ชุดนอนบางเบาค่อยๆ เลื่อนหลุดจากกายงามด้วยฝีมือผู้ที่เป็สวามี มือหนาทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของร่างงามตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์บนกายหนาของตนเองออกอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนจนเกินไป ดวงตาคมจ้องมองร่างงามที่หลับตาพริ้มอยู่ใต้ร่างตนอย่างหลงใหล กายบางงามดั่งบุปผาแรกแย้ม ดูบริสุทธิ์ดั่งหยกชั้นดี ปากหนาก้มลงมอบจุมพิตอ่อนโยนดูดดื่มอย่างห้ามใจไม่อยู่ มือหนาก็ไม่น้อยหน้าลูบคลำเคล้นคลึงไปทั่วกายงาม ปลุกไฟปรารถนาให้ลุกโชนจนยากจะหยุดยั้ง
ปลายลิ้นร้อนชื้นซอกซอนกวาดต้อนปลายลิ้นเล็กดูดดึงตักตวงความหอมหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม เรียกร้องให้คนใต้ร่างต้องตอบสนองอย่าง เก้ๆ กังๆ ด้วยไม่ประสากับเื่เช่นนี้ส่งผลให้ร่างสูงยกยิ้มอย่างเอ็นดูอย่างหนัก ปากหนาค่อยๆ เลื่อนมาจูบซับดูดเม้มซอกคอหอมกรุ่น สร้างร่องรอยสีกุหลาบ ตีตราเป็เ้าของ ร่างบางนอนบิดกายเร่าๆ ด้วยความเสียวซ่านกับสิ่งแปลกใหม่ที่ร่างสูงมอบให้
สมองมึนงงคิดอะไรไม่ออกเหมือนเจอทางตัน ใบหน้างามแดงก่ำเพราะอารมณ์ใคร่กำลังจู่โจมเข้ามาอย่างไม่ลดละ ร่างสูงมองหน้าก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"เ้า ้าอะไร"ถามออกไปอย่างคนเ้าเล่ห์ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เพราะราคะในกายกำลังจู่โจมเขาเช่นกัน
"ขะ-ข้า มะ-ไม่รู้ "เสียงครางแ่ๆ เล็ดลอดออกมาจากปากบางอย่างห้ามไม่อยู่ ตอนนี้รอบกายทั้งคู่มีลำแสงสีทองโอบอุ้มไปทั่วทั้งสองกาย ส่วนบนท้องฟ้าเหนือตำหนักก็มีสัญลักษณ์ของทั้งคู่กำลังกอดรัดกันไม่ห่าง มือหนาค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะจับเอาแก่นกายร่างบางไว้ในมือรูดรั้งให้อย่างเอาใจ ร่างบางดิ้นพล่านส่ายหน้าไปมาจนเส้นผมสวยกระจายเต็มหมอน
"อ๊ะ ยะ-อย่าจับ เอามือออกไปนะ"ร่างบางร้องห้ามเมื่อมือหนาแตะลงบนแก่นกายขนาดเหมาะมือของตน แต่มีหรือร่างสูงจะยอมฟังกลับรูดรั้งแก่นกายของร่างเล็กอย่างหนักหน่วงรวดเร็วเป็จังหวะขึ้นๆ ลงๆ ปากหนากำลังทำหน้าที่ปลุกอารมณ์คนใต้ร่าง ด้วยการใช้ปลายลิ้นเลียวนเม็ดทับทิมเม็ดงามทั้งสองเม็ดสลับกันจนตอนนี้มันแข็งชูชั้นสู้ปลายลิ้นที่กำลังดูดดึงขบกัดอย่างเมามัน จนฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำลายของคนตัวโตก่อนจะย้ายเป้าหมายลงมายังแก่นกายที่เริ่มแข็งขึงเพราะถูกรังแก คนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ริมฝีปากหนาแก่นกายตนเอง
"อ๊ะ ท่านสะ-เสียวจัง"ใบหน้างามแดงจัดเชิดขึ้น ริมฝีปากบาง ขบเม้มจนห้อเือย่างกดกลั้นความเสียวซ่าน
ที่มันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีสิ้นสุด ปากหนาดูดรั้งเบาๆ จนเรียกเสียงครางกระเส่าจากปากร่างบางที่นอนบิดกายอย่างทรมาน มือบางกำผ้าปูที่นอนสีแดงเพลิงไว้แน่น จิกทึ้งระบายความอึดอัดเสียวซ่าน แผ่นหลังบางเด้งขึ้นจากที่นอน ปลายท้าวจิกเกร็งถีบรั้งจนผ้าปูเตียงยับยู่ ไม่เข้าใจว่าอาการเสียววูบวาบเหมือนกับว่ามีผีเสื้อนับพันๆ ตัวมาบินเล่นในช่องท้องของตน ความรู้สึกทรมานนี้มันคืออะไร ภาพตรงหน้าดูเหมือนกับเย้ายวนให้สติของร่างสูงเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ
"ฟะ-เฟยหลง ท่านทำอะไรกับข้า อึก"
"แล้วเ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ" คนเ้าเล่ห์เอ่ยถามกลับมา
" ข้าไม่รู้ อึก อ่า มะ-ไม่ไหวแล้ว ปะ-ปล่อยข้าเถิดมันทรมานเหลือเกิน"ร่างสูงมองร่างเปลือยเปล่าตรงหน้า พยายามสะกดอารมณ์ตนเองไม่ให้วู่วาม แม้ว่ากายเขาตอนนี้รู้สึกปวดร้าวจนแทบจะปริแตกแล้วก็ตาม
"บอกข้ามาซิว่า เ้า้าอะไรจากข้า"เขาพูดกับคนใต้ร่าง
"มะ ไม่ ไม่รู้ ข้าไม่รู้"
"ไม่รู้ เช่นนั้นหรือ หึ หึ"ร่างสูงพอใจกับคำตอบที่ออกมาจากปากสวย ไม่คิดว่าโตมาขนาดนี้แล้ว ยังเดียงสากับเื่แบบนี้นัก ที่ผ่านมาเ้าไปอยู่เสียที่ไหน คงยังไม่เคยแตะต้องสตรีนางใดเลยซักคราวละสิ
"หึ หึ ที่ผ่านมาเ้าไปอยู่เสียที่ไหน ข้าไม่คิดว่าเ้าจะยังเดียงสาขนาดนี้ เช่นนี้ข้าจะสอนเ้าเอง"มือหนาจับเรียวขางามแยกออกจากกัน เผยให้เห็นช่องทางสีสวยที่ยังคงปิดสนิท ก่อนจะเอื้อมไปหยิบตลับยาที่เตรียมเอาไว้มาเปิดออก
ใช้นิ้วมือปาดเอาเนื้อยาลักษณะเป็ขี้ผึ้งก่อนค่อยๆ ปาดลงไปที่ช่องทางของร่างบาง ความเย็นของขี้ผึ้งทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก กายบางเย็นวาบั้แ่ศีรษะจนถึงปลายเท้าอารมณ์วาบหวามก่อนหน้าหายไปสิ้น เหลือไว้แต่ความตระหนก
"จะทำอะไร"
"สอนเ้าไง อยู่นิ่งๆ"ดวงตาหวานหันมามองการกระทำของร่างสูง นิ้วยาวค่อยๆ ทาเนื้อยาวนรอบๆ ช่องทางของคนใต้ร่างตนก่อนจะสอดมันเข้าไปจนมิด คราวนี้ร่างบางไม่ใช่แค่เพียงสะดุ้งหากแต่ดิ้นหนี สะโพกกลมถอยหนีมือหนาทันทีเพราะความเจ็บแปลบ และอึดอัดที่ช่องทางสีสวยยามถูกรุกราน
"อ๊ะ ปล่อยข้านะ ข้าเจ็บ ไม่เอา เอามือของท่านออกไปนะ!! "
"อย่าดิ้น ร่างกายเ้าจะรับข้าไม่ไหว จะาเ็เอาได้ข้าต้องเตรียมพร้อมให้เ้าเสียก่อน"
"ตะ-แต่ข้าเจ็บ"ร่างบาง บอกออกไปเพราะรู้สึกเจ็บและอึดอัดมากจริงๆ หากแต่ร่างสูงฟังดูเหมือนคนตรงหน้ากำลังอ้อนเขาอยู่
"ข้าจะพยายามให้เ้าเจ็บน้อยที่สุด เชื่อใจข้านะคนดี"
ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสวยอย่างอ้อนวอนขอ ดวงตาสวยจ้องมองตาคมก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาให้ ภายในใจที่สับสนจนหาทางออกไม่ได้ก็อ่อนยวบลงทันที ตาสวยจ้องใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอย่างตัดสินใจ ในเมื่อคนตรงหน้ารักเขาหมดใจเช่นนี้ แล้วเขาจะดิ้นรนหลีกหนีไปทำไมกัน
ั้แ่วินาทีนี้ผู้ชายตรงหน้าจะเป็ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา คิดได้เช่นนั้นแล้วปากบางจึงเอ่ยคำพูดที่เรียกรอยยิ้มจากร่างสูง
"ข้าเชื่อใจท่าน"มือบางค่อยๆ โน้มศีรษะคนตรงหน้าเข้ามาจุมพิตริมฝีปากหนาอย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจของร่างสูงเต้นรัวราวกับทะลุออกมาจากอก ด้วยความยินดี ในที่สุดร่างเล็กก็ยอมเปิดใจรับเขาเสียทีร่างสูงไม่รอช้าเป็ฝ่ายเดินหน้าค่อยๆ สอนร่างบางที่พร้อมจะทำตามอย่างไม่ประสา ทำให้ร่างสูงกำลังจะคลั่งเพราะลุ่มหลงคนตรงหน้าจนยากจะถอนตัว นิ้วเรียวยาวค่อยๆ สอดแทรกทีละนิ้วจนมันสามารถเข้าไปได้ทั้งสามนิ้วเพื่อเปิดทางให้ร่างบาง สีหน้าคนใต้ร่างเขาตอนนี้ทั้งอึดอัดทรมานและเสียวซ่านสลับกันไป ใบหน้างามเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวบนใบหน้าและไรผม เขาใช้นิ้วมือควานหาบางอย่างจนเจอ จนร่างบางสดุ้งเพราะความเสียวซ่านเล่นงานเขาอย่างหนัก มือหนาหมุนควงไปทั่วช่องทางหลัง พยายามเบิกทางให้อีกฝ่าย ริมฝีปากหนาไล่บดจูบ ขบเม้มไปทั่วทั้งกายงาม สร้างความเสียวซ่านจนได้ยินเสียงครางกระเส่าดังออกมาจากปากบาง
"อ๊ะ อึดอัด โอ้ยเจ็บ"
"เ้าอย่าเกร็งสิเย่วเอ๋อร์"เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างตนพร้อมแล้วเขาก็ไม่รอช้า จับเรียวขางามพาดบ่าแกร่งสอดแทรกตัวตนของเขาเข้าไปอย่าช้าๆ แต่มันก็ยากเย็นเหลือเกินกับความคับแน่นเพราะร่างบางเกร็งไปหมดทั้งตัว
สวบ!!
"อ๊ะ ข้าเจ็บ โอ๊ย!! " ร่างกายปวดร้าวเหมือนจะฉีกขาดเป็เสี่ยงๆ เมื่อแก่นกายใหญ่พยายามรุกล้ำช่องทางที่คับแคบเสียจนไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ เพราะกายบางต่อต้านกับสิ่งแปลกปลอม เฟยหลงก้มลงมาจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้นเต็มดวงตาสวย ก่อนจะค่อยๆ บดจูบริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมคนตรงหน้าให้ผ่อนคลาย
"เ้าผ่อนคลายลงหน่อย อย่าเกร็งข้าจะพยายามให้เ้าเจ็บน้อยที่สุด เชื่อใจข้านะเย่วเอ๋อร์"ร่างสูงปลุกปลอบคนตรงหน้าทั้งๆ ที่ตอนนี้ตนเองก็เกือบจะแย่...ร่างบางไม่ยอมผ่อนคลายลงเลยช่องทางของร่างบางมันบีบรัดเขาแน่นเสียจนหายใจไม่ออก ใบหน้าคมชื้นเหงื่อไม่แพ้คนใต้ร่างเลยกรามหนาบดเข้าหากันแน่นอย่างสะกดอารมณ์อดกลั้น ไม่ให้ตนเผลอกระแทกแก่นกาย อย่างที่ใจอยากจะทำที่สุดในตอนนี้
"เ้า ไหวหรือไม่" ถามด้วยความเป็ห่วง
"ขะ-ข้ายังไหว"ตอบออกไปทั้งๆ ที่แทบจะไม่ไหวแก่นกายใหญ่ค่อยๆ กดลงไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดร่างบางก็สามารถรับตัวตนของเขาเข้าไปได้จนหมดสิ้น เืสีสดค่อยๆ ไหลออกมาจากาแที่ฉีกขาดหยดลงบนมาเปื้อนผ้าปูที่นอนเป็ดวงเล็กๆ
"อื้อ... เจ็บ อึก"
"อ่า... แน่นเกินไปแล้ว"เขาก้มลงจูบซับน้ำตาของคนใต้ร่าง ที่ตอนนี้สะอื้นจนตัวสั่นเพราะความปวดร้าว มันเจ็บร้าวไปถึงกระดูกไขสันหลังเลยทีเดียว ขนาดของเฟยหลงทำให้ร่างบางจุกเสียจนหายใจไม่ออก ร่างสูงพยายามจูบปลุกอารมณ์ร่างบางอีกครั้ง
จนร่างบางผ่อนคลายลดอาการเกร็งลงมาเล็กน้อย แต่ความทรมานยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมจนอยากหาที่ระบาย
กึด!! และเป้าหมายของร่างบางก็คือไหล่หนาของเฟยหลง ปากบางกัดเขาจนจมเขี้ยว เฟยหลงกัดฟันทนยอมให้อีกฝ่ายระบายออกมาที่เขา
"อึก อ่า... หากมันช่วยระบายความปวดร้าวได้ ข้าก็ยินดี"เย่วซินแหงนหน้ามองคนพูด ก่อนจะรีบปล่อยฟันคมที่กัดอีกฝ่ายทันทีที่ได้สติ
" ขะ-ข้าขอโทษ" ร่างสูงยิ้มรับ ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกแกร่งช้าๆ ให้ร่างบางได้ปรับตัว จากตอนแรกเจ็บแทบจะขาดใจ แต่มาตอนนี้มันกลับเสียวซ่านเสียจนหายใจไม่ออก ทุกครั้งที่ร่างสูงขยับเข้าออกจากช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ความ้า ความเสียวซ่านเรียกเสียงครวญครางจากปากร่างบางได้เป็อย่างดี
"อ๊ะ เฟยหลงข่าเสียว อื้อ"
"ซีด... เ้ารัดข้าแน่น จนข้าจะ ทะ-ทนไม่ไหว"ร่างสูงกระแทกกระทั่นตามอารมณ์ดิบที่เริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ตามสัญชาตญาณ จนร่างบางแทบจะรับไม่ไหว
"เบาหน่อย อึก อือ"
ปึก!! ปึก!! ปึก!! เสียงอันน่าอายในความคิดของร่างบางดังทั่วทั้งห้องหอ ใบหน้างามเห่อร้อนไปด้วยความอับอาย คนตัวโตกระแทกเอาๆ ไม่คิดจะปล่อยให้เขาได้หายใจหายคอกันบ้างเลย
ตอนแรกร่างบางกัดคนตรงหน้า แต่ตอนนี้แค่นั้นมันไม่พอ มือบางจิกข่วนตามอกแกร่ง ลามไปถึงแผ่นหลังของร่างสูง จนรู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่ทั้งคู่กลับรู้สึกดีจนหยุดไม่ได้
"อ่า... ซี๊ด... เฟยหลง อื่ม"
"เย่วเอ๋อร์ เ้าเป็แมวหรือไร ถึงชอบข่วนข้านัก"
"ก็เพราะทะ-ท่าน"
มือหนาจับเอวเล็กเอาไว้มั่น กระแทกกระทั่นแก่นกายใหญ่เข้าออกรุนแรง จนคนที่อยู่ภายใต้การควบคุม สูญเสียการเป็ตัวตนไปโดยสิ้นเชิง มือหนาจับร่างบางพลิกไปพลิกมาเปลี่ยนท่าไปเรื่อย ราวกับว่าร่างบางเป็ตุ๊กตาอย่างนั้น จนคนใต้ร่างตามไม่ทัน
"อ๊ะ ทะ-ท่านเบาหน่อยข้าจุก อ๊ะมันจุก"
ตอนนี้ร่างสูงกระแทกใส่ร่างบางไม่ยั้งจนหัวสั่นหัวคลอน เพราะช่องทางอันคับแคบของคนตรงหน้า มันทั้งตอดทั้งบีบรัดแก่นกายเขาเสียจนต้องครางระบายความเสียวซ่านออกมา
ใบหน้าคมแดงก่ำครางชื่อร่างบางออกมาไม่ขาดปากเมื่ออารมณ์ถึงขีดสุดกระแทกเน้นย้ำเป็จังหวะหนักหน่วงเร่าร้อน ปากหนาครางฮึมฮัมในลำคอราวกับสัตว์ร้ายที่ได้รับาเ็
ปึก!! ปึก!! ปึก!!
เสียงครางจากปากสวยยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขามากมายเกินคาดคิด
ปากบางถูกร่างสูงบดขยี้จูบลงมาอย่างรุนแรงตามอารมณ์ จึงเผลอกัดปากสวยเข้าร่างบางก็ไม่น้อยหน้า
กัดกลับคืนไปจนปลายลิ้นัักับกลิ่นคาวเืของทั้งคู่อารมณ์ดุเดือดถึงขีดสุด ร่างสูงกระแทกเน้นย้ำไม่กี่ครั้งก็พากันถึงฝั่งพร้อมๆ กัน
ตับ!! ตับ!! ตับ!!
"อ๊ะ อ้า... "
สุดท้ายร่างบางก็ปลดปล่อยความทรมานออกมาจนหมด สายตาหวานเหมือนจะมองเห็นดวงดาวระยิบระยับกระจายอยู่รอบกายงาม สวยเหลือเกินในความคิด ปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างสุขสม
"ฮึม อึก ซี๊ด... "
กายหนาปลดปล่อยฉีดพ่นสายพันธุ์ของตน เข้าสู่กายบางจนล้นปรี่ ร่างสูงฟุบลงบนกายงาม ที่ตอนนี้นอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าราวกับไปสู้รบกับใครมา ตอนนี้บนท้องฟ้าเหนือตำหนักตน ได้ปรากฏหงส์ตัวหนึ่งสีแดงฉานราวกับไฟ เส้นขนทุกเส้นแดงจ้าเหมือนอยู่ในกองเพลิง ดวงตาแดงก่ำดุดันน่าเกรงกลัวในความคิดของผู้ที่พบเห็น มันบินวนเวียนอยู่เช่นนั้นเหนือตำหนักของเฟยหลง
"ท่านพี่ หงส์เพลิงเพคะ น่าเกรงและก็น่ากลัวด้วย"
อดีตองค์ราชินีเอ่ยกับสวามีหลังจากมองเห็นการปรากฏตัวของหงส์เพลิง เหนือตำหนักบุตรชายคนโตผ่านหน้าต่างห้องบรรทม
"อื้มข้าเห็นแล้ว หงส์เพลิง เวทสายดุดัน เวทสายนี้ร้ายใช่เล่น"
"มันเป็อย่างไรเพคะ" ถามด้วยความสนใจ
"ดุดันทำลาย ภักดีกับนายตนเพียงผู้เดียว ให้ได้แม้กระทั่งชีวิต ช่างหายากนักสะใภ้ใหญ่ของเ้านี่โชคดีจริงๆ "
"แล้วเ้าหงส์ฟ้าล่ะเพคะท่านพี่"
"หงส์ฟ้าของหลิงซาน เวทสายอ่อนโยน ไม่ดุดันทำลาย แต่กลับซ่อนเร้นกายไร้หนทางหาเจอ หากภัยถึงตัวนายของเขา รับรองเขาซ่อนกายได้มิดชิดเชียวละ เวทสายนี้ดูไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่มันมีดีในตัวมันเอง และเป็เวทที่สามารถรักษาและช่วยเหลือผู้อื่น
"ก็ไม่เลวเลยนะเพคะ น่ายินดีกับสะใภ้ทั้งคู่ดียิ่งนัก"
"ของเ้าก็ร้ายใช่เล่นนี่" หันไปพูดกับชายารัก
"ไม่ขนาดนั้นหรอกเพคะ"
"หรือเ้าว่า เ้าหยางเป่ยของเ้าไม่น่าสนใจล่ะ"
"ไม่พูดกับพระองค์แล้วเพคะ"
เถียงไม่ออกเลยงอนแทน เป็หน้าที่ของสวามีที่จะต้องง้องอนชายารักให้หายเคืองใจ หงส์ประจำกายของอดีตราชินีมีพลังธาตุเป็ธาตุลมร้ายใช่เล่น เวลาโกรธขึ้นมาพัดไปทางใดทางนั้นราบเป็หน้ากลอง เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งนางโกรธเคืองพระสวามีอย่างกนักเพราะหึงหวง มีองค์หญิงของเผ่าเล็กๆ เผ่าหนึ่งชอบพาสวามีของตนและวางแผนที่จะใกล้ชิดแต่นางรู้ทันเลยเล่นงานองค์หญิงผู้นั้นจนต้องหนีตายกลับเผ่าตนแค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ นางส่งหยางเป่ยไปพังเผ่าเล็กๆ ขององค์หญิงผู้นั้นจนราบเป็หน้ากลอง เื่ในครั้งนั้น แพร่กระจายไปทั่วสารทิศ ว่าองค์ราชินีของเผ่าัร้ายกาจเพียงใด จนไม่มีหญิงนางใดกล้าเข้าใกล้องค์าาของเผ่าัอีกเลยเพราะกลัวตาย และนี้ก็เป็อีกสาเหตุที่ไม่มีอาณาจักรแห่งใดอยากต่อกรด้วย ยิ่งตอนนี้มีสัตว์เทพแสนร้ายกาจเพิ่มขึ้นมาอีกสองตน ก็ยิ่งเพิ่มพูนความยิ่งใหญ่ให้อาณาจักรแห่งนี้ จนยากที่จะมีผู้ใดคิดจะมาต่อกรด้วยได้
เฟยหลงก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของร่างบาง สายตาคมจ้องมองสัญลักษณ์บนกายงามที่มันเปลี่ยนจากข้างหลังมาอยู่ข้างหน้าแทน สร้างรอยยิ้มให้ร่างสูงเป็อย่างดีปากหนาค่อยๆ กดจูบลงมาอย่างแ่เบาก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ข้าทำเ้าเจ็บมากไหม"
"ถ้าข้าบอกว่าไม่เจ็บ ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่" ร่างบางถามกลับ
"เชื่อสิ เช่นนั้น ข้าขออีกรอบ"
ร่างสูงแกล้งพูดเพราะรู้ว่าร่างบางประชดเขา เย่วซินได้ยินเช่นนั้นก็ใรีบห้ามอีกฝ่ายทันที
"อย่านะ ท่านจะทำเช่นนี้อีก จริงๆ หรือ"
"ข้าไม่ใจร้ายกับเ้าได้ลงคอหรอกเย่วเอ๋อร์ แค่นี้ข้าก็รู้ว่าเ้าเจ็บเกินพอแล้ว ข้าขอโทษ"
ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่บนเตียงนุ่ม ถึงจะมีที่นอนนุ่มๆ รับร่างบางไว้แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี
"ท่านขอโทษข้า เื่อะไร"
"ก็เื่ที่ข้า ทำเ้าเจ็บ"
ร่างบางถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าสวยรีบซุกซบลงบนอกแกร่งทันทีอย่าง้าหลบซ่อนความอาย ใบหน้างามแดงจัดเพราะความเขิน เฟยหลงอึ้งกับการกระทำของร่างบางอย่างไม่คิดฝัน ว่าจะเห็นมุมนี้ของคนตรงหน้า ร่างสูงรวบร่างบางตรงหน้าเข้ามากอดทันทีพลางหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ
"ฮะ ๆ ๆ ๆ ไม่คิดว่าเ้าจะน่ารักน่าชังได้ถึงเพียงนี้ ราชินีของข้า"
"ท่านแกล้งข้า" ปากบางกล่าวหาอีกฝ่าย
"ข้ามีความสุขมาก..มากเสียจนหวาดกลัว"
ร่างสูงมองหน้าอีกคนในอ้อมกอด ร่างบางแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายปากบางเอ่ยถามขึ้น
"เฟยหลง ท่านกลัวอะไรหรือ"
"ข้ากลัวว่าสักวันหนึ่ง ความสุขที่มี หากมันหายไป ข้าจะทำเช่นไร"
"หากท่านหมายถึงตัวข้า หากข้าปักใจแล้วมันไม่มีวันเปลี่ยน"
"ข้ารักเ้าเย่วเอ๋อร์ ข้าจะทำให้เ้าปักใจในตัวข้าให้ได้"
พูดจบร่างสูงก็ก้าวลงจากเตียง ก่อนจะก้มลงมาช้อนอุ้มร่างบางตรงไปยังสระน้ำ
"อ๊ะ ท่านจะทำอะไร"
"ล้างตัวเสียหน่อย เดี๋ยวเ้าจะนอนไม่สบายตัวเอาได้"
เมื่อสติกลับมาเต็มร้อยร่างบางถึงกับอ้าปากเหวอ มองผลงานของตนที่ปรากฏอยู่บนตัวของสวามีอย่างใ กับรอยกัดและรอยข่วนลายพร้อยเสียจนนับไม่ถ้วนเหมือนไปฟัดกับหมามาก็ไม่ปาน ตาสวยรีบหลบสายตาล้อเลียนของสวามีด้วยความเก้อเขิน
"หึ หึ หึ ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก แมวน้อยของข้า"
"บ้า อย่ามาล้อข้านะ เพราะท่านนั่นล่ะ บังคับข้า ฮึม"
"เ้าแน่ใจหรือ ว่าเ้าถูกข้า บังคับ"ร่างสูงยังไม่วายหยอกล้อให้ร่างบางอายจนแทบมุดน้ำหนี แต่ก็ทำไม่ได้เดี๋ยวตาย
"ข้า..ไม่พูดกับท่านแล้ว" พูดจบหันหน้าหนีด้วยว่าเคืองอีกฝ่าย จนร่างสูงเป็ฝ่ายหยุดล้อคนตรงหน้า
"หึ หึ หึ ไม่แกล้งเ้าแล้ว"
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรอีกเฟยหลงรีบล้างตัวให้เย่วซิน นิ้วเรียวควานเอาของเหลวที่ตนปล่อยไว้ในร่างกายงามออกมา หากปล่อยเอาไว้อาจทำให้ไม้สบายตัว ก่อนจะรีบพาขึ้นจากน้ำมาเปลี่ยนชุดนอนเพราะอากาศเย็น ร่างบางเลยชักจะหนาว เฟยหลงดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมให้ร่างบาง ก่อนจะสอดร่างตนเองเข้ามาใต้ผ้าผืนเดียวกัน รวบตัวอีกคนเข้ามากอดเอาไว้ทั้งตัว โน้มหน้าลงมาจูบหน้าผากอีกครั้ง
"นอนเสีย พรุ่งนี้เ้ายังมีอะไรต้องทำอีก"
ร่างบางซุกหน้าซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เป็สวามีอย่างเต็มตัว ด้วยหัวใจที่เต้นแรงและรู้สึก อบอุ่น อบอุ่นมากจนไม่อยากขยับออกไปไหน เลยซุกมันอยู่อย่างนั้นจนหลับไปพร้อมกับร่างสูงอย่างอ่อนล้า
ตำหนักอี้เฟย
"มะ-หมอ หมอหลวง หมอหลวงอยู่ไหน ใครก็ได้ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!! "เสียงะโเรียกหาหมอหลวงดังลั่นปานฟ้าผ่าของร่างสูง ที่เอ่ยออกมาอย่างลนลานั้แ่ท้องฟ้ายังมืดมิดของยามราตรี เล่นเอาผู้คนที่อยู่ยังตำหนักเขาลนลานรีบไปตามหมอหลวง ก่อนที่นายเหนือหัวของพวกเขาจะเผาตำหนักแห่งนี้เพราะราชินีตัวน้อยเจ็บป่วยขึ้นมา
อี้เฟยใตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงละเมอของร่างเล็ก ที่ร้องเรียกหาใครคนหนึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังคงเรียกหาไม่หยุดปาก ตัวของร่างเล็กก็ร้อนผ่าวราวกับอยู่ในกองเพลิง เขาลนลานทำอะไรไม่ถูกจึงต้องร้องเรียกหาหมอหลวง
"เสี่ยวไป๋ เ้าเป็เช่นไรบ้าง"
"เพราะข้าแท้ๆ ที่ไม่รู้จักยั้งอารมณ์เผลอรุนแรงกับเ้า"
"ข้าขอโทษ"ร่างสูงกล่าวขอโทษร่างเล็กอย่างสำนึกผิด เขารู้ว่าร่างเล็กป่วยไข้เพราะเขา ดูจากเมื่อคืนเขาก็คาดการเอาไว้แล้วว่าคนตรงหน้าคงเจ็บเสียจนจับไข้
"ป๊า ซานอยากกลับบ้าน ช่วยซานด้วย ป๊าซานเจ็บ ฮึก ฮือ... "
สะอื้นออกมาเบาๆ อย่างไร้สติจิตใต้สำนึกของคนป่วย ร่ำร้องให้เ้าตัวเอ่ยความในใจออกมา
"เ้าจะไปที่ใดได้อีกเล่าเสี่ยวไป๋ บ้านเ้าอยู่ที่นี่ จะไปจากข้าได้อย่างไรกันข้าไม่ยอมหรอก" ร่างสูงกอดกระชับร่างเล็กเอาไว้ด้วยความหวงแหน
"อยาก กลับบ้าน ฮึก"เอ่ยออกมาทั้งๆ ที่ไม่รู้สึกตัว ร่างเล็กนอนกระสับกระส่ายไปมาอย่างทรมานเพราะถูกพิษไข้เล่นงานอย่างหนัก ปวดหัวตัวร้อนยิ่งกว่าไฟจนอี้เฟยนั่งไม่ติด
"หมอหลวงเมื่อไหร่จะมา ไปตามกันถึงไหนหะ เ้าพวกไร้ประโยชน์!! "ในเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้เลยหันไปเล่นงานคนของตน เพราะอาการหงุดหงิด
"ข้าอยาก กลับบ้าน"ร่างเล็กยังคงละเมอไม่หยุด ริมฝีปากแดงก่ำเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"ข้าไม่ให้เ้ากลับ ไม่ยอมให้ไปไหนทั้งนั้น"
"หนาว ป๊า... ซานหนาว ไอ้เทียนมึงอยู่ไหนช่วยกูด้วย"
ร่างเล็กยังคงละเมอร้องเรียกหาบิดากับเพื่อนรัก อี้เฟยปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมเเขนตั้งท่าจะออกไปอาละวาดอีกครั้งเพราะหมอหลวงยังไม่มาถึงเสียที หากแต่ก็ต้องหยุดความคิดลงทันที เพราะหมอหลวงมาถึงพอดีด้วยอาการหอบฮักจากการโดนลากมาตลอดทาง
"เ้าทำเช่นไรก็ได้ ให้ราชินีของข้าทรมานจากพิษไข้ น้อยที่สุด"
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะพยายามพ่ะย่ะค่ะ"
หมอหลวงพูดอย่างลนลานเพราะน้ำเสียงและสายตาของคนตรงหน้า มันกดดันเขาเหลือเกิน บ่งบอกว่าไม่ใช่แค่พยายามแต่มันต้องทำให้ได้เท่านั้น การตรวจรักษาจึงเริ่มขึ้นอี้เฟยยืนอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง แผ่รังสีคุกคามกดดันทุกคนที่ทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ หมอหลวงยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยอาการสั่น จนในที่สุดมันก็จบลง ทุกคนเลยถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจ ที่ไม่ต้องทนกับรังสีอำมหิตที่ร่างสูงปล่อยออกมา
"เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ราชินีน้อยปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา แต่เอ่อคือ เอ่อ... "เหมือนยกูเาออกจากอก เมื่อได้รับรู้จากปากหมอหลวงว่าคนรักปลอดภัยแล้ว ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่หมอกลวงอ้ำๆ อึ้งๆ
"อะไรมีอะไรก็พูดมา!! จากน้ำเสียงและสีหน้าทำให้หมอหลวงกลืนคำที่จะพูดลงท้องไป
"มะ-ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ" (เื่นี้ข้าจะไม่ขอยุ่ง) หมอหลวงคิดในใจ คราวแรกคิดอยากจะเตือนว่าให้ร่างสูงถนอมร่างเล็กเสียหน่อย
เพราะร่างที่หลับใหลยังเยาว์กว่าคนตัวโตมาก ดูจากสภาพร่างกายของคนตัวเล็กที่ยับเยินจนน่าสงสาร คาดว่าคงเสียหายไปมากถึงกับจับไข้เช่นนี้ และเ้าเหนือหัวของตนที่ตอนนี้เ้าตัวคงจะยังไม่รู้ ว่าเบ้าตาข้างหนึ่งเขียวช้ำจนน่าใ ดูจากสถานการณ์แล้วราชินีน้อยคงแผลงฤทธิ์ใส่อีกฝ่ายไว้ไม่น้อย เจ็บกันทั้งสองฝ่าย ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นการร่วมหอคู่ใด จะดุเดือดเช่นคู่ของนายตนเลย
แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่มองเขาเหมือนจะกินหัวเสียให้ได้แบบนี้ เลยหยุดความคิดนี้เอาไว้ ก่อนจะไม่มีหัวไว้ประดับบนบ่าอีกต่อไป
เฮ้อ... เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของร่างสูงดังออกมา หลังจากที่รู้ว่าร่างเล็กปลอดภัยแล้วเขาเลยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จ ก็รวบคนตรงหน้าเข้ามากอดตอนนี้ความร้อนในตัวก็ทุเลาลงมาก ร่างเล็กเลิกละเมอทุรนทุรายลงแล้วเขาจึงเบาใจไปได้มาก ก่อนจะปิดเปลือกตาหลับพร้อมคนตรงหน้าไปอีกคราวอย่างโล่งใจ
ตำหนักเฟยหลง
ร่างบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นก็พบว่าตนนอนซุกอยู่กับอกแกร่ง หวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนจะถอนหายใจออกมาหากชะตาลิขิตขีดเขียนให้เขาต้องคู่กับคนตรงหน้า เขาก็จะยอมรับมันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ อีกแล้ว จะอยู่เคียงข้างอีกคนจนลมหายใจสุดท้าย เพราะเขาััได้แล้วกับความรักที่อีกฝ่ายมอบให้เขาอย่างจริงใจ
และยอมรับอีกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนนั้นไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายเลย แต่กลับมีความรู้สึกดีๆ ให้อีกฝ่ายขึ้นมานี่สิ
การร่วมหอถึงจะเ็ปในตอนแรก แต่ต่อมาร่างสูงกลับให้ความสุขเขาแบบที่ไม่เคยพบเจอ และได้รับจากใครมาก่อน เมื่อคืนเขามีความสุขมากหลังจากที่ทุกข์ทนมานาน ยอมรับว่าตอนนี้แผลในใจยังไม่หายสนิท แต่ก็ไม่ได้สาหัสเหมือนที่ผ่านมา อาจเป็เพราะความรักความเอาใจใส่ของคนตรงหน้าด้วย ดวงตากลมโตมองหน้าคนที่หลับใหล แอบสำรวจใบหน้าหล่อเหลาทั่วทุกตารางนิ้ว ไม่มีตรงส่วนไหนที่ทำให้ขัดตาร่างเล็กมากไปกว่า ร่องรอยที่เขาฝากเอาไว้ รอยช้ำเขียวคล้ำที่มุมปากลามไปถึงจมูก ที่เขาซัดหมัดเข้าไปส่งผลให้มีร่องรอยเขียวช้ำบนใบหน้าหล่อเหลา ร่างบางเผลอมองจนคนที่คิดว่าหลับลืมตาขึ้น
"จ้องขนาดนี้ คิดจะทำมิดีมิร้ายกับข้ารึ"
"อ๊ะ ปะ เปล่านะ ข้าไม่ได้คิดอะไรเลย สักนิด"
ปฏิเสธออกไปอย่างลนลาน ดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างตระหนก จนเรียกรอยยิ้มของร่างสูงเสียเต็มหน้า
"อ่า... เช่นนี้นี่เอง หรือว่าเ้า... อยากจะให้ข้อกอดเหมือนเมื่อคืนอีกครั้ง หึ หึ ถ้าเช่นนั้นก็ย่อมได้"ว่าพลางเอื้อมมือหมายจะคว้าร่างบางที่ตอนนี้ถอยหนีไปชิดผนัง แต่ด้วยความใร่างบางเลยพรวดพราดขยับกายหนีเป็เหตุให้ะเืไปถึงบั้นท้ายงามที่ถูกคนตัวโตรังแก ตักตวง เรียกร้องเอาแต่ใจเมื่อคืนที่ผ่านมา
"โอ๊ย... "ร้องออกมาได้เท่านั้นก็รีบกัดฟันอดทนกับความเ็ป ที่มันค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาั้แ่บั้นท้าย
จนลามไปถึงไขสันหลังเลยทีเดียว เล่นเอาน้ำตาซึมออกมาเอ่อคลอดวงตาหวาน คนตัวโตเห็นเช่นนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาหาด้วยความเป็ห่วง
"เ้าเป็เช่นไรบ้าง เจ็บมากหรือ เดี๋ยวข้าเรียกหมอหลวงดีกว่า"
"มะ-ไม่ต้องเรียกนะ"ร่างบางรีบห้าม
ทำไมกัน ก็เ้าเจ็บนี่"
"ข้าดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ต้องเรียกหมอหลวงหรอกนะ"
"เ้าแน่ใจนะ" ร่างสูงถามออกมาแบบไม่เชื่อนัก เพราะตอนนี้ร่างบางตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้
ร่างบางพยักหน้ารับจะให้เขาบอกว่าอย่างไรบอกว่ายังเจ็บตรงนั้นอยู่มาก ก็มันอับอายเกินไปเลยไม่อยากให้ร่างสูงตามหมอ
"ถ้าเช่นนั้นไปล้างตัวเสีย เดี๋ยวจะได้ทานมื้อเช้า"
ร่างสูงก้มลงช้อนตัวร่างบางมาไว้ในวงแขน และมุ่งตรงไปยังสระน้ำพาร่างบางไปล้างตัว หวนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาร่างบางทำให้เขารู้สึก มีความสุข โกรธเคือง รัก หลง สุขสม ความรู้สึกเหล่านี้ที่ปะปนกันจนถึงตอนนี้ มันเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างก็คือ ความหวงแหนอย่างหนัก เขาเป็คนที่รักแรงเกลียดแรงและหวงทุกอย่างที่เป็ของตน
มื้อเช้าของเย่วซินที่ร่างสูงให้เหล่านางกำนัลยกมาให้ มีเพียงโจ๊กร้อนๆ เท่านั้นร่างสูงให้เหตุผลว่ามันย่อยง่ายแค่นั้นร่างบางก็หมดคำพูด น่าแปลกใจจริงๆ ที่วันนี้ไม่มียาอย่างเช่นทุกครั้ง แต่ก็ดีแล้วเขาก็ชักจะกลืนไม่ลงเข้าไปทุกที มื้อเช้าผ่านไปอย่างราบรื่นจนอิ่มเย่วซินก็ถูกเฟยหลงประคองออกไปข้างนอกตำหนัก
ก็เห็นหงส์ไฟตัวหนึ่งที่บินวนเวียนอยู่เหนือตำหนัก พอมันเห็นร่างบางซึ่งมีสถานะเป็เ้านายของมันก็รีบบินลงมายืนตรงหน้าของเย่วซินทันที
"สัตว์เทพของเ้าอย่างไรล่ะ ตั้งชื่อรับขวัญให้เขาเสียสิ"ร่างสูงพูด
"ตั้งชื่อหรือ ชื่ออะไร" ร่างบางถามออกไปอย่างสงสัย
"แล้วแต่เ้า ซื่อที่เ้าตั้งให้จะติดตัวเขาไปตลอด สัตว์เทพเป็สัตว์ที่อยู่เหนือสัตว์ทั้งปวงเลยต้องให้เกียรติเขา"
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะเรียกเ้าว่า หนิงเฟิ่ง ชื่อนี้ข้าว่ามันเหมาะกับเ้า"
ความหมายของมันคือนกฟีนิกซ์หรือนกไฟทำนองนั้น ฝ่ามือบางยื่นไปแตะตรงหน้าผากเ้าหงส์เพลิง ขณะเอ่ยชื่อเรียกสัตว์เทพของตนพลันร่างหงส์ไฟขนสีแดงจ้าทั้งตัว ก็ค่อยๆ กลายร่างกลับมาเป็บุรุษหนุ่มรูปงามไม่ต่างจากเ้าของเลย ร่างบางใถอยหนี หนิงเฟิ่งคุกเข่าแสดงความเคารพเ้านายตรงหน้า
"ถวายพระพรองค์ราชินี"
"นะ นี่เ้ากลายเป็มนุษย์ได้ด้วย"ร่างตรงหน้าพยักหน้ารับ
"เขากลายร่างได้ ของหลิงซานก็เช่นกัน" เฟยหลงพูด
พอพูดถึงหลิงซานร่างบางก็นึกเป็ห่วงน้องชายขึ้นมาทันที เพราะเผชิญกับเหตุการณ์เช่นเดียวกัน
"หลิงซาน ข้าจะไปหาเขา"พูดจบก็รีบมุ่งหน้าไปหาน้องชายทันทีโดยไม่ฟังคำทัดทานจากร่างสูง หากพอไปถึงตำหนักที่น้องชายพักอยู่ก็เห็นสัตว์เทพของน้องชายตนยังคงบินวนเวียนอยู่เช่นนั้นเลยอดสงสัยไม่ได้
"หลิงซานยังไม่ได้ตั้งชื่อให้เขาอีกหรือนี่"
"น้องชายเ้าป่วยไข้ คงต้องรออีกสองสามวัน"ร่างสูงบอกออกไปให้คนตรงหน้าหายข้องใจ
"น้องข้าป่วยเช่นนั้นหรือ"
ขาเรียวรีบก้าวเดินเข้าตำหนักที่ร่างเล็กพักผ่อนอย่างรีบร้อนด้วยความเป็ห่วงคนด้านใน แม้จะเ็ปบั้นท้ายที่เมื่อคืนผ่านศึกหนักมาเพียงใดก็ต้องกัดฟันทน
ตำหนักของอี้เฟย
ร่างเล็กยังคงหลับใหลเพราะพิษไข้และฤทธิ์ยาที่ดื่มเข้าไป อี้เฟยนั่งเฝ้าไม่ยอมห่างเพียรเช็ดกายคลายความร้อนรุ่มให้ร่างเล็กได้หลับสบายขึ้น แต่เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างของผู้มาเยือนสองคน เย่วซินถลาเข้าไปหาคนที่หลับสนิทบนที่นอน
"หลิงเอ๋อร์ ใยเ้าจึงเจ็บป่วยเช่นนี้"
สรรพนามที่ใช้เรียกร่างเล็กเปลี่ยนไปด้วยความรักความห่วงหา เพราะคนตัวเล็กไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อแบบนี้ สายตารักใคร่ห่วงหาอาทรที่ผู้เป็พี่มีให้น้องชายทำให้คนที่มีชนักติดหลังอย่าอี้เฟยแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างรู้ชะตาของตนเอง
บรรลัยล่ะคราวนี้ ตอนนี้ คำคำนี้ เป็สิ่งเดียวที่อี้เฟยคิดออกจริงๆ
มือเล็กๆ ยื่นออกไปแตะที่หน้าผากเล็กก็รับรู้ถึงไอร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากร่างเล็ก มือบางเลื่อนไปลูบศีรษะที่มีกลุ่มผมนุ่มสลวยลื่นราวกับแพรไหมของน้องชายอย่างเบามือ
หากแต่สายตาเ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นร่องรอยสีกุหลาบบนต้นคอของร่างเล็กที่มันโผล่พ้นคอเสื้อออกมา ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรเพราะรู้ว่าเมื่อคืนหลิงซานต้องเจอกับอะไร
แต่พอสังเกตดีๆ มันไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีรอยแผลขบกัดเพิ่มมาอีกด้วย หากเป็คนอื่นเขาไม่สนหรอก แต่นี่มันน้องชายเขาหลิงซานยังเด็กนัก อายุก็น้อยกว่าเขาและอี้เฟยอยู่มาก รุนแรงกับน้องชายเขาเช่นนี้
เขาไม่ยอมเด็ดขาด มือบางทั้งสองข้างค่อยๆ แหวกคอเสื้อน้องชายออกถึงกับตาโตโมโหจนควันแทบจะออกหู เพราะร่องรอยในร่มผ้ามันมากเสียจนแทบจะไม่มีที่ว่าง แถมข้อมือเล็กที่โผล่พ้นแขนเสื้อยังมีร่องรอยสีแดง มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ดวงตาสวยเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงมาอาบแก้มนวลร่างบางสะอื้นออกมาสงสารคนตรงหน้าเหลือเกิน การร่วมหอของหลิงซานคงไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ร่างเล็กคงหนีไม่พ้นความรุนแรง เย่วซินรู้ดีว่าน้องชายเขาดื้อดึงเพียงใด แต่เ้าบ้านี่มีสิทธิ์อะไรมาทำรุนแรงกับน้องชายเขาแบบนี้ ร่างบางโกรธจนควันออกหูกระโจนเข้าไปหาตัวต้นเหตุอย่างลืมตัว ลืมว่าตนเองก็ไม่ค่อยปกติดีเท่าที่ควร
"เ้าบ้าข้าจะฆ่าเ้า ตายซะ!! "เย่วซินพุ่งตัวไปหาน้องเขย มือบางคว้าหมับเข้าที่ลำคอของเป้าหมายได้ ก็บีบเคล้นจนสุดแรงด้วยความลืมตัว เขาจะบีบลำคออีกฝ่ายให้หายแค้น ที่บังอาจมาทำให้น้องชายตนล้มป่วยเช่นนี้
"เ้าทำอะไรกับเขา บังอาจมาจับน้องข้ามัดแบบนี้ได้อย่างไร เฟยหลงท่านปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ยอมหรอก ไม่ยอม! "
เฟยหลงรีบรวบตัวร่างบางเอาไว้หากแต่ก็ถูกผลักออกไป แรงผลักส่งผลให้ตนเองเสียหลักล้มลงแต่ร่างสูงของสวามีก็รับไว้ได้อย่างหวุดหวิด ร่างบางนิ่วหน้าด้วยความเ็ปเพราะบั้นท้ายตนยังระบมอยู่ จนเฟยหลงอดปรามไม่ได้
"ระวังหน่อย เ้ายังเจ็บอยู่นะเย่วเอ๋อร์"
"เขาทำกับหลิงซานมากเกินไป น้องข้าก็ตัวเล็กแค่นี้เอง คนใจร้าย สมควรตาย" ตาสวยจ้องมองอี้เฟยอย่างดุดัน
"แค๊ก ๆ ๆ พี่สะใภ้ข้าผิดไปแล้ว ขอโทษๆ ข้าไม่กล้าอีกแล้ว"
อี้เฟยลนลานตอบออกไปชักจะกลัวกับอารมณ์ร้ายของคนตรงหน้าเสียแล้ว
"ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือฮะเ้าบ้า!! ข้าไม่ยอมปล่อยให้น้องชายข้าอยู่ใกล้เ้าอีกแล้ว"
"ไม่นะพี่สะใภ้ ถ้าท่านทำเช่นนั้น ฆ่าข้าเสียยังจะดีกว่า"ร่างสูงของอี้เฟยโอดโอยออกมาเบาๆ หากก็ยังสังเกตเห็นอาการเจ็บของพี่สะใภ้ตน จึงอดเย้าไม่ได้ตามนิสัยปากอยู่ไม่สุข
"เอ๋... พี่สะใภ้ท่านเป็อะไร หรือไม่สบายท่านพี่ท่านก็อย่ารุนแรงกับพี่สะใภ้นักเลย เดี๋ยวจะล้มป่วยเอาได้"คำพูดของอี้เฟยเล่นเอาเย่วซินหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู เขาเพียงแต่ทำหน้าเหวอเลิ่กลั่กอ้ำๆ อึ้งๆ ไปไม่เป็ ตอนนี้หมดมาดแม่เสือร้ายไปในทันที เฟยหลงยกยิ้มมองราชินีที่แสนจะขี้อายของตนด้วยความรักความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยคำที่คนฟังได้ยินถึงกับอยากหายตัวไปจากตรงนี้เสียให้ได้
"ข้านะทั้งทะนุถนอม ทั้งอ่อนโยนเสมอราชินีของข้าจึงสามารถลุกขึ้นมาเดินเหินได้เช่นนี้ แล้วเ้าล่ะรุนแรงเสียจนเขาล้มหมอนนอนเสื่อเช่นนี้แล้ว เ้ายังจะกล้ามาว่าข้าได้อีกหรืออี้เฟย แล้วนั่นตาเ้าไปโดนอะไรมาล่ะ หึ หึ หึ"
ร่างสูงของพี่ชายพูดจบอี้เฟยก็ส่องกระจกดูหน้าตัวเองทันทีก็ต้องตะลึงกับเบ้าหน้าอันหล่อเหลาของตนเองที่มีรอยเขียวช้ำรอบดวงตาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ฝีมือเมียรัก
"แล้วปากท่านล่ะไปโดนอะไรมารึท่านพี่"ถามผู้เป็พี่ออกไปเพราะดูจากสภาพแล้วคงจะไม่ต่างจากเขานัก
"หึ หึ โดนกัดนะ" เฟยหลงพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มไปให้ราชินีของตน
"อ่อ โดนพี่สะใภ้กัดนี่เอง ฮ่า ๆ ๆ "
"ไม่ใช่เสียหน่อย นี่พวกท่านไม่มีอะไรจะพูดกันแล้วรึ ไอ้คนหน้าไม่อายออกไปนะออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้"
ตอนแรกตัวเองเป็ต่อ แต่ไหนเลยกลายมาเป็รองไปได้ ร่างบางทนฟังอีกไม่ไหว เลยอาละวาดแล้วไล่ทั้งคู่ให้ออกไปจากตรงนั้นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
"แต่ข้าต้องดูแลเสี่ยวไป๋นะพี่สะใภ้" อี้เฟยค้าน
"น้องชายข้า ข้าดูแลเองได้ออกไปซะ"ร่างบางบอก เลยได้ยินเสียงโอดครวญออกมาจากอี้เฟย
"แต่นี้เมียข้า ข้าทำให้เขาป่วยข้าก็ต้องดูแลเขาสิ"เขาต่อรอง
"ถ้าไม่อยากตาย ออกไปซะ! "
"ก็ได้ๆ ถ้าเช่นนั้นข้าฝากท่านด้วยก็แล้วกัน"เขาไม่อยากเสี่ยงเลยหลบออกไปรอให้เย่วซินใจเย็นลงก่อน ก็ทำกับน้องเขาเสียขนาดนี้ ไม่โดนฆ่าตายก็บุญหัวแล้ว
"ท่านด้วยเฟยหลงออกไปซะ" ร่างบางพูดกับสวามีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนอยู่ไม่ยอมตามน้องชายออกไปสักที
"แต่เ้ายังเจ็บอยู่นะเย่วเอ๋อร์ กลับไปนอนพักที่ตำหนักเถิด ทางนี้ให้อี้เฟยจัดการเอาเอง อย่างไรเสียหลิงซานก็เป็คนของเขา"
"ไม่ ท่านกลับไปก่อนเถิด ข้าขออยู่ดูแลเขาสักพัก"เมื่อเห็นว่าร่างบางดื้อดึงจะอยู่ให้ได้เลยยอมแพ้เป็ฝ่ายล่าถอยไปเอง
"เอาละข้ายอมเ้าแล้ว หากไม่ไหวกลับไปนอนพักผ่อนเสีย"
ร่างบางพยักหน้ายิ้มรับ ร่างสูงก้มลงจุมพิตริมฝีปากบางแ่เบา แก้มใสเลยขึ้นสีแดงอย่างเขินอาย ตาคมจับจ้องไม่วางตา
"ประเดี๋ยวข้าจะกลับมารับเ้า"
ร่างบางพยักหน้ารับเลยได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา ไม่อยากห่างกายนี้แม้สักนาทีเดียว แต่ก็ต้องตัดใจยอมออกไปแต่โดยดีร่างบางมองใบหน้าที่ซีดเชียวยามหลับสนิทของน้องชาย พลางถอนหายใจสายตาหวานกวาดมองไปทั่วตัวร่างเล็ก ที่มีร่องรอยเสียหายในคืนร่วมหอของน้องชายอย่างสงสาร ไม่รู้ว่าร่างเล็กตรงหน้าต้องเจอกับอะไรมากแค่ไหนจนถึงขั้นเจ็บป่วยเช่นนี้ คิดแล้วมันน่าโมโหนักเขาน่าจะบีบคออีกฝ่ายให้ลิ้นจุกปากตาถลนตายไปเลย
"เ้าบ้า!! เป็หมาหรือไรถึงได้กัดน้องข้าเสียยับเยินเช่นนี้ มันน่าตีให้ตายนัก"
หนีแทบตายดื้อดึ
งก็เท่านั้นสุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้น เขาทั้งสองคนพี่น้องต้องตกเป็ของบุรุษที่ยิ่งใหญ่เหนือใครในอาณาจักรัแห่งนี้จนได้ซินะ ร่างบางถอนหายใจออกมาไม่รู้ว่าชีวิตในภายหน้าจะเป็เช่นไรก็แล้วแต่โชคชะตาเถิด ขอเพียงแค่ความรักที่อีกฝ่ายมอบให้เขา จะไม่จืดจางลงในเร็ววัน เขาขอยึดเอาคำสัตย์ที่อีกฝ่ายให้ไว้มาเป็หลักยึดเหนี่ยวตนเอง หวังว่าความรักที่คนตัวโตมอบให้มันจะช่วยรักษาาแในใจเขาให้หายสนิทได้ในเร็ววัน...