เมื่อจับสลากเสร็จฉินหยางได้ขึ้นเป็คนแรก เค้าขึ้นไปบนลานประลองมีชายคนหนึ่งกำลังยืนรออยู่ เมื่อเค้ารู้ว่าเป็ฉินหยางเค้ายิ้มอย่างข่มขื่นก่อนจะขอยอมแพ้ไป ฉินหยางไม่ได้ทำไรก็ผ่านได้อย่างสบายเค้าลงไปยืนข้างจ้าวเฟิงล่ะกู่เฉิน ต่อไปถึงตากู๋เฉิน เค้าได้ประลองไปสักพักก่อนจะชนะ ไม่ใช้จบการต่อสู้ไม่ได้เค้าแค่ไม่อยากเปิดเผยพลังออกมาเยาะมากนัก เมื่อผ่านไปก็ถึงตาจ้าวเฟิง คู่ต่อสู้ของเค้าไปสตรีสวย ร่างกายเต็มไปด้วยเสน่ห์ นางส่งสายตาเย้ายวนไปที่จ้าวเฟิง เมื่อเริ่มการต่อสู้ นางยังทำสายตามีเสน่ห์ใส่จ้าวเฟิงอยู่
"พี่จ้าว.ท่านช้วยอ่อนโยนต่อข้าหน่อยน่ะ"
นางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน จ้าวเฟิงเกาหัวยิ้มอย่างเขินอาย เมื่อนางคิดว่าเค้าตกหลุมนางแล้ว แต่จ้าวเฟิงได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะซัดหน้าไปทึ่หน้า นางยังไม่ได้ตั้งตัวก็ล่อยกระเด็นออกไป ทั้งลานเงียบกริบ เมื่อผู้าุโที่ดูอยู่ถึงกับมุมตากระตุก แม้แต่ฉินหยางล่ะกู่เฉินก็พูดไม่ออก
"เ้านี้คงโสดไม่ตลอดชีวิตแต่"
ฉินหยางอดพูดไม่ได้ กู่เฉินที่อยู่ข้างไปก็พยักหน้าเห็นด้วย เมื่อจ้าวเฟิงลงมาก็มีสายตาไม่เป็มิตรมากมายมองมาที่เค้า จ้าวเฟิงสงสัยเค้าทำไรผิดทั้งที่เค้าก็อ่อนข้อให้โดยไม่นำขวานออกมา เหมือนกู่เฉินกับฉินหยางจะเข้าใจสีหน้าของจ้าวเฟิงมุมปากอดกระตุกไม้ได้ เมื่อการแข่งขันรอบต่อไปพวกเค้าก็ผ่านเช่นกัน จนมาถึงรอบทายฉินหยางได้เจอกับกู่เฉิน พวกเค้ามองหน้ากันมีจิติญญาการต่อสู้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลานประลองเงียบขึ้นมา พวกเค้ากำลังตื่นเต้นในที่สุดปีศาจสองตัวก็ได้พบกัน มีาุโอันดับสูงค่อยเฝ้าดูเช่นกัน
"เ้าพร้อมยังกู่เฉิน"
"ข้าพร้อมแล้วเ้าเตรียมตัวแพ้รึยัง"
"เ้ารึข้าที่จะแพ้ก็ไม่แน่"
เมื่อพวกเค้าพูดเสร็จก็เตรียมตัว เมื่อประกาศเริ่มแล้ว กู่เฉินได้เป็คนเริ่มก่อน เค้าได้สร้างเปลวไฟพุ่งไปที่ฉินหยาง ฉินหยางได้สร้างไว้ป้องกันก่อนจะพุ่งไปแทงที่กู่เฉิน กู่เฉินได้สร้างไฟขนาดใหญ่กันไว้ แต่เมื่อเค้าป้องกันยังไม่เสร็จฉินหยางได้มาอยู่ข้างหลังเค้าด้วยความเร็วสูงก่อนจะต่อยไปที่หลัง กู่เฉินก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเค้าได้ฟาดฝ่ามือกลับหลังไป
"ตู้บ.!!"
เมื่อหมัดล่ะฝ่ามือปะทะกัน เสียงดังสนั่นฝุ่นเต็มไปทั่ว เมื่อกู่เฉินกระเด็นออกมาจากฝุ่นเค้าได้นำหอกออกมาก่อนจะแทงไปข้างหน้า ฉินหยางได้พุ่งออกมาแล้วชักดาบล่ะฟันอย่างรวดเร็ว เสียงดาบกับหอกปะทะกัน เค้าต่อสู้ไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้มีใครเสียเปรียบ ฉินหยางได้ะโถอยหลังออกมาก่อนจะลงถึงพื้น เค้าใช้วิชาผ่าพิภพฟัดไปที่ฉินหยาง ปลาณดาบไปพุ่งไปที่กู่เฉิน กู่เฉินก็ไม่น้อยหน้าเค้าได้เอาไฟวิเศษเข้าไปในหอกก่อนจะแทงออก
"หอกทะลวงเพลิง"
กู่เฉินได้ะโออกมา เมื่อวิชาทั้งสองปะทะกันแรงะเิทำให้ลานประลองที่สร้างด้วยหินวิเศษแตกกระจาย การปะทะครั้งนี้ทำให้เวทีพังทลายแต้พวกเค้าไม่อยู่พวกเค้าได้ปะทะกันหลายรอบ เมื่อพวกเค้าคิดว่าถ้าสู้ต่อไปคงไม่มีผู้ชนะแน่ พวกเค้าจึงตัดสินใจใช้ท่าไม้ตาย ฉินหยางกำลังใช้ วิชาตัด์ชั้นต้นที่บรรลุแต่พึ่งใช้ได้แค่ครั้งเดียว แต่เค้ากำลังจะใช้กับกู่เฉิน เค้ารู้ว่าตัวเอกนั้นไม่ตายแล้ว กู่เฉินก็ได้เตรียมใช้วิชาของเค้าเช่นกัน เค้าใช้หอกเป็ศรเปลวไฟเป็ธนู กู่เฉินได้ดึงเปลวไฟล้อมรอบหอกไว ฉินหยางได้นำดาบใวข้างๆ ก่อนจะอัดพลังใส่เข้าไปทำให้เกิดแรงอัดจนเป็บางๆ เมื่อพวกเค้ากำลังจะปล่อยก็มีชายคนหนึ่งตกลงมาจากฟ้า เข้ามาขวางพวกเค้าใว
"พวกเ้าทั้งสองคิดจะทำลายลานประลองนี้ทั่งหมดเลยใช้รึไม่"
เสียงอันหนักแน่นที่ทรงพลังดังออกมาจากชายคนนั้น เมื่อทั้งสองได้ยินก็ตกตะลึงก่อนจะมองไปรอบๆ เค้าเห็นเศษหินแตกมากมาย พวกเค้าถึงกับพูดไม่ออก พวกเค้าติดกับการต่อสู้มากเกินไปจนลืมตัวไป
"พวกข้าไม่ได้ตั้งใจท่านอย่าได้ถือสาเลย"
ฉินหยางตอบอย่างเขินอาย กู่เฉินก็เงียบเช่นกันเค้าเผลอติดกับการต่อสู้ไปหน่อย เมื่อชายคนนั้นเห็นทั้งสองก็ถึงกับปวดหัว แต่ในใจก็มีความสุขเช่นกันยังไงพวกเค้าก็เป็ศิษย์สำนักของเค้า าุโหลี่ รีบลงมาอย่างรวดเร็วก็จะโค้งคำนับที่ชายคนนั้น
"ข้าขอคารวะท่านประมุข"
เมื่อคนอื่นได้ยินถึงกับตะลึง นี้คือประมูขนิกายเมฆครามสวีสิง นานนี้ดังไปทั่วหล้า แต่พวกฉินหยางไม่รู้ ฉินหยางถึงจะได้ความจำร่างเก่าแต่ก็ไม่มีขื่อนี้ ส่วนกู่เฉินเค้าสนใจแต่การบ่มเพาะเลยไม่ได้สนใจ ส่วนจ้าวเฟิงเค้าก็แค่ข้ารับใช้จะไปรู้ได้ไง เมื่อสวีสิงได้ยินศิษย์รอบๆ ชื่นชมเค้าก็อดลำพองใจไม่ได้ แต่เมื่อเหลือบไปมองพวกฉินหยางมุมปากก็กระตุก
"เอาล่ะ. การแข่งขันครั้งนี้ได้จบลงแล้ว"
ประมุขสำนักกล่าวปิดงานอย่างรวดเร็ว กู่เฉินกันฉินหยางได้ที่หนึ่งคู่กันส่วนจ้าวเฟิงได้ที่สองที่สามคือหลู่ิ พวกเค้าได้สิทธิ์เข้าแดนลับหอฝึกฝน ที่หนึ่งได้เม็ดยาเปลี่ยนกระดูกแต่กู่เฉินไม่ค่อยได้สนใจยังไงเค้าก็เคยกินแล้วยังไงก็กินได้แค่เม็ดเดียวก็คนเม็ดที่สองไม่ได้ช่วยไรมาก เค้าจึงมอบให้จ้าวเฟิง ที่สองได้เม็ดยาสายฟ้าเหมาะสำหรับผู้ฝึกกาย ที่สามได้อาวุธฟ้าขั้นสูงสุด เมื่อประกาศเสร็จาุโหลี่กำลังจะปิดงาน
"ช้าก่อน.. ข้าคิดว่าสองคนนี่ควรจะเข้าเป็ศิษย์หลักจะเหมาะสมกว่าเป็ศิษย์สายใน"
จูๆ ก็มีเสียงแก่ชราออกมา มีชายชราผู้นึงฉีดมิติมายืนข้างหลังเ้าสำนัก ท่านาุโหยางมันจะไม่เป็การฝ่าฝืนกฎงั้นหรอ ชายชรายังไม่ตอบก็มีเสียงอันดังสนั่นพูดออกมา
"ฮ่าๆ .ท่านเ้าสำนักข้าคิดว่าอัฉริยะก็ต้องมีสิทธิ์ของอัฉริยะ"
มีชายคนหนึ่งลงมามีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ ตัวใหญ่สูง เปลือยท่อนบน
"าุโหลิงเ้าคิดจะมาแย่งทั้งสองคนกับข้างั้นหรอ"
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ข้าไม่ได้มาแย่งกับเ้า พวกเ้าก็รู้ดีูเาสายฟ้าของข้าเป็สายเพาะกาย "
าุโหลิงมองไปที่จ้าวเฟิง ข้า้าเขา าุโหลิวชี้ไปที่จ้าวเฟิง าุโหยางกับเ้าสำนักมองไปที่จ้าวเฟิง ก็ไม่แปลกใจร่างกายแบบนี้เหมาะกับูเาสายฟ้ามาก จ้าวเฟิงทำหน้ามึนงงไม่เข้าใจเค้ามองไปทางฉินหยา
งราวกับจะถามว่า พวกเค้ามองข้าทำไม ฉินหยางถึงกับพูดไม่ออกเ้าฝึกกายเหตุใดไม่ฝึกสมองมั่ง เค้าได้อธิบายจ้าวเฟิงฟัง