"กลับกันเลยไหมหยิงฉาง" หลินปิงถามขึ้นอย่างสนใจ เพราะตอนนี้พวกเขาระดับขึ้นหลายระดับเลย ซึ่งพวกเขาทั้ง 4 คนฆ่าไปหลายตัวมากมาย และแน่นอนที่สุดคือเมย์นั้นไม่ได้ฆ่ามัน เพราะจะทำให้ค่าประสบการณ์ตกอยู่ที่เธอได้
หยิงฉางได้ยินก็ดูระดับของตัวเองทันที ซึ่งตอนนี้ระดับของเขาอยู่ที่ 53 แล้ว ส่วนหลินปิงบอกว่าระดับ 48 และคลิสตินก็ระดับ 48 เหมือนกัน เมื่อหยิงฉางเห็นว่าตอนนี้จะค่ำแล้ว เขาก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมอง 2 สาว
"กลับกันดีกว่า...จะได้นอนๆพักๆ วันนี้เหนื่อยมามากละ" ทั้งสองพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินนำทันที ซึ่งตอนนี้หลินปิงก็ไม่มีพิษในตัวแล้ว เพราะพิษนั้นอยู่แค่ 20 นาทีเท่านั้น เมื่อครบแล้วหลินปิงก็หยิบน้ำยาฟื้นฟูบาดแผลและเลือดขึ้นมาเดื่มติดๆกัน ทำให้เขาเหมือนใหม่อีกครั้ง
"เฮ้ย! ดูนี้สิวะหยิงฉาง" หลินปิงยื่นข่าวสารทางยุทธภพให้หยิงฉางดู ซึ่งเป็นข่าวสารเกี่ยวกลุ่มหน้ากากตัวตลกที่หยิงฉางเป็นคนจัดแสดงขึ้นนั้นเอง
แต่ดูเหมือนว่าข่าวนั้นจะติดอันดับ 1 ของโลกเสมือนนี้แล้วซะด้วย แน่นอนว่าหยิงฉางก็ไม่คาดคิดว่าข่าวนี้จะออกไปเร็วขนาดนี้ แถมตอนนั้นเขาไม่คิดว่าจะยังมีคนที่มีสติอยู่ด้วย หยิงฉางเห็นก็พยักหน้าชื่นชมคนที่ถ่ายคลิปอย่างจริงใจ หลินปิงเห็นก็กล่าวเพิ่มเติม
"อ่านดิวะ....แม่งโคตรฮ่า ฮ่าๆๆ!" หลินปิงกล่าวอย่างว่องไว หยิงฉางได้ยินก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเปิดหน้าต่างข่าวสารยุทธภพของตัวเองขึ้นมา และกดไปที่ข่าวติด Top อันดับ 1 ทันที
กระทู้ : เปิดตำนานนักฆ่าตัวตลกขาวดำแห่งเมืองอี้เฟย ผู้สังหารผู้นำแห่งเผ่าโกเลม ระดับ 80 ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว และสังหารผู้เล่นกิลวิหกเพลิงนับร้อย ด้วยจำนวนคนไปถึงยี่สิบคน ซึ่งเพลิงอสูรก็เป็น 1 ในนั้น ที่ถูกสังหารด้วยมีดสั้นเพียง ฉับ เดียว!!!
รายละเอียด : วินาทีที่ผมอยู่ ณ ดินแดนแห่งโกเลม พวกกิลวิหกเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าทางเข้าดินแดน โดยมีผู้นำกิลนามว่า 'เพลิงอสูร' หัวหน้ากิลวิหกเพลิงหน่วยที่ 2 เป็นผู้นำทัพด้วยผู้เล่นเกือบร้อยคน ซึ่งหลังจากที่ปะทะกับผู้นำเผ่าโกเลมได้เพียงไม่กี่สิบนาที
ก็ปรากฏกลุ่มคนสวมชุดสีดำทมิฬถือมีดสั้นน่ากลัวน่าเกรงขามสีแดงอ่อน พุ่งตัวออกมาจากรอบๆป่า 10 วินาทีต่อมาร่างของผู้เล่นนับสิบๆคน ของกิลวิหกก็ต่างกต้องล้มตายราวกับใบไม้ร่วง ผมที่ยืนอยู่ ณ จุดเกิดเหตุเห็นภาพที่ไม่อยากเห็น เมื่อพวกเขาสังหารหมู่เสร็จ
ก็ปรากฏตัวตลกตัวหนึ่งที่มีสีเสื้อสีขาวดำ แตกต่างจากตัวตลกอื่นๆ เขาพุ่งตัวมาหาโกเลมร่างสมบูรณ์ที่แข็งดั่งเหล็กกล้า เพียงแค่การเตะเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ร่างของโกเลมสีเหล็กก็แตกกระจายราวกับกิ่งไม้ ผมเห็นภาพที่เขาเตะก็รู้สึกถึงความอันตรายเข้าไส้
ใครจะไปคิดว่ามีผู้เล่นโหดๆอย่างนี้อยู่ในเกม ถึงขนาดเตะร่างอีกฝ่ายแตกกระจายแล้ว ยังสามารถทะลุทะลวงดาเมจไปถึงแก่นพลังงานได้ ผมเชื่อว่ามันอาจจะเกินจริงไป
แต่ทุกท่านสามารถถามผู้เล่นกิลวิหกเพลิงได้ด้วยตนเองเลยนะครับ ว่าจริงหรือหลอก หลังจากที่ตัวตลกขาวดำ ที่ผมคิดว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มเตะร่างของโกเลมแตกตายสำเร็จ
เขาก็เดินมาหาเพลิงอสูรที่ขาขาดข้างเดียว ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมขาของเขาถึงขา เมื่อตัวตลกขาวดำมาถึงเพลิงอสูร เขาก็พูดอะไรบางอย่างและหัวเราะชอบใจ
ก่อนจะเดินไปด้านหลังกระชากศีรษะของเพลิงอสูรขึ้นเล็กน้อย เมื่อผมเห็นเช่นนั้น ก็หันไปมองลานโล่งทันที ภาพที่ปรากฏคือ ศพ ใช่ ศพครับ
เป็นศพของผู้ดล่นกิลวิหกทั้งหมด บางคนก็ถูกตัดร่างกายหลายๆชิ้น บางคนก็ถูกแล่เนื้อ บางคนก็เหลือแต่หัว แต่ก็สลายไปไม่ช้า ผมเห็นภาพนั้นก็อ้วกออกมาจนหมด
เมื่อผมกลับไปมองเพลิงอสูรอีกที ผมก็เห็นเขาร้องไห้ทั้งน้ำตามองตัวตลกขาวดำอย่างเจ็บปวด เสี้ยววินาทีต่อมาหัวของเพลิงอสูรก็หลุดลอยไปในอากาศ
วินาทีต่อมาร่างของผู้เล่นตัวตลกสวมหน้ากาก ก็นำศพของกิลวิหกเพลิงเข้าป่าไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยระดับของพวกเขาแล้ว เทียบเท่ากับหรือมากกว่าเพลิงอสูรได้สบาย
บุคคลกลุ่มนี้เป็นใครกันแน่ เขามาทำร้ายเพลิงอสูรทำไม เขามีจุดประสงค์อะไร ผมว่าน่าจะไม่ช้าก็เร็ว ทุกท่านอาจจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขาในอีกไม่ช้า
ผู้ที่สามารถสังหารผู้นำเผ่าโกเลมได้ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว และสามารถสังหารเพลิงอสูรหัวหน้ากิลวิหกเพลิงระดับที่ 76 ได้ด้วยการฟันเพียงแค่ ฉับ! เดียว.....
แสดงความคิดเห็น 642,044 คอมเม้นเซียนปราณ : โคตรน่ากลัวเทพเพลิงวายุ : ....เซียนหมื่นบุปผา : งั้นๆวะ...เจอหัวหน้ากิลวารีพิภพอันดับ 2 ของยุทธภพก็ร้องขอชีวิตแล้วเพลิงอสูร : อย่าทำเป็นเก่งละ เซียนหมื่นบุปผา ถ้านายเจอเขาจริงๆ นายจะไม่มีปัญญาสู้กับมันแน่นอน คนที่ไม่สนใจวิธิการ คือผู้เล่นที่น่ากลัวที่สุดในเกมนี้แล้วเซียนหมื่นบุปผา : ขอให้มันจริงวะ เอาแค่ฉันคนเดียวก็กวาดหมดแล้ว หมูๆญาหยิง : ถ้าเก่งขนาดนี้ ฉันก็ว่าต้องกำจัดทิ้งโดยด่วน ผู้เล่นที่ไม่สนวิธีการ ผู้เล่นที่ชอบทรมาณคนอื่น คือผู้ที่เล่นเหล่าชาวยุทธเกลียดที่สุด จำไว้พวกเรา ถ้าเจอมันฆ่ามันได้เลยหมูปิ้ง 5 บาท : ใช่! จะให้มันกดขี่เราได้อย่างไงเซียนหมื่นบุปผา : ต่อให้เก่งแค่ไหน เจอพวกเราชาวยุทธก็เป็นเพียงแค่มดโง่ๆตัวนึงนั้นแหละ ฮ่าๆๆ!..จบกระทู้
"ไอ้นี้น่าจะไปแต่งนิยายนะ" หยิงฉางพูดขึ้นเมื่อเห็นการบรรยายที่ดุเดือดเลือดพล่านทำให้เขาอดพูดขึ้นมาไม่ได้ หลินปิงที่อยู่ใกล้ๆก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
"ปกติเขาจะหาเงินกับการตั้งกระทู้นี้แหละ ถ้าเขียนดี ก็มีคนอ่านมาก ถ้าหัวข้อดี ก็มีคนสนใจ ซึ่งคนดู 100 คนก็ถือว่าได้เงิน 10 บาทแล้ว...แล้วลงดูคนดูกว่า 6 แสนคนสิ และนับเงินเอา โคตรเยอะ 6 หมื่นนู้น (-0-) "หยิงฉางพยักหน้าเข้าใจ หลินปิงเห็นก็กล่าวเพิ่ม
"ดูจากสภาพแล้ว อีกไม่ช้าคงจะมีผู้เล่นสวมหน้ากากตัวตลกจริงๆแน่" หลินปิงพูดขึ้น หยิงฉางได้ยินก็พยักหน้ารับอย่างส่งๆ และพูดขึ้น
"ไม่แปลกหรอก ถ้าจะปล้นโดยใช้ชื่อเฉพาะกลุ่มหรือชื่อผู้เล่นเลยมันออกจะโง่ไปหน่อย ถ้าไม่มีชื่อเสียงจริงคงปล้นไม่ได้มากๆ เพราะฉะนั้นถ้าต้องการให้ปล้นแล้วสำเร็จเกือบทุกครั้ง แต่ใช้ชื่อกลุ่มของหัวหน้าตัวตลกขาวดำแน่นอน" หยิงฉางพูดขึ้น
"เอาเถอะ...จะฟ้ามืดแล้ว เรารีบวิ่งไปดีกว่าไหม เดินอยู่อย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำมาหากินหรอก" หลินปิงพูดขึ้น หยิงฉางได้ยินก็สั่งให้คนอื่นวิ่งทันที ด้วยระดับที่ 53 ของหยิงฉาง ทำให้เขาสามารถใช้วิชาตัวเบาระดับ 65 ได้สบายๆ
แต่หยิงฉางก็ต้องเบาแรงไว้เพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นสงสัย ยกเว้นหลินปิงที่หยิงฉางได้บอกแล้วว่า เขานั้นมีทักษะย่างก้าวจันทราและระดับที่ 53 ซึ่งเยอะกว่าทั้ง 2 คน
แน่นอนว่าหลินปิงก็ตกใจอย่างแรงแต่ก็กปรับตัวได้ หลังจากที่สั่งให้วิ่ง หลินปิงและหยิงฉางก็ไปแบบช้าด้วยความเร็วที่เขาคิดว่าน่าจะไม่ทำให้สองสาวสงสัย หลินปิงที่วิ่งโดดข้ามต้นไม้ไปมาคู่กับหยิงฉางก็หันมามอง
"แล้วของที่ได้จากพวกวิหกเพลิงละ ทำไง" หยิงฉางลดความเร็วลงอีก 1 ส่วนก่อนจะหันไปตอบ
"นายกับฉันก็ทำตามปกติ นายเปิดห้องนาย ฉันเปิดห้องฉันที่โรงแรม เมื่อทำไรเสร็จนัดเจอที่ห้องฉันเหมือนเดิม แล้วค่อยแลกของกัน" หลินปิงพยักหน้า เพราะเขานั้นเป็นคนเก็บของ แต่หยิงฉางเป็นคนฆ่า เพราะตอนนั้นหยิงฉางระดับเยอะกว่ามาก หลินปิงพยักหน้าและเพิ่มความเร็วแซงหน้าหยิงฉางไป หยิงฉางก็ใช้ความเร็วเดิมเพราะเขาต้องดูว่าตอนนี้เขาทำอะไรได้บ้าง
'ตอนนี้ได้คัมภีร์ลดดาเมจ 1% มาแล้ว ส่วนกายานาคยาศก็สามารถเป็นอมตะได้ 5 วินาที ทักษะย่างก้าวจันทราก็ทำให้เราสามารถใช้วิชาตัวเบาระดับ 65 ได้ ส่วนมายาเทพสวรรค์สามารถใช้ได้ 2 นาทีและสามารถทำให้เป็นมายาแห่งความจริงได้ด้วยสินะ'
หยิงฉางพูดในใจพลางแสระยิ้ม เพราะเขาจะสามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้จริงๆแล้ว แต่หยิงฉางก็รู้แน่นอนว่ามันต้องกินพลังเขามหาศาลมากแน่ๆ เพราะขนาดมังกรมืดเขายังแทบตายแล้ว ถ้าเป็นภาพความจริง เขาคงจะต้องโดนสูบพลังจนตายลดระดับจริงๆแน่
'แล้วตอนนี้เรามีถุงทรายไร้ค่ากว่า 200 ถุง จะเอาไว้ทำอะไรกันนะเนี่ย' หยิงฉางตั้งคำถามในใจตนเอง เพราะเขาไม่เห็นค่ามันเลย แต่ใช่ว่าเขาจะทิ้งมัน เพราะขนาดถังน้ำมันและเนื้อโง่ๆไม่กี่กิโล เขายังสามารถทำให้มันผ่านด่านที่ยากมหาหินได้เลย
"หยิงฉางเรามาถึงกันแล้ว" หลินปิงพูดขึ้น ทำให้หยิงฉางหันไปมอง ก็พบกับกำแพงเมืองอี้เฟยที่อยู่ห่างออกไป 300 เมตร หยิงฉางเห็นแล้วก็พยักหน้ารับทันที
หลังจากที่ทั้ง 4 คนได้มาถึงเมืองอี้เฟย พวกเขาก็กลับเข้าโรงแรมเช่าห้องตามภาษาคนง่วงนอนทันที ซึ่งคลิสตินกับเมย์นั้นนอนห้องเดียวกัน ส่วนหยิงฉางกับหลินปิงคนละห้อง เมื่อถึงเวลานัด หลินปิงก็เปิดประตูห้องเข้ามาแบบไม่ต้องรออนุญาต ซึ่งตอนนี้เขาได้ยกเลิกปาร์ตี้กันเรียบร้อยแล้ว
"มาไง" หลินปิงยกมือทักทาย หยิงฉางเห็นก็ทำตามพอพิธี ก่อนจะเข้าเรื่อง
"แบ่งของกันได้ละ ฉันง่วงละ" ใช่! หยิงฉางไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว ทำให้เขาเพลียมากๆ หลินปิงเห็นสภาพของเพื่อนเขาก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้
"เออๆ ได้ๆ" ว่าจบหลินปิงก็เทกระเป้ามิติของเขาออกมาหมดทันที ซึ่งหยิงฉางเห็นก็เบิกตาโตเล็กน้อยและขึ้นไปบนเตียงหนีความคมของใบดาบนับร้อยทันที
"โคตร โค-ตะ-ระ เยอะเลย" หยิงฉางมองห้องของเขาที่กว้าง 7 เมตรและสูง 5 เมตรถูกแทนที่ด้วยอาวุธเกือบเต็มพื้นห้อง หลินปิงก็มีอาการเดียวเหมือนกัน เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเยอะขนาดนี้
"แยกๆๆๆ" หลินปิงกล่าวรัวๆ และรีบจัดกลุ่มหมวดหมู่อาวุธทันที ผ่านไป 1 ชั่วโมงทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง หยิงฉางที่เหนื่อยและเพลียอยู่แล้ว อาการก็หนักขึ้นไปอีก
"ไหวไหม? " หลินปิงถามอย่างเป็นห่วง หยิงฉางได้ยินก็พยักหน้ารับ และพูดขึ้น
"ระดับ 7 มีแค่ 3 ชิ้นเองเนี่ยนะ..." หยิงฉางพูดขึ้นมองธนูระดับ 7 และดาบทั้งสองที่มีชนิดเหมือนกัน และมีระดับเดียวกัน หลินปิงเห็นก็ยักไหล่
"แค่นั้นแหละวะ...เอาไปเถอะ 3 ชิ้นนั้นอะ ฉันมีดาบคู่ใจอยู่แล้ว" ว่าจบหลินปิงก็หยิบดาบใหญ่ระดับ 6 ที่เคยทำร้ายเมย์ กับดาบคู่ใจของเพลิงอสูร 2 เล่มระดับ 7 ขึ้นมาโชว์ หยิงฉางเห็นก็มองด้วยความอิจฉาอย่างไม่ปกปิด
"เฮ้ยๆ! อย่ามองอย่างงั้นนะเว้ย...เพื่อนแบ่งบันกันได้" หลินปิงทำตาวิ๊งๆ ขอความอ้อนวอน หยิงฉางหันก็รำคาญเต็มทน ก็บอกไปว่า 'เอาไปเถอะ' หลินปิงได้ยินก็ร้องดีใจและเก็บของๆเขาทันที ก่อนจะหันไปมองหยิงฉาง และพูดขึ้น
"ทำเหมือนช่วงเบต้าไหม" เพียงแค่ประโยคเดียว หยิงฉางก็แสระยิ้มเบิกบาน ลบความเหนื่อยล้าและความเพลียทิ้งทันที ก่อนจะหันไปมองเพื่อนยากของเขาก็ยักคิ้วโชว์อยู่
"ได้...เอาชุดพวกมันมารึเปล่า" หยิงฉางถามขึ้น วินาทีต่อมาหลินปิงก็คว้าชุดกิลวิหกเพลิงสีแดง 2 ชุดขึ้นมาโชว์ หยิงฉางเห็นก็พยักหน้ายกยิ้มทันที
"ดี! เราจะไปปล้นไอ้พวกบัดซบนั้นกัน...ตอนนี้เลย เพราะช่วงเวลานี้มันคงจะลดการป้องกันลงไปเยอะ" หลินปิงพยักหน้าด้วยยิ้มเจ้าเล่ห์ หยิงฉางหันไปมองอาวุธที่ห้องของเขานับร้อยก่อนจะพูดขึ้น
"ไปกันเถอะ เอาอาวุธพวกนี้ไปขายด้วย ส่วนอาวุธ 40 ชิ้นระดับ 6 ฉันขอ.." หลินปิงพยักหน้ารับ หยิงฉางเห็นก็เอาดาบและอาวุธไร้ค่าของเขาออกมา และเก็บอาวุธระดับ 6 อันใหม่เข้ากระเป้าทันที
หลินปิงเห็นก็รีบเก็บของทั้งหมดเตรียมเอาไปขาย เมื่อทำเสร็จสิ้นเขาทั้งสองก็เดินออกจากโรงแรมทันที โดยเป้าหมายของพวกเขาคือ การปล้นเงินและคลังอาวุธของกิลวิหกเพลิง
"อย่าลืมซื้อหน้ากากปิดหน้าด้วยละ" หยิงฉางพูดขึ้น หลินปิงได้ยินก็พยักหน้ารับ และสองคู่หูนรกก็เดินไปที่ร้านและซื้อหน้ากากสีดำขอบทองที่ปิดครึ่งใบหน้าเหลือจมูกกับปากอย่างเดียว 2 อัน ซึ่งราคาทั้งสองอันตกอยู่ที่ 4 แสนหยวน ถือว่าแพงมากๆ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่สามารถถูกทำลายได้ ถือว่าดีไปอีกแบบ
"ต่อไปขายของ" สิ้นคำกล่าว ทั้งสองก็เดินไปที่ร้านขายอาวุธอันดับ 1 ของเมืองอี้เฟยทันที เมื่อมาถึงพวกเขาก็ขายอาวุธจำนวนมากทันที โดยที่สวมหน้ากากไว้อยู่
ทำให้เจ้าของร้านต้องเบิกตาโตกับอาวุธจำนวนมาก เขาไม่รอช้ารีบแจกบัตรการ์ดสีทองที่เป็นส่วนลดการซื้อขายอาวุธ 20% ที่สามารถใช้ได้ทุกเมืองให้ทันที ก่อนจะส่งเงินให้แบบไม่คดโกง
ซึ่งเงินที่เขาได้คือ 82 ล้านหยวนรวมกับเงินที่ฆ่ากิลวิหกเพลิงนับร้อยไปก็อยู่ที่ 200 ล้านหยวน เมื่อหยิงฉางได้รับเงิน 100 ล้านหยวนส่วนของเขามา เขาก็รวมกับของเก่า ทำให้เขามีเงินอยู่เกือบ 230 ล้านที่ส่วนหนึ่งมาจากการฆ่าโกเลมนับร้อย
"พร้อมยังหลินปิง" หยิงฉางถามขึ้น เพราะเบื้องหน้าของเขาคือกำแพงประตูกิลวิหกเพลิงที่สูง 5 เมตร หลินปิงเห็นก็ยักไหล่พยักหน้าแบบชิวๆ
"จำไว้ งานนี้นายต้องทำคนเดียว ส่วนฉันจะก่อกวนพวกมันเอง" หยิงฉางพูดขึ้น ทำให้หลินปิงพยักหน้ารับ และทั้งสองก็เข้าปาร์ตี้กัน หลินปิงทำไรเสร็จ ก็หันมาถาม
"แผนว่าไง" หึ! หยิงฉางหัวเราะออกมาในลำคอ ก่อนจะบอกแผนของเขาและดีดตัวออกไป โดยทิ้งให้หลินปิงอยู่ที่เดิม ผ่านไป 1 ชั่วโมงหยิงฉางก็กลับมาพร้อมกับเหงื่อจำนวนมาก เมื่อเขาดื่มน้ำยาอะไรทั้งหมดเสร็จก็พูดขึ้น
"ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ด้านในสุดมีคลังอาวุธกับคลังเงินอยู่ติดกัน แต่มีคนจำนวนมากกว่า 10 คนอยู่ ซึ่งระดับอยู่ที่ 65 กว่าๆทั้งนั้น เพราะฉะนั้นรอจังหวะ แล้วเข้าไปขโมยของได้เลย" หลินปิงพยักหน้า เพราะงานนี้เขาเสี่ยงมากๆ ถ้าพลาดเขาอาจจะตายได้
"งั้น...เริ่ม!" ตูมๆๆๆๆ! สิ้นสุดเสียงระเบิด หลินปิงก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมๆกับชุดของวิหกเพลิงโดยไม่ปิดบังใบหน้า ซึ่งระเบิดพวกนั้นหยิงฉางเป็นคนติดตั้งไว้นั้นเอง และอีกอย่าง เขาวางไว้ทั่วกิลเลยทีเดียว หากเดินพลาดมีสิทธิ์ตายได้ง่ายๆ ซึ่งหลินปิงก็รู้เรื่องนี้ดีเหมือนกัน
.