บทที่ 56
เลือกดูหน้าร้าน
ภายในเมืองจินหยวนหลังจากที่จางหยวนสามารถจัดการที่ดินของตนเองจนเสร็จเรียบร้อย ในตอนนี้ที่ดินของเขาเป็นแปลงผักขนาดใหญ่ที่สามารถผลิตผักวิญญาณได้เป็นจำนวนมาก
จางหยวนเดินอยู่ภายในเมืองในย่านการค้าขายที่มีผู้คนเดินพลุ่งพล่าน
เขาเดินภายในย่านนี้และก็มองไปรอบๆพลางคิดภายในใจของตนเอง “ ภายในย่านนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย”
“ ในตอนนี้สวนผักวิญญาณของเราในพื้นที่ทั้งหมดยี่สิบห้าหมู่ภายในที่ดินที่ได้รับมาใหม่ทำการจัดเตรียมจนเสร็จเกือบจะสมบูรณ์”
“ พวกมันสามารถสร้างกำไรก้อนโตให้กับเราได้โดยถ้าคิดเป็นการเฉลี่ยในแต่ละเดือนด้วยจำนวนส่วนผักทั้งหมดที่มีคงจะได้กำไรจากพวกมันน่าจะเดือนละประมาณสามร้อยตำลึงโดยการหักค่าแรงงานที่ต้องจ่ายผู้ที่ทำการว่าจ้าง ”
“ และก็หากค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้และซื้อมาจากร้านค้าราชวงศ์ ”
“ กำไรที่จะได้ประมาณสามร้อยถึงสี่ร้อยตำลึงต่อหนึ่งเดือน ซึ่งมันเป็นกำไรที่เยอะเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับกิจการการขายผัก”
“ โดยบางทีกำไรในบางเดือนอาจจะพุ่งสูงมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำมันเทียบเท่ากับว่าเพียงแค่ทำการค้าขายเช่นนี้ไปประมาณสามเดือนถึงสี่เดือนก็จะได้เงินที่สูญเสียไปกับการซื้อที่ดินกลับคืนมาแล้ว”
“ หลังจากนั้นก็คือกำไรเน้นๆ ”
“ โดยในตอนนี้ไม่ว่ามองอย่างไรสวนผักวิญญาณก็กำลังไปได้สวยสิ่งที่กำลังขาดอยู่ก็คือหน้าร้าน ”
“ ในตอนนี้กำลังขาดหน้าร้านที่จะใช้ในการขายผักวิญญาณในฐานะของเราโดยตรง”
“ สิ่งที่ไม่สามารถขาดได้ก็คือโลโก้ผลิตภัณฑ์ จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์และก็ภาพจำให้กับผู้คน”
“ การค้าขายที่ผ่านมาเป็นการค้าขายบนแผงผักธรรมดาทั่วไปผู้คนรู้เพียงแค่ว่าเป็นเพียงแค่แผงขายผักวิญญาณ”
“ คนพวกนั้นไม่ได้จดจำตัวตนของเราในการค้าขาย ”
“ เพราะแบบนั้นภายในยุคสมัยที่เราจากมาผู้คนเลยเน้นการสร้างแบรนด์หรือการสร้างโลโก้ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองให้ผู้คนจดจำได้ง่าย”
“ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องมีหน้าร้านในการขายผักวิญญาณในตอนนี้เองก็เช่นเดียวกันตัวของเราจำเป็นจะต้องให้ผู้คนจดจำในฐานะร้านขายผักวิญญาณ ”
“ เมื่อผู้คนสามารถจดจำได้แล้วมันก็จะทำให้ตัวของเราสามารถขายผักวิญญาณพวกนี้ได้ง่ายดายมากขึ้น”
“ ไม่เพียงเท่านั้นในวันข้างหน้าถ้าจะขยับขยายกิจการต่างๆในชื่อเดียวกันผู้คนเองก็จะให้ความสนใจเพราะว่ามีผลพวงที่ได้มาจากกิจการการค้าขายผัก”
จางหยวนเขารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรหน้าร้านเองมันก็เป็นสิ่งที่จำเป็น
มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดได้เป็นปัจจัยหนึ่งอย่างที่จำเป็นจะต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจ
ในขณะที่กำลังเดินอยู่บนถนนขวาสายตามองหาสถานที่ที่เหมาะสมจะเป็นที่เปิดร้าน “ ย่านแถบนี้น่าจะเป็นย่านที่มีผู้คนมากมายก็จริงแต่ถ้ามองถึงร้านขายผักวิญญาณของเราลูกค้าคงจะไม่ชื่นชอบในการมาบริเวณย่านนี้สักเท่าไหร่ ”
“ เหตุผลก็คือการขายผักวิญญาณในแต่ละครั้งที่ขายมาแถวในการต่อซื้อผักวิญญาณพวกนั้นยาวจนปิดถนน ”
“ แล้วถ้ามาตั้งภายในย่านนี้ผู้คนก็ยิ่งอึดอัดจนทำให้บางทีอารมณ์ของผู้ที่รอซื้ออาจจะสูญเสียไป”
“ อย่างไรเสียกิจกรรมการค้าขายก็จำเป็นจะต้องนึกถึงจิตใจของผู้ที่ทำการซื้อขายเป็นอันดับแรก”
“ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ตัวเลือกภายในย่านนี้มันเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ซักเท่าไหร่ถ้าเช่นนั้นมุ่งตรงไปทางทิศใต้ดีกว่า ”
จางหยวนเปลี่ยนสถานที่เดินชมมุ่งตรงไปยังทิศใต้ของเมือง
เขามุ่งตรงมาแถบนี้เพราะว่าบริเวณพื้นที่แถบนี้ไม่ใช่ย่านการค้าอีกทั้งที่ดินภายในเมืองแถบนี้ยังเป็นราคาถูก
มีตึกแถวมากมายที่ปล่อยให้ทำการซื้อขายและอีกอย่างนึงก็คือถนนบริเวณแถบนี้ไม่ค่อยมีผู้คนถ้ามาเปิดร้านผักวิญญาณผู้คนคงจะยืนรอได้อย่างสบายใจไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้อื่น
“ ยอดเยี่ยมไปเลยบริเวณย่านนี้ถือว่าใช้ได้ ” หลังจากที่เดินชมไปเพียงแค่เล็กน้อยก็รู้ได้ทันทีว่าย่านนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
หลังจากเดินชมอยู่สักพักก็ไปพบเจอเข้ากับสถานที่ที่ตนเองนั้นต้องการ
มันเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ถูกปล่อยร้างมาเป็นเวลานานแม้จะตั้งอยู่ภายในเมืองเป็นอาคารสูงสามชั้นมองเห็นจากสายตาไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ด้านใน
จวนหยวนชะโงกหน้าของตนเองเข้าไปดูด้านในพื้นที่กว้างขวางกำลังแม้ว่ามันจะเก่าไปบ้างแต่ก็เป็นเพราะว่าไม่มีผู้คนอยู่อาศัยมาเป็นเวลานาน
ถ้านำมาตกแต่งอีกสักหน่อยคงจะสามารถเปลี่ยนแปลงกลายเป็นร้านขายผักได้ดีเยี่ยม
“ สถานที่แห่งนี้ยอดไปเลยพื้นที่กว้างขวางกำลังดีตั้งอยู่บริเวณถนนที่ไม่ค่อยมีผู้คน แล้วอีกอย่างมีสูงถึงสามชั้นสามารถใช้พื้นที่ในการเก็บพวกผักวิญญาณที่กำลังจะนำมาขายได้ ”
“ อีกอย่างตรงนี้มันเชื่อมโยงต่ออยู่กับสะพานที่จะมุ่งตรงไปยังกลางเมืองผู้คนเดินทางมาคงจะไม่ยากลำบากสักเท่าไหร่” จางหยวนพึมพำออกมาอย่างพึงพอใจหลังจากเห็นพื้นที่บริเวณนี้
มองดูอยู่สักพักเขาก็หันไปถามผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาที่มีเพียงแค่
“ ท่านป้าขอรับ!! ” จางหยวนลองเรียกหญิงวัยกลางคนที่เดินผ่านหลังของตนเองไป
หญิงวัยกลางคนผู้นั้นหยุดเท้าของตนเองหันมามองอย่างรวดเร็วนางแสดงใบหน้างุนงงออกมา
“ มีอะไรอย่างงั้นรึ? ”
“ พอจะรู้หรือไม่ขอรับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นของผู้ใด ข้าอยากจะซื้อมัน” อย่างแรกก็จำเป็นต้องหาข้อมูลก่อน
ท่านป้าผู้นั้นใช้ดวงตาของตนเองเหลือบไปมองอาคารไม้สามชั้นที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าหลังจากที่มองดูแล้วก็ตอบกลับมา “ รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกจำนำเอาไว้โดยคนที่เป็นเจ้าของ”
“ ตอนนี้คนที่ถือครองสิทธิอยู่เป็นกรมที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ลองไปติดต่อซื้อขายดูท่าจะให้ราคาดีพวกนั้นจะต้องขายอย่างแน่นอน ”
จางหยวนหลังจากได้ยินเช่นนั้นมุมปากฉีกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเขาก้มใบหน้าของตนเองลงไปกล่าวขอบคุณท่านป้า “ ขอบคุณท่านป้ามากขอรับ!!! ”
“ ถ้าเป็นที่ๆมันอยู่ภายในสัญญาซื้อขายของกรมที่ดินก็ง่ายเลยเพราะว่าอย่างไรเสียพวกมันเองก็จำเป็นจะต้องนำเอาที่ดินเหล่านั้นขายอยู่แล้ว”
คนภายในเมืองมีระบบจัดการในการขายที่ดินของตนเองอยู่หลากหลายเส้นทาง
โดยถ้าไม่อยากจะปล่อยขายให้กับตระกูลใหญ่ก็สามารถนำเอาไปขายหรือว่าไปจำนองได้กับพวกกรมที่ดินที่เป็นของราชสำนัก
โดยกรมจัดการที่ดินมีหน้าที่ในการรับซื้อที่ดินเหล่านั้นและพวกมันเองก็จำเป็นจะต้องนำเอาไปขายต่อเพื่อให้ได้กำไร
กรมที่ดินจะเป็นหนึ่งในการจัดหาที่ดินที่ผู้คนต้องการภายในเมืองด้วย
เพราะแบบนั้นการจะได้อาคารใหม่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองทางทิศใต้เช่นนี้มันเองก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็น
….
หลังจากที่ได้เป้าหมายของตนเองจางหยวนเริ่มทำการไปติดต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
เขามุ่งตรงไปยังกรมที่ดินท่ามกลางติดต่อซื้อขายสุดท้ายแล้วทำการติดต่อซื้อขายกับคนที่ดินง่ายดายเป็นอย่างมาก
พวกมันขายให้ในราคาประมานสามร้อยตำลึงแน่นอนว่าสำหรับที่ดินภายในเมืองที่มีการก่อสร้างอย่างครบครันเช่นนี้ถือว่าไม่แพง
จางหมิงซื้อพวกมันอย่างรวดเร็วถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาว
เท่านี้องค์ประกอบของร้านผักวิญญาณของเขาก็ครบถ้วนแล้วในตอนนี้เหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
สามวันผ่านไป
หลังจากที่จัดการเกี่ยวกับหน้าร้านมาเป็นเวลาสามวันเต็มๆในตอนนี้การจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นร้านผักวิญญาณกำลังจะเปิดขายในวันแรก
จบบท