ตอนที่ 98 :หนึ่งเพลงน้ำตาริน
“มันคือความอบอุ่นในดวงตาของแม่
ที่สอนให้ผมอดทนและก้าวต่อไป
เป็นกำลังใจให้ผมเมื่อผมล้มลง คอยบอกผมว่าอย่ายอมแพ้…”
ท่อนหลักจบแล้ว ท่อนคอรัสยังคงดำเนินต่อไป
หลิวจือเซียไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เขาแค่อยากร้องเพลงนี้ให้จบ แค่อยากระบายความรู้สึกที่ตนอยากแสดงออกมา
หลังจากร้องท่อนคอรัสจบ หัวใจของหลิวจือเซียก็ทนไม่ไหวแล้ว น้ำตาใส ๆ ที่ห่อหุ้มความเสียใจที่สะสมอยู่ในใจเขามาหลายปีก็ไหลลงมาเป็นสายน้ำ
“อธิบายไม่ได้เลยว่าจะตอบแทนพระคุณแม่ได้อย่างไร
ความรักของแม่กว้างใหญ่และไม่มีที่สิ้นสุด
ได้โปรดให้ผมได้บอกแม่สักคำว่า ผมรักแม่จริง ๆ…”
เมื่อร้องท่อนสุดท้ายจบ กีตาร์ไฟฟ้าในมือของหลิวจือเซียก็ตกลงบนพื้นเสียงดัง ‘ตึง’ เสียงแหบเล็กน้อยกลายเป็นสะอื้น เขาปิดหน้าร้องไห้โฮเหมือนเด็กไร้เดียงสา
เมื่ออารมณ์ดิ่งลึกจนถึงขั้นนี้ เขาก็ไม่สนใจอะไรอีก ช่างการแข่ง ช่างซุปเปอร์สตาร์ ช่างหัวไอ้หมาบ้าจินฉือถัง… เขาแค่อยากร้องไห้ระบายความรู้สึกผิดทั้งหมดตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ !
เมื่อเห็นพ่อของตนร้องไห้ เยว่เยว่ก็กอดต้นขาของหลิวจือเซียด้วยความกังวลและร้องไห้ไปด้วยกัน ร่างเล็ก ๆ นั้นดูน่าสงสารมาก
ในเวลานี้เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์คลั่งกันขึ้นมาแล้ว ม่านกระสุนและของขวัญนับไม่ถ้วนกระหน่ำเข้ามาราวกับพายุฝน
“ฮือ ๆๆ จือเซียของฉัน คุณเหมาน้ำตาหนึ่งปีของฉันในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเลยนะ คุณต้องรับผิดชอบ ! ”
“บ้าเอ๊ย คิดว่าตัวเองเป็นคนเหล็กสูง 187 เซนติเมตร ดันร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายเลย เพลงนายเพราะมากจริง ๆ ! ”
“หลิวจือเซีย คุณต้องเข้มแข็งนะ เยว่เยว่ เข้มแข็งไว้นะ อย่าร้องไห้ ! ”
ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของหลิวจือเซียหรือผู้ชมที่เข้ามาดูเรื่องตื่นเต้น ต่างได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ในการร้องเพลงของหลิวจือเซีย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาเห็นหลิวจือเซียกับเยว่เยว่กอดกันร้องไห้อย่างเจ็บปวด ผู้ชมเกือบทุกคนก็รู้สึกเหมือนถูกแทงที่หัวใจ บางคนก็ร้องไห้ บางคนก็ระบายออกมาทางอินเทอร์เนตในรูปแบบคอมเม้นท์
เมื่อได้ฟังเพลง ‘รักเธอจริง ๆ ’ ผู้คนมากมายก็พากันกดเบอร์ที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยที่เก็บไว้ในมือถือมาเป็นเวลานาน
ในหน้าต่างเล็กด้านบนห้องไลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นหลินเยว่ สงสง หรือเมิ่งฉางคง ต่างก็ร้องไห้ตาแดงกันทุกคน หลินเยว่ถึงกับหายไปพักหนึ่ง เพราะวิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ
หวงปิ่งคุนไม่เหมือนกับอีกสามคน แม้ว่าจะตาแดง แต่ก็มีรอยยิ้มที่สดใสมากกว่า เห็นได้ว่าตอนนี้หวงปิ่งคุนกำลังสบายอกสบายใจอย่างที่สุด
“คุณหลิว ทำให้พวกเราประหลาดใจจริง ๆ ! ” หลินเยว่แต่งหน้าใหม่มาแล้ว เธอพูดเสียงสะอื้นว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะพูดภาษาจีนกวางตุ้งได้ดีขนาดนี้ ! ”
“ใช่ ครั้งนี้จินฉือถังคำนวณผิดแล้ว ! ” สงสงจุดบุหรี่แล้วพูดเสียงต่ำ “พวกคุณดูเหล่าหวงสิ มีความสุขขนาดไหน ? แค่เหล่าหวงพูดมาคำเดียว เกมรอบที่สามนี้จบแน่นอน ! ”
“พวกคุณสองคน พูดซะผมมีอำนาจยิ่งใหญ่เหลือเกิน ! ”
หวงปิ่งคุนพูดพร้อมหัวเราะ “การแข่งรอบสามนี้ คุณจินไม่ได้พูดว่าจะชนะกันยังไง ตามที่ผมเข้าใจเกี่ยวกับคุณจิน รอบสามนี้เสี่ยวหลิวคงชนะไม่ได้ง่าย ๆ นักหรอก ! ”
“เป็นไปได้มากเลย ! ” เมิ่งฉางคงพูด “ไม่เป็นไร คุณหลิวยังไม่ได้ตั้งโจทย์เลย อย่างมากรอบสามสู้ได้ระดับนี้ คุณหลิวก็ไม่ต้องออกจากวงการบันเทิงแล้ว ! ”
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ จินฉือถังไม่มีวันยอมให้หลิวจือเซียชนะเขาง่าย ๆ อยู่แล้ว
ในตอนที่ทุกคนดื่มด่ำอยู่ในบรรยากาศที่หลิวจือเซียสร้างขึ้นมานั้น มีคนสองคนเป็นข้อยกเว้น ไม่ว่าจะจินฉือถังหรือหานจวิ้นชิง พวกเขาต่างอารมณ์ดิ่งลงเหวทั้งคู่
หานจวิ้นชิง นักแต่งเพลงอันดับต้น ๆ ของวงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อเพลง ถึงกับหน้าซีดแล้วซีดอีก
เขารู้ว่าตนเองแพ้แล้ว ไม่ว่าจะการแต่งเพลงหรือการร้องเพลง เขาแพ้ทั้งหมด เดิมทีก็ไม่ได้เหนือกว่าอยู่แล้ว
แล้วจินฉือถังล่ะ ?
ในฐานะที่เป็น ‘นักวิจารณ์สื่ออิสระ’ ที่ปากคอเราะร้ายที่สุด สายตาของจินฉือถังจึงเฉียบคม แต่เขาไม่กล้าวิจารณ์เพลงนี้เพราะกลัวถูกคนนับไม่ถ้วนที่ร้องไห้เมื่อฟังเพลงนี้ด่าเอา
สีหน้าลำพองใจที่ทำให้หลิวจือเซียโกรธได้สำเร็จหายไปแล้ว และแทนที่ด้วยสีหน้ามืดมน
ตีเขาให้ตาย เขาก็ไม่คิดว่าภาษาจีนกวางตุ้งของหลิวจือเซียจะดีขนาดนี้ ไม่เพียงสำเนียงถูกเท่านั้น แต่ยังผสานเข้ากับดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ การแสดงอารมณ์ก็ไร้ที่ติ
มองดูของขวัญที่ขึ้นบนหน้าจอ ทั้งต้นไผ่เขียว ๆ หอยเป๋าฮื้อกับกุ้งล็อบสเตอร์ตัวอ้วน ๆ… ทำให้จินฉือถังรู้สึกอิจฉาอย่างหาที่สุดไม่ได้ !
……………….
พวกผู้ชมที่ดูการไลฟ์ทางมือถือและคอมพิวเตอร์ต่างร้องห่มร้องไห้ หลางเวิ่นซิงและคนอื่นที่ดูการแสดงของหลิวจือเซียอยู่ในห้องนั่งเล่นยิ่งซาบซึ้งมาก
ไม่ว่าจะเป็นจางหมิงห่าวหรือไป่เหลียนเฉิง เวลานี้ต่างร้องไห้น้ำตาไหลกันหมดแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองสาวหวางเสี่ยวถงและหวางหยิงหยิง แต่ละคนมีกระดาษทิชชู่กองใหญ่อยู่ข้าง ๆ ส่วนซ่งจิงจ้านกับไป่เหลียนเฉิงนั่งอยู่ข้าง ๆ แฟนสาวของตัวเอง จะปลอบก็ไม่ใช่ ไม่ปลอบก็ไม่เชิง !
“แปะ แปะ แปะ ! ”
เสียงปรบมือพลันดังขึ้นจากหลางเวิ่นซิงที่ตาแดงไปแล้ว และทันใดนั้น ราวกับถูกแพร่เชื้อเข้าใส่ จางหมิงห่าว ซ่งจิงจ้าน… ทุกคนต่างปรบมือกันอย่างแรง
หลิวจือเซียที่กำลังร้องไห้ได้สติกลับมาเพราะเสียงปรบมือเหล่านั้น
เมื่อเห็นหลางเวิ่นซิงและคนอื่น ๆ ที่ตาแดงก่ำปรบมือให้เขา ตอนแรกเขาก็อึ้งไป จากนั้นก็พูดว่า “พี่ซิง พวกพี่…”
ตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งวันนี้จนถึงตอนนี้ หลิวจือเซียแต่งไปทั้งหมด 3 เพลง ‘เพราะรัก’ ‘พ่อ’ และ ‘รักเธอจริง ๆ ’ แม้ว่าเพลง ‘พ่อ’จะซึ้งจนทำให้พวกหลางเวิ่นซิงน้ำตาไหล แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงความตื้นตันใจออกมาอย่างตอนนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ?
จางหมิงห่าวเช็ดน้ำตาที่หางตาของเขาและพูดว่า “น้องจือเซีย เพลงนี้ของนายดีมากจริง ๆ ไม่ใช่แค่เนื้อร้องดีและทำนองเยี่ยมเท่านั้น แต่อารมณ์ที่ใส่เข้ามาในเพลงก็สะท้อนผู้คนด้วย ขอบอกเลยนะ ต่อให้นายปล่อยเพลงนี้ที่ฮ่องกงหรือไต้หวัน มันก็ต้องเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดแน่นอน ! ”
“จือเซีย ตอนนายไปที่บริษัทวันพรุ่งนี้ ต้องอัดเพลงพวกนี้ให้หมดนะ ฉันกล้าพนันเลยว่านายต้องได้รางวัลเพลงยอดเยี่ยมประจำปีของโกลเด้นเมโลดี้ในปีนี้แน่นอน ! ”
หลางเวิ่นซิงมองหลิวจือเซียราวกับมองอัญมณีล้ำค่า เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลิวจือเซียจะทำให้เขาประหลาดใจได้ถึงขนาดนี้
แม้ว่าพวกซ่งจิงจ้านจะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความยกย่องชื่นชม
พ่อกับแม่ของหลิวจือเซียที่อยู่ห่างออกไปในเขตหมิงฉง เซี่ยงไฮ้ มองดูม่านกระสุนและข้อความที่ขึ้นไม่หยุดในห้องไลฟ์ ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความภูมิใจอย่างยากจะระงับไว้ได้ออกมา !
นี่คือลูกชายของเธอ แม้ว่าจะไม่ได้พึ่งพาใคร เขาก็ยังฉายแสงได้อย่างงดงามด้วยตัวเอง !
ในเวลานี้ หลิวซู่เหรินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หวังเหวินจิ้งก็ยังแสดงสีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน
ถึงอย่างไร นี่ก็คือลูกชายของเขา ลูกชายประสบความสำเร็จขนาดนี้ ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่ภาคภูมิใจบ้าง ? !
ม่านกระสุนและของขวัญขึ้นอยู่นานมากกว่า 5 นาที ในที่สุดความร้อนแรงก็ค่อย ๆ ลดระดับลง
ความรู้สึกผิดและเสียใจของหลิวจือเซียก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
“ขอบคุณครับเพื่อน ๆ ! ”
หลิวจือเซียลูบหัวเสี่ยวเยว่เยว่ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วลุกขึ้นโค้งคำนับให้กล้อง และพูดว่า “ทำให้เพื่อน ๆ ทุกท่านต้องหัวเราะแล้ว ! พูดตามตรง ผมโตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยร้องไห้เต็มที่ขนาดนี้ พอมองแบบนี้แล้ว ผมควรขอบคุณจินฉือถังแทนนะครับ ! ”
หลิวจือเซียได้ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ จึงไม่ให้ความสำคัญกับจินฉือถังอย่างมากมายอีกต่อไป
การแข่งวันนี้ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ กล่าวได้ว่ารู้ผลแพ้ชนะแล้ว ต่อให้จินฉือถังคิดจะเบี้ยวแล้วยังไง ?
เพราะตั้งแต่วันนี้ไป หลิวจือเซียได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาผสานรวมเข้ากับร่างกายนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว สามารถเผชิญหน้ากับตัวเองได้ และเป็นที่รักของพ่อแม่ได้แล้ว
นี่ทำให้หลิวจือเซียมีความสุขมากยิ่งกว่าชนะการแข่งในวันนี้ซะอีก !
การโค้งคำนับและคำพูดของหลิวจือเซียได้ทำลายบรรยากาศอึดอัดแบบเดิม ๆ ผู้ชมในห้องไลฟ์รู้สึกจากก้นบึ้งในหัวใจเลยว่าหลิวจือเซียไม่ใช่ดาราที่เย็นชาพวกนั้น แต่เป็นเหมือนเพื่อนของพวกเขามากกว่า
บรรดาผู้ชมพากันโพสต์ม่านกระสุนกันใหญ่
“ว่ากันว่า ผู้ชายจะไม่หลั่งน้ำตาถ้าไม่ถึงจุดเศร้าจริง ๆ ! เพื่อพ่อแม่ ร้องไห้สักครั้งก็ไม่เป็นไรหรอก ! ”
“พี่เซียของฉัน คุณใจกว้างเกินไปแล้ว นี่เรียกว่าอะไรนะ ? ตอบแทนความแค้นด้วยความดีใช่ไหม ? ”
“หมาบ้าจิน ซึ้งจนร้องไห้เลยไหมล่ะ ? ฮ่า ๆๆ เบบี๋จิน โอ๋เอ๋ อย่าร้องนะ ! ”
พวกผู้ชมต่างซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์ หลังจากได้ฟังการร้องเพลงอย่างจริงใจของหลิวจือเซียก็ไม่มีใครตำหนิเขาเรื่องกิริยาก่อนหน้านี้
“ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เข้าใจครับ ! ”
หลิวจือเซียโค้งคำนับอีกครั้ง เมื่อห้องไลฟ์สงบลง เขาก็พูดกับจินฉือถังที่อยู่หลังหน้าจอว่า “จินฉือถัง เพลงของผมเสร็จแล้ว คุณว่าเป็นยังไง ? ”
“ยังไงน่ะหรือ” จินฉือถังมองหลิวจือเซียอย่างเย็นชา “พูดตามตรง เพลงของคุณเรียกได้ว่าไร้ที่ติ ฉันไม่มีอะไรจะพูด แต่…”
หลิวจือเซียรู้ว่าปากสุนัขย่อมไม่มีงาช้างงอกเงยออกมา แน่นอนว่า มันก็เป็นอย่างที่เขาคิด
“แต่ในความคิดฉัน เพลงที่ทำให้คนซาบซึ้งได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงที่ดี ! ”
จินฉือถังยิ้มเหยียดและพูดว่า “ดังนั้น ฉันไม่คิดว่าเพลงของนายทำให้ฉันพอใจได้ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ซึ้ง ใช่ไหมล่ะ ? ”
“โถ่เอ๊ย ไอ้จินฉือถัง ! แกรู้ว่าแพ้แน่คราวนี้ เลยจงใจเบี้ยวใช่ไหม ? ”
“ฉันไม่ได้ด่าคนมาหลายปีแล้ว ไอ้หมาจิน ฉันอยากบีบคอแกให้ตายจริง ๆ ! ”
“แกแม่งหน้าด้านจริง ๆ เพลงของจือเซียดีขนาดนี้ แกยังพูดจาเหลวไหลได้หน้าตาเฉย ไม่พอใจเนี่ยนะ ? ”
ทันทีที่จินฉือถังพูดจบ ชาวเน็ตทุกคนก็พากันโกรธ โพสต์ม่านกระสุนที่ขึ้นมาคือด่าเขาเกือบทุกอัน แต่ละข้อความจะมีคำสบถด่าติดมาด้วยทั้งนั้น
ถ้าก่อนหน้านี้จินฉือถังมีแฟนคลับที่ภักดีอยู่ 6 ล้านคน การกระทำของเขาในคืนนี้ก็ทำให้เขาเสียแฟนคลับไปอย่างน้อยถึง 2 ล้านคนทีเดียว
จินฉือถังไม่มีความเป็นคนมากไปแล้ว !
“โจทย์รอบสามผมเป็นคนตั้ง คำพูดผมถือเป็นที่สุด พวกคุณหุบปากไปเลย ! ”
จินฉือถังสติแตกไปแล้ว สีหน้าเขาดุร้ายขึ้นมาทันที “ตามข้อตกลงของเรา หลิวจือเซียของพวกคุณต้องไสหัวออกจากวงการบันเทิงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ! ”