เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 33

    09.00 น.


    ผมขับรถมาจอดเทียบตรงประตูหน้าบ้าน ก่อนจะลงมายืนรออยู่ข้างรถคันสีดำเงาวับที่เพิ่งขัดจนสะท้อนแดดยามเช้า


    ไม่นาน ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออก และภาพตรงหน้าก็ทำเอาผมหายใจสะดุด


    หญิงสาววัยสี่สิบสามปรากฏตัวในชุดเดรสยาวแทบถึงพื้น ทรงกระชับช่วงบนเน้นสัดส่วนแต่ปล่อยหลวมสบายช่วงล่าง คอเสื้อสูงแต่เผยไหล่ขาวเนียนอย่างมีเสน่ห์ ผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบละลายไปกับภาพนั้น


    ข้างกายเธอมีพี่เหมยเดินตามมาติด ๆ มือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือหิ้วรองเท้าส้นสูงสีงาม ส่วนคุณเอมยังคงสวมรองเท้าสบาย ๆ ดูเรียบง่าย


    ผมรีบเปิดประตูรถให้ เธอขึ้นนั่งโดยไม่เหลียวมามองผมสักนิด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยตามมา พี่เหมยส่งกระเป๋าและรองเท้าส้นสูงตามเข้าไปในรถ ก่อนที่ผมจะก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วปิดประตูอย่างระมัดระวัง


    จากนั้นจึงเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ หัวใจผมยังสั่นแปลก 


    ผมก้าวขึ้นมานั่งประจำที่ กดหน้าจอรถตรวจเช็กเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามเบา ๆ


    “คุณเอม...จะไปที่ไหนเหรอครับ?”


    เธอไม่ตอบในทันที เงียบจนหัวใจผมเริ่มกระวนกระวาย ราวกับเสียงในห้องโดยสารเงียบเกินไป ทุกวินาทีเหมือนยืดยาวออกไป


    จนกระทั่งเสียงเรียบ ๆ ของเธอดังขึ้น


    “เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเวลาที่เราอยู่กันสองคน...ต้องเรียกยังไง”


    ผมชะงัก เงยหน้ามองกระจกหลัง เห็นเธอนั่งไขว่ขา มือหนึ่งค้ำคาง แววตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่ได้สนใจผม แต่เพียงแววเสียงกับท่าทีของเธอ...กลับทำให้หัวใจผมสั่นแรงกว่าเดิม


    “พะ…พี่ จะ—” ผมยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เอ่ยแทรกเสียงเรียบชัดเจน แต่แฝงด้วยน้ำหนักที่ทำให้ผมแทบกลืนคำพูดกลับลงคอ


    “ไปโรงแรม... ออโรร่าเฮฟเว่น”


    เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนหันสายตามามองกระจกหน้า สบตาผมผ่านเงาสะท้อน “แต่รอมะขิงก่อน…น้องจะไปด้วย”


    ผมสูดหายใจเข้าลึกทีหนึ่ง ตอนนี้มีโอกาสแล้วที่จะขอโทษคุณเอม 


    “พี่เอมครับ…” ผมหันหลังไปเอนตัวมองเธอ เธอชำเรืองมองกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ยังไม่ตอบอะไร


    ผมสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คือ…ผมขอโทษ เรื่องเมื่อคืนด้วยนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตอนนี้ผมรู้สึกผิดมาก ๆ”


    สายตาของเธอยังคงเรียบเฉย แต่ลึกลงไปในดวงตา ความคิดกลับปั่นป่วน


    ความร้อนรุ่มเมื่อคืนยังคงซ่อนอยู่ใต้ผิว เธอพยายามกลั้นความรู้สึกนั้นไว้ ทั้งความอึดอัดและความผิดหวังปะปนกัน


    แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผม เธอเพียงเงียบและพิจารณา แววตาสอดส่องท่าทีผม


    เธอถอนหายใจเบา ๆ


    “ค่ะ…ฉันนึกว่าคุณจะไม่พูดอะไรแล้วซะอีก”


    เธอหยุดไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่อ่อนโยน


    “ฉันให้อภัย…แล้วก็...เรื่องที่ฉันทำให้คุณเข้าใจผิดด้วย ส่วนหนึ่งก็ความผิดฉันด้วย อีกอย่างคุณก็ยังเด็ก คงยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีพอ เอาเป็นว่า…ฉันจะลืมมันไปแล้วกัน”


    “ขอบคุณมากครับ” ผมเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันหลังกลับมา


    ตื้ด...


    [ระดับความสนิท: เพิ่มขึ้น → ระดับ 2 (ค่าตอบแทน X 4)]


    “โอ้ ขึ้นสักที่...แต่เสียดายคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันแล้วแหละ” ผมพึมพำในใจพลางส่ายหัวเบาๆ ทันในความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น “แล้วถ้าใช้สกิลไว้วางใจกับคุณเอมล่ะ” ผมยิ้มมุมปากอีกครั้งหนึ่ง กับความคิดเจ้าเลห์


    ขณะนั้นเอง เรียวขาของเธอที่ไขว่ห้างอยู่ใต้ชุดเดรสยาว บิดเร่าไปมาเล็กน้อยเพื่อระงับความรู้สึกที่ผุดขึ้นมา


    ภาพและความทรงจำเมื่อคืนยังคงฝังอยู่ในใจ เธอสัมผัสได้ถึงความต้องการบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานาน


    แม้สามีของเธอจะอยู่ใกล้ แต่ด้วยอาการป่วยและร่างกายที่อ่อนแอ เขาก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้


    ไม่กี่นาทีต่อมา มะขิงก็เปิดออกมา พร้อมกับชุดน่ารักเสื้อแขนยาวสีสนิม ทรงหลวมเล็กน้อย คอวี ชายเสื้อรัดรูปบริเวณเอว จับคู่กับกางเกงขายาวสีขาวขาหลวม


    ...


    ผ่านไปพักใหญ่ ผมก็มาจอดรถที่ โรงแรมออโรร่าเฮฟเว่น


    ที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนและรถหลายคันที่จอดรอส่งแขก พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย


    สายตาผมเหลือบไปมองป้ายด้านหน้า… เป็นงานเปิดตัวโครงการอะไรสักอย่างที่ดูยิ่งใหญ่ ผู้คนแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงความหรูหราและกระฉับกระเฉงเต็มไปหมด


    ทันใดนั้น จอโปร่งใสก็เด้งข้อความขึ้นมาบนหน้าจอ


    [รับส่งสำเร็จ]


    [ผู้โดยสารหนึ่งคน คุณได้รับค่าตอบแทน 2,000 บาท] 


    [เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 = 8,000]


    ผมขมวดคิ้ว มองหน้าจอไม่อยากเชื่อสายตา “สองคนนะเว้ย แกมั่วแล้ว!” ผมบ่นพึมพำในใจ


    ข้อความตอบกลับปรากฏขึ้นทันที


    [ผู้โดยสารที่ลง มีเพียงคุณชะเอมเท่านั้นครับ]


    ผมถอนหายใจ ยกมือกุมหน้าผาก “แล้วมะขิงล่ะ…” ผมเรียกระบบซ้ำ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ 


    เมื่อถึงจุดลง ผมรีบเปิดประตู แล้วเดินอ้อมไปเปิดอีกฝั่งให้คุณเอมทันที เธอโบกมือลาให้มะขิงพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินเข้าประตูโรงแรมไป


    ผมยืนมองแผ่นหลังเธอหายไป พลางคิดในใจ… ไม่ว่าเธอจะสวมชุดอะไรก็ดูเข้ากับเธอไปหมด ทุกชุดเหมือนถูกตัดเย็บมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

    ผมขับรถออกมาจากหน้าโรงแรมที่เต็มไปด้วยผู้คน แล้วเอ่ยถามมะขิงที่นั่งอยู่ด้านหลัง “จะไปไหนเหรอครับ?”


    ผมพูดพลางมองกระจกมองหลัง แต่พบว่าเธอกำลังมองกลับมาเช่นกัน สายตาของเธอมัน… ทำให้ผมต้องกะพริบตาปริบ ๆ

    เธอหลบสายตาผมเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบา


    “ไปเซ็นทรัลเวิร์ลค่ะ”


    จากนั้นผมก็ตั้งค่าเส้นทาง แผนที่เล็ก ๆ โปร่งแสงปรากฏขึ้นบนหน้ากระจก พร้อมเส้นแสงสีฟ้าที่ทอดยาวตามถนนราวกับนำทางให้เราไปยังจุดหมาย


    ผมคิดไประหว่างขับรถไปเรื่อย ๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้ขับรถให้กับบ้านหลังนี้


    ยิ่งการได้ขับรถราคาแพงแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ผมไม่อยากกลับไปขับรถรถเส็งเคร็งเก่า ๆ ของตัวเองอีกเลย


    เวลาผ่านไปราวยี่สิบนาทีกว่า ผมก็ขับรถมาจอดที่เซ็นทรัลเวิร์ลเรียบร้อย


    มะขิงเปิดประตูลงรถเอง โดยไม่ปล่อยให้ผมลงไปเปิดให้


    “เดี๋ยวพี่รออยู่ตรงนี้นะ” ผมบอกเธอ มือของเธอจับสายกระเป๋าที่สะพายอยู่บนไหล่ อีกมือยกขึ้นมาปรับแว่นตาให้พอดี แล้วตอบกลับผมโดยไม่หันหน้ามอง


    “พี่เข้าไปเดินเล่นข้างในรอก็ได้นะ เดี๋ยวเสร็จแล้วหนูจะโทรหา” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


    ผมเงยหน้ามองเธอสักพัก ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ “น้องมีเบอร์พี่ไหมครับ?”


    เธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้หันมาสบตากับผมแม้แต่น้อย ขณะนั้นเอง เธอค่อย ๆ ยื่นแขนออกมา มือที่ถือโทรศัพท์เปิดหน้าจอซึ่งมีคิวอาร์โค้ดไลน์ปรากฏชัด


    “พี่สแกนแล้วเพิ่มเพื่อน” เธอพูดเสียงเรียบ แต่แววตาที่ฉายผ่านด้านข้างกลับแฝงไปด้วยความเขินอายบางเบา


    ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างพอใจ “เธอดูเป็นเด็กขี้อายใส ๆ แต่ก็น่ารักดี” ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้อง เตรียมสแกนตามที่เธอบอก

    จากนั้นเธอก็เดินเข้าประตูไป จนหายไปจากสายตาผม


    ตื้ด...


    [รับส่งสำเร็จ]


    [ผู้โดยสารหนึ่งคน]


    [คุณได้รับค่าตอบแทน 2,000 บาท]


    “ถึงเวลาใช้เงินแล้วโว้ย...” ผมพึมพำออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข 


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน