หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 งูหลามพิษกลืนเปลวไฟ 2

            บทที่ 36 งูหลามพิษกลืนเปลวไฟ 2

            “หืม?”

            เมื่อเห็นตัวเองจั่วลมเข้าเต็มๆหัวใจของเย่อู๋เชวียก็สั่นสะท้านร่างกายของเขาไถลไปตามแรงหมัดและพุ่งลงบ่อหินหนืดโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้!

            “ครืน”

            เย่อู๋เชวียรวบรวมจิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์และกระแทกหมัดขวากลับไปทางด้านหลังเพื่อใช้เป็นแรงส่งไม่ให้ตัวเขาตกลงไปในบ่อเพลิง!

            งูหลามพิษกลืนเปลวไฟไม่คิดว่าเย่อู๋เชวียจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วถึงขนาดนี้นั่นเป็นเหตุผลให้มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงกำปั้นของเย่อู๋เชวียได้!

            “ปัง!”

            เย่อู๋เชวียหยิบยืมแรงผลักที่เกิดจากการโจมตีพาตัวเองบินข้ามทะเลเพลิงอันร้อนแรงและตกลงไปบนเส้นทางเล็กๆที่ทอดยาวไปสู่แท่นหินกลางทะเลหินหนืด

            “หลินอิงหลัวพาซือหม่าอ๋าวออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

            เมื่อเห็นว่าหมัดของเขาทำได้เพียงผลักดันงูหลามพิษให้ถอยหลังกลับไปเล็กน้อยหัวใจของเย่อู๋เชวียก็หนาวเหน็บอย่างถึงที่สุดเขาเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าต้องหาหนทางหลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้

            งูหลามพิษกลืนเปลวไฟถูกเย่อู๋เชวียหลอกล่อเพียงชั่วคราวเท่านั้นในเวลาต่อมามันก็หันกลับไปโจมตีหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวโดยไม่ปล่อยให้พวกเขาหลบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ได้

            หลังจากที่หลินอิงหลัวได้ยินคำพูดของเย่อู๋เชวียความลังเลก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางแต่เมื่อมองไปยังซือหม่าอ๋าวที่ตกอยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสนางก็รู้ว่าไม่สามารถรอคอยอยู่ที่นี่ได้อีกแล้วดังนั้นหลินอิงหลัวจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องประคองซือหม่าอ๋าวให้ลุกขึ้นและหันหลังออกจากที่นี่ทันที

            “ปัง!”

            เย่อู๋เชวียโจมตีงูหลามพิษจากทางด้านหลังอย่างสุดกำลังเขาต้องการทำให้สัตว์ประหลาดโกรธแค้นจนไม่มีเวลาไล่ตามสหายทั้งสองคนได้

            “แม้จะได้รับพรจากต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟ!”

            “ฟ่อ”

            งูหลามพิษกลืนเปลวไฟส่งเสียงคำรามและไล่ตามเย่อู๋เชวียด้วยความโกรธอีกครั้ง!

            “ปัง ปัง!”

            ศีรษะและลำตัวของมันโจมตีทุกสิ่งทุกอย่างจนทำให้หินเล็กๆหลายก้อนร่วงลงมาจากเพดานถ้ำและตกลงไปในทะเลสาบหินหนืด!

            “บูม”

            เย่อู๋เชวียซึ่งรอดพ้นจากการถูกงูหลามพิษบดขยี้พยายามเบี่ยงตัวไปทางซ้ายและขวาโดยใช้ประโยชน์จากความปราดเปรียวของร่างกายเพื่อหลบหลีกการไล่ล่าของงูยักษ์ที่ทรงพลังตัวนี้!

            “ข้าต้องหนีออกจากที่นี่ทันทีไม่อย่างนั้นร่างของข้าจะถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดกาล!”

            ร่างของเขาหลบหลีกอย่างต่อเนื่องภายใต้การโจมตีของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟและในที่สุดเย่อู๋เชวียก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นหินขนาดเล็กซึ่งมีต้นไม้สีเขียวสูงกว่าสามวาตั้งอยู่!

            เย่อู๋เชวียมองไปยังงูหลามพิษที่กำลังไล่ตามมาด้วยความเกรี้ยวกราดและสีหน้าของเขามีความอับจนปัญญาอยู่บ้าง!

            “มองขึ้นไปข้างบน!”ในขณะนี้เสียงของกงก็ดังขึ้นในหูเย่อู๋เชวีย!

            “ครืน!”

            ปรากฏว่าในขณะที่ต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างเขากับงูหลามพิษมันทำให้เพดานถ้ำมีท่าทีว่าจะถล่มลงมาได้ตลอดเวลา!

            “นี่คือ…”

            เมื่อเห็นฉากนี้เย่อู๋เชวียก็ตระหนักถึงบางอย่างราวกับมีสายฟ้าพาดผ่านหัวใจดวงตาของเขาเป็นประกายสดใสและเข้าใจทันทีว่ากงหมายถึงอะไร!

            “หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐพี!”

            วิญญาณจันทราสีเงินอ่อนสั่นสะท้านและภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองก็พุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำด้วยพลังการโจมตีทั้งหมดของเย่อู๋เชวีย

            “โครม!”

            ในที่สุดสิ่งที่คาดหวังก็เกิดขึ้นหมัดของเย่อู๋เชวียเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ตกลงบนหลังอูฐ[1] เพดานถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนก่อนที่มันจะพังทลายลงในเวลาอันรวดเร็ว!

            “ตึง ตึง ตึง”

            ก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากด้านบนของถ้ำและกระแทกเข้ากับทะเลสาบหินหนืดด้วยแรงอันน่าสะพรึงกลัวหนึ่งในนั้นบังเอิญตกลงมาทับศีรษะของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟและทำให้ร่างอันใหญ่โตของมันจมลงไปในทะเลเพลิงทันที!

            เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นไปตามที่คาดคำนวณไว้เย่อู๋เชวียก็ไม่รอช้าเขารีบกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้สีเขียวและคว้าเอาผลไม้สีแดงทั้งสามลูกใส่ไว้ในแหวนเก็บของก่อนจะวิ่งหนีออกจากดินแดนมรณะแห่งนี้อย่างรวดเร็ว!

            “บูม”

            ก้อนหินในทะเลสาบหินหนืดถูกพลิกคว่ำด้วยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์พุ่งออกมาจากทะเลเพลิงด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด

            ในขณะนี้เมื่อพบว่าสมบัติสวรรค์ของมันถูกเจ้ามนุษย์ตัวเล็กแย่งชิงไปแล้วม่านตาสีทองของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธแค้นจากนั้นร่างที่มีความยาวกว่าสิบห้าวาของมันก็พุ่งออกจากทะเลสาบหินหนืดและไล่ล่าเย่อู๋เชวียไปตามเส้นทางเล็กๆนั้น!

            ในขณะที่เย่อู๋เชวียกำลังหลบหนีด้วยพลังทั้งหมดที่มีเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงระเบิดดังมาจากด้านหลังซึ่งไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว!

            “แย่แล้ว!งูหลามพิษกลืนเปลวไฟยังไม่ตาย!”

            “ครืน”

            จิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ในร่างของเขาปลดปล่อยพลังถึงขีดสุดเย่อู๋เชวียพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ตัวเขาก็ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้!

            …

            ปากทางเข้าถ้ำอันมืดมิดในป่าโบราณ!

            หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวยืนเคียงข้างกันด้วยสีหน้าร้อนรนแม้ว่าซือหม่าอ๋าวจะได้กินยารักษาอาการบาดเจ็บไปบ้างแล้วแต่ใบหน้าของเขายังคงซีดขาวและมีสภาพที่น่าสังเวชอย่างยิ่ง

            ในขณะนี้ทั้งสองคนไม่ได้จากไปไหนพวกเขายังคงรอเย่อู๋เชวียด้วยจิตใจที่เต้นระทึกทั้งสองคนได้ตกลงกันแล้วว่าหากเย่อู๋เชวียไม่กลับมาภายในครึ่งชั่วยามพวกเขาจะลงไปข้างล่างอีกครั้ง!

            “ครืน”

            เมื่อความวิตกกังวลและความอดทนของทั้งสองใกล้จะถึงขีดจำกัดภายในถ้ำอันมืดมิดก็ปรากฏร่างสูงโปร่งของใครบางคนพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว!

            ก่อนที่ซือหม่าอ๋าวจะมีโอกาสโห่ร้องอย่างตื่นเต้นเย่อู๋เชวียที่วิ่งออกมาจากถ้ำก็ตะโกนขึ้นสุดเสียงทันที

            “วิ่ง!”

            เมื่อเห็นท่าทีของเย่อู๋เชวียหลินอิงหลัวก็คว้าแขนซือหม่าอ๋าวและลากเขาออกจากที่นี่โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!

            “ฟ่อ”

            ทันใดนั้นก็มีร่างใหญ่โตสูงสิบห้าวาปรากฏขึ้นที่ทางเข้าถ้ำอันมืดมิดรูม่านตาสีทองเข้มคู่หนึ่งกะพริบอยู่ในป่าโบราณที่มืดสลัวมันพยายามสังเกตว่าเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆ หลบหนีไปในทิศทางใด!

            “ฟ่อ”

            หลังจากส่งเสียงคำรามอีกครั้งมันก็รีบไล่ตามคนทั้งสามไปด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด!

            ------------------------

            [1] ฟางเส้นสุดท้ายที่ตกบนหลังอูฐเปรียบเปรย “เมื่อเจ้าของอูฐนำของบรรทุกลงไปที่หลังอูฐมากขึ้นเรื่อยๆพอถึงจุดที่อูฐทนต่อไปไม่ไหว แม้จะใส่ฟาง (ซึ่งมีน้ำหนักเบามากๆ)อีกเส้นเดียวก็ทำให้อูฐหลังหักได้”

            ..........