แก้มแดงๆของนางแอบหันไปทางอื่น “แล้วแต่ท่านพี่เหวินเป่าจะคิดเถิดเ้าค่ะ”จะให้กล่าวอย่างไรได้เพราะนางอายที่จะเอ่ยออกมา‘ถึงจะเร็วไปแต่มันก็เป็เช่นที่ท่านคิดจริงๆ’
“ข้าจะสอนเ้าซักผ้า มาเถิด”ท่านแม่ทัพใหญ่เดินออกไปด้านนอกก็พบตะกร้าผ้ากับรองเท้าสองคู่วางไว้อยู่แล้วด้วยฝีมือองครักษ์คนสนิทตู้ฟางซินคิดเพียงว่าคงเป็บุรุษที่อยู่กับเหวินเป่ามาจัดการให้
ยามนี้คนทั้งคู่ที่ร่างกายเปียกชุ่มอยู่แล้วก็เดินไปซักผ้าโดยฝ่ายบุรุษเป็ผู้ถือแปรงและขัดถูให้นางดูก่อนจะส่งให้นางทำเองตู้ฟางซินที่ไม่เคยทำงานเช่นนี้มาก่อนก็ให้รู้สึกสนุกสนานยิ่งนักแม่ทัพจางเดินออกห่างมานั่งมองสตรีตัวขาวนั่งเอาเท้าจุ่มน้ำซักผ้าปูที่นอนก่อนจะเรียกหาองครักษ์เงา
“จ้านโม่” เสียงเรียกเบาๆ ที่ผู้ฝึกยุทธย่อมได้ยิน
“ขอรับ” จ้านโม่รับคำอย่างรวดเร็วอยู่ด้านหลัง
“ส่งคนไปแจ้งลั่วถงว่าให้จับตาดูกลุ่มโจรป่าให้ดีบอกข่าวเื่หัวหน้าคนเก่ายุนเซียวที่ติดโรคร้ายอาจจะอยู่ได้ไม่นานและระหว่างนี้เ้าคอยให้คนจับตาดูความเคลื่อนไหวในเขตนี้ด้วยหากมีคนมาตามหาฟางซินก็ปล่อยให้พวกเขาตามหาไปอย่าได้ยุ่งเกี่ยวแต่ถ้าพวกเขาถูกกลุ่มโจรป่าดักปล้นค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย”
“เหตุใดเรามิลงมือจัดการโจรป่าเลยขอรับ”จ้านโม่องครักษ์คนสนิทที่คอยดูแลท่านแม่ทัพจางเหวินเป่ามานานั้แ่อายุเพียงสิบหนาวเนื่องด้วยจางเหวินเป่าเป็บุตรของน้องชายแท้ๆ ของจางฮองเฮาบิดาของจางเหวินเป่ามีนามว่าจางเหวินซวนยามนี้เป็ผู้คุมกองทหารรักษาพระองค์ขึ้นตรงต่อฮองเฮาเพียงผู้เดียวถามขึ้น
“ไม่..ข้าจะรอจนกว่าหัวหน้ายุนเซียวตาย แล้วเข้าไปจัดการถึงยามนั้นจะมีผู้ใดอยู่ข้างยุนจูอิงสักกี่คน”และเขายังไม่อยากห่างสตรีตัวน้อยตรงหน้าถ้าหากคนที่มาตามหานางพบเจอเมื่อใดเขาจะพานางไปส่งยังแคว้นเ้าก่อนเจอเมื่อใดก็เมื่อนั้น “เ้าคงได้ยินที่กลุ่มโจรพูดเมื่อครู่ว่าพวกเขาคิดจะแยกกลุ่ม”กลุ่มโจรป่ามีจำนวนไม่ถึงครึ่งกองทัพของเขาด้วยซ้ำยามนี้หัวหน้ากลุ่มเป็สตรีอีกทั้งยังทำเพียงปล้นแต่ไม่ฆ่าจะหาความผิดจากนางก็ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาบ่อยครั้งที่จับได้ก็เป็เพียงลูกน้องมิใช่คนสั่งการ “ข้ารู้ว่านางจะล่อข้าให้เข้าไปจับกุมนางถึงกระท่อมที่ๆพวกเขาซ่องสุมอยู่..ข้าจะไปแน่แต่ไปในวันที่บิดาของนางตาย…ไปเพื่อเสนอทางเลือก”สตรีฟันเหยินที่พบเขาเมื่อใดก็ทำท่าทางเขินอายทุกครั้งหากเขาพลาดไปจับต้องนางมิแคล้วต้องรับนางเป็ฮูหยิน ‘สตรีน่าชัง’“ให้คนไปจัดการโจรป่าที่แอบอยู่ใกล้ๆ กระท่อมข้าด้วย”
“ขอรับ” จ้านโม่รับคำและพริ้วกายหายไปทันที
แม่ทัพจางเหวินเป่าเดินหากิ่งไม้แถวๆนั้นและเดินไปหาฟางซินเขาจัดการก่อไฟและนำมันเผาที่ตนเองลืมไว้เมื่อครู่ออกมาทำการเผาอีกครั้งจนอุ่นก่อนที่จะเขี่ยออกมาแกะเปลือกออกป้อนสตรีตัวขาวสลับกับทานเองทำเช่นนี้จนมันเผาหมดลงผ้าที่ซักก็สะอาดพอดี
“ท่านพี่เหวินเป่า” ฟางซินเอ่ยเรียกอายๆ
“หืมม”
“ข้าอยากจะเปลี่ยนชุดแล้วเ้าค่ะ..ความจริงข้าชำระร่างกายที่กระท่อมก็ได้นะเ้าคะขอเพียงพี่ตักน้ำให้ข้าในห้องขับถ่ายก็พอ”ตู้ฟางซินยังเอ่ยต่อเมื่อพบว่าเขาก็รอฟัง “เราจะได้มิต้องเดินทางมาไกลถึงแม้ว่าที่นี่มันจะงดงามมากก็ตาม” ฟางซินจับมือใหญ่ลุกขึ้นเมื่อเขานำนางมาด้านในช่องน้ำตกที่หลบโจรป่าเมื่อครู่พร้อมกับชุดที่ลิ่วคังหามาได้
“เอาเช่นนั้นก็ดีไว้พรุ่งนี้ข้าจะตักน้ำให้เ้าและทำห้องขับถ่ายให้กว้างขึ้น”
“ขอบคุณเ้าค่ะ” ฟางซินยิ้ม
“หากอยากแช่น้ำอีกก็แช่ได้ ข้าให้เวลาครึ่งเค่อเสร็จแล้วก็เปลี่ยนชุดออกมา”แม่ทัพใหญ่วางชุดไว้บนโขดหินเล็กๆ
“อยู่กับข้ามิได้หรือเ้าคะ” นางจับมือของเขาไว้ก่อนที่จะเดินออกไป“ข้ากลัวเ้าค่ะ” ฟางซินมีสีหน้าเว้าวอน
“มิกลัวข้ารึ?” แม่ทัพใหญ่ถามยิ้มๆ
“กลัวเ้าค่ะ แต่กลัวจมน้ำมากกว่า” นางเดินเข้าหาเหวินเป่า“ข้าเพิ่งตกเรือมาเมื่อวาน แล้วหากข้าจมหายไปอีกท่านพี่ก็จะไม่เห็นข้า”
แม่ทัพจางยกมือปิดปากสตรีที่กำลังจะกล่าวถึงเื่ชีวิต “ข้าจะอยู่กับเ้าตลอด ดีหรือไม่” เขากอดร่างน้อยอย่างหวงแหนความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นเพียงแค่หนึ่งคืนก็ได้รับคำตอบเมื่อนางกล่าวว่านางอาจจะจมน้ำตายหากเขาไม่อยู่ในอกบุรุษเต้นกระหน่ำอย่างไม่ยินยอม ฟอด!!!! เขาก้มลงหอมหัวนาง“เ้าเป็ของข้าจำเอาไว้ฟางซิน”
ตู้ฟางซินน้ำตารื้นแม้มิใช่คำรักแต่มันหมายถึงการแสดงออกถึงความเป็เ้าของในตัวนาง ‘ข้าดีใจเ้าค่ะ’
ทั้งคู่กอดกันอยู่ไม่นานต่างฝ่ายต่างก็ลงเล่นน้ำด้านในของน้ำตกจนเวลาล่วงเข้าปลายยามเซิน (16.30) จึงพากันกลับออกมาจากน้ำตกตู้ฟางซินเดินกระมิดกระเมี้ยนแปลกๆ เพราะนางไม่มีเอี๊ยม ไม่มีชั้นในแต่นางก็ไม่ได้กล่าวอันใดกับเหวินเป่าเพราะมันเป็เื่น่าอายชุดเสื้อผ้าที่ลิ่วคังหามาให้นางนั้นช่างหยาบกร้านบาดผิวกายไปหมดจนนางรับรู้ได้ในทันทีว่าผิวนางคงต้องแดงมากแน่ๆ
การเดินทางกลับกระท่อมใช้เวลาร่วมสองเค่อด้านหน้ากระท่อมมองเห็นบุรุษคนเดิมที่เหวินเป่าเรียกว่าลิ่วคังกำลังนั่งย่างปลาหลายตัวกลิ่นหอมกรุ่นจนฟางซินต้องลอบกลืนน้ำลายไปหลายอึกแม่ทัพจางเหวินเป่าจับมือนางเดินไปหลังกระท่อมก็พบกับราวตากผ้าทั้งคู่ช่วยกันตากชุดเปียกชื้นตู้ฟางซินหยิบชุดชั้นในสีฟ้าอ่อนของนางขึ้นไปพาดข้างๆ ชุดสีฟ้า ชุดเดิม
“ผ้าชิ้นน้อยของเ้า ข้าชอบนัก” แม่ทัพจางพูดเย้าด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่ม“หากเ้านำสองชิ้นนี้มาตาก เช่นนั้นตอนนี้เ้า..”เขามองอกอวบสลับกับมองลงไปด้านล่างขึ้นลงๆ
ตู้ฟางซินผงกหัวน้อยๆและทำหน้าแดง “ท่านพี่เหวินเป่าช่างเป็บุรุษหน้าหนายิ่งนัก”จบคำนางก็รีบเดินหนีไป
“ฮ่าๆๆ” แม่ทัพจางเหวินเป่าเงยหน้าหัวเราะเสียงดังลั่น‘อยู่กับข้ามิต้องใส่ก็ได้กระมัง’ เดินตามสตรีตัวน้อย
หน้ากองไฟ
“แม่นางฟางนั่งก่อนๆ”ลิ่วคังที่กำลังกุลีกุจอเดินมาหาเมื่อเห็นฟางซินเดินมาแต่กลับถูกบุรุษที่อยู่ด้านหลังสตรีตัวน้อยยื่นมือมาผลักใบหน้าจนผงะแป่ะ!!! “โอ๊ะ!!” ลิ่วคังลอบมองหน้าท่านแม่ทัพทำท่าเบะปากเดินไปนั่งที่ตัวเองหงอยๆ
“อย่าได้คิดที่จะจับต้องนางเด็ดขาด” แม่ทัพจางโอบเอวบางลงนั่งข้างๆ ตน“จับกระโปรงเ้าดีๆ ระวังแมลงบินเข้าไปเล่า” เขากระซิบริมใบหูเบาๆตู้ฟางซินหันมองเขาและใช้มือน้อยหยิกหน้าขา
“โอ๊ย!! ทำร้ายสามีคืนนี้เ้าจะถูกเอาคืน”ทั้งคู่กอดรัดหยอกล้อกันต่อหน้าลิ่วคัง คนหนึ่งอายคนหนึ่งล้อ
“เฮ้ออออ…...” ลิ่วคังส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างดัง