สามวันหลังจากที่โบสถ์แห่งฟัลเนียรับฉันเข้ามาดูแล โดยที่ไม่มีใครถูกส่งมาดูฉันต่อเลย... ฉันก็ทำได้แค่ไล่ถามนักบวชที่เดินผ่านไปมา ว่าสิ่งต่างๆ อยู่ที่ไหน เพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนของคุณเทียที่ดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา
ไหนจะเสื้อผ้าที่ต้องซัก หรือแม้แต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน—ทุกอย่างล้วนต้องใช้ร่วมกับคนอื่น แม้แต่อาหารก็ยังต้องรอทานพร้อมกัน โชคดีที่มีนักบวชหญิงขี้กลัวที่พูดติดขัดคนนั้นคอยแนะนำ จนฉันพอจะรู้แล้วว่าจะใช้ชีวิตที่นี่ยังไง
จะมีก็แต่...เสียงของเธอคนนั้น
ไม่—ไม่—ไม่! มันจะเป็แบบนี้ได้ยังไง...ทำไมกัน ทั้งที่ผ่านมาตั้งสามวันแล้ว ทำไมฉันยังได้ยินเสียงของเธอคนนั้นอยู่อีก!
ไม่…ม-มีเสียงอยู่ในหัวของฉันจริงๆ งั้นเหรอ? ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม?
'ยอมรับสักทีได้แล้วน่า ว่าเธอได้ยินเสียงของฉัน'
จะให้ยอมรับเื่ประหลาดแบบนี้ได้ยังไงกัน
"ห-หนวกหู! ธ-เธอเป็ใคร... เป็ตัวอะไร? ออกไปจากหัวของฉันได้แล้ว!"
‘...ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน พวกเราคงโดนมอนสเตอร์พวกนั้นขยํ้าไปแล้ว‘
ห-หรือว่าฉันควรบอกคนอื่นดี!
'ทุกคนจะคิดว่าเธอแค่สติไม่ดี หรือไม่ก็เป็ผลข้างเคียงจากที่เธอจำอะไรไม่ได้—ก็แค่นั้น... ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเธอได้ยินเสียงของฉัน'
"หยุดอ่านความคิดของฉันได้แล้ว!"
'ก็บอกไปแล้วแต่แรก ว่าไม่ว่าเธอจะคิดอะไร ฉันก็ได้ยินตลอดไง...'
"หนวกหู!"
ตลอดสามวันที่ผ่านมา ฉันต้องทนฟังเสียงของเธอคนนี้อยู่ตลอด แถมยังต้องคอยแยกให้ได้ว่าอะไรคือเสียงจริงที่ได้ยินและอะไรคือเสียงของเธอที่ดังขึ้นในหัวของฉัน
ส่วนทางโบสถ์… คงยังไม่ลืมฉันนะ—ใช่ไหมเนี่ย
แม้แต่ท่านทิสนา—ชื่อที่คุณเทียเอ่ยถึงก่อนหน้านี้—ก็ยังหาเธอคนนั้นไม่เจอเสียที ไม่รู้ว่าเธอก็ลืมฉันไปแล้วอีกคนหรือเปล่า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำเอาฉันสะดุ้ง ห-หวังว่าคนๆ นั้นจะไม่ได้ยินฉันพูดคนเดียวในห้องนะ…
‘มีคนเคาะประตูน่ะ’
ร-รู้แล้วน่า!
“ค-ค-คุณเรย์เน่ นี่เนเรเองค่ะ พ-พอดีว่า… เอ่อ—สะดวกคุยไหมคะ?”
เสียงของเนเร—นักบวชหญิงขี้กลัวที่คอยช่วยฉันมาตลอดสามวัน—ดังมาจากหน้าประตู
ธ-เธอต้องได้ยินฉันพึมพำคนเดียวในห้องแน่ๆ เลย!
‘คิดมากน่า ตอบๆ เธอไปได้แล้ว’
ฉันรีบเดินไปเปิดประตูหาเธอ
“อ-อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเนเร มีเื่อะไรเหรอคะ?”
“ท่านทิสนาให้ฉันมาตามคุณเรย์เน่ ให้ไปหาเธอค่ะ”
"เอ๊ะ—!? ฉันไม่ได้โดนลืมเหรอคะเนี่ย"
“ต-ต-ต้องขออภัยในความล่าช้านี้ด้วยค่ะคุณเรย์เน่ พอดีว่าก่อนหน้านี้ท่าน... ติดธุระข้างนอกค่ะ”
นึกว่าจะโดนลืมทิ้งไว้คนเดียวซะแล้ว แต่ในที่สุดก็มีอะไรคืบหน้าสักที
‘แต่ว่า… เธอน่ะลืมฉันไปแล้วหรือเปล่า?’
เงียบไปเลย!
'เพราะฉันช่วยเธอ—ฉันเลยหมดสติไปหนึ่งวันเลยน่ะ!'
ไม่—ไม่—ไม่! อย่าเพิ่งว่อกแว่กสิ ตัวฉัน… นั่นมันแค่เสียงในหัว
‘ว่ายังไงน่ะ!’
กลับมาเื่ตรงหน้าต่อ ในวันแรกๆ ฉันเผลอขึ้นไปสำรวจชั้นบนของโบสถ์ จนโดนยามที่นั่นไล่ลงมา แต่วันนี้ฉันเดินไปกับคุณเนเร—ท่านทิสนาคงบอกยามชั้นบนไว้แล้วละมั้ง เลยไม่โดนไล่กลับไป
ชั้นบนของโบสถ์ประดับไปด้วยไม้ดอกมากกว่าชั้นแรกเสียอีก ทำให้กลิ่นค่อนข้าง...อบอวลเกินไปสำหรับฉัน ที่จมูกดีกว่าคนอื่น
"ท-ท-ท่านทิสนาค่ะ เนเรพาท่านเรย์เน่มาแล้วค่ะ!"
พวกเรามาหยุดที่ห้องห้องหนึ่ง บานประตูสลักป้ายชื่อที่สวยงามเป็ภาษาปาซิออนโนว่า 'หัวหน้าผู้คุ้มกัน'
"เชิญเข้ามาเลยค่ะ"
เสียงนิ่งเรียบดังออกมาจากด้านใน ก่อนที่คุณเนเรจะเปิดประตูและปล่อยให้ฉันเข้าไปคนเดียว
ภายในเป็ห้องทำงานที่กว้างมากๆ ของทุกอย่างถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย มีอีเรียนักบวชหญิงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอแต่งตัวดู…หรูหรา ไม่สิ—แบบว่า…มีสง่าราศีกว่านักบวชคนอื่นๆ มาก หนวดปลาหมึกด้านหลังของเธอขยับไหวไปมา ส่วนอีกคน—
"ก-กิ้งก่า..."
"ดราโดเนียค่ะ..."
เสียงเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้น ผู้ที่นั่งเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานก็คือดราโดเนียผมสีฟ้า—คนที่ฉันเดินชนเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน
“อุ๊ย ฮะฮะฮะ—แหม แหม เจอกันครั้งแรกทิสนาก็โดนเ้าตัวเล็กเรียกว่ากิ้งก่าเสียแล้วเหรอจ๊ะ~”
"อะแฮ่ม... กรุณาสำรวมตัวด้วยค่ะ ท่านฟัลเนีย"
นักบวชที่มีหนวดปลาหมึกด้านหลังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ในขณะที่คุณทิสนาแค่กระแอมเบาๆ
ผ-เผลอลืมตัวอีกแล้ว... ไม่คิดเลยว่าท่านทิสนาที่ว่า ก็คือคนที่ฉันเดินชนไปก่อนหน้า ซ้ำยังเผลอไปเรียกเธอว่ากิ้งก่าอีก!
“ข-ข-ขอโทษอีกครั้งด้วยค่ะ!”
คำขอโทษหลุดออกไปพร้อมกับร่างที่ก้มลงอย่างลนลาน
“ล-แล้วก็… เอ่อ คือว่า—สวัสดีค่ะ ฉันคือเรย์—”
"เรย์เน่ วานาแกน ใช่ไหมล่ะจ๊ะเ้าตัวเล็ก~ พวกหนูๆ ที่กองอัศวินเล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะจ๊ะ"
นักบวชที่มีหนวดปลาหมึกแทรกขึ้นมาทันที
"ท่านฟัลเนีย กรุณาอย่าพูดแทรกและช่วยสำรวมตัวด้วยค่ะ… เฮ้อ—"
ทิสนาถอนหายใจออกมา
"ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการนะคะ ฉันชื่อทิสนา เป็ดราโกเนียเผ่าัน้ำ อีกทั้งยังเป็หัวหน้าผู้คุ้มกันของทางโบสถ์ และผู้คุ้มกันส่วนตัวของมารดาศักดิ์สิทธิ์ค่ะ ส่วนท่านนี้คือ—"
"ฟลอรีน ฟัลเนีย อาบีซานจ๊ะ~"
คุณทิสนากับคุณฟัลเนียสินะ… ว่าแต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นกลิ่นของคุณฟัลเนียจังเลย…
“ชื่อยาวจังค่ะ”
“เรียกแค่ฟัลเนียก็พอแล้วนะจ๊ะ เ้าตัวเล็ก~”
“ท่านฟัลเนีย…”
สายตาเ็าของคุณทิสนาจ้องไปที่คุณฟัลเนียตรงๆ—น่ากลัว…
“อุ๊ยตาย~”
ดูยังไงคุณฟัลเนียก็ไม่มีทางสำนึกสักนิด…
“ท่านผู้นี้มีตำแหน่งเป็มารดาศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฟัลนัสค่ะ กรุณาสำรวมเวลาคุยกับท่านด้วยนะคะ คุณเรย์เน่”
“เอ๊ะ—คะ?”
เพราะอยู่ๆ ถูกคุณทิสนาเรียก เลยเผลอร้องเสียงหลงออกไป
แล้วทำไมชื่อตำแหน่งของเธอมันถึงยาวขนาดนั้นกัน… แล้วมันสำคัญถึงขั้นไหนกันเนี่ย?
“ทิสนา! ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นกับเด็กคนนี้เลย หนูเทียก็เล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอว่าเด็กคนนี้จำอะไรไม่ได้น่ะ”
“ก็จริงอย่างที่ท่านพูดนะคะ… เฮ้อ—”
คุณทิสนาแสดงสีหน้ายอมแพ้ออกมาแล้ว! นึกว่าเธอจะไม่แสดงสีหน้าอะไรเลยซะอีก…
“ว-ว่าแต่ว่า… คือตำแหน่งนี้มันใหญ่แค่ไหนเหรอคะ?”
“ไม่ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นหรอกจ้ะ เ้าตัว—”
“—ผู้ปกครองเมืองค่ะ เมืองของพวกเรามีพระมารดาศักดิ์สิทธิ์เป็ผู้ปกครองเมืองนี้ค่ะ”
ไม่ทันที่คุณฟัลเนียจะพูดจบ คุณทิสนาก็แทรกขึ้นมาพร้อมข้อมูลที่น่าใจนตัวฉันเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองพยายามหาคำพูดออกมาเพื่อไม่ให้เธอขุ่นเคือง
“เอ๊—เอ๊ะ! คุณ—ท่านฟัลเนีย ป-เป็ผู้ปกครองเมืองเลยเหรอคะ!?”
“แหมๆ~ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้เ้าตัวเล็ก~ เราๆ ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว~ ไม่ต้องเรียก ท่าน หรอกน่า”
“ท่านฟัลเนีย…”
คุณทิสนาส่งสายตาเ็าไปทางคุณฟัลเนีย
“เรียกตอนอยู่ต่อหน้าทุกคนก็ได้จ้ะ อา~ ทิสนานี่อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นสิ~”
เราเคยเจอกันมาก่อนด้วยเหรอ…?
“ค-คุ้นหน้าเหรอคะ?”
ฉันพยายามนึกว่าตอนไหน จนหัวเอียงไปตามความสงสัยโดยไม่รู้ตัว
“แหมๆ ตอนนั้นเ้าตัวเล็กเล่นเสื้อผ้าโชกเืขนาดนั้น แถมยังเป็คนบอกทิสนาว่าฉันหนีไปทางไหนอีกนี่นา~ จำได้รึยังเอ๋ย?”
“อืม—”
‘เอ๊… เคยเจอกันด้วยเหรอเนี่ย? ตอนที่ฉันหลับอยู่เหรอ?’
เงียบๆ น่า! ฉันกำลังคิดอยู่ อย่ามาขัดจังหวะกันสิ!
เคยเจอและบอกคุณทิสนาว่าคุณฟัลเนียไปไหนเมื่อไหร่กัน—
“—อ๊ะ! คะ-คนที่มีกลิ่นคาวๆ ตอนนั้นคือคุณฟัลเนียเองเหรอคะ!?”
"ก-กลิ่นคาว.... "
คุณฟัลเนียทำสีหน้าสลดลงทันทีหลังได้ยินฉันทักเื่กลิ่นของเธออีกครั้ง
“น-นี่ทิสนา… อีเรียเผ่าสคิลล่าอย่างฉันมีกลิ่นตัวแรงขนาดนั้นเลยเหรอ…”
“ขอไม่ออกความเห็นค่ะ...”
หลังจากที่นั่งตอบคำถามต่างๆ จากคุณทิสนาจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้ม บ่งบอกว่าฉันนั่งอยู่ในห้องนี้มาทั้งวันแล้ว—ในที่สุดเธอก็หยุดถามสักที ไม่รู้ว่าทำไมคุณฟอเซียร์กับคุณเทียถึงไม่เล่าอะไรให้พวกเธอฟังก่อนเลยเนี่ย… คุณฟัลเนียเองก็นั่งฟังไป ยิ้มไปตลอดเวลาอีกต่างหาก
‘พวกเธอคงแค่อยากจะยืนยันเื่ราวของเธออีกทีละมั้ง’
“ใครถามเธอกันห้ะ…”
“หืม?”
“อ่ะ! ป-เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ!”
ก-เกือบไปแล้ว!
โชคดีที่คุณทิสนาไม่ได้ยิน… หยุดพูดในหัวฉันได้แล้ว! ฉันเผลอพูดหลุดออกไปเพราะเธอเลยนะ!
‘ความผิดเธอเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน?’
น่ารำคาญจริงๆ … เมินเธอไปดีกว่า
“ว่ายังไงบ้างจ๊ะทิสนา~ ปล่อยเ้าตัวเล็กไปได้แล้วหรือยัง?”
“ค่ะท่านฟัลเนีย ข้อมูลที่ได้จากกองอัศวินก็ตรงกันทั้งหมดค่ะ ให้เธอพักที่นี่ได้ตามที่ท่านเห็นสมควรเลยค่ะ”
คุณทิสนาพูดพลางกวาดตามองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะวางพวกมันลงแล้วหันกลับมามองฉัน
“อย่างที่ได้ยินค่ะ คุณเรย์เน่สามารถอยู่กับโบสถ์ของพวกเราได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และถ้ามีการตอบกลับเกี่ยวกับเื่ของคุณเรย์ ทางพวกเราจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ”
“ค-ค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะ”
พูดเหมือนกับที่คุณฟอเซียร์พูดเลย… คงทำได้แค่รอเวลาอย่างเดียวสินะ
นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย… ชักจะเริ่มหิวขึ้นมาแล้วสิ แถมสุดท้ายก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย แค่มาเจอพวกเธอสองคนเพื่อยืนยันตัวเองก็เท่านั้น… เห้อ—
“อีกเดี๋ยวก็จะเป็่อาหารเย็นแล้วสินะ เชิญตามสบายได้เลยนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ ท่านฟัลเนียก็ด้วยค่ะ กรุณากลับไปทำงานของท่านต่อด้วย”
“แหมๆ ~ นี่ก็เป็งานของฉันไม่ใช่เหรอจ๊ะ~”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วก็…ขอรบกวนจนกว่าเื่นี้จะจบด้วยค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
พูดจบ ก็รีบออกจากห้องทันที มุ่งหน้าไปยังห้องอาหารโดยไม่หยุดคิด
โครกกก…
“โอ้ย— ถ้ารู้ว่าจะนานขนาดนี้ รีบตื่นไปกินข้าวเช้ายังจะดีกว่า…”
พอไม่มีวิเวียร์หรือคุณอลิเซียคอยปลุกตอนเช้า ฉันก็ตื่นสายมาตลอดสามวันนี้ แถมยังรู้สึกเพลียๆ อีกต่างหาก ทั้งที่ทุกคืนก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากอ่านหนังสือที่ยืมเขามาเองแท้ๆ…
‘…ร่างกายกับจิตใจของเธอนี่มันอ่อนแอเองหรือเปล่า? อย่าคิดมากน่า—’
“เงียบ ๆ ไปเลยเธอน่ะ!”
แทนที่จะต้องมาฟังเสียงจิกกัดของเธอคนนี้… กลับรู้สึกอยากได้ยินเสียงแซวของวิเวียร์ที่คอยพูดไม่หยุดเหมือนก่อนหน้านี้ซะแล้วสิ…
‘ฉันได้ยินที่เธอคิดน่ะ!’
“หนวกหูน่า!”
ช่างเธอไปก็แล้วกัน ขอรีบไปกินข้าวเย็นก่อนที่ท้องจะร้องดังไปมากกว่านี้ดีกว่า
ภายในห้องทำงานของทิสนา
ทั้งทิสนาและฟลอรีน ฟัลเนีย อาบีซาน กำลังนั่งคุยกันอยู่เพียงสองคนหลังจากที่เรย์เน่เดินออกไปแล้ว
“ทิสนานี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย ปล่อยให้เ้าตัวเล็กไม่ได้พัก แถมยังนั่งท้องร้องอยู่เป็ชั่วโมงแบบนั้น มันดูแย่นะในฐานะผู้คุ้มกันส่วนตัวของฉันน่ะจ๊ะ~”
“ไม่ได้ค่ะท่านฟัลเนีย ยังไงดิฉันก็จำเป็ต้องตรวจสอบทุกคนที่เข้ามาพักอาศัยในโบสถ์แห่งนี้ค่ะ”
“แล้วเป็ยังไงบ้างล่ะจ๊ะ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเ้าตัวเล็กน่ะเป็เด็กดี”
“ค่ะ… เป็อย่างที่ท่านบอก แต่ไม่ว่ายังไงดิฉันก็จำเป็ต้องยืนยันด้วยตัวเองอีกทีค่ะ…”
ทิสนาเงียบไปครู่หนึ่งด้วยความลังเล ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“…ว่าแต่ท่านมั่นใจได้อย่างไรเหรอคะ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีพิษภัยต่อเมืองของเรา?”
คราวนี้เป็ฟัลเนียเองที่เงียบไป เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รยางค์หนวดคอยรองรับท่าพิงนั้นไว้ สายตาเลื่อนออกไปนอกหน้าต่าง
"ท่านฟัลเนีย...?"
“เมื่อก่อนตอนฉันยังเป็แค่นักบวชธรรมดานะจ้ะ ฉันเคยเจอกับอีเรียหมาป่าชายคนหนึ่งที่เดินทางมายังเมืองนี้ แล้วหนูเรย์เน่ก็มีกลิ่นอายที่คล้ายกับเขาคนนั้นด้วย—”
เปื่อยหายไปหลายสัปดาห์หลังจากไปยืนบูทที่ Gamescom asia x Thailand Game Show 2025 และพอจบก็กลับมาเจอทำเกมแจมในงาน Thailand Horror Jam 2025 ต่ออีกห้าวัน แต่ว่าก็ผ่านไปได้ด้วยดีทั้งสองงานล่ะจ้า เอาของแถมกลับมาฝากด้วย...
ขอฝากเกมที่ทำตอน่เกมแจมด้วย มีชื่อว่า SIGN-IN ที่ใช้เวลาทำไปสองวันครึ่ง (งานเดียวแต่ทำไปสองเกม อีกเกมไม่Tie-Inเลยไม่แชร์ละกัน
เกมนี้เป็เกมที่ต้อง Sign-in เข้าคอมของสาวหมาป่าคนหนึ่งโดยไม่ให้เธอจับได้ในออฟฟิศของเธอ สามารถไปลองเล่นได้ที่นี่เลย!
https://lycia416.itch.io/sign-in
เกมนี้ที่ Tie-in กับนิยายแบบห่างๆ อยู่ด้วยนะ! กะจะเอาไปทำต่อแล้ววางขายบนSteamอีกทีในปีหน้าด้วยถ้าเกมปัจจุบันเสร็จแล้วละน่ะ
นี่คือมาสคอตของเกม อนาสตาเซีย ทซ์ยาธรา ฟอร์เซ็นดีโอ ซึ่งเป็ลูกหลานเหลนโหลนของหนู เรย์เน่ ของพวกเราในอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้า วาดโดย Artist ในทีมที่ทำเกมด้วยกัน

