“ ทำไมมันง่ายแบบนั้นล่ะ ”
นักศึกษาจากฐานโนวามองดูสงครามทางฝั่งฐานไพรมัส หลังจากเจ้าหน้าที่ฐานโนวาและฐานไกอัสเดินทางไปสมทบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการกรีดร้องของเดม่อนจากนั้นพวกมันก็ตายจากระเบิดซากศพ แค่ 5 นาทีที่ฐานทั้ง 2 เข้าสมทบ การต่อสู้ที่ถูกประเมินว่าจะต้องใช้เวลายาวนานหลายวันกลับจบลงในทันที
หลังจากรายงานใหม่ส่งมายังฐานโนวาแจ้งให้รู้ว่ากำลังเดินทางไปช่วยฐานเทอร์รา ทุกคนจึงให้ความสนใจการช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะทางฝั่งฐานเทอร์ราเผชิญหน้ากับเดม่อนเยอะถึงหลักพัน
เมื่อยานของฐานโนวา ฐานไกอัส และฐานไพรมัสเดินทางไปถึงสนามรบทางฝั่งของฐานเทอร์รา สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากที่มนุษย์แยกตัวออกมาจากเดม่อน พวกมันก็เริ่มกรีดร้องจากนั้นก็ถูกระเบิดร่างตายไป ต่อให้จะมีจำนวนเยอะมากแค่ไหนก็ตาม พวกมันยังคงถูกฆ่าตายจากแรงระเบิด
“ เป็นอาชีพที่เกิดมาเพื่อทำสงครามชัดๆ ”
หนึ่งในนักศึกษาบนฐานโนวาพูดด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เขามองไปยังอนาคตในวันที่แอ็กเซลเติบโต
หากมีสงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าเดม่อนเกิดขึ้น ขอเพียงแค่แอ็กเซลซ่อนตัวให้ดีแล้วปล่อยให้มอนสเตอร์ในพันธะเข้าสู่สนามรบ ทางฝั่งมนุษย์จะเป็นฝ่ายชนะในทันที
สกิลสปอร์ที่กลายเป็นตัวเปิดการโจมตีจะลดพลังคอสมิกของศัตรูลงไปมหาศาล หลังจากนั้นถ้ามีศพเพียง 1 ร่างปรากฎขึ้นในสงคราม หายนะขนาดใหญ่จะปรากฎขึ้นที่ฝั่งศัตรูในทันที
เมื่อศพระเบิดขึ้นจะต้องฆ่าสังหารศัตรูได้จำนวนหนึ่ง จากนั้นศพใหม่ที่เกิดขึ้นจะระเบิดเป็นทอดๆส่งความเสียหายไปทั่วสนามรบ ต่อให้จะไม่สามารถจบสงครามได้ทั้งหมด แต่การมาของเขาสามารถเปลี่ยนสงครามให้มนุษย์เป็นฝ่ายได้เปรียบและมีโอกาสสูงถึง 80 % จะเอาชนะสงครามในครั้งนั้น
“ สกิลของเขาจะไม่มีจุดอ่อนเลยงั้นเหรอ ”
หนึ่งในนักศึกษาพูดด้วยใบหน้าสงสัย พวกเขากลัวว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นศัตรูกับแอ็กเซล ถ้าหากสกิลสปอร์ไม่มีจุดอ่อน หมายความว่าใครก็ตามที่เป็นศัตรูของเขาจะต้องต่อสู้ท่ามกลางพลังคอสมิกที่ลดลงเรื่อยๆ การต่อสู้ยืดเยื้อจะไม่เกิดขึ้น มีทางเดียวที่จะเอาชนะได้คือรีบจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดด้วยการฆ่าเจ้าของสกิล
ภาพการถ่ายทอดสดจากสงครามทางฝั่งฐานอาร์คาเดียส่งมาที่ฐานโนวา นักศึกษาเริ่มวิเคราะห์เกี่ยวกับสกิลของแอ็กเซลหลังจากมั่นใจว่ามนุษย์จะสามารถเอาชนะเผ่าเดม่อนได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นหลายคนจึงพายามหาข้อบกพร่องของสกิลสปอร์ให้ได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปรากฎให้เห็นบนสนามรบ กลับไม่มีสิ่งใดใช้อ้างอิงถึงจุดอ่อนของสกิลได้ การจะหลุดออกจากสกิลสปอร์ได้คือการดึงพวกมันออกจากร่างเท่านั้น ต่อให้เดม่อนจะสวมใส่โซลฟอร์ดครบเซ็ตก็ตาม สปอร์ยังคงสร้างต้นอ่อนและดูดพลังงานของสิ่งที่มันเกาะได้เช่นเดิม สิ่งที่อยู่ใต้ชุดเกราะยังคงได้รับผลกระทบจากมันเช่นเดิม
“ สกิลป้องกันก็ทำอะไรไม่ได้เลยสินะ ”
เดม่อนที่มีอาชีพเกี่ยวกับการใช้โล่และการป้องกัน ยังไม่สามารถต้านทานสปอร์ของแอ็กเซลได้
ต่อให้จะสร้างม่านพลังขนาดใหญ่ขึ้นมาคลุมทับก็ตาม เมื่อสปอร์สัมผัสกับม่านพลังมันจะทำการดูดพลังงานที่อยู่ภายในม่านพลังออกมาจนทำให้ม่านพลังนั้นเสื่อมสภาพ สุดท้ายการป้องกันก็พังลง
สิ่งเดียวที่นักศึกษาเห็นว่าตนเองสามารถทำได้ถ้าหากต้องปะทะกับแอ็กเซลโดยตรงนั่นก็คือการทำบางอย่างเพื่อไม่ให้ตนเองสัมผัสกับสปอร์
หากในกลุ่มมีนักเวทธาตุลมจะต้องรีบใช้ลมพัดสปอร์ออกไปให้ห่าง หรือถ้ามีอาชีพที่สามารถสร้างพื้นที่พิเศษขึ้นมาได้ให้รีบใช้สกิลควบคุมสปอร์ให้อยู่รวมกันเป็นกระจุกไม่แพร่กระจายออกไปไหน
ภายใต้การเดินทางเข้าสู่สนามรบของแอ็กเซลที่เกิดขึ้นทุกๆชั่วโมง นักศึกษากลับไม่ได้ให้ความสนใจการต่อสู้ของเขาอีกต่อไป แต่ละคนล้วนแล้ววิเคราะห์ถึงวิธีการเอาตัวรอดจากสกิลสปอร์ที่เขาใช้ออกมา
“ มีทางเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้สปอร์อยู่ไกลตัวที่สุดสินะ ให้ตายสิ จะมีใครใช้สกิลแก้ทางได้ไหมนะ ”
“ ว่าแต่ตอนนี้เหลือเอเธอเรียกับเฮลิก 2 ฐานใช่ไหม ”
“ ใช่ ดูเหมือนพวกเขาจะเดินทางไปยังเอเธอเรียก่อนแล้วค่อยไปเฮลิก ”
ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ นักศึกษาแต่ละคนมีหลายอย่างให้คิด บางคนอยากรู้เกี่ยวกับรางวัลที่แอ็กเซลจะได้รับจากสงครามในครั้งนี้จึงนั่งคิดถึงสิ่งที่สหพันธ์จะส่งมอบให้แก่เขา
บางคนอยากรู้เกี่ยวกับแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ของแอ็กเซล พวกเขาอยากรู้ว่าจำนวนที่แท้จริงที่ทางฐานโนวาจะคำนวณให้กับแอ็กเซล
ขณะที่ทุกคนให้ความสนใจกับแอ็กเซลที่กำลังเดินทางไปยังสงครามทางฝั่งเอเธอเรีย ทางฝั่งฐานเฮลิกกลับปรากฎภาพที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัว เมื่อจู่ๆก็ได้ปรากฎเสาพลังงานสีส้มขนาดใหญ่
ขนาดของมันใหญ่ยิ่งกว่าที่เคยปรากฎใกล้กับฐานโนวา การปรากฎของมันในครั้งนี้ได้ดึงยานลำใหญ่เข้ามาในสนามรบปฐมภูมิพร้อมกับเดม่อนมากมาย ต่อให้ระดับพลังที่บรรทุกมากับยานและเดม่อนที่โผล่มาจะมีระดับไม่เกิน 5 ดาวก็ตาม การมาของพวกมันในครั้งนี้ใกล้เคียงเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อนที่ทางสหพันธ์ต้องสูญเสียนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ไปเป็นจำนวนมากบนสนามรบปฐมภูมิ
“ แจ้งเตือนระดับ 1 นักศึกษาที่เป็นระดับ 4 ดาวโปรดเตรียมตัวให้พร้อม ขอย้ำ แจ้งเตือนระดับ 1 ….”
เสียงประกาศดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่านักศึกษาที่อยู่ภายในฐานโนวารู้สึกกลัว เนื่องจากพวกเขากำลังจะออกไปสู้อีกครั้งหนึ่ง การมาของยานรบหลายสิบลำและเดม่อนตัวสีแดงหลายพันจนถึงหลักหมื่น จะต้องใช้กำลังนักศึกษาและเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก
ในขณะที่ฐานแต่ละแห่งตกสู่ความวิตกนี้เองนั้น เครื่องสร้างรูหนอนที่ปิดตัวลงไปก็เปิดขึ้นกระทันหัน ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ระดับ 5 ดาวจากกองทัพของดาวทั้ง 7 ดวงถูกส่งเข้ามาทำสงครามกับเดม่อนที่ปรากฎตัวขึ้นที่สนามรบปฐมภูมิ
“ ให้ตายสิ นึกว่าจะมีแค่นี้ ”
เมสันถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอก เขานึกว่าจะต้องสู้จนตัวตาย นับว่าโชคดีที่สหพันธ์รับเรื่องแล้วส่งคำสั่งกระจายไปยังดาวทั้ง 7 ดวงให้ส่งทหารเข้ามาช่วยเหลือ ถึงแม้จะมีเพียงระดับ 5 ดาวเข้ามาที่นี่ได้ก็ตาม จำนวนทหารที่เดินทางมานั้นกลับมีมากถึงหลักพัน เมื่อรวม 7 ดวงดาวเข้าด้วยกัน จำนวนทหารที่เป็นระดับ 5 ดาวที่ถูกส่งมาช่วยเหลือมีมากกว่า 7,000 คนที่เข้าสู่สงคราม
“ นักศึกษาเตรียมตัวให้พร้อม มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พวกเธอจะต้องเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง สำหรับทหารตามฉันมา!”
หนึ่งในทหารสวมใส่ชุดเกราะสีขาวชูมือขึ้นไปบนฟ้าเพื่อให้สัญญาณกับทหารที่ตนเองนำมา จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นยานขนส่งของฐานมุ่งหน้าไปสมทบกับทหารจากดาวดวงอื่นที่ฐานเฮลิก
---------------------------------------------------------------
“ แอ็กเซล นายสามารถจบที่นี่ให้เร็วกว่าที่ผ่านมาได้ไหม ”
“ มีอะไรงั้นเหรอครับ ”
แอ็กเซลมองหันมองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ที่คอยพูดคุยกับเขาตลอดเวลา
“ ฉันได้รับคำสั่งจากฐานให้รีบจัดการเดม่อนทางฝั่งเอเธอเรียแล้วรีบไปรวมตัวกันที่ฐานเฮลิก เดม่อนทางฝั่งนั้นนำยานเข้ามาได้แล้ว มันมาพร้อมกับกองทัพเดม่อนที่คาดว่ามีจำนวนหลักหมื่นตัว ”
“ ผมจะเร่งมือให้เร็วที่สุดนะครับ ”
แอ็กเซลมองไปยังจุดที่เกิดควัน ครั้งนี้เขากลับไม่ได้ลงจากยาน เพียงแค่ให้กัปตันเปิดประตูยานเท่านั้นเพื่อให้เขาส่งนกน้อยทั้ง 2 ตัวออกไปจากยานได้ เมื่อนกน้อยทั้ง 2 ตัวบินเข้าสู่สนามรบพวกมันก็เริ่มปลดปล่อยสปอร์ลงไปบนพื้นด้านล่าง ทุกอย่างที่กำลังต่อสู้กันล้วนแล้วได้รับสปอร์กันทั้งหมด
ทันทีที่เขากระตุ้นสปอร์ให้ทำงาน ร่างของเดม่อนต่างก็หยุดชะงักหลังจากมีบางอย่างกำลังดึงพลังงานออกจากร่างของมัน
เจ้าหน้าที่และนักศึกษาที่เห็นโอกาสและได้รับคำสั่งให้ถอยจึงพยายามวิ่งออกมาด้วยทักษะเท้าเต็มกำลัง ทันใดนั้นในจุดที่มีเดม่อนยืนอยู่และกำลังงุนงงกับต้นไม้เล็กๆที่เกิดบนร่าง ก็ได้เกิดระเบิดขนาดใหญ่สังหารพวกมันไปพร้อมๆกัน
ไม่ว่าจะเป็นระดับ 4 ดาวหรือ 5 ดาวล้วนจบชีวิตในการโจมตีเมื่อครู่
แอ็กเซลรู้สึกเสียดายศพของเดม่อนไม่น้อย แต่เขาจำเป็นต้องรีบเดินทางไปยังฐานเฮลิกเพราะที่นั่นมีสงครามใหญ่กว่า
“ เสร็จแล้วครับ ”
นกน้อยทั้ง 2 บินกลับมาหาเจ้านาย แอ็กเซลจึงเก็บพวกมันเอาไว้ในสกิลแล้วลงไปนั่งยังเก้าอี้ ในระหว่างนี้เขาก็มองหน้าจอกลางห้องโดยสาร การต่อสู้ทางฝั่งฐานเฮลิกปะทุขึ้นแล้ว โดยที่การต่อสู้นี้ต่างจากทุกฐานที่แอ็กเซลเข้าช่วยเหลือ
เดม่อนมีมากกว่าหมื่นตัว พวกมันได้ใช้จำนวนที่มากกว่าวิ่งเข้าโจมตีมนุษย์ที่ต่อสู้อยู่กับกลุ่มก่อนหน้าที่เปิดเครื่องสร้างรูหนอน
ในขณะที่เดม่อนโถมกำลังเข้าใส่มนุษย์ ยานขนส่งจากดาวไกอัส ไพรมัส และเทอร์ราก็ได้ไปถึงพร้อมกันแล้วปล่อยทหารระดับ 5 ดาวเข้าสู่สนามรบ ด้วยการมาของระดับ 5 ดาวทำให้เดม่อนถูกดันกลับไปด้านหลังไม่สามารถโถมกำลังเข้าเข่นฆ่านักศึกษาและเจ้าหน้าที่ฐานเฮลิกได้ง่ายๆอีกต่อไป
ทันใดนั้นยานขนส่งจากดาวอาร์คาเดียและโนวาก็ไปถึงที่แห่งนั้น เมื่อยานเปิดประตูอ้าออกทหารที่มาจากดาวทั้ง 2 ดวงก็เข้าไปร่วมวงเข่นฆ่าเดม่อนด้วยระดับพลัง 5 ดาว อย่างไรก็ตามการมาของยานรบเผ่าเดม่อน พวกมันได้ใช้สิ่งนี้ยิงถล่มฝั่งมนุษย์ ต่อให้มนุษย์จะมีระดับ 5 ดาวมากก็ตามที พวกเขากลับต้องเอาชีวิตรอดจากยานรบของศัตรู
“ เราไม่มียานรบเหรอครับ ”
แอ็กเซลถามด้วยความสงสัย เขาอยากเห็นยานรบทางฝั่งมนุษย์เข้าโจมตีกับยานรบทางฝั่งเดม่อน ทันใดนั้นเขาก็ได้รับคำตอบด้วยการปรากฎตัวของฝูงยานรบราว 20 ลำ ต่อให้จะมีจำนวนเยอะกว่ายานรบของเผ่าเดม่อนก็ตาม ขนาดของมันกลับเล็กกว่ายานรบเผ่าเดม่อนถึงครึ่งหนึ่ง ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ยิงออกมาจากยานรบทางฝั่งมนุษย์กลับรุนแรงไม่ต่างจากเผ่าเดม่อน
บู้ม!
การต่อสู้รุนแรงมากยิ่งขึ้น บนพื้นดินมีมนุษย์กับเดม่อนปะทะกันหมายจะเอาชีวิตอีกฝ่าย บนท้องฟ้ามีการปล่อยยานออกมาโจมตีกันจนทำให้เกิดลำแสงยิงพาดผ่านท้องฟ้าพุ่งตกกระแทกภูเขาไกลออกไป แอ็กเซลที่เห็นสงครามรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช้เวทมนตร์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที สงครามตรงหน้าของเขาในตอนนี้สามารถฆ่าชีวิตของเขาได้ง่ายดายหากไม่ระวังตัว เพราะมีการโจมตีมากมายหลายอย่างที่เขาไม่เคยเห็น หากเผลอเพียงแค่ครู่เดียวเขาอาจจะถูกสกิลปริศนาเหล่านั้นฆ่าชีวิตได้
“ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เราจะลงจากยานในอีก 2 นาที! ”
กัปตันยานขนส่งประกาศแจ้งเตือน แอ็กเซลจึงบอกสิ่งที่เขาทำได้ให้กับหัวหน้าเจ้าหน้าที่ การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่สามารถระเบิดศพได้เพราะมนุษย์ปะปนอยู่กับเดม่อนเยอะเกินไป สิ่งที่เขาทำได้จึงมีเพียงแค่ใช้สกิลสปอร์เพียงเท่านั้น หัวหน้าเจ้าหน้าที่จากฐานโนวาจึงพยักหน้ารับฟัง ขอเพียงแค่เขาใช้สกิลสปอร์ให้ได้ มนุษย์ก็มีโอกาสเอาชนะในสงครามครั้งนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
“ ไปไปไป จับกลุ่มกันเอาไว้ อย่าแยกตัวออกไปจากกลุ่มไม่อย่างนั้นได้จบชีวิตแน่! ”
ประตูยานเปิดอ้าออก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะวิ่งลงจากยานแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในสงคราม แอ็กเซลขอแยกตัวออกมาเพราะแผลของเขายังรักษาตัวไม่หาย เขาจึงจะใช้สกิลสปอร์จากระยะไกลแทน.