บทที่ 1 หานชิงอวี่แพทย์ ST
“พูดตรง ๆ นะพี่อวี่ พี่รู้สึกเสียใจทีหลังบ้างไหม?”
“ลองคำนวณเวลาดูแล้ว ขอแค่อดทนจนผ่านST*[1]อีก 4 เดือน พี่ก็เรียนจบแล้วนี่ พอถึงตอนนั้นฝีมือระดับพี่ ยังไม่ต้องพูดถึงโรงพยาบาลชั้นนำ 3 อันดับแรกหรอก โรงพยาบาลที่ต่ำกว่า 3 อันดับแรกไม่ใช่ว่าพี่จะสามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยหรือไง?”
“แค่ที่เป็อยู่ตอนนี้ก็ดีแล้ว เดี๋ยวก็คว้าน้ำเหลวหรอก ไม่ต้องพูดถึงที่โดนหลิวต้าป่าลา*[2]หาเื่แกล้งส่งมาห้องฉุกเฉิน เดิมทีวอร์ดผู้ป่วยในก็เหมือนแผ่นเหล็กตอกตะปูแน่น*[3]ทำอะไรก็ไม่สำเร็จหรอก แต่ก็มีแค่พี่นี่แหละที่ยังอารมณ์ดีขนาดนี้”
ณ แผนกฉุกเฉิน ศูนย์ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน
ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นอย่างหลี่หยางยื่นคีมห้ามเืให้กับหานชิงอวี่ที่กำลังทำหน้าที่เย็บแผลอย่างชำนาญ พวกเขาพูดคุยกันอย่างไม่มีความขุ่นเคืองในคำพูด ทั้งสองคนสนิทกันมาก ถึงขนาดที่สมัยเรียนสามารถใส่กางเกงตัวเดียวกันได้เลย
และในบรรดาแพทย์ ST กลุ่มนี้ หานชิงอวี่ถือว่ามีทักษะวิชาชีพดีที่สุด ด้วยอันดับฝีมือสูงที่สุดนี้ เดิมทีมีแนวโน้มที่จะได้อยู่วอร์ดผู้ป่วยในมากที่สุด แต่ก็น่าเสียดาย เพราะเขาไปล่วงเกินหัวหน้าแพทย์เวชกรรมเข้า จึงถูกส่งตรงไปยังแผนกฉุกเฉินทำงานอย่างวัวอย่างม้า สิทธิ์ของวอร์ดผู้ป่วยในจึงหมดสิทธิ์เช่นกัน จะบอกว่าไม่แค้นใจสักนิดเลยก็คงเป็ไปไม่ได้
“ไหมเย็บเบอร์ 5-0”
หานชิงอวี่ที่สวมหน้ากากอนามัยเงยหน้าขึ้นเหลือบมองเพื่อนสนิทที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่นิ้วเรียวยาวจัดการล้างแผลพื้นฐานเสร็จอย่างรวดเร็ว พลางหันกลับมาเอ่ยบอกเสียงเบาอย่างช่วยไม่ได้ทันที
“ตั้งใจหน่อย คนไข้ยังอยู่ อีกอย่าง ฉันก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไรเลยสักหน่อย”
“ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ ฉันก็จะยังเปิดโปงการกระทำของหัวหน้าหลิวเหมือนเดิมนั่นแหละ การสั่งจ่ายยาราคาแพงกว่าปกติ โรงพยาบาลไหนก็ทำกันทั้งนั้นซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พวกเราในฐานะหมอที่ต้องรักษาและช่วยชีวิตคน อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงคนไข้สิ จะได้ไม่ละอายต่อจิตสำนึกในใจ”
“เื่แบบนี้ ถึงจะไม่ผิดกฎ แต่ฉันคงทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้หรอก ฉันไม่สามารถเมินเฉยคุณธรรมในใจตัวเองไปได้ ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลี่หยางถึงกับส่ายหัว
หากเป็คนอื่นที่ทำตัวแบบนี้ หลี่หยางคงจะอดพึมพำว่ามีคุณธรรมจอมปลอมในใจไม่ได้ แต่พวกเขาทั้งสองเป็เพื่อนกันมาหลายปีแล้ว แน่นอนว่าเขารู้นิสัยของหานชิงอวี่ว่าเป็แบบนี้แหละ
ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลศูนย์นี้แห่งเดียวที่สั่งจ่ายยาราคาแพงกว่าปกติ
ลองนับดูเถอะ มีโรงพยาบาลหนึ่งแห่งก็นับเป็หนึ่งที่ได้เลย โรงพยาบาลไหนที่ไม่มีหมอสั่งจ่ายยาแพงพูดได้เลยว่าแปลก อย่างแรก ต่อให้ทำความผิดเช่นนั้นจริงและถึงแม้จะถูกรายงานความผิด อย่างมากสุดก็แค่โดนหัวหน้าแผนกตำหนิเพียงไม่กี่คำ อย่างที่สองคือ โดยทั่วไปเงินเดือนของแพทย์แนวหน้าไม่ค่อยสูงนัก จึงมีคนไม่น้อยใช้โอกาสนี้หารายได้พิเศษ
และเห็นได้ชัดว่า หานชิงอวี่เป็คนซื่อตรงไม่ประจบใคร จึงกล้าที่จะชี้ให้เห็นถึงความประพฤติมิชอบของแพทย์ระดับสูง
และผลลัพธ์ก็คือเขาถูกเตะจากแผนกดาราของโรงพยาบาลศูนย์ไปยังแผนกฉุกเฉินทันที โดยอ้างว่าให้เวียนแผนก แต่ใครก็ตามที่คุ้นเคยกับระบบโรงพยาบาลจะรู้ดีว่า สองแผนกที่ทรมานที่สุดในโรงพยาบาล คือแผนกกุมารเวชและแผนกฉุกเฉินนี้แหละ ซึ่งเป็แผนกแรกที่ต้องรับมือกับเหตุฉุกเฉิน หนักและเหนื่อยกว่าคนอื่นแค่ไหนนั้น ผู้หญิงต่างถูกใช้งานแบบผู้ชาย ส่วนผู้ชายถูกใช้งานเยี่ยงสัตว์
เพียงสามวันแรกที่หลี่หยางถูกเวียนแผนกก็ทนไม่ได้แล้ว จึงพยายามหาเส้นสายย้ายตัวเองกลับไป
“คงทำเป็สบายใจไม่ได้หรอกที่ถูกหาเื่ แผนกฉุกเฉินเป็ที่แบบไหน ใช่ว่าพี่จะไม่รู้สักหน่อย”
หลี่หยางเปิดปากพูด
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หานชิงอวี่เพียงเหลือบมอง ก่อนจะไม่สนใจเขาแล้วรีบทำงานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
“เสร็จแล้วครับ หลังจากนี้ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ และพอหายเจ็บแล้วก็ให้เคลื่อนไหวอย่างพอเหมาะนะครับ”
“ผมใช้ไหมละลายที่ 5-0 จึงไม่จำเป็ต้องมาโรงพยาบาลอีกเพื่อตัดไหม มันสามารถสลายไปได้เอง ส่วนรอยเย็บก็เล็กมาก ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้นะครับ”
ขณะที่หานชิงอวี่กำชับข้อควรระวังให้สาวน้อยตรงหน้าฟังอย่างละเอียด คนที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว ก่อนจะจากไปด้วยความขอบคุณอย่างซาบซึ้ง พร้อมใบหน้าเล็กที่แดงระเรื่อ หมอหนุ่มที่เย็บแผลให้คนนี้ทั้งสูงและหล่อมาก มือคู่นั้นก็คล่องแคล่วว่องไวจนทำให้คนทึ่ง ไม่มีอะไรน่าเกลียดเลยสักนิด
รอจนกระทั่งคนไข้ออกไป หานชิงอวี่จึงพูดขึ้นว่า “อย่าพูดแบบนั้นที่นี่อีก ถ้าผู้อำนวยการเหลียวมาได้ยินเข้าละก็ การจบการศึกษาของนายคงโดนวิจารณ์ยับเยินจนไม่เหลือชิ้นดีแน่ อีกอย่าง การที่มาแผนกฉุกเฉินก็ใช่ว่าจะเลวร้ายซะทีเดียวหรอก”
“ตอนนี้มีการปฏิรูปทางการแพทย์ ซึ่งไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ถ้าอยากจะเลื่อนตำแหน่ง ก็ต้องรีบเก็บยอดการผ่าตัด เพราะข้อกำหนดแรกคือจำนวนครั้งการผ่าตัด แม้ว่าภาระงานของแผนกฉุกเฉินจะมีมาก แต่ก็ส่งผลดีกับพวกเราแพทย์ ST และแพทย์ฝึกหัด ถือว่าเป็เื่ดีไปเถอะ ถ้าวันหนึ่งเจอเคสฉุกเฉินใหญ่ขึ้นมาจะทำอย่างไง จะสามารถขึ้นเตียงผ่าตัดได้ไหมล่ะ?”
หลี่หยางทำได้เพียงถลึงตาจ้องมอง ไม่รู้ควรพูดอะไรดี
เป็เื่จริงที่ในปัจจุบันมีการปฏิรูปทางการแพทย์ โดยมีการผ่อนปรนเื่เงื่อนไขการผ่าตัดให้แพทย์ ST และแพทย์ประจำบ้าน แต่ก็มีกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับแพทย์ ST และแพทย์ฝึกหัดที่อยากทำการผ่าตัด ว่าอย่างน้อยต้องมีความชำนาญทางวิชาชีพระดับ 2 แม้จะเป็แค่ผู้ช่วยก็ตาม
ถึงแม้ว่าในแผนกฉุกเฉินจะมีผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมาก แล้วข้อกำหนดสำหรับผู้ประกอบอาชีพแพทย์ได้รับการผ่อนปรนแล้ว แต่ถึงยังไงแพทย์ ST ที่คิดอยากจะเป็ศัลยแพทย์อิสระก็แทบจะเหมือนกับความฝันของคนโง่งมเท่านั้น
เมื่อเห็นแบบนั้น หานชิงอวี่เพียงคลี่ยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาถอดถุงมือปลอดเชื้อทิ้งแล้วหรี่ตาลงทันที
ชิ้ง!
หน้าจอเสมือนจริงที่มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่มองเห็นปรากฏขึ้นมา
[หมอผู้เมตตา]
[คะแนนความชำนาญ : 13 คะแนน]
[ระดับแพทย์ปัจจุบัน : แพทย์ ST - นักศึกษาแพทย์ประจำบ้าน ปี 1]
[ทักษะการผ่าตัด : ระดับ 2]
[ทักษะการเย็บ : ระดับ 2]
[ทักษะการล้างแผล : ระดับ 2]
[ทักษะการตรวจร่างกายทั่วไป : ระดับ 2]
[ทักษะการอ่านฟิล์ม : ระดับ 2]
[ทฤษฎีพื้นฐานทางการแพทย์ : ระดับ 3]
[ทักษะการห้ามเื : ระดับ 1]
หานชิงอวี่ยกยิ้ม จากนั้นเพิ่มคะแนนความชำนาญให้กับทักษะการห้ามเืทันที ชั่วพริบตา ความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวก็ผสานเข้ากับเขา พัฒนาความสามารถทางวิชาชีพในทักษะการห้ามเืได้สำเร็จ
หน้าจอนี้ หานชิงอวี่ได้มันมาเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว ดูเหมือนเป็เพราะเขาเพิ่งมีเื่กับหัวหน้าหลิวที่กำลังสั่งจ่ายยาราคาแพงให้คนไข้ ระบบจึงได้ผูกมัดกับเขาเรียบร้อย
เมื่อรักษาคนป่วยและช่วยเหลือผู้คนก็สามารถได้รับคะแนนความชำนาญ เพื่อพัฒนาความสามารถทางวิชาชีพของตัวเขาเอง
หลังจากผ่านการทำงานอย่างหนักมาครึ่งเดือน ในที่สุดหานชิงอวี่ก็ได้อัปเกรดความสามารถทางวิชาชีพทั้งหมดเป็ระดับ 2 ซึ่งหมายความว่าหานชิงอวี่มีคุณสมบัติที่จะขึ้นเตียงผ่าตัดได้แล้ว
แล้วควรจะใช้คะแนนความชำนาญที่เหลืออีกสิบสองคะแนนยังไงดีล่ะ?
หานชิงอวี่จึงเปิดรายการตัวเลือกดูซ้ำไปมา แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักที
ในขณะนั้นเอง เสียงกริ่งฉุกเฉินดังขึ้นอย่างกะทันหัน แผนกฉุกเฉินทั้งหมดต่างแตกกระเจิงทันที
บรรดาแพทย์และพยาบาลที่เดิมทีคอยจัดระเบียบคนไข้ที่มารับการตรวจต่างก็วิ่งออกจากตำแหน่งของตนอย่างร้อนรน เร่งรีบออกไปข้างนอก แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลที่อืดอาดยังตื่นตัว วางเชือกกั้นอย่างรีบร้อน
มันคือ...
อุบัติเหตุระดับ 3?
หานชิงอวี่ตกตะลึง ยังไม่ทันได้พูดอะไร พลันเห็นหลี่หยางที่กำลังงุนงงเช่นกันกำลังหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงไม่ยอมหยุดออกมาจากกระเป๋า พร้อมกับรีบยกแนบข้างหูอย่างรวดเร็ว
“ครับ อื้ม อ่า อ่า เข้าใจครับ รับรองภารกิจสำเร็จแน่นอน”
พูดเพียงไม่กี่คำ หลี่หยางก็วางสาย จากนั้นมองไปที่หานชิงอวี่ด้วยสีหน้าราวกับกำลังมองศัตรูคู่อาฆาตที่หายไปนานหลายปี “เวรเอ๊ยพี่อวี่ ปากพี่นี่ศักดิ์สิทธิ์จริง พูดว่าเจอเคสฉุกเฉินก็เจอจริงแล้วเนี่ย!”
“เกิดอุบัติเหตุรถชนต่อเนื่องครั้งใหญ่ ยอดผู้เสียชีวิตโดยประมาณ 3 คน มีผู้ได้รับาเ็สาหัสมากกว่า 10 คน เพิ่งจะได้รับคำสั่งให้พวกเราแพทย์ ST และแพทย์ฝึกหัดที่ยังขึ้นเวรในแผนกอื่น ๆ รีบมาช่วยแผนกฉุกเฉิน”
หลี่หยางพูดพลางดึงหานชิงอวี่ไปตามทางเดินที่มุ่งสู่ประตูใหญ่ของโรงพยาบาล
[1] ST (Standardized Training) เป็หลักสูตรการฝึกอบรมที่ประเทศจีนได้จัดทำขึ้นมาเมื่อปี 2015 สำหรับนักศึกษาแพทย์ปี 5 ที่สำเร็จการศึกษา จำเป็ต้องผ่านการฝึกอบรมนี้เป็ระยะเวลา 3 ปี ถึงจะสามารถเป็แพทย์ประจำบ้านทำงานในโรงพยาบาลได้
[2] ต้าป่าลา เป็หนึ่งในตัวละครเื่ Legend of Night ที่มีนิสัยใจนักเลง
[3] แผ่นเหล็กตอกตะปูแน่น ใช้อุปมาว่า เหตุการณ์เป็เช่นนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้