[ติ๊ด...ลางสังหรแห่งหายนะทำงาน (ระบบอัพเดทใหม่จากท่านซีโร่) – ทำงานออโต้]
เงื่อนไข
1.ทำงานแค่ตอนที่โฮสต์กำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่ถึงขั้นเสียชีวิต
2.อันตรายที่กำลังจะเกิดกับโฮสต์อาจทำให้ท่านต้องพิการ
3.เมื่อคนรอบกายที่เกี่ยวข้องกับท่านโดนตรงตกอยู่ในอันตราย
4.ราคาค่าบริการครั้งละ 20ผลึกดิน
*หมายเหตุ ใช้งานได้วันละ 3 ครั้งถ้าต้องการใช้มากกว่า 3 ครั้ง คิดค่าบริการครั้งละ 50 ผลึกดิน
[ ติ๊ด...ตรวจพบว่าอีกไม่ชั่วยามข้างหน้าโฮสต์อาจจะบาดเจ็บสาหัส...โปรดระมัดระวัง...โปรดระมัดระวัง...]
[ ติ๊ด...ขอให้โฮสต์โชคดี...]
[ ติ๊ด...ระบบเสริมที่ 2: ระบบ ใส่ใจความรู้สึก ฝึกเป็นนักนึกคิด เพื่อพิชิตทั่วหล้า ]
[ ติ๊ด...กระตุ้นการทำงานความสามารถ 3 : - ธาตุแห่งความว่างเปล่า - ดูดซับลมปราณ พิษ จากการร่วมรักและสะสมรอการพัฒนา และ สามารถพัฒนาพลังให้คู่หลับนอน (สูงสุด) –มาจากขุมทรัพย์บรรพกาล ]
[ ติ๊ด…ทำการกักเก็บลมปราณรอการเพิ่มระดับ ]
*(๑✧◡✧๑) เชรด!!! แบบนี้...ก็แจ่มสิครัช...ฮ่าฮ่าฮ่า ....*
ตัดภาพกับมาที่เวลาปัจจุบัน
ขึ้นชื่อว่าเป็นชาวยุทธนั้นก็ต้องมีวิชาติดตัวกันบ้างไม่ว่าจะเป็นวิชาวรยุทธระดับสูงหรือเป็นเพียงวิชาวรยุทธขั้นพื้นฐานเหมือนอย่างเจ้า 3 ตัวนี้ที่มีวิชาประจำตัวของชาวยุทธธาตุดินระดับขั้นพื้นฐานที่มีขายให้เกลื้อนกลาดในตลาดมืดแต่ก็มีราคาค่างวดที่ค่อนข้างแพงเช่นเดียวกันอย่างเช่นเคล็ดวิชาวรยุทธ 3 ท่าศิลาแรง วรยุทธขั้นพื้นฐาน ท่าที่ 1 หมัดระเบิดศิลา...
“หมัดระเบิดศิลา” ที่มีอำนาจตามชื่อของมันนั้นคือการระเบิดที่ฉับพลันระเบิดปราณจะพลังเพียง 5 ส่วนส่วนที่เหลือคือการปล่อยพลังคลื่นสะท้อนของหรือคือพลังหมัดที่แท้จริงอีก 5 ส่วน
โดยวิธีฝึกนั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยากเพียงอย่างเจ้า 2 ตัวนี้ก็ใช้เวลาฝึกมา 10 กว่าปีก็ฝึกได้เพียงท่าที่1 เพียงเท่านั้น ส่วนเจ้า 1 ใช้เวลาฝึกนานกว่าเจ้า 2 เจ้า 3 มันฝึกท่าแรกใช้เวลา 8ปี และในปีที่ 15 มันจึงฝึกท่าที่ 2 ร่างศิลาแปลงสำเร็จ คมดาบคมหอกฟันแทงไม่เข้า ไม่ระคายผิวเปรียบเสมือนรถถังเคลื่อนที่แต่มันก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงอยู่หนึ่งจุดก็คือท่ามีคนใช้ท่าหมัดระเบิดศิลากับมันท่าที่ 2 ร่างศิลาแปลงจะไร้ประโยชน์ทันที หรือจะพูดให้ถูกคือเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย.... “เสียแปดพิฆาตเก้า”
อยู่ที่ว่าอีกฝ่ายใช้พลังลมปราณในท่าหมัดระเบิดศิลามากขนาดไหน...
วิธีฝึกจริงจริงของหมัดระเบิดศิลามิได้อยากเย็นถึงเพียงนั้นเพียงแต่ต้องเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับธาตุดินก็สามารถฝึกได้โดยแค่รวมพลังลมปราณไว้ที่หมัดแล้วปล่อยออกไปที่ศัตรูให้โดนตรงเส้นลมปราณสักเส้นจะทำให้ลมปราณตรงจุดนั้นช่วงนึงหยุดชะงักก่อนจะส่งพลังคลื่นสะท้อนของหมัดหรือก็คือพลังที่เหลืออีก5 ส่วนเข้าไปตรงจุดที่ถูกกรุยทางด้วยระเบิดปราณสะสมผสานคลื่นสะท้อนเข้าไปแม้จะมีพลังป้องกันที่หนาแน่นก็ต้องมีสะเทือนกันบ้างไม่มากก็น้อย
““ฮึก...กึด...กึด !!
““อ้าค !!!
เสียงร้องที่เหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองก็บาดเจ็บของเจ้า3ที่ตอนนี้กำลังเจ็บปวดอย่างมากจากการที่กระดูกข้อแขนมันหลุดจากการปะทะอย่างแรงจึงร้องดังลั่นไปทั่วบริเวณ...
““มิต้องแหกปากโวยวาย !!! เจ้า 3 ข้าจะช่วยเจ้าเอง
เจ้า 2 แม้จะมีสภาพมิต่างกับเจ้า 3แต่เขาเป็นคนมีความอดทนดียิ่งกว่าจึงมิได้ร้องเสียงดังออกไปเพียงแค่กัดฟันไว้แน่นมากเพียงเท่านั้น
**แคร๊ก !!!
**แคร๊ก !!!
เจ้า 2ทำการใช้แขนข้างซ้ายที่ไม่ได้บาดเจ็บมาบิดแขนฝั่งขวาที่กำลังบิดเบี้ยวผิดรูปของตนเองให้เข้ารูปพร้อมกับบิดแขนฝั่งขวาที่กำลังบิดเบี้ยวผิดรูปของเจ้า 3ให้เข้ารูปเข้าตำแหน่งเดิมของกระดูกด้วยเช่นกัน
**ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ ?
**ทำไมข้าถึงได้ไปโจมตีพี่ใ...ไม่สิต้องเรียกมันว่าไอ้ชั่วถึงจะถูมันที่กล้าดูถูกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า....ยังมีนิสัยของมันที่เลวทรามชาติหมา อย่างเช่นแย่งลูกอมเด็ก เตะหมา ท่าสตรีต่อสู้ ยังมีอีกข้อที่ข้านั้นทนไม่ได้เลย คือกระทืบคนชรา และสตรีมีครรภ์...
**...ก็ดีคงถึงเวลาล้างแค้นแล้วสินะ...
ขณะที่เจ้า2 และ เจ้า 3 กำลังคิดถึงหมัดของพวกมันที่ถูกเปลี่ยนทิศไปทางเจ้า 1อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
““นี่น้องสองน้องสามพวกเจ้าโจมตีข้าทำไมกัน ?!
*หืม !? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ?!
*เจ้า 1มองข้าด้วยสายตาแบบนั้นมันก็สมควรด้วยเหตุผล...
*แต่สายตาที่เจ้า 2 เจ้า 3มันใช้มองมาที่ข้านั้น มันคือสิ่งใดกัน ?!
เจ้าหนึ่งที่เจ็บตัวยังไม่พอยังโดนพี่น้องทำร้ายจนบาดเจ็บเสียหน้าเป็นอย่างมากมันที่โกรธแค้นไอ้หนุ่มหน้ามนคนหน้ามึนแบบกันจิก็จ้องมองปานจะกลืนกินพระเอกอย่างกันจิ ดื่มเลือด เคี้ยวกระดูกของเขา...
ส่วนเจ้าสองเจ้าสามกับมองพระเอกด้วยสีหน้าจำใจ,ซาบซึ้งและขอบคุณทำไมกันนะ ?!
ภายในหัวของกันจิ
*ติ๊ด....ติ๊ด...“ระบบ ใส่ใจความรู้สึก ฝึกเป็นนักนึกคิด เพื่อพิชิตทั่วหล้า”
*….ตรวจพบค่าความรู้สึกในทางที่ดีและไม่ดีกับตัวตนของโฮสต์
*....ระบบแปลงค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ...Auto Start….
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกต้องฆ่าโฮสต์ให้ได้มิว่าต้องศูนย์เสียสิ่งใดก็ตาม+100 ....
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกจำใจและรู้สึกขอบคุณโฮสต์อย่างท่วมท้น-50 -50 ....
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกจำเป็นห่วงโฮสต์-10 -10 -10 ....
*WTH !!!
(;ꏿ︿ꏿ) ตกตะลึงจนใบ้กิน !
*กลับกลายเป็นว่าข้าสร้างเรื่องไปมั่วมั่วพูดไปเรื่อยเปื่อยแต่กับเดาความในใจที่พวกมันมีต่อกันถูก !?
(⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)
*...เฮ้ออออ !!! ข้ารู้สึกเหนื่อยกับความหล่อเหลาและ อัจฉริยะเหลือเกิน !!!
( ͡° ͜ ʖ ͡°) (แสยะยิ้มที่มุมปาก)
*...ฮ่าฮ่า...หืม !?
*ฟู้วส์ !!!...เกือบไปแล้วไงครั้งที่แล้วโดนเจ๊แกเล่นสะมึนไปสามโลก...
กันจิเริ่มตะโกนหัวเราะภายในความคิดของเขาไปได้เพียงสอง ครั้งกับชะงักกระทันหันเนื่องจากจำความทรงจำอันเจ็บปวดบริเวณหัวกระบานของมันได้ดีจาก เจ๊ซีคนสวย...แต่...
**ไอ้ขยะเปียก...ขยะอย่างเจ้าจะตะโกนหาพ่องมึงหรา?! คนจะหลับจะนอนโว้ย!!
+(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ )+ (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
#...ติ๊ด....ติ๊ด.....คำบัญชาจากท่านซีโร่ ให้เตือนความทรงจำของโฮสต์ถึงกฎของการอยู่ร่วมกันที่โฮสต์อาจจะลืมไปแล้ว
#...ติ๊ด....ติ๊ด.....เนื่องจากระบบกับโฮสต์เป็นผู้อยู่อาศัยร่วมกันแล้ว มิว่าโฮสต์จะทำอะไรคิดสิ่งใด ระบบจะรับรู้ด้วย
#...ติ๊ด....ติ๊ด.....เนื่องจากโฮสต์ทำการรบกวนจิตวิญญาณสถิตระบบเป็นครั้งที่2 ของวันแล้ว ทำการลงโทษ 1 ฝ่ามือระดับพื้นฐานขั้นที่ 5
=_=* (โกรธนะเฟ้ยหัวหยิกเลย)
*ป้าป....โอ้ยยยยยยยยยยยยย!!!
ಠ , ಥ โอ้ย ! น้ำตาซึมเบย
#...ติ๊ด....ติ๊ด.....เนื่องจากระบบกับโฮสต์เป็นผู้อยู่อาศัยร่วมกัน ระบบจึงอยากขอเตือนว่าในวันนี้โฮสต์อย่าระบบกวนจิตวิญญาณสถิตระบบอย่าให้มีครั้งที่ 3 มิเช่นนั้น...
*…..
*Shitt !!! ตกลงใครเป็นเจ้านายกันแน่วะ?!
*ทำไมกันนะ ทำไมสวรรค์ (นักเขียน)ถึงรังเกียจบุตรแห่งโชคลาภผู้หล่อเหลาอย่างข้าเสมอเลย ? ส่งคนมากระทืบข้าไม่หยุดไม่หย่อนเลย...เฮ้ออออ !!!
o(︶︿︶)o (เอื้อมระอาใจ)
#ทำตัวเองแล้วบ่น !! หรือเจ้ามีปัญหาเหรอ ?!
o_o (ตกใจเล็ก ๆ พอรู้ทัน)
*อ...เออ..ไม่มีขอรับ !!!
=_='' (เหงื่อตก)
#หึหึ !!!
( ͡° ͜ ʖ ͡°) (แสยะยิ้มที่มุมปาก)
““ฮึ่ม!!! เจ…นี่เจ้า…
เจ้า 1 กำลังโมโหชิงชังเครียดแค้นในตัวของกันจิเป็นอย่างมาก ส่วนเจ้า 2เจ้า 3 กำลังแสดงเพียงสีหน้าออกมาเท่านั้น ถามว่าทำไมเขาถึงรู้น่ะเหรอ ?
ระดับนักแสดงชายยอดเยี่ยม (จอมกะล่อน)ที่สมควรจะได้รางวัลออสกร้าแบบเขานั้นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอย่างเช่นสายตาท่าทางทาง ใบหน้า ลมหายใจ แค่นี้เขาก็สามารถวิเคราะห์ได้หมดแล้ว
““เจ้าต้องใช้วิชามารอะไรเป็นแน่ !!!
““มันจะต้องเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเป็นแน่
““หรือไม่พวกข้าคงประมาทเจ้ามากเกินไป!!!
“เฮ้ออออ รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองนะเจ้าหนึ่ง
(¬‿¬) (รู้ทันกันพร้อมเบะปากมองขวา)
““เจ้า 2 เจ้า 3 ข้าพี่ใหญ่คนนี้จะมิกล่าวโทษหรือโกรธเคืองพวกเจ้าทั้งสอง แม้แต่น้อยถ้าหากข้าขมวดคิ้วขอให้ไม่ตายดีความสัมพันธ์อันยาวนานของพวกเราสามพี่น้องยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง พวกเรามาร่วมมือกันฆ่าเจ้าหนุ่มนี่กันพวกเจ้าเห็นว่าเป็นเยี่ยงไร ?!
แม้ปากของเจ้าหนึ่งจะกล่าวออกมาด้วยความประนีประนอมใจกว้างดุจแม่น้ำแต่สายตาของคนที่มีความคิดชั่วร้าย มันมิอาจหลอกกันได้โดยง่าย เพราะสายตาของเจ้าหนึ่งพี่ใหญ่แห่งอันธพาลทั้งสามขณะที่มันกำลังกล่าวกับเจ้าสอง,เจ้าสาม มีชั่วเสี้ยววิที่มันปล่อยจิตสังหารอันแรงกล้าให้เล็ดลอดออกมาก่อนจะเก็บกลับไปด้วยความรวดเร็ว...
แม้ว่าคนอื่นอาจจะดูไม่ออกเพราะคิดว่านี่ช่างเป็นคำพูดที่ดูใจกว้างเห็นแก่มิตรภาพเป็นที่หนึ่ง แต่มันใช้งานมิได้กับเจ้ากันจิจอมกะล่อนตอแหล่อยู่เป็นประจำ คนที่มีนิสัยเสีย นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นจนฝั่งลึกเป็นสันดานอย่างมันเพียงจิตสังหารที่เล็ดลอดออกมาจากดวงตาเพียงเล็กน้อยมันก็จะจับสัมผัสและรับรู้ได้ทันทีเหมือนอย่างเจ้าหนึ่งในตอนนี้ มันคงวางแผนการไว้ในใจคงจะจัดการตัวของเขาก่อนพอเสร็จ แล้วมันคงจัดการเจ้าสองเจ้าสามเป็นรายต่อไปเป็นแน่...
““.......
““ขอรับพี่ใหญ่พวกข้าทั้งสองจะทำตามพี่ใหญ่กล่าวเองขอรับ
เจ้าสองมิได้พูดสิ่งใดแต่เจ้าสามจอมซื่อบื้อกับตอบรับแทน
*หึหึหึ !!!
“เสร็จงานฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” สินะเจ้าหนึ่ง ?!
““จ..เจ้า..รู้ ?!
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อเอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
แม้เจ้าหนึ่งจะไม่รู้ว่ากันจิพูดถึงสิ่งใดเพราะเรียนมาน้อยและคำกล่าวเปรียบเปรยเช่นนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในโลกมหาปราณเบื้องล่างนักแต่มันก็รู้สึกตกตะลึงเพราะมันคิดว่าเจ้าหนุ่มนี้อาจจะรู้แผนการความคิดของเขาก็ได้เพราะสีหน้าอันกวนส้นเท้าของไอ้หนุ่มหน้าขาวตรงหน้าของมันที่แม้ตอนนี้จะทำหน้านิ่งนิ่งมิได้กล่าวสิ่งใดแต่สายตากับมุมปากของมันแทบจะเป็นสระอิอยู่แล้ว...
““หึหึ !!! ถ้าเจ้า..รู้ยิ่งสมควรตาย ?!
=_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)
““เจ้าสองไปซ้ายเจ้าสามไปขวา ส่วนข้าจะไปตรงกลางเอง
**หงึก หงึก
เจ้าหนึ่งผู้เป็นพี่ใหญ่เริ่มวางแผนการอยู่ในใจก่อนที่เขาจะกระซิบไปทางเจ้าสองยกมือซ้ายบอกใบ้มัน และเขาจะกระซิบไปทางเจ้าสามยกมือขวาบอกใบ้มันตามลำดับก่อนที่เจ้าสองเจ้าสามจะมองมาที่มัน มันเลยทำการชี้ไปที่ตัวเองว่าจะไปตรงจุดกลางเองให้พวกเราเข้าไปพร้อมพร้อมกันเป็นหน้ากระดานเรียงหนึ่งเจ้าสองเจ้าสามก็พยักหน้าตอบกับให้เจ้าหนึ่ง
ครั้งนี้เจ้าหนึ่งเปลี่ยนวิธีการใช้งานวรยุทธจากการใช้วิชาหมัดระเบิดศิลาเป็นฝ่ามือทลายศิลาแทนเมื่อเปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือพลังของมันจะลดทอนประสิทธิภาพก็จะลดทอนความรุนแรงก็จะลดทอนลง ทั้งหมด 5 ส่วนหรือ 50% แต่เขาที่ต้องการจะตบปากสั่งสอนเจ้าหนุ่มหน้าขาวผู้ที่ปล่อยคำพูดยุยงให้พวกเขาทั้งสามพี่น้องต้องแตกคอกันเองให้เลือดกลบปากสักครั้งก็จำเป็นต้องใช้การประยุกต์นี้แทนแม้ว่าจะรู้ว่าประสิทธิภาพโดยรวมจะลดลงถึง 5 ส่วนก็ตามแต่มีข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกันเมื่อที่จริงแล้วการประยุกต์หมัดระเบิดศิลาเป็นฝ่ามือทลายศิลานั้นมักจะถูกใช้ในการสู้รบการฆ่าฟันกันในสนามรบ สงคราม เพราะนักรบส่วนใหญ่ก็จะมีชาวยุทธเป็นอาจารย์คอยสอนวิชาในกองทัพ วิชาฝ่ามือทลายศิลาพวกทหารหรือนักรบนั้นมักจะใช้รุมศัตรูที่มีพลังเยอะกว่าแต่อวดดีลุยเดี่ยวและเมื่อใช้วิชานี้โดนศัตรูอวดดี จะทำให้มัน เสียการควบคุม สับสน จนถึงขั้นเป็นใบ้เทียม!!! กล่าวคือ
การจะใช้งานฝ่ามือทลายศิลานั้น จะส่งพลังลมปราณที่สะสมไว้ในฝ่ามือแล้วระเบิดฉับพลันไปที่ลิ้นและกล่องเสียงของคู่ต่อสู้หรือศัตรูทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวไม่สามารถพูดได้หรือเสมือนเป็นใบ้แต่ไม่มีเสียงออกมาแม้จะอ้าปากพูดก็ตามรู้ตัวอีกทีว่าเสียเปรียบก็มิสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้แล้วเมื่อมิอาจพูดได้ก็จะค่อยค่อยถูกกดดันจนศัตรูผู้นั้นสูญเสียความเยือกเย็นความใจเย็นไป ทำให้เพลียงพล้ำถูกฆ่าตายอยู่เสมอเสมอ
เจ้าสองเจ้าสามก็พุ่งทะยานมาขนาบข้างทั้งทางด้านซ้ายและทางด้านขวาของกันจิเป็นที่เรียบร้อยพวกมันพร้อมใจกันโจมตีออกมาด้วยหมัดระเบิดศิลาที่อัดพลังลมปราณไว้เต็มหมัดแต่สภาวะอ่อนลงกว่าในคราแรก2 ส่วน เจ้าสองต่อยหมัดซ้าย เจ้าสามต่อยหมัดขวา ส่วนเจ้าหนึ่งพุ่งทะยานมาบริเวณตรงกลางเมื่อถึงตรงหน้าของกันจิมันกำลังจะยกมือทั้งซ้ายและขวาขึ้นเพื่อจะตบปากสั่งสอนเจ้าหนุ่มหน้าขาวปากปีจออย่างกันจิให้เลือดกลบปาก…
“หึ...พวกเจ้าทั้งสามยังไม่เข็ดหลาบสินะ !!!
(ง •̀_•́)ง อยากไฟต์ใช่ไหม ?!
“ก็ดีข้าจะทำให้พวกเจ้าหลาบจำเอง !!!
(ᓄಠ_ಠ)ᓄ เข้ามา....!
ในขณะที่หมัดที่เต็มไปด้วยพลังลมปราณทั้งสองที่กำลังพุ่งมาทางด้านซ้ายเป้าหมายอยู่ที่แก้มซ้ายของเขาและทางด้านขวาเป้าหมายอยู่ที่แก้มขวาของเขาและฝ่ามือที่พุ่งทะยานมาตรงกลางทั้งซ้ายและขวาเหมือนหวังซ้ำเติมเสริมพลังต่อจากหมัดทั้งสองนั้นเหมือนหวังว่าจะทำให้หน้าอันหล่อเหลาของเขาพังยับเยินหน้าแหกหมอไม่รับเย็บกันไปเลย
*จะต่อยหน้าของข้ายังคิดจะตบซ้ำมาที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของข้าอีก ?
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวถามแต่เริ่มมีอารมณ์โมโห)
*พวกเจ้ามีปัญญารึ ?!
( ͡° ͜ ʖ ͡°) (แสยะยิ้มที่มุมปาก)
เพียงเศษเสี้ยววิขณะที่ทุกคนกระพริบตา...
**ผล๊วะ...ผล๊วะ...เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ !!
เกิดเสียงที่ดังขึ้นจากการต่อยถึงสองครั้งและเสียงตบถึงสองครั้งเช่นกัน
“““…………………
““เจอพลังผสานของพวกเรา 3 พี่น้องเจ้าคงไม่อาจรอดแน่ !!!
“พี่ชายน้อยยยยยย !!!!
เจ้าหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความสะใจ...
กันจิโดนตบ? หรือมันจะใช้หลักยืมแรงผ่อนแรงของวิชาไทเก๊กแสร้งทำอีกครั้งเพื่อเรียกคะแนนจากคนดูกันแน่ ?!
เขากำลังต้องการอะไรกันแน่?! ถึงยอมโดนต่อยและโดนตบ ?!
หรือที่มันยอมบาดเจ็บมันต้องการให้สาวน้อยนางนั้นที่ทำหน้าที่เป็นเจ้ามือรู้สึกเป็นห่วง ?!
ทำไมชาวยุทธทั้งหมดถึงเงียบแต่ดรุณีน้อยผู้มิได้ตื่นตะหนกมาตลอดกับต้องตะโกนเรียกกันจิด้วยเสียงดังลั่นกัน ?!
แผนการของนางผิดพลาด ?
#โปรดติดตามตอนต่อไป ในบทที่63 ……………………ทอนสาม (ปลาย)