พบเจอคนของตระกูลเสวี่ย
หลังจาหฟางเฉินรับรู้ความสามารถของเส้นทางวิญญาณบ้างแล้วฟางเฉินก็เริ่มยินดีและออกตามหาอสูรเพื่อสังหารทันที และไม่ใช่แค่ฟางเฉินหลายๆคนรับรู้ข้อมูลนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ที่ราชาเซียนเต้าจีไม่บอกฟางเฉินนั้นเพราะต้องการให้ฟางเฉินค่อยๆเรียนรู้ด้วยตัวเองราชาเซียนเต้าจีไม่ต้องการหฟางเฉินเป็นเหมือนลูกนกที่คอยแต่ให้พ่อแม่มาป้อนอาหารให้ แต่ราชาเซียนเต้าจีต้องการให้ฟางเฉินเติบโตและแข็แกร่งขึ้นได้ด้วยตัวเองเพราะถ้าฟางเฉินสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี และถ้าเกหิดสักวันราชาเซียนเต้าจีอาจจะตายลงฟางเฉินก็ยังสามารถเดินไปข้างหน้าได้ต่างจากผู้อาวุโสคนอื่นที่คอยป้อนข้อมูลให้กับศิษย์ของตน ฟางเฉินเรียนรู้และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เวลาผ่านไป 1 วัน ฟางเฉินก็ได้รับลูกแก้วสีแดงมา 12 เม็ด แต่ละลุกมาจากอสูรระดับ 6-7 ทั้งนั้น“ถ้าข้าได้อยุ่ในนี้สัก 10 ปีละก็ข้าคงจะสามารถไปถึงระดับเซียนได้ไม่ยาก” ฟางฉินกล่าว“เจ้าโง่ เจ้าลูกแก้วนี่มันช่วยเจ้าได้แค่ในระดับสวรรค้เท่านั้นแหละเมื่อเจ้าไปถึงระดับครึ่งเซียนเจ้าไม่เพียงแต่ต้องใช้ทรัพยากรแต่ยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎสายเซียนอีกด้วย” ความโลภกล่าว“ข้ารู้อยู่แล้วละ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังเพราะด้านหน้าของฟางเฉินมีกลุ่มคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด“คนพวกนั้นเป็นใครกัน” ฟางเฉินใช้เนตรสวรรค์มองดูสัญลักษณ์บนเสื้อของอีกฝ่าย“นิกายเทพธิดางั้นเหรอ แล้วอีกฝ่ายคือใครกัน หืมสัญลักษณ์ดอกบัวหิมะนั่นมัน!!!!!!” ในตอนนั้นเองดวงตาของฟางเฉินก็เบิกกว้างและเส้นเลือดทั่วร่างของฟางเฉินก็ปูดบวมออกมา“ฟางเฉินใจเย็นๆก่อนเจ้าพวกนั้นไม่ธรรมดาและแข็แงกร่งยิ่งกว่าฟางเหิงเสียอีก” ความโลภกล่าว“แข็งแกร่งกว่าแล้วไงหรือว่าเจ้าคิดว่าข้าจะแพ้ ตัวข้าที่ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้งไม่มีทางแพ้ให้กับเจ้าพวกนั้นเด็ดขาด” ฟางเฉินกัดฟันกล่าวพร้อมกับใต้เท้าของฟางของฟางเฉินปรากฎอสนีฟางเฉินเคลื่อนที่ไปตรงจุดที่กลุ่มของนิกายเทพธิดาและคนของตระกูลเสวี่ยกำลังต่อสู้กันทันทีในตอนนี้คนของนิกายเทพธิดาซึ่งมีแต่หญิงสาวที่งดงามสวมเสื้อสีชมพู ตรงเสื้อมีสัญลักษณ์ดอกไม้สลักอยู่ ซึ่งคนของนิกายเทพธิดามาสามคน แต่ละคนอยู่ระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดทั้งหมดแต่ทางด้านคือคนของตระกูลเสวี่ยซึ่งมี 4 คนมีชาย 2 หญิง 2 แต่ละคนต่างก็อยู่ระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดเหมือนกัน“พวกเจ้าถ้ายอมส่งหญ้าเมฆามาซะดี ๆ แล้วพวกข้าจะยอมปล่อยพวกเจ้าไป” ชายหนุ่มของคนตระกูลเสวี่ยกล่าว“ไม่มีทางหญ้าเมฆานี่พวกเราเป็นคนพบก่อนแล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาแย่งมันไปจากพวกเรา” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าว“หึในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมส่งมา ก็อย่าหาว่าพวกข้าไร้ความปราณี” ชายหนุ่มจากตระกูลเสวี่ยกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยบัวเหมันต์ออกมาซึ่งตระกูลเสวี่ยมีจิตวิญญาณทางสายเลือดอยู่คือดอกบัวเหมันต์“คิดว่าพวกเราจะกลัวงั้นเหรอ” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดาชักกระบี่ออกมาและเตรียมโจมตีทันทีเพียงแต่ในขณะที่คนของตระกูลเสวี่ยปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาและเตรียมโจมตีอยู่นั้นจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฎ ทั้งสี่หันมองไปบนท้องฟ้าซึ่งตอนนั้นเองมีร่างๆหนึ่งพุ่งลงมาพร้อมกับออร่าสีแดงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร“เจ้าเป็นใคร กล้ามายุ่งกับพวกเราตระกูลเสวี่ยงั้นเหรอ” ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับคนตาย ส่วนพวกเจ้า รีบหนีไปซะตรงนี้ข้าขอจัดการเองเพราะข้าและพวกมันมีความแค้นส่วนตัวกัน” ฟางเฉินกล่าวและหันไปทางหญิงสาวจากนิกายเทพธิดา“สหายคนพวกนี้แข็งแกร่งมากข้าคิดว่าพวกเราควรร่วมมือกัน” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าว“ไม่ต้องข้าไม่อยากให้พวกเจ้าต้องมาพัวพันธ์ด้วยเพรางั้นพวกเจ้าไปเถอะ” ฟางเฉินกล่าว“ก็ได้ ในเมื่อเจ้าต้องการแบบนั้นพวกเราก็จะเคารพการตัดสินใจของท่าน แต่บุญคุณในครั้งนี้พวกเราจะต้องจดจำและตอบแทนคืนแน่ เพราะงั้นขอทราบนามของท่านจะได้หรือไม่” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดากล่าว“นามของข้าคือ.......เจียงเฉิน” ฟางเฉินคิดก่อนจะใช้นามปลอมเพราะฟางเฉินคิดว่าใช้นามจริงคนของตระกูลเสวี่ยจะจำได้“ตกลงสหายเจียงเฉินแล้วพวกเราจะต้องตอบแทนในครั้งหน้าที่เจอกันแน่” หญิงสาวทั้งสามคนจากนิกายเทพธิดาเคลื่อนใหวจากไปทันที“เจ้ากล้ามากที่มาขัดขวางข้าแถมยังทำเมินข้าอีก คอยดูว่าข้าจัดทรมานเจ้าอย่างไร” ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยกล่าวแต่ในขณะที่ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยกำลังข่มขู่ฟางเฉินอยู่นั้น ดวงตาของฟางเฉินก็แดงก่ำออร่าจิตสังหารทำให้ฟางเฉินตอนนี้เหมือนกับเทพสังหารอาชูร่าไม่มีผิด“เจ้านี่มันอะไรกัน พวกเราเคยไปหาเรื่องกับเจ้านี่ด้วยงั้นเหรอ” หญิงสาวคนหนึ่งของตระกูลเสวี่ยกล่าวขึ้น“ข้าคิดว่าไม่นะ แต่ว่าตระกูลของพวกเราก็มีศัตรูอยู่เป็นจำนวนมากเพราะงั้นก็ไม่แปลกที่จะมีสวะตัวหนึ่งมาล้างแค้น” ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยกล่าว“จะยังไงก็ชั่งเนอะเจ้านั่นเป็นแค่ระดับสวรรค์ขั้นสูงเพราะงั้นมันไม่คณนามือของพวกเราหรอก” ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยกล่าวพร้อมกับสะบัดมือออกไปปราณน้ำแข็งก็แช่แข็งพื้นที่รอบ ๆและกำลังจะแช่แข็งร่างของฟางเฉินแต่ว่าในตอนนั้นเองเปลวเพลิงอันร้อนแรงก็ระเบิดออกมาจากร่างของฟางเฉินและแผดเผาน้ำแข็งจนหมดสิ้น“อะไรกัน!!!!!!!!!” ชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยตื่นตระหนกอย่างมากที่น้ำแข็งของตนถูกทำลาย“รนหาที่ตาย” หญิงสาวตระกูลเสวี่ยกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมา อย่างน่าตกใจจิตวิญญาณของนางอยู่ระดับศักดิ์สิทธิ์“ฮ่า ฮ่า ฟางเฉิน ฆ่านางซะ จิตวิญญาณของนางจะเป็นประโยชน์ต่อข้า” ความโลภกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด“ตูม!!!!!!!!” ฟางเฉินเคลื่อนใหวด้วยความเร็วสูงสุด กายามังกรถูกกระตุ้นทันที“ดาบเผลิงผลาญสวรรค์” ฟางเฉินคำรามออกมาพร้อมกับโจมตีด้วยพลังทั้งหมดทันที“บัดซบพวกเราช่วยกันป้องกันเร็วเข้า!!!!!!!”ทั้ง 4 คนปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาและสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมา แต่ว่าทันทีที่ดาบของฟางเฉินสัมผัสกับกำแพงน้ำแข็งการระเบิดของเปลวเพลิงก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและการโจมตีของฟางเฉินที่ใช้ทั้ง กายามังกร อาภรณ์อาชูร่า และดาบเล่มใหม่ที่ได้รับมานั้นทำให้พลังการโจมตีของฟางเฉินเพิ่มขึ้นหลายเท่า“ตูม!!!!!!!!” แรงระเบิดกลืนกินกำแพงน้ำแข็งและพวกตระกูลทั้ง 4 ทันที“อ๊ากกกกกกกกกกก” ทั้ง 4 กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและล้มลงไปนอนกับพื้น ทั่วร่างของทั้ง 4 ต่างมีบาดแผลจากถูกเพลิงแผดเผาอยู่เต็มตัว