มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 122 หนอนบ่อนไส้

    บทที่122 หนอนบ่อนไส้

             

            “ต้องเป็นมันแน่ๆ"

            เจียซุนแรกบรรลุถึงพรรคก็ได้ทราบข่าวถึงบุรุษชุดแพรเงินหนาหูข่าวว่ามันนำสมบัติมากมายไปแจกจ่ายตามหมู่บ้านยากจน ผู้อื่นย่อมงุนงงสงสัยแต่เจียซุนย่อมรู้ดีที่สุดว่านั่นคือสมบัติจากที่ใดเพราะรู้ดีจึงมิอาจปากมาก และยิ่งรู้ว่าบุรุษชุดแพรเงินอาจเป็นแพทย์ไร้นามตัวจริง มันยิ่งมิกล้าที่จะเอ่ยปากเพราะหากมันผู้นั้นคือแพทย์ไร้นามตัวจริง เช่นนั้นทุกผู้ก็จะได้รู้ว่าแพทย์ไร้นามที่ออกปล้นและสร้างความวุ่นวายไปทั่วทุกแห่งหนก็คือตัวปลอม!

             

            “หากเป็นเช่นนี้มีหวังแผนที่ใส่ร้ายมันถูกเปิดโปงก่อนแน่"

             

            “หากแผนถูกเปิดโปงนอกจากราชสำนักจะมุ่งเป้ามาที่พวกเราแล้ว แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่สมควรจะเข้าข้างเราก็จะกลับกลายเป็นศัตรูแทน"

             

            เจียซุนขบฟันจนดังกรอดตอนนี้ขมับของมันเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนจนเห็นได้ชัด มันกล่าวเสียงดังพร้อมหมัดที่กำแน่น

            “จะรอให้เป็นเช่นนั้นมิได้ตอนนี้เรื่องแพทย์ไร้นามยังคงเป็นที่ชั่วช้าในสายตาของคนในแคว้นอยู่ แดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องการตัวมันตอนนี้ไม่ว่ามันคิดจะทำอะไร แต่พวกเราต้องหาทางกำจัดมันก่อนที่มันจะเปิดโปงพวกเราได้"

             

            “แต่แพทย์ไร้นามตอนนี้เหมือนอยู่ในที่มืดที่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเราทุกอย่าง"

             

            พอผู้อาวุโสเจียงยี่ที่ปรึกษาของมันเอ่ยขึ้นเจียซุนมันก็ราวกับคิดได้ในทันที จึงออกปากสั่งการ

            “เรื่องแผนที่ข้าวางมีกี่คนเท่านั้นที่รับรู้ต้องเค้นเอาความจากพวกมันทั้งหมด ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นหนอน!”

             

            เจียงยี่ผงกศีรษะ

            “หากรู้ตัวคนที่เปิดเผยแผนบางทีอาจสืบสาวไปยังที่ซ่อนตัวของแพทย์ไร้นามได้"

            กล่าวถึงตอนนี้เจียงยี่มันก็แสดงสีหน้าครุ่นคิดพลางกล่าวต่อ

            “แต่แผนที่ท่านประมุขสร้างขึ้นคนที่รับทราบก็มีแต่ผู้ที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น พวกมันไม่มีทางทรยศหักหลังแน่”

            หยุดเล็กน้อยก่อนที่มันจะโพล่งคำขึ้นมาราวกับได้คิด

            “จะเป็นไปได้หรือไม่…”

             

            เจียซุนรีบกล่าวถาม

            “มีความเห็นใดก็รีบแจ้งมา"

             

            “หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง เรื่องนี้จึงอาจมิใช่เพียงคนของเราที่ทราบแผน”

             

            เจียซุนหรี่ตาเพราะเรื่องที่มันถ่ายทอดและวางแผนล้วนอยู่ในสถานที่สำคัญของพรรคทั้งสิ้น จะมีคนนอกรับรู้ได้อย่างไร

            “ท่านจะหมายความว่าอย่างไร"

             

            เจียงยี่กล่าวว่า

            “ทุกครั้งที่พวกเราวางแผนคนงานรับใช้ที่ทำงานตามสถานที่ต่างๆ ล้วนอาจได้ยิน”

             

            “ท่านจะบอกว่าคนด้อยค่าเหล่านั้นจะเข้าใจในสิ่งที่พวกเราถ่ายทอด”

             

            “ถึงมันไม่เข้าใจแต่ถ้าหากมันจดจำได้หมดเล่า”

             

            เรื่องบางเรื่องสำหรับคนบางผู้แม้ได้ยินประโยคสนทนาก็ไม่มีวันจะเข้าใจความหมายหรือความนัยที่ซ่อนแฝง เหล่าคนรับใช้ก็เป็นอีกประเภทที่มักมิชอบใช้หัวคิดเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้าหูจึงเสมือนลมที่พัดผ่าน แต่ถึงแม้พวกมันจะไม่เข้าใจก็มิได้หมายว่าพวกมันจะฟังภาษาพูดไม่ออกหากพวกมันจดจำคำพูดเหล่านั้นได้ แล้วนำคำพูดดังกล่าวไปบอกต่อ ผู้ที่มีภูมิปัญญาบางผู้ก็สามารถที่จะเข้าใจแลคิดตามถึงความนัยที่ซ่อนแฝงในคำกล่าวนั้นได้

             

            พออาวุโสเจียงยี่ชี้แนะมาเช่นนี้ก็ราวกับทำให้เจียซุนได้คิดมันจึงสั่งการดังลั่นออกไป

            “จับตัวคนรับใช้ทุกผู้เค้นเอาความจริงออกมาให้ได้ ผู้ใดปากแข็ง ผู้ใดมีพิรุธก็สังหารได้ทันทีอย่าละเว้น!”

             

            เจียงยี่รีบกล่าว

            “สังหารไปก็มินับเป็นประโยชน์แพทย์ไร้นามผู้นี้ดูจะมีคุณธรรมมิน้อย หากปรากฏว่าในที่นี้มีคนของมันดำรงอยู่จริงๆพวกเราก็จับตัวคนผู้นั้นและบีบให้มันปรากฏกายออกมาจะประเสริฐยิ่งกว่า แล้วเมื่อนั้นพวกเราก็ยืมมือยอดยุทธ์จากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์มาสังหารมัน"

             

            เจียซุนปรบมือเสียงดังฉาด

            “สมแล้วที่เป็นท่านอาวุโสที่ปรึกษาหน้าที่นี้ข้าขอมอบให้แก่ท่าน"

             

            เจียงยี่ประสานมือ

            “ข้าจะขอล้างตากับแพทย์ไร้นามอีกหน"

             

            ครั้งหนึ่งเจียงยี่ได้ปะมือซึ่งหน้ากับแพทย์ไร้นามตัวจริงมาแล้วแพทย์ไร้นามผู้นี้ฝีมือลึกล้ำ พลังลมปราณที่ดูธรรมดาก็พิสดารยากหยั่งถึง ตอนนั้นมันพลาดท่าเพราะประมาทที่เห็นลมปราณสามัญเสียเชิงและถูกชิงสมบัติตัดหน้าไปอย่างน่าโมโห อุตส่าห์ดั้นด้นดำเนินแผนอย่างยากลำบากแต่กลับถูกแพทย์ไร้นามตัดหน้าชิงทุกอย่างไป ทั้งยังฝากรอยแผลให้ฝังลึกในใจมัน ครั้งนี้มันจะต้องเอาคืนอย่างสาสม

            .

            .

            .

             

            ด้วยเพราะสืบข่าวในพรรคภูษิตฟ้าและได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวจากปากเหล่าคนรับใช้ฮุ่ยจวินมันจึงสามารถทราบถึงแผนการรวมถึงตีความหมายในความนัยที่ซ่อนแฝงของประมุขพรรคภูษิตฟ้าเจียซุนได้เช่นนั้นทุกครั้งที่แพทย์ไร้นามตัวปลอมอย่างผู้อาวุโสเจียงยี่ออกปล้น มันจึงติดตามจับตาทุกกระเบียดนิ้วอีกทั้งชายหนุ่มยังหาข้อมูลเกี่ยวกับจวนแม่ทัพหรือขุนนางของแคว้นหลุนมามิน้อย ดังนั้นหากจวนแม่ทัพหรือขุนนางใดมีเรื่องกังฉินฉ้อโกงหรือขูดรีดขูดเนื้อประชาชน ชายหนุ่มมันจะปล่อยให้ถูกปล้นอย่างเต็มที่ มันเพียงแค่ช่วยรักษาชีวิตเหล่าทหารที่ปกป้องจวนเท่านั้นแต่หากจวนแม่ทัพหรือขุนนางใดประพฤติดี มีคุณธรรม ชายหนุ่มจะยื่นมือช่วยเหลือให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดแต่ก็ไม่แสดงตัวมากให้เป็นที่สงสัยของแพทย์ไร้นามตัวปลอม

             

            รอจนแพทย์ไร้นามตัวปลอมดำเนินแผนเสร็จสรรพรอจนมันปล้นชิงทรัพย์ของเหล่าขุนนางกังฉินมาอย่างมากมาย และรอจนถึงวันนัดหมายที่พวกมันจะรวบรวมสมบัติแล้วนำไปมอบให้ประมุขพรรคภูษิตฟ้าที่เมืองชิงซานเมื่อได้จังหวะชายหนุ่มก็แสดงตัวเป็นโจรเพื่อปล้นโจร เล่นงานแพทย์ไร้นามตัวปลอมจนเสียท่าและสับเปลี่ยนขบวนรถม้านำทรัพย์สินทั้งหมดของเหล่าขุนนางกังฉินไปแจกจ่ายชาวบ้านยากไร้ทันทีส่วนสมบัติบางส่วนที่มาจากจวนขุนนางหรือจวนแม่ทัพดี มันก็แอบนำคืนกลับไปให้

             

            ยืมมือโจรเพื่อปล้นโจรช่วยเหลือคนแม้วิธีนี้มิใช่วิธีที่สมควรกระทำ แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นวิธีนี้ มันถึงจำเป็นต้องตามน้ำเจียซุนคิดใช้แผนนี้เล่นงานมัน มันก็จะตอบโต้ในแผนการของเจียซุนเช่นเดียวกัน

             

            ฮุ่ยจวินตอนนี้ยังไม่ต้องการแสดงตัวการที่มันออกไปป่าวประกาศว่าตนคือแพทย์ไร้นามตัวจริงในตอนนี้จะดูตั้งใจและสร้างความสับสนให้ผู้คนจนเกินไปอีกทั้งยังอาจจะเปิดโปงคนที่อยู่เบื้องหลังแพทย์ไร้นามตัวปลอมมิได้ เช่นนั้นมันจึงใช้คุณธรรมเข้าสู้ใช้ความดีเป็นเครื่องยืนยัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาอันเหมาะสมมันจึงทำความดีให้ผู้คนได้จดจำมันในรูปแบบนี้ ยิ่งเป็นปริศนา ผู้คนก็จะยิ่งให้ความสนใจและต้องการติดตามไขปริศนาปล่อยเรื่องให้เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นผลดีที่สุดสำหรับมัน ทั้งยังเป็นการบีบคั้นฝั่งตรงข้ามได้อย่างกรายๆ

             

            “เป็นท่านเองที่เลือกเล่นวิธีสกปรก”

            ฮุ่ยจวินพึมพำออกมาแผ่วเบาพลางกัดกินหมั่นโถวในมือรวดเดียวหมดหลังอาหารมื้อเย็นนี้หมดลง มันก็ได้บรรลุมาถึงเมืองถิงอันซึ่งอยู่ทางตอนเหนือเยื้องตะวันออกของแคว้นหลุนพอดีเมืองถิงอันนี้เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับพรรคภูษิตฟ้า มันมายังที่แห่งนี้เพราะจากข้อมูลที่สืบค้นทราบว่ามีร้านค้าสำคัญแห่งแคว้นดำรงอยู่ซึ่งร้านค้าแห่งนี้เป็นร้านสำหรับใช้รับประมูลซื้อขายของมีค่าทั่วปฐพีประจำแคว้น เป็นธุรกิจสายหลักอีกทางหนึ่งของนิกายเทวะวจนะฮุ่ยจวินมาที่นี่มิได้คิดจะก่อกวนหรือตอแยนิกายเทวะวจนะในเวลาอันใกล้นี้ แต่มันมาเพราะของสำคัญสิ่งหนึ่ง

             

            .

            .

            .

             

            ฮุ่ยจวินมาถึงเมืองถิงอันทางด้านเจียซุนและคนของมันกลับกำลังตรึงเครียดอยู่กับการค้นหาหนอนบ่อนไส้ที่นำแผนการของมันไปเผยแพร่ให้แพทย์ไร้นามตัวจริงได้รู้มันเค้นเอาความจริงจากคนของตนจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครหักหลัง ตอนนี้มันจึงได้มุ่งเป้าไปที่เหล่าคนรับใช้แทน

             

            ครานี้ความหวาดหวั่นแลหวาดระแวงจึงตกไปยังเหล่าคนรับใช้ที่ให้ความร่วมมือกับฮุ่ยจวินแต่เป็นบิดาของหัวขโมยน้อยที่พยายามสร้างขวัญกำลังใจแก่พวกมัน มีแต่ต้องทำใจดีสู้เสือจึงอาจจะรอดจากเหตุการณ์คับขันนี้ได้คนรับใช้หลายผู้คิดหาทางหนี แต่ตอนนี้พรรคภูษิตฟ้าได้ปิดตายไปแล้ว ผู้ที่ออกจากที่แห่งนี้ได้จึงมีเพียงวิญญาณเท่านั้น!

             

            “จะเอาอย่างไรดี"

             

            “ท่านแพทย์ไร้นามก็ไม่อยู่แล้ว"

             

            “พวกเราไปยอมรับผิดต่อท่านประมุขหรือไม่บางทีท่านประมุขอาจละเว้นพวกเรา"

             

            “เจ้าผายลมอันใดท่านแพทย์ไร้นามมีพระคุณต่อพวกเรามิน้อยเจ้าจำมิได้หรือ บุตรีเจ้าป่วยแทบตายท่านประมุขเคยเหลือบแลหรือไม่เงินค่าจ้างที่เจ้าได้รับพอค่ารักษาหรือ หากมิได้ท่านแพทย์ไร้นาม เจ้าคงต้องเสียใจตลอดชีวิตแล้ว"

             

            “ถูกต้องอีกทั้งเจ้าคิดหรือว่าประมุขผู้ชั่วช้าที่หวังยึดครองแม้แต่อำนาจของบิดาตนเองจะเมตตาพวกเรามันต้องฆ่าพวกเราทิ้งแน่หากรู้ความจริง”

             

            “แล้วพวกเราจะรอดได้อย่างไรข้ายังมีบุตร มีแม่ มีภรรยาที่ต้องดูแลนะ"

             

            “ข้ามิน่ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย"

             

            เสียงของเหล่าคนรับใช้เริ่มแตกแยกเป็นสองทางมนุษย์ไม่ว่าอย่างไรก็ล้วนมีเหตุผลของความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง แต่เรื่องเหล่านี้ก็มิอาจกล่าวโทษพวกมันเพราะขึ้นชื่อว่าชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดก็ย่อมต้องเป็นชีวิต มีชีวิตจึงจะมีโอกาสได้เห็นเรื่องราวในภายภาคหน้าต่อไป

             

            มารดาของหัวขโมยน้อยมองคนเหล่านี้หากยังคงมีเสียงแตกแยก สุดท้ายความลับก็คงจะถูกเค้นเอาไปอย่างง่ายดาย นางจึงมองไปที่บุตรชายมองไปที่สามี และมองมาที่สองมือของตน ครั้งหนึ่งนางเสมือนคนตายในทุกที หากมิได้แพทย์ไร้นามยื่นมือช่วยด้วยคุณธรรมนางคงมิได้อยู่กับบุตรและสามีมาถึงขนาดนี้ เมื่อนางได้ชีวิตมาเพราะมันประทาน เช่นนั้นนางก็สามารถที่จะมอบชีวิตคืนกลับให้แก่มันได้และชีวิตของนางในครั้งนี้ก็ยังสามารถที่จะช่วยให้ทุกผู้ได้อยู่รอดปลอดภัย

             

            “ข้าจะเป็นคนยอมรับในเรื่องนี้เอง"

            เสียงสตรีนางนั้นกล่าวขึ้นอย่างกล้าหาญบุตรชายของนาง รวมถึงสามีนางแม้รู้สึกตกใจแต่ก็เข้าใจในความคิดของผู้เป็นมารดาและภรรยาแพทย์ไร้นามมีพระคุณต่อครอบครัวมันอย่างท่วมท้น แค่ชีวิตนี้เหตุใดจะตอบแทนคืนกลับมิได้

             

            “ข้าเองก็จะยอมรับผิดกับภรรยาเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า เพียงพวกเจ้าคอยช่วยเหลือก็มากเกินพอแล้ว พวกเจ้ามิต้องห่วงพวกข้าจะมิทำให้พวกเจ้าต้องลำบาก"

             

            หัวขโมยน้อยเคยใฝ่ฝันที่จะเป็นแพทย์ให้ได้อย่างแพทย์ไร้นามแต่วันนี้มันไม่มีวาสนาที่จะไปถึงและสานต่อปณิธานความดีแล้ว มันจะร่วมเป็นร่วมตายกับบิดาแลมารดาเช่นเดียวกัน

             

            ทว่าบิดาแลมารดามันกลับส่ายศีรษะ

            “ลูกคือความหวังหนึ่งเดียวของพวกเราแม่ต้องการเห็นลูกทำคุณประโยชน์ต่อปฐพีเฉกเช่นท่านแพทย์ไร้นาม ดังนั้นได้โปรดฟังคำขอของมารดาในครั้งนี้"

             

            เด็กชายร่ำไห้มิยินยอมพร้อมใจแต่ท้ายที่สุดก็ต้องยินยออมเชื่อฟังในคำสั่งของมารดา ซึ่งนี่อาจเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย

             

            เด็กชายผงกศีรษะทั้งน้ำตาส่วนบิดามันได้หันไปกล่าวกับบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง

            “พี่หวงนับแต่นี้ข้าต้องฝากฝังมันไว้กับท่าน จากนี้มันคือบุตรของท่าน"

             

            บุรุษกลางคนเข้าใจในความหมายดังกล่าวเพราะหากประมุขรู้ว่าเด็กชายผู้นี้เป็นบุตรของพวกมันก็จะต้องตกตายร่วมด้วย คนทั้งสองเสียสละเพื่อคนอื่นและเพื่อพวกมันมากเพียงนี้เหตุใดเรื่องแค่นี้มันจะช่วยคนทั้งสองมิได้

             

            “ข้ารับปาก"

             

            สองสามีภรรยาจึงลุกขึ้นยืนเด็กชายก็เข้าไปโผกอดมารดา มารดามันที่สะกดกลั้นน้ำตาก็หันมาลูบหัวเด็กชายแล้วถ่ายทอดประโยคสุดท้ายเอาไว้

            “จงเป็นคนที่โลกต้องการอย่าได้เป็นคนที่โลกรังเกียจ"

             

            แล้วสองสามีภรรยาก็เดินจูงมือออกไปเผชิญกับคนของเจียซุนที่กำลังมุ่งมา

             

            .

            .

            .

             

            “รายงานท่านประมุขพวกเราทราบตัวหนอนบ่อนไส้แล้ว"

             

            เจียซุนกัดฟันกรอดพร้อมกับนัยน์ตาที่ฉายแววอำมหิตขึ้น

            “นำพวกมันมา!”

             

            แต่ขณะที่มันกำลังสั่งการอยู่นั้นคนในพรรคผู้หนึ่งก็รีบเข้ามารายงานอย่างเร่งด่วนทันที

             

            “ท่านประมุข"

             

            “มีอะไร"

             

            “มีข่าวจากเมืองถิงอันขอรับ"

     

            “ว่ามา"

             

            “ร้านเทียมเทวะของนิกายเทวะวจนะเปิดประมูลมุขพันปีแห่งมหาธาราขอรับ"

             

            เจียซุนปรากฏแววตาที่วาวโรจน์ขึ้นทันใดและมันก็วางเรื่องของหนอนบ่อนไส้ลงทันที

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน