ตอนที่ 23 อาหารของคุณยายถูกปล้น
“ตอนนี้คุณและสามีจะถูกตักเตือนเท่านั้น แต่หากทำอีกครั้ง พวกคุณจะถูกขึ้นบัญชีดำทันที! น้ำไฟในบ้านของคุณจะถูกตัด และไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใด ๆ อีก รวมถึงถูกปฏิเสธสิทธิ์ในการซื้ออาหารและของใช้ทั้งหมด!” เ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มตะคอกเสียงเข้ม
“ไม่กล้าแล้ว พวกเราไม่กล้าทำอีกแล้ว!”
พี่หยางและสามีใมากจนตัวสั่นไปหมด พวกเขายอมรับการตักเตือนอย่างว่าง่ายและไม่กล้าพูดเื่ไร้สาระอีก ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวกลับบ้านด้วยความหดหู่
หากพาพวกเขาไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ เช่นนั้นต้องเตรียมอาหารและเครื่องดื่มบริการพร้อมเปิดแอร์เป่า ซึ่งค่อนข้างสิ้นเปลืองทรัพยากร ตอนนี้ทางรัฐบาลเมืองจึงออกกฎใหม่
สำหรับอาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จะใช้การตักเตือนหนึ่งครั้ง หากมีการทำผิดครั้งที่สองจะถูกขึ้นบัญชีดำและลิดรอนสิทธิ์ทางการเมืองทั้งหมดทันที ไม่ต้องพูดถึงการได้รับข้าวของบรรเทาทุกข์ แม้แต่การไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระบบได้ขึ้นบัญชีดำไว้แล้ว
นี่คือประโยชน์ของยุคการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่
สิ่งนี้สามารถจำกัดการกระทำผิดอันเป็อาชญากรรมได้อย่างมาก ตราบใดที่คุณยังอยากมีอาหารไว้ดื่มกิน คุณก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วประเทศจะไม่เพิกเฉยต่อคุณอย่างแน่นอน
เ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งมองไปที่เซียวิเยวี่ยและพูดว่า “มีการรายงานเข้ามาจำนวนมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ จนทางโรงพักวุ่นวายไปหมด ผมเกรงว่าอุณหภูมิสูงจะคงอยู่อีกนาน ในเวลานี้พวกคุณต้องคอยระมัดระวังตัวให้ดี และอาจต้องใช้กำลังเพื่อป้องกันตัวเองตามความจำเป็”
เซียวิเยวี่ยพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม เธอเข้าใจคำใบ้ของเ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเป็อย่างดี
เกรงว่าประเทศนี้ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าอุณหภูมิสูงจะคงอยู่นานแค่ไหน มันจะไม่ใช่แค่หนึ่งฤดูร้อน แต่อาจจะร้อนตลอดทั้งปี ในฐานะเ้าหน้าที่ของรัฐ เ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งอาจจะได้ยินข่าวลือมาบ้าง
ระเบียบสังคมปัจจุบันเริ่มปั่นป่วน ในชีวิตที่แล้วเซียวิเยวี่ยไม่ค่อยเข้าใจสิ่งใด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าประเทศกำลังทอตาข่ายขนาดใหญ่ คิดหามาตรการรับมือและวางแผนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ลอยเหนือกระแสน้ำแห่งความยากลำบาก
คนเลวที่ทำความผิดเล็กน้อยล้วนถูกขึ้นบัญชีดำจนไม่สามารถซื้ออาหารยังชีพได้ และหากเป็อาชญากรรมร้ายแรงเช่นการปล้นชิง คนผู้นั้นจะถูกยิงเป้าทันที
ในเวลานั้น ตราบใดที่เป็การป้องกันตัว ต่อให้พลั้งมือฆ่าก็ไม่ผิดกฎหมาย
ขณะนี้ผลผลิตธัญพืชและผักลดลงอย่างรวดเร็ว ประเทศกำลังขาดแคลนเมล็ดพืชสำรองไว้เลี้ยงประชากรในเรือนจำ ดังนั้นจึงต้องเพิ่มการลงโทษและรักษาเมล็ดพืชไว้สำหรับผู้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เซียวิเยวี่ยกลับมาระดมความคิด เธอจำเป็ต้องปรับปรุงการป้องกันของวิลล่า
วันรุ่งขึ้น ทุกคนในกลุ่มชุมชนทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ ผู้บริหารทรัพย์สินออกกฎใหม่และเตือนทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ทุกคนพูดคุยถึงเื่นี้ไม่หยุด
…
อุณหภูมิสูงกำลังเข้าสู่่วิกฤต แม่น้ำเหลืองซึ่งอยู่มานานนับพันปีแห้งเหือดหายไป ภัยแล้งแผ่ขยายไปทั่วประเทศจีน และนี่คือหายนะสำหรับมวลมนุษยชาติ
ก่อนหน้ามีการจำกัดระยะเวลาใช้น้ำวันละ 2 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ถูกตัดโดยสมบูรณ์ รัฐบาลใช้รถเพื่อขนส่งน้ำตามชุมชนต่าง ๆ คนหนึ่งสามารถรับได้เพียง 2 ลิตร ส่วนระยะเวลาการจ่ายไฟลดลงเหลือแค่ 1 ชั่วโมงต่อวัน
เซียวิเยวี่ยออกไปรับน้ำกับคุณยายทุกวันเพื่อนำมาใช้รดแปลงผัก
การอาบน้ำกลายเป็เื่ที่ไม่อยู่ในความคิด น้ำ 2 ลิตรแค่ใช้ดื่มยังไม่พอ แล้วจะใช้อาบน้ำได้ยังไง
เนื่องจากการจ่ายไฟแค่ชั่วโมงเดียว หลายคนจึงชาร์จมือถือและแบตเตอรี่สำรองใน่เวลาดังกล่าว เมื่อก่อนผู้คนต่างบ่นว่าค่าไฟแพง ตอนนี้ไม่มีใครปริปากบ่นเลย การสามารถเปิดเครื่องแอร์วันละชั่วโมงได้ถือว่าดีมากแล้ว
สถานที่ทำงานส่วนใหญ่ประกาศให้มีวันหยุดยาว ราคาทรัพย์สินดิ่งฮวบ ราคาน้ำมันของยานพาหนะก็ตกต่ำลงเช่นกัน มีเพียงราคาอาหารที่ยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด
ประเทศดำเนินการอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด โดยบูรณาการอุตสาหกรรมอาหารและธัญพืชอย่างจริงจัง บริษัทเอกชนทั้งหมดที่ผลิตอาหารถูกรวมเข้าไว้ในรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็บริษัทเชฟคัง ตานฮุ่ย ถ่งเอ้อ กระรอกห้าตัว และบริษัทอื่น ๆ ทั้งหมด!
ผู้ที่ยินดีให้ความร่วมมือจะได้รับธงรางวัล และไม่เสียเปรียบใด ๆ ส่วนผู้ที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือจะถูกคำสั่งให้ล้มบริษัทด้วยเหตุผลบางประการ กิจการจะล้มหรือสามารถดำเนินการต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับเ้าของกิจการเอง
มีข่าวลือว่าเถ้าแก่ร้านขนมปังซวนพ่านไม่ให้ความร่วมมือและแอบเก็บขนมปังไว้ขายราคาแพงถึง 8 ล้านกล่อง ตำรวจหลายนายได้บุกค้นในชั่วข้ามคืนและยึดของกลางไว้ทั้งหมด
ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น แต่รัฐบาลยังปราบปรามการทุจริต การหลีกเลี่ยงภาษี และการกระทำผิดอื่น ๆ อีกด้วย ใน่เวลานี้เ้าหน้าที่และบุคคลมีชื่อเสียงที่ทำเื่ทุจริตได้ถูกเปิดโปงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางสาธารณชนและขอให้รัฐบาลยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดทั้งหมด
รัฐบาลกำลังสะสมทรัพยากรโดยเร็วที่สุดเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น
ความขัดแย้งรุนแรงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในเขตชุมชนหวาฮั่นถึง 3 ครั้ง โดยมีผู้ได้รับาเ็ 8 คน เสียชีวิต 4 คน และถูกตำรวจยิงเสียชีวิต 2 คน
นับั้แ่มีการประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ จำนวนคดีฆาตกรรมก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้เริ่มต้นก่อปัญหาต้องรับผิดชอบทั้งหมด ในขณะที่ฝ่ายป้องกันตนเองไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ดังนั้นทุกคนจึงมีกำลังใจและกล้าที่จะปกป้องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง
ในอาคาร 11 ของชุมชนหวาฮั่นเกิดเหตุโจรบุกปล้นบ้าน เ้าของบ้านผู้ชายฆ่าโจรทั้ง 3 คนและโทรแจ้งตำรวจ ซึ่งผลออกมาว่าเขาไม่มีความผิด
…
“ควรคนไส้เนื้อไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้รสของเกี๊ยวเนื้อออกมาอร่อย” แม่เซียวเตือน
“เข้าใจแล้วค่ะ” เซียวิเยวี่ยตอบกลับพร้อมทำตาม
แม่เซียวพูดขณะที่มือยังคงจับจีบเกี๊ยว
“โชคดีที่ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในวิลล่าเดี่ยว พอไฟฟ้าถูกจำกัด ลิฟต์ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน คนที่อาศัยอยู่บนชั้นสูงต้องลำบากมาก ได้ยินมาว่าเมื่อวานมีหลายคนใช้บันไดแล้วเหนื่อยจนหมดสติ พอตื่นขึ้นมาก็เจอว่าอาหารสดที่ซื้อมาถูกขโมยไปแล้ว เวรกรรมจริง ๆ”
เซียวิเยวี่ยพูด “ห้องที่อยู่ชั้นสูง ๆ ราคาต่ำลงมาก ถึงขนาดขายในราคา 100,000 หยวน แต่ก็ยังขายไม่ออก ตอนนี้ชั้นล่างกำลังเป็ที่นิยม โชคดีที่ก่อนหน้านี้เราขายอะพาร์ตเมนต์ 3 ห้องนอนไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะขาดทุนไม่น้อย”
หลังพูดสิ่งนี้ พ่อและแม่เซียวต่างหันมองมาที่เธอ อะพาร์ตเมนต์ 3 ห้องนอนที่เซียวอวี่ซื้อไปอยู่บนชั้น 21 ตอนนี้ราคาของอะพาร์ตเมนต์ตึกสูงลดราคาลงกว่าครึ่ง และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ช่างบังเอิญที่พวกเขาขายมันออกไปั้แ่ตอนที่ยังขายได้ราคาดี
พ่อเซียวเงียบไปครู่หนึ่งและพูดว่า “ดีนะที่ขายไปก่อน”
เซียวิเยวี่ยหัวเราะและกำลังจะตอบกลับ แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินคุณยายเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเร่งรีบและพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ของชำที่เพิ่งซื้อมาถูกปล้นไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นแย่งถุงใส่ของและผลักแม่ล้ม จากนั้นก็วิ่งหนีหายไปเลย!”
เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตได้ยกเลิกรูปแบบการสั่งจองล่วงหน้านานแล้ว เนื่องจากเกิดการโจรกรรมและการต่อสู้กันมากมาย เวลานี้พวกเขาจึงใช้วิธีอนุญาตให้ผู้คนเข้าคิวเพื่อซื้อสินค้าในร้าน และจำกัดปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้จัดการซูแห่งเม่ยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งถูกส่งมาจากเมืองเพื่อดูแลการดำเนินงานตามปกติของชุมชน ดังนั้นเม่ยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบันจึงถูกรวมเข้าด้วยกันและถือเป็เ้าของแบบกึ่งสาธารณะ
เซียวิเยวี่ยรีบเข้าไปช่วยพยุงคุณยายให้นั่งลงบนโซฟา “คุณยาย าเ็ตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
“ไม่เจ็บหรอก แต่ฟักทองกับเห็ด 2 ชั่งที่ยายซื้อมาถูกปล้นไปหมดแล้ว! มันราคาตั้ง 800 หยวน ตอนนี้ข้าวของราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ยังจะทำร้ายกันแบบนี้ได้ลงคอ!” ดวงตาของคุณยายเต็มไปด้วยทุกข์ใจ
เมื่อเห็นว่าคุณยายไม่ได้รับาเ็อะไร เซียวิเยวี่ยก็โล่งใจ คุณยายเป็คนมัธยัสถ์มาตลอดชีวิต เงินกว่า 800 หยวนถือเป็เงินจำนวนมหาศาลสำหรับเธอ และเป็สาเหตุที่ทำให้เธอทุกข์ใจถึงขนาดนี้
“หนูบอกแล้วว่าไม่ต้องออกไปซื้อหรอก ของที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่ของสด แล้วยังราคาแพง ใช่ว่าเราขาดแคลนอาหารในบ้านเสียเมื่อไหร่” แม่เซียวบ่น
คุณยายถอนหายใจ “แม่เบียดเสียดออกไปซื้อตอนกลางคืนไม่ได้ นึกว่าตอนกลางวันคนจะน้อยกว่า ถ้าซื้อมาได้บ้างก็ดีกว่าไม่ซื้อเลย แม่อยากตุนเสบียงอาหารของครอบครัวเพิ่ม ถ้าวันหน้าเราหาซื้อของสดไม่ได้แล้ว เดี๋ยวอาหารที่มีก็หมดลงไม่ช้าก็เร็ว”
คุณยายจิบน้ำและหันมาพูดต่อว่า “ตอนแรกยายอยากทำพายฟักทองให้ิเยวี่ยกิน แต่ตอนนี้คงทำไม่ได้แล้วละ”
เซียวิเยวี่ยเดินตรงไปยังห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ก่อนกลับมาพร้อมฟักทองลูกใหญ่ 2 ลูก ซึ่งทำให้ทุกคนใ
“เรามีฟักทองอยู่ที่บ้านนะคะ ห้องเก็บของยังมีของที่กักตุนอีกเยอะเลย ถ้าคุณยายอยากได้อะไรก็มาบอกหนูนะ หนูรู้ว่ามันวางไว้ตรงไหนบ้าง”
ฟักทองในพื้นที่มิติเจริญเติบโตดีและมีผลที่กลมใหญ่ นอกจากนี้กลิ่นของมันยังหอมหวานอย่างมาก
ในที่สุดรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคุณยายอีกครั้ง “ดีเลย ดีจริง ๆ ฟักทองลูกนี้น่ากินกว่าที่ยายซื้อมาเยอะเลย!”