่ลี่บอกมาเจียอี้ก็อดกลั้นหัวเราะกับคำกล่าวที่เหมือนเด็กน้อยของลี่ลี่ไม่ได้
“ฮ่าๆๆอย่ากังวลไปพี่ลี่ ข้ารับปากว่าพี่ว่าจะไม่มีใครมารบกวนเวลาของพวกเราสักคนแน่นอน”
เจียอี้กระชับฝ่ามือนุ่มของลี่ลี่แน่นขึ้นราวกับเป็คำสัญญา ก่อนพานางเดินไปซื้อของที่นางอยากได้ในงานเทศกาลประจำปีไม่ว่าจะเป็ของกิน เครื่องประดับ หรือขนมเสมือนนางเป็เด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกเอาใจใส่
ใน่เวลานั้นก็ไม่มีใครเข้าไปรบกวนทั้งสองสักคนเป็เพราะเจียอี้ส่งสายตาพร้อมกับพยักหน้าให้กับคนที่กำลังเดินเข้ามาทักทายซึ่งทุกคนล้วนเข้าใจเขาและไม่เข้ามารบกวน ทั้งสองจึงมี่เวลาร่วมกันอย่างราบรื่น
“ไปร้านผลไม้เชื่อมร้านนั้นกันต่อเถอะ”ลี่ลี่ชี้ไปยังร้านขายผลไม้เชื่อม ที่มีคนต่อแถวยาวกว่าสิบคน
เจียอี้ทำท่าทางพิจารณาครู่หนึ่งพลางคิดในใจ‘ร้านผลไม้เชื่อมจัดวางสินค้าได้น่าสนใจไม่น้อย แตกต่างจากร้านอื่นโดยสิ้นเชิง’
หลังเจียอี้หยุดคิดเขาหันไปหาลี่ลี่ ส่งสายตามองของในสองมือนาง แล้วกล่าวหยอกล้อ “ไปๆ พี่ลี่อยากไปไหนเลยข้าจะห้ามได้”
“เ้าห้ามข้าไม่ได้ถึงส่งสายตามา..ข้าก็ไม่สนใจ วันนี้ข้าจะผลาญเงินเ้าให้หมดตัว” ลี่ลี่เชิดอกพร้อมทำหน้าเหมือนเด็กเอาแต่ใจนางทำให้เจียอี้มิอาจปกปิดรอยยิ้ม ยามเห็นนางมีความสุขได้อีกต่อไป
“เชิญพี่ผลาญเงินข้าตามสบายแต่พี่ลี่ทานเยอะขนาดนั้น ระวังตัวอวบอ้วน..ไม่มีชายใดเหลียวมองเอา ฮ่าๆๆ”
“นี่เ้ากำลังหลอกว่าข้า”ลี่ลี่บุ้ยหน้า นางทำท่าไม่พอใจเจียอี้ ขณะนางกำลังจะกล่าวสวนกลับไปเจียอี้ดันชิงเดินไปร้านผมไม้เชื่อมเสียก่อน เล่นเอานางทำตัวแทบไม่ถูก
“อ่า รอข้าด้วยเจียอี้เ้าจะรีบเดินไปไหน รอข้าด้วย”
“ไม่รอ ไม่รอ ขืนรอให้พี่ลี่บ่นข้ามีหวังแถวคงยาวกว่านี้อีก” เจียอี้กล่าวน้ำเสียงหยอกล้อกับลี่ลี่ ระหว่างเดินไปต่อแถวลี่ลี่จึงเร่งฝีเท้าตามไปพร้อมๆกับหลบเลี่ยงผู้คน
ความสนิทของทั้งกับชุดฮั่นฝูสะดุดตาดึงดูดสายตาผู้คนเดินไปเดินมาในงานเทศกาลประจำปีไม่น้อย กลับไม่มีใครเข้ามาขัดทั้งสองมันไม่ใช่เพราะทุกคนต่างรู้จักเจียอี้กับลี่ลี่ แต่เป็ทุกคนเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองแจ่มชัดจึงมิอาจเข้าไปขัดได้ลง
แม้ว่าคนหลายคู่ต่างให้ความรู้สึกเหมือนเจียอี้กับลี่ลี่แต่หลายคนมองออกได้ง่ายดายว่า เจียอี้กำลังทำให้ลี่ลี่มีความสุขในรูปแบบพ่อกับลูกสาวถึงความจริงภายนอกอาจดูมิเป็เช่นนั้นก็ตาม
หลังเจียอี้ซื้อผลไม้เชื่อมสามชนิดให้ลี่ลี่นางยังพาเขาซื้อของในงานเทศกาลต่อไปจนเกือบถึง่เย็น ของที่ซื้อมาส่วนใหญ่จึงมิอาจถือด้วยสองมือได้นางจึงต้องเก็บเอาไว้ในแหวนมิติ
“ไหนๆพี่ลี่ก็ซื้อมาเยอะแล้วพวกเราไปหาที่นั่งทานกันเถอะ” เจียอี้กล่าวชวน แต่ดูเหมือนลี่ลี่ยังไม่พอใจ
“ยังก่อน พวกเราพึ่งซื้อของกินเสร็จเอง”
“ตอนไปร้านเถ้าแก่เถ้าแก่แถมให้พวกเราเกินอิ่มพี่ลี่ยังไม่พอใจ?” เจียอี้มองลี่ลี่อย่างไม่เข้าใจเขาไม่รู้ว่านาง้าซื้ออะไรเพิ่มเติมกันแน่
“ในงานเทศกาลมีของกินอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ยังมีพวกร้านยิงธนูให้เล่นชิงรางวัลสนุกๆ..อีกตั้งหลายร้าน”
ลี่ลี่กล่าวจบเจียอี้ถึงกับตาสว่างเนื่องจากเขาคาดคิดไม่ถึงว่านาง้าไปเล่นสนุกในร้านเ่าั้ ไม่เคยคิดแม้แต่น้อย
“โอ้ว! พี่ลี่อยากเล่น งั้นเราก็ไปเล่นกันเถอะ เล่นจนกว่างานเทศกาลประจำปีจะจบลงไปเลย”
ว่าแล้วเจียอี้ก็จูงมือลี่ลี่พานางตรงไปยังร้านยิงธนูทันที ระหว่างพานางตรงไปร้านยิงธนู นางเผยใบหน้าตื่นเต้นเปี่ยมสุขแบบเดียวกับพวกเด็กที่อยู่ในงานเทศกาลประจำปี
ณ ร้านยิงธนู
เมื่อมาถึงหน้าร้าน เจียอี้เดินไปจ่ายเงินกับคนดูแลจากนั้นฟังคำอธิบายถึงวิธีได้รับของรางวัล ก่อนหยิบธนูหนึ่งคันกับลูกศรอีกสามดอกมา
“ลูกค้า้าให้ช่วยแนะนำวิธียิงธนู...”
“ไม่จำเป็” เจียอี้ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพโดยไม่รอให้คนดูแลกล่าวจบ ก่อนเดินกลับไปหาลี่ลี่ เพื่ออธิบายวิธีได้รับของรางวัล
“เ้ามาแล้ว” ลี่ลี่มองธนูในมือเจียอี้ตาเป็ประกายนางเผยความตื่นเต้นดีใจอย่างไม่ปิดบัง แต่ก่อนนางจะได้เอื้อมมือจับธนูในมือเจียอี้เจียอี้ถือโอกาสกล่าวขึ้น
“ก่อนยิงธนูข้าขออธิบายกฎสั้นๆให้พี่ลี่ฟังก่อน..เริ่มจากเป้าธนูที่เป็หุ่นไม้ตรงนู้น”เจียอี้ชี้ไปยังหุ่นไม้เรียงรายที่อยู่ไปไกลกว่าห้าสิบเมตร แล้วอธิบายต่อ
“พี่ลี่ต้องเลือกยืนในลู่ทางตรงกับหุ่นตัวที่พี่จะยิงลูกศรใส่ยิงโดนหัวหุ่นไม้ถึงจะได้รางวัล โดนหัวหนึ่งดอกได้ตุ๊กตาผ้าตัวเล็ก โดนหัวสองดอกได้ตุ๊กตาผ้าขนาดกลางโดนหัวสามดอกได้เลือกว่าจะเอาตุ๊กตาผ้าขนาดใหญ่ หรือเลือกของในร้านได้หนึ่งชิ้น”
เจียอี้กล่าวจบ ลี่ลี่จึงถามขึ้น
“สรุปว่ายิงให้โดนหัวหุ่นไม้ครบสามดอกจะเลือกอะไรก็ได้”
“ตามนั้นพี่ลี่แต่พี่ยิงธนูเป็รึเปล่า?” เจียอี้ตั้งคำถาม ลี่ลี่ถึงกับยืนนิ่งเพราะมันเป็ความจริงว่านางยิงธนูไม่เป็
“ข้ายิงไม่เป็แล้วเ้าเล่า ยิงธนูเป็ไหม” ลี่ลี่ถามเจียอี้ เจียอี้จึงแสร้งอมยิ้มไม่ตอบเพียงแต่เขาหยิบธนูกับลูกศรหนึ่งดอกมาจากมือลี่ลี่ แล้วเดินไปยังลู่ว่าง
“คอยดูให้ดีพี่ลี่”เจียอี้กล่าวสั้นๆ ก่อนใช้มือซ้ายจับโก่งคันธนู มือขวาจับลูกศรใส่สายธนูขณะเดียวกันขาทั้งสองยังตั้งฉาก ก่อนง้างสายธนูพลางใช้สายตาเล็งไปยังหัวหุ่นไม้
ฟิ้ว!
เสียงลูกศรแหวกอากาศหลังเจียอี้ปล่อยสายธนู ลูกศรที่ถูกปล่อยไปพุ่งเข้าหัวหุ่นไม้ในเวลาไม่กี่อึดใจ
“ว้าวเ้าไปเรียนวิธียิงธนูมาจากไหน!” ลี่ลี่ตกตะลึง เพราะการยิงธนูของเจียอี้สร้างความประหลาดใจให้ลี่ลี่ไม่น้อยขนาดรอบข้างคนยิ่งเข้าเป้ายังแทบไม่มีสักคน
“ข้าพอมีวิชาติดตัวนิดหน่อยถ้าพี่ลี่้าข้าสอนให้พี่ลี่ได้นะ” เจียอี้กล่าวอย่างใจกว้าง เพราะว่าการยิงธนูเป็ความสามารถที่ได้รับมาจากความทรงจำหลิงฮุ่ยถึงใช้ได้ไม่ชำนาญเท่าไหร่ การถ่ายทอดให้ลี่ลี่ก็เป็เื่สมควร
“สอนให้ข้าข้าต้องยิงด้วยตัวเอง” ลี่ลี่เดินเข้ามาหาเจียอี้ เจียอี้จึงส่งคันธนูให้นางไป
“การยิงธนูไม่ใช่เื่ยากมีข้าช่วยสอนพี่ลี่ย่อมทำได้” ว่าแล้วเจียอี้ก็ให้ลี่ลี่มายืนแทนที่เขา แล้วเริ่มจัดท่วงท่ายิงธนูให้ลี่ลี่เหมือนที่เขาทำไปเมื่อครู่
“ยอดเยี่ยมพี่ลี่ เหลือแค่พี่ง้างสายธนู..เล็งไปที่หัวหุ่นไม้และใช้ความรู้สึกปล่อยลูกธนูออกไป” เจียอี้แนะนำลี่ลี่อยู่ด้านหลัง เฝ้ามองลี่ลี่ว่านางจะยิงถูกหัวหุ่นไม้หรือไม่
ฟิ้ว!
ศรดอกแรกถูกลี่ลี่ปล่อยไปไม่นานเสียง ฟิ้ว! ของศรดอกที่สองก็ถูกนางปล่อยต่อสิ่งที่เจียอี้เห็นต่อจากนี้เขาต้องนิ่งค้างไป เป็เพราะลูกศรดอกแรกของลี่ลี่ปักลงใกล้จุดเดียวกับเขา ส่วนลูกศรดอกที่สองนั้นแยกศรดอกแรกเป็สองส่วน มิหนำซ้ำยังทะลวงหัวหุ่นไม้เป็รูเกิดเสียงดังลั่น..ดึงดูดความสนใจให้ผู้คนหันมามอง