[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    114 ความปั่นป่วนและเลือดปีศาจ

    “อย่าดีกว่า”


    “ฮ่าๆๆ แกตัวคนเดียวมีพลังแค่ผสานวิญญาณคิดว่าจะทำอะไรพวกเราได้ เรามีทั้งระดับจารึกแล้วยังมีระดับผันแปรวิญญาณ  แกคงไม่….”


    ตึง!


    เข่าทั้งสองข้างของระดับจารึกพุ่งกระแทกพื้นจากแรงกดทับมหาศาล ตงฟางที่ใช้พลังจิตเลเวล 5 กดทับร่างพวกมันลงไปกับพื้น ทำให้ระดับผันแปรวิญญาณเกิดความกลัว


    “มีคนห้ามข้าใช้ทักษะมารกับผู้บริสุทธิ์ ครั้งนี้พวกแกอาจจะตื่นเต้นจนลืมตัว เอาเป็นว่าทางใครทางมัน ข้ามีเรื่องหลายอย่างต้องทำ ตอนนี้ยังเป็นโอกาสดีของพวกแก อย่าได้ตามมาอีก ถ้ามีครั้งที่สองข้าจะไม่ปล่อยพวกแกไป”


    ตงฟางข่มขู่คนนับร้อยก่อนที่เขาจะเปิดใช้พลังจิตบินออกไปจากห้อโถงด้วยความรวดเร็ว ปล่อยให้คนที่คิดจะปล้นเขายืนนิ่งเป็นตอไม้


    “ไปไหนกัน ทำไมไม่ลากันก่อน”


    ตงฟางบินไปตามทางเดินด้วยความรวดเร็ว ทุกเส้นทางที่เคยมีค่ายกลพวกมันล้วนแล้วถูกทำลายทิ้งทั้งหมด กลไกลับต่างๆพวกมันก็หายไปเช่นกัน ภายใต้การบินไปเรื่อยๆนี้เองนั้น ตงฟางไม่เข้าใจเลยว่าซูฮวาทำไมต้องหนีเขาไปด้วย

    เขาอยากปรับความเข้าใจกับเธอก่อน เรื่องที่อยู่ด้วยกันในโลงศพแม้พวกเขาจะถอดเสื้อเพื่อแนบชิดกัน พวกเขากลับยังไม่ได้ทำเรื่องเกินเลยระหว่างชายหญิง  


    ตงฟางจำได้ว่าในตอนที่สมองกำลังตกอยู่ภายใต้การกระตุ้นจนเกิดอารมณ์ เขาถูกหมัดสาวเข้ากลางใบหน้า แล้วก็ถูกตีใต้คางจนสลบไป ตอนตื่นเขาก็ตรวจช้างน้อยทุกซอกทุกมุมปรากฎว่ามันยังปกติดี ยังเป็นชายพรหมจรรย์ 100 % เขาจึงอยากจะพูดกับเธอให้ชัดเจน เรื่องระหว่างพวกเขาสองคน


    พรึ่บ~!


    ร่างของตงฟางพุ่งออกมาจากวิหารพลางมองจ้องไปรอบๆด้วยความตกใจตื่น ดูเหมือนว่าการสืบทอดทักษะปิดสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจของเขาจะทำให้พลังทั้งหมดของนิกายโบราณสลายหายไป ม่านพลังที่ป้องกันปีศาจเอาไว้ถูกทำลาย จนเกิดการต่อสู้


    ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีร่างของมนุษย์ตกตายเลยสักนิด มีเพียงแค่ปีศาจเท่านั้นที่ตกตาย แล้วยังเป็นปีศาจระดับราชาวิญญาณถึง 3 ที่เคยไล่ล่าเขาอีกด้วย


    “หมายความว่ายังไงกัน”


    ตงฟางพุ่งไปยังร่างของปีศาจระดับราชาทั้ง 3 ตัวพลางมองดูคนอื่นๆที่อยู่รอบๆ พวกเขากำลังเดินเก็บของจากศพปีศาจนับพันที่ตกตาย ภายใต้การฆ่าล้างปีศาจมากมาย สิ่งที่เขาเห็นเหมือนๆกันคือน้ำแข็งบนร่างของปีศาจทั้งหมดที่ตาย มันเป็นพลังเดียวกันกับของซูฮวา


    “คงยังไปไหนได้ไม่ไกล”


    ตงฟางหลับตาปลดปล่อยตาทิพย์ออกไปในระยะ 3 กิโลเมตรเพื่อตรวจหาหญิงสาวที่หนีเขาไป ปรากฎว่าเขาไม่เจอใครที่มีรูปร่างเหมือนเธอเลยสักคนเดียว


    “เป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อศพยังใหม่อยู่”


    แม้เลือดจากศพจะถูกแช่แข็ง ตงฟางกลับเห็นร่องรอยอื่นทิ้งเอาไว้บนศพ บอกว่ามันพึ่งถูกฆ่าตายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่หญิงสาวที่เป็นคนลงมือฆ่ากลับหายไปจากระยะตรวจจับทำให้เขารู้สึกไม่ดี เดิมทีพวกเขาต้องวิ่งหนีปีศาจระดับราชาวิญญาณ วันนี้ซูฮวากลับเป็นฝ่ายฆ่าพวกมันทั้ง 3 เขากลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหนัก จนมีใครพาตัวเธอไปข่มขืนในช่วงอ่อนแอ


    ควับ~!


    ใบหน้าของตงฟางหันจ้องไปยังกลุ่มคนที่กำลังพลิกศพปีศาจ บางคนเสียใจ บางคนแสดงท่าทางดีใจออกมาเมื่อพบเข้ากับแหวนเก็บของ ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงก้องในหัว จนหันมองไปยังทิศทางที่พวกเขาถูกเสียงชักจูงให้มองไป


    วิ๊ง~!


    ดวงตามากมายที่มองจ้องตงฟางเหม่อลอยกระทัน หลังจากพวกเขามองดวงตาของตงฟาง เขาที่ใช้พลังจิตสะกดคนนับร้อยก็เริ่มถามความจริงทันที


    “ใครเป็นคนฆ่าปีศาจพวกนี้”


    “หญิงสาวคนหนึ่ง” คนนับร้อยตอบพร้อมกัน


    “เธอสวมใส่ชุดสีฟ้าใช่ไหม”


    “ใช่ เธอปกปิดใบหน้า ” ทุกคนต่างพูดออกมาพร้อมกัน ตงฟางจึงรีบถามต่อ


    “แล้วเธอไปไหน บาดเจ็บไหม”


    “เราไม่รู้ว่าเธอไปไหน แต่เธอไม่ได้บาดเจ็บ เพียงแค่เสียพลังวิญญาณไปจำนวนมากเท่านั้น”


    คิ้วของตงฟางขมวดเข้าชนกันครั้งล่าสุดที่เจอซูฮวาเธอระดับพลังเพียงแค่ผันแปรวิญญาณขั้น 9 เท่านั้น ไม่น่าจะต่อสู้กับระดับราชาวิญญาณได้ ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ หลังจากรู้ว่าพลังของทักษะปิดสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจทำให้เธอก้าวไปเป็นระดับราชาวิญญาณ


    “แล้วทิศทางที่เธอพุ่งไปล่ะ” ทุกคนส่ายหน้าปฎิเสธ


    “จะเป็นไปได้ยังไง ที่คนๆหนึ่งจะหายไปโดยไม่ทิ้งทิศทาง พูด~! เธอทำอะไรเป็นครั้งสุดท้ายให้พวกแกเห็น”


    “ร่างของเธอค่อยๆสลายกลายเป็นน้ำแข็ง เราไม่รู้ว่าเธอไปทิศทางไหน รู้แค่ว่าเธอเดินทางจากไปเท่านั้น”


    ตงฟางกัดฟันแน่น พลางมองจ้องไปยังคนอื่นๆที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับผสานวิญญาณหรือระดับจารึกวิญญาณเขาทำการสะกดจิตพวกมันทั้งหมด เพื่อถามถึงเรื่องของซูฮวา ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถามเรื่องหนิงเหออีกด้วย ทุกคนกลับไม่พบเห็นคนที่เขาตามหา ทันใดนั้นพวกที่เข้าไปในห้องโถงก็วิ่งออกมาด้านนอกพร้อมกับร้องตะโกนก้องจนระดับผันแปรวิญญาณที่ตงฟางไม่สามารถสะกดจิตระยะไกลได้หันมองมายังเขา


    “ทุกคน! จับมันเอาไว้ มันได้สมบัติจากห้องโถงหลักของนิกายโบราณ จับมันเอาไว้”


    สายตามากมายจับจ้องมายังตงฟาง พลางมองไปรอบๆตัวหลังจากเห็นหลายคนกำลังมองตงฟางด้วยดวงตาเหม่อลอยเหมือนกับถูกทักษะควบคุม


    “เยอะขนาดนี้ ต้องใช่แน่ มันจะต้องได้ทักษะหรือไม่ก็อาวุธบางอย่างมาแน่นอน จับมันเร็วเข้า หากเป็นทักษะเราจะแบ่งกัน หากเป็นอาวุธเราค่อยตกลงกันภายหลัง!”


    “มอบมันมาซะ มอบทักษะที่แกได้มา!!!”


    “มอบของที่แกได้มาซะ มอบมันออกมา~!!!”


    ระดับผันแปรวิญญาณนับพันมองจ้องมายังตงฟาง ด้วยเสียงร้องตะโกนของพวกมันทำให้ระดับผันแปรวิญญาณที่อยู่ไกลออกไปเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาหา จนรอบๆตัวของตงฟางถูกปิดกั้นไม่ให้เขาหนีไปไหนได้ ไม่ว่าจะเป็นบนท้องฟ้าหรือว่าจะเป็นบนพื้นดิน ล้วนมีระดับผันแปรวิญญาณลอยตัวปิดกั้นเอาไว้ทั้งหมด


    “ส่งมันมา!”


    “เอาล่ะ คุยกับพวกสมองนิ่มแบบพวกแกคงไม่ได้อะไร งั้นพูดด้วยภาษาบ้านเกิดข้าก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสรอด ถ้าใครอยากกลับบ้านก็เดินจากไปซะ ส่วนใครอยากตายก็เข้ามา แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”


    บู้ม~!


    ทักษะวิญญาณโลหิตผันแปรระเบิดออกมาจากร่างของตงฟางจนรอบตัวเขามีไอพลังสีแดงเลือดพวยพุ่ง ทันใดนั้นเลือดจำนวนมากที่กองอยู่บนพื้นจากศพปีศาจก็เริ่มสั่นไหวตอบสนองต่อทักษะของเขา แต่การระเบิดพลังระดับผสานวิญญาณของตงฟางกลับไม่มีใครรู้สึกกลัว ทุกคนต่างพากันหัวเราะกับพลังระดับผสานวิญญาณ อย่างไรก็ตามระดับจารึกและระดับผสานวิญาณจำนวนมากที่ตงฟางสะกดตจิตพวกมันก็ถูกเขาปลดการควบคุมออก การจะบังคับพวกมันทั้งพันไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงเหลือไว้เพียงแค่พลังจิตที่กระตุ้นให้พวกมันฆ่าระดับผันแปรวิญญาณที่จะเข้ามาหาเขาเท่านั้น


    บู้ม~!


    “ทักษะมาร มันกำลังเปิดใช้งานทักษะมาร ทุกคนเข้าไปขวางมันเร็วเข้า~!!!”


    “ฮ่าๆๆ แค่ทักษะมารระดับผสานวิญญาณ ข้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว”


    ชายกล้ามโตเรียกวิญญาณยุทธ์ขวานขนาดใหญ่ออกมาพาดบ่า แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าหาตงฟาง ท่ามกลางเลือดปีศาจมากมายกำลังพุ่งเป็นเส้นสายซึมเข้าไปในตัวของเขานั้น ตงฟางรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างมากกับร่างกายที่กำลังฉีกขาดแล้วพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงจุดสูงสุดของระดับผสานวิญญาณ


    “ใครขวางข้า มันจะต้องตาย”


    ขวานภายในมือชายกล้ามโตชูขึ้นไปบนท้องฟ้ารวบรวมทักษะเข้าไปจนเกิดเป็นไฟสีแดงลุกไหม้ ทางฝั่งของตงฟางได้ชูดาบมารโลหิตขึ้นไปบนท้องฟ้าเช่นเดียวกัน ด้วยการสั่งให้มันดูดเลือดรอบๆมาเพิ่มพลัง ดาบของเขาก็เริ่มปลดปล่อยแสงสีแดงเลือดข่มขู่อีกฝ่าย พริบตาที่ชายกล้ามโตหวดขวานของมันออกไปตรงหน้าหวังจะฆ่าระดับผสานและจารึกวิญญาณที่เข้ามาขวางทางนั้น ตงฟางได้บอกให้คนที่เขาสะกดจิตกระโดดออกไปด้านข้างแล้วฟันดาบด้วยทักษะโลหิตพรั่งหรูไปพร้อมๆกับใช้เลือดของคนที่อยู่รอบๆเสริมพลังให้การโจมตีรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม


    บู้ม คลืน~!!!


    “ปะ…เป็นไปได้ยังไง”


    ระดับผันแปรวิญญาณรอบข้างต่างยืนอึ้ง หลังจากพวกมันเห็นทักษะขวานของชายกล้ามโตถูกทำลายจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ไม่เพียงเท่านั้นคมดาบสีแดงเลือดของตงฟางยังพุ่งเข้าไปกลืนกินร่างของชายกล้ามโตจนเขาหายไปไม่เหลือซาก สร้างความตื่นตกใจให้ทุกคนไม่น้อย


    “สมแล้วที่นิกายโลหิตมีแค่ 10 คนก็เกินพอ หากอีกฝ่ายมีคนตายเป็นพันเป็นหมื่นพวกเขายิ่งแข็งแกร่ง”


    บนใบหน้าของตงฟางเกิดรอยยิ้มฉีกกว้างส่งไปยังระดับผันแปรวิญญาณทุกๆคนที่ต้องการเข้ามาโจมตีเขา พวกมันที่เห็นการฆ่าระดับผันแปรวิญญาณไปอย่างง่ายดายเพียงการโจมตีเดียว เริ่มมีหลายคนเกิดความวิตก กลัวว่าพวกเขาจะกลายเป็นรายต่อไป


    การโจมตีเมื่อครู่เป็นการโจมตีที่รุนแรงมากสำหรับตงฟาง แม้จะเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 5 สำหรับตงฟางยังคงยากที่จะฆ่าระดับผันแปรซึ่งๆหน้า แต่ดาบมารโลหิตของเขาที่มอบพลังงานให้ผู้ใช้ผ่านการดูดกลืนเลือด ทำให้เขามีการโจมตีที่สูงมาก ยิ่งเลือดที่เขาดูดกลืนเข้ามาเป็นถึงระดับราชาวิญญาณ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะฆ่าชายคนเมื่อครู่ไป ถึงอย่างนั้นมันกลับใช้งานบ่อยมากไม่ได้ เพราะเลือดปีศาจมีจำกัด เขาต้องแบ่งมันมาพัฒนาร่างและแบ่งไปใช้กับดาบในมือของเขา


    “ทุกคน! มันกำลังข่มขู่เรา การโจมตีเมื่อครู่มันใช้เลือดปีศาจ หากเลือดปีศาจหมดไป มันจะต้องกลายเป็นผู้อ่อนแออย่างแน่นอน”


    เสียงของชายที่ต้องการทักษะและของล้ำค่าจากตงฟางยังคงตะโกนหว่านล้อม จนเตือนสติหลายคนที่คิดจะหนีให้ลองนึกตาม เมื่อพวกเขาเห็นเลือดจำนวนมากกำลังถูกดูดเข้าไปในร่างของตงฟางและดาบภายในมือ พวกเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าตงฟาง กำลังอาศัยเลือดของปีศาจสร้างการโจมตีที่รุนแรงมาหลอกพวกเขา


    “อย่าเข้ามาดีกว่า ตราบใดที่ฆ่าพวกแกได้ เลือดของพวกแกก็กลายเป็นพลังให้ข้าอยู่ดี แม้ชายเมื่อครู่จะตาย สุดท้ายเลือดของมันก็พุ่งเข้ามาเป็นพลังให้กับข้า”


    ตงฟางเปิดใช้งานทักษะโลหิตพรั่งพรูอีกครั้งจนดาบของเขาเปล่งแสงสีแดงเลือดสว่างจ้า อย่างไรก็ตามระดับผันแปรวิญญาณกลับไม่คิดหนี พวกมันเลือกที่จะเข้ามาพร้อมกัน จนวงที่พวกมันตีกรอบล้อมรอบตงฟาง ค่อยๆถูกบีบให้เล็กลง


    กร็อกกร็อก~!


    เสียงกระดูดปรับตัวเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากตงฟางดูดซับเลือดมาปรับเปลี่ยนร่างกายจนมีความแข็งแกร่งทางกายภาพไม่ต่างจากปีศาจระดับผสานวิญญาณขั้น 9 เขาอยากดูดซับเลือดต่อไปแต่ตอนนี้จำเป็นต้องฆ่าให้ได้ไม่งั้นเขาจะต้องตายแน่นอน ตงฟางจึงเปลี่ยนทิศทางเลือดเข้าไปในดาบจนมันเปล่งแสงสีแดงสว่างจ้ามากกว่าเดิม


    “ข้าจะพูดอีกครั้ง ถอยไปซะ ข้าไม่ได้รับสืบทอดอะไรจากนิกายโบราณ”


    “ทุกคนอย่าไปฟังมัน เข้าไปพร้อมกัน มันไม่สามารถโจมตีเราได้แน่!!!”


    ร่างของระดับผันแปรวิญญาณเริ่มปรากฎตัวมากยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขารู้ว่าตงฟางได้รับสืบทอดพลังของนิกายโบราณต่างเข้ามาร่วมโจมตี จนตอนนี้บนท้องฟ้าและบนพื้นดิน มีคนเกือบห้าพัน


    “ตาแก่หลี่หยุน ดูเหมือนงานใหญ่จะงอกแล้ว ให้ตายเหอะตาแก่~!”


    ตงฟางชูดาบขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาจำเป็นต้องหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว จึงตวัดดาบไปทางทิศเหนือเพื่อเปิดทางหนีให้กับเขา


    บรึ้ม~!


    พลังงานสีแดงเลือดพุ่งเข้าปะทะกับพลังระดับผันแปรวิญญาณของคนนับพัน ทันใดนั้นร่างของตงฟางก็อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังมองจ้องการโจมตีใช้งานธาตุลมเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับลม พุ่งจากไปด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่ระดับจารึกก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น


    “มันหนีไปแล้ว ตามมันไปเร็วเข้า~!!!”









    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน