ฮั่วิจูชี้จุดที่มีกุ้งัให้เสี่ยวเฟิงจับอย่างสนุกสนาน ในที่สุดสหายทั้งหลายก็สังเกตเห็นการกระทำของนาง
“อ๊ายหยา! ท่านพี่เจินจู นี่มันกุ้งัไม่ใช่หรือ” เสี่ยวหม่านเดินเข้ามาดูถังของฮั่วเจินจูจึงใจนผงะ นางจำได้ว่ากุ้งลักษณะนี้เรียกว่ากุ้งั
“ทั้งหมดนี้เป็เพราะิจูกับพี่เสี่ยวเฟิงหาได้ ข้ามีหน้าที่เพียงเฝ้าถังเท่านั้น”
ถังที่นางเฝ้าอยู่มีกุ้งัจนเกือบเต็ม ล้วนมาจากคนทั้งสองที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ห่างออกไป
“กุ้งัไม่ได้หาง่าย ๆ ไยิจูถึงได้เก่งกาจกว่าพวกข้าที่เป็ลูกทะเล ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องไปดูเสียหน่อย”
ชีวิตนี้เสี่ยวหม่านไม่เคยจับกุ้งัเลยสักครั้ง ไม่คิดว่าสหายที่มาอยู่ในหมู่บ้านเพียงสองอาทิตย์จะหากุ้งัได้เก่งกาจกว่าคนแทบทั้งหมู่บ้าน บุรุษหลายคนที่ออกทะเลหาปลามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยจับได้กุ้งั
“ิจู” เสี่ยวหม่านรีบไปหาฮั่วิจู นางต้องใอีกรอบกับกุ้งัที่อยู่ในถังอีกใบ
“นะ…นี่…” อ้าปากค้างกับกุ้งัจำนวนมาก
“บริเวณนี้มีกุ้งัชุกชุมมาก” ฮั่วิจูหันมายิ้มให้กับเสี่ยวหม่าน
“ข้ามาบริเวณนี้ก็หลายครั้ง เหตุใดถึงไม่เคยพบกุ้งัเลยล่ะ”
เสี่ยวหม่านยกมือขึ้นเกาศีรษะ สงสัยว่าบริเวณนี้มันมีกุ้งัชุกชุมั้แ่เมื่อไหร่ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยจับได้สักตัว
“เ้าอาจไม่ทราบ กุ้งัพรางตัวอยู่ใต้หญ้าทะเลได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าไม่เปิดหญ้าทะเลออก อาจหามันไม่พบ”
ฮั่วเจินจูบอกวิธีการหากุ้งัออกไปมั่วซั่ว ที่นางหาพบเป็เพราะเ้าเถียนเถียนน้อยต่างหากล่ะ เถียนเถียนเป็คนเรียกพวกมันขึ้นมาจากท้องทะเล
“เ้า้าจับมันหรือไม่”
ฮั่วิจูคิดว่าควรแบ่งปันสหายบ้าง ตอนนี้ถังที่นางเตรียมมาเต็มไปด้วยกุ้งัตัวใหญ่
“้าสิ ผู้ใดจะไม่้า” เสี่ยวหม่านพยักหน้ารัวเร็วจนฮั่วิจูกลัวคอของนางหัก
ฮั่วิจูช่วยหาบริเวณที่กุ้งัหลบอยู่ให้สหายจับ เสี่ยวหม่านได้จับกุ้งัตัวใหญ่ก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
ไฉ่หงรีบวิ่งมายังบริเวณที่สหายทั้งสองยืนอยู่ เห็นเสี่ยวหม่านจับกุ้งัก็ตาเบิกกว้างจนเกือบหงายหลัง
ฮั่วิจูเป็คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเป็ นางไม่ได้โลภมากและเห็นแก่ตัวจนทำให้ผู้อื่นอิจฉาลามไปถึงหมั่นไส้ จึงอาศัยเถียนเถียนช่วยสหายหากุ้งั เพราะความเมตตาของเถียนเถียน เสี่ยวหม่านกับไฉ่หงจึงได้จับกุ้งัถึงคนละสามตัว
เพียงเท่านี้ทั้งสองก็ดีใจจนทำอันใดไม่ถูก คนเกือบทั้งหมู่บ้านยังไม่เคยจับกุ้งัได้สักตัว แต่พวกนางจับมันได้
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังสนุก หวังซื่อก็เดินมาเรียกบุตรสาวให้ขึ้นจากบริเวณโขดหิน
หวังซื่อเห็นถังใบใหญ่สองถังเต็มไปด้วยกุ้งัก็ใ นางมองไปทางบุตรสาวทั้งสองกับเสี่ยวเฟิง
“น้องสาวเก่งมากเ้าค่ะ นางรู้ว่ากุ้งัซ่อนตัวอยู่ที่ใด จากนั้นก็ให้พี่เสี่ยวเฟิงลงไปจับ” ฮั่วเจินจูรีบอธิบายให้มารดาฟัง ถึงที่มาของการจับกุ้งัได้มากจนเกือบเต็มถังใบใหญ่ทั้งสอง
“ิเอ๋อร์รู้ได้อย่างไรว่ากุ้งัอยู่ที่ไหน”
“ข้าบังเอิญเห็นกุ้งัตัวหนึ่งพรางตัวอยู่ในหญ้าทะเลและพวกสาหร่าย จึงลองหาบริเวณที่มีหญ้าทะเลและสาหร่ายดู ไม่คิดว่าจะพบกุ้งัมากขนาดนี้ ข้าไม่ได้ลงไปจับเองนะเ้าคะ ทั้งหมดนี้พี่เสี่ยวเฟิงเป็คนจับ”
หวังซื่อปลื้มใจกับความสามารถของบุตรสาว กุ้งัมิใช่จับได้ง่าย ๆ นางเคยได้ยินว่ามันเป็ของหายาก แต่บุตรสาวกลับหามันได้จำนวนมาก
“ิจู พวกเรารีบนำไปขายกันเถิด ขืนชักช้าเถ้าแก่ในตัวอำเภอจะกลับเสียก่อน” เสี่ยวหม่านะโเรียกฮั่วิจู
หวังซื่อพาบุตรสาวทั้งสองมุ่งตรงไปยังบริเวณที่มีคนต่อแถวเพื่อขายอาหารทะเล มือทั้งสองข้างของเสี่ยวเฟิงหิ้วถังที่เต็มไปด้วยกุ้งั ส่วนฮั่วเจินจูหิ้วถังใบเล็กของนางที่มีหอยตลับอยู่ไม่ถึงสิบตัว แต่กลับมีหอยเป๋าฮื้อสี่ตัว
เถ้าแก่เหลาอาหารในตัวอำเภอ เดินทางมาคัดเลือกซื้ออาหารทะเลถึงหมู่บ้านด้วยตนเอง เพราะ้าอาหารทะเลสดใหม่และคุณภาพดี ชาวบ้านในหมู่บ้านซานไห่คุ้นเคยกับเถ้าแก่ผู้นี้เป็อย่างดี
ชาวบ้านผู้หนึ่งหันมาเห็นกุ้งัในถังที่เสี่ยวเฟิงถือ ก็อุทานออกมาด้วยความใ จนชาวบ้านคนอื่นๆ หันมอง โชคดีที่ชาวบ้านกลับกันไปจนเกือบหมดจึงไม่ชุลมุนมากนัก
“นี่มันกุ้งัใช่หรือไม่ พวกเ้าไปจับกุ้งัมาจากบริเวณใด”
กุ้งัใช่ว่าจะหาได้ง่าย นานๆ หนถึงจะมีคนจับได้สักตัว แต่คนพวกนี้กลับจับมันได้เกือบเต็มสองถัง จึงเกิดความแตกตื่นในหมู่ชาวบ้าน
กายละเอียดของเถียนเถียนที่เกาะอยู่บนศีรษะของฮั่วิจู มองดูมนุษย์ตื่นตาตื่นใจกับกุ้งั
ฮึ! หายากตรงไหนกัน ก็แค่สัตว์ทะเลตัวเล็กๆ ที่ตนเรียกให้โผล่หัวขึ้นมาจากท้องทะเล แม้แต่เทพัที่รักษาดินแดนทั้งสี่ทิศ เถียนเถียนก็สามารถเรียกให้มาพบได้ นับประสาอันใดกับกุ้งั
เถ้าแก่เหวินได้ยินว่ามีคนจับกุ้งัได้จำนวนมากก็รีบเดินเข้ามาดู กุ้งัหายากไม่ได้อยู่ในสายตาของเถ้าแก่ผู้นี้เลยเมื่อพบกับเทพธิดาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แม้ว่านางจะอยู่ในชุดที่ทอมาจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบก็ไม่สามารถกลบความงามของนางได้เลย
“อะแฮ่ม!” ฮั่วิจูเห็นชายที่แต่งกายดูดี จ้องมองมารดาของนางตาไม่กะพริบก็กระแอมขึ้น
เถ้าแก่เหวินได้สติ รีบยกมือขึ้นเกาแก้มที่แดงระเรื่อ ั้แ่ฮูหยินเสียชีวิตไปเขาไม่เคยรับฮูหยินใหม่เลย นี่ก็ผ่านมาถึงสี่ปีแล้ว หรือว่าเขาควรจะรับฮูหยินคนใหม่เสียที
“ท่านแม่ พวกเราเก็บไว้กินเองสักหกตัว นอกนั้นก็ขายให้กับคนของเหลาอาหารในอำเภอนะเ้าคะ” ฮั่วิจูเรียกมารดาชัดถ้อยชัดคำ ผู้อื่นจะได้รู้ว่ามารดาของนางออกเรือนแล้ว
ชาติที่แล้วฮั่วิจูไม่เคยพบชายผู้นี้เลยสักครั้ง เพราะนางร่างกายอ่อนแอมารดาจึงไม่ยอมให้ออกไปตากแดด เื่เก็บอาหารทะเลขายไม่เคยเกิดขึ้นกับนางในชาติที่แล้ว
“แม่นางออกเรือนแล้วหรือ”
เถ้าแก่เหวินเป็ผู้รู้จักผิดชอบชั่วดี ศึกษาตำรามาั้แ่เด็กจึงมีคุณธรรม พอเห็นเด็กน้อยเรียกนางว่าแม่ ยิ่งเขินอายกับการกระทำของตนเอง แต่ปากไม่รักดีกลับถามเพื่อความแน่ใจ
“ท่านแม่ข้าออกเรือนแล้วเ้าค่ะ ออกเรือนจนมีข้ากับพี่สาวเป็พยานรัก” ฮั่วิจูแย่งมารดาพูด ถ้าเกิดมารดาตอบคำถามบุรุษอื่น กลัวว่าจะมีคนนำไปนินทาในทางเสีย ๆ หายๆ
“ไอโยว! เด็กน้อยผู้นี้ช่างเจรจานัก” เถ้าแก่เหวินนึกถึงบุตรสาวที่บ้านทันที บุตรสาวตนก็พูดเก่งเหมือนกับแม่หนูผู้นี้
“ท่านเป็เถ้าแก่เหลาอาหารในอำเภอหรือเ้าคะ”
ดูจากการแต่งกายและราศีที่เปล่งประกายออกมา และยังมีป้ายหยกที่แขวนอยู่บริเวณเอว ฮั่วิจูคิดว่าคนผู้นี้ไม่เหมือนพวกผู้ดูแล แต่เป็เถ้าแก่เองเสียมากกว่า
“เ้าเข้าใจถูกต้องแล้วเด็กน้อย ข้าไม่เคยเห็นหน้าพวกเ้ามาก่อนเลย เพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านหรือ”
“ใช่เ้าค่ะ พวกเราเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เถ้าแก่เ้าคะ ท่านรับซื้อกุ้งัในราคาเท่าไหร่หรือ”
ฮั่วิจูดึงบทสนทนาให้ออกจากเื่ครอบครัวของพวกตน
เถ้าแก่เหวินเห็นว่าถูกดึงไปเื่การรับซื้ออาหารทะเล จึงไม่ถามเื่ของพวกนางต่อ “อืม กุ้งัเป็สิ่งที่หายากด้วยสิ แต่พวกมันได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เอาเป็ว่าข้ารับซื้อที่ตัวละห้าร้อยอีแปะก็แล้วกัน”
“ห๊ะ! ห้าร้อยอีแปะเองหรือ” ผู้ที่ถามเสียงหลงคือฮั่วเจินจู ราคากุ้งัทำให้สตรีที่เคยสุขุมแทบไม่อยากจะเชื่อ คิดว่าเถ้าแก่คนนี้โก่งราคา
“ปกติข้ารับซื้อที่สี่ร้อยอีแปะต่อตัว ่นี้ไม่ค่อยมีคนจับมันได้ กอปรกับตัวกุ้งที่พวกเ้าจับมาได้ใหญ่พอสมควร ข้าจึงเพิ่มให้อีกร้อยอีแปะ เ้าคิดว่ามันถูกไปหรือ”
เถ้าแก่เหวินคิดว่าตนเองใจป้ำๆ สุดแล้ว แต่กลับถูกมองว่าโก่งราคาก็เริ่มจะไม่พอใจ
“ไม่ถูกไม่แพงจนเกินไปเ้าค่ะ เถ้าแก่บอกเองว่า่นี้ของหายาก ห้าร้อยอีแปะก็ห้าร้อยอีแปะ”
ฮั่วิจูรีบคลี่คลายสถานการณ์ พี่สาวของนางอาจเคยชินราคาข้าวของในเมืองหลวง จึงมองข้ามไปว่าที่นี่คือชนบทที่ไม่มีความรุ่งเรืองใด ชาวบ้านล้วนใช้ชีวิตอย่างประหยัด เงินห้าร้อยอีแปะสำหรับชาวบ้านนั้นมีค่ามาก
“เ้าเด็กคนนี้รู้ความ เฉลียวฉลาดยิ่งนัก”
กล่าวชมเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แถมยังรู้เื่ราวกับผู้ใหญ่ มารดาของนางไม่ปริปากเอ่ยวาจาใด มีเพียงนางที่พูดแทน น่าเสียดายที่ตนไม่ได้ยินเสียงของเทพธิดา เสียงของนางคงจะไพเราะไม่หยอก
เสี่ยวหม่านกับไฉ่หงเผยรอยยิ้มกว้าง ถ้าพวกตนขายกุ้งัออกไปทั้งหมด เท่ากับว่าพวกตนหาเงินได้หนึ่งตำลึงกับอีห้าร้อยอีแปะ
กุ้งัในถังของพวกตนทั้งสอง ล้วนเป็ฝีมือของสหายอย่างิจูที่ค้นพบ แล้วชี้ให้พวกนางจับมัน
ชาวบ้านอิจฉากับราคากุ้งัที่พุ่งทะยานไปจนถึงห้าร้อยอีแปะ ทั้งที่ปกติเถ้าแก่รับซื้อเพียงตัวละสี่ร้อยอีแปะเท่านั้น แต่กุ้งัใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ถ้าไม่ออกทะเลไปไกลก็ไม่มีผู้ใดจับพวกมันได้เลย แปลกที่คนบ้านฮั่วจับมันได้บริเวณชายทะเล
การรับซื้ออาหารทะเลเดินทางมาจนถึงลำดับของฮั่วิจู นางขายเพียงกุ้งักับหอยตลับบางส่วน
พนักงานของเหลาอาหารสูดปากด้วยความอิจฉา กุ้งัตัวใหญ่เท่ากันทุกตัว ไม่แปลกที่เถ้าแก่จะรับซื้อตัวละห้าร้อยอีแปะ
“กุ้งัทั้งหมดสิบสองตัว ตัวละห้าร้อยอีแปะ รวมเป็เงินหกตำลึง” เถ้าแก่เหวินยืนดีดลูกคิดอยู่ข้างๆ ถังอาหารทะเล
“หอยตลับสิบจิน จินละหนึ่งอีแปะ รวมเป็เงินสิบอีแปะ เงินที่ได้รับทั้งหมดอยู่ที่หกตำลึงกับสิบอีแปะ เ้าพอใจหรือไม่” เถ้าแก่เหวินก้มลงถามฮั่วิจู
“พอใจเ้าค่ะ”
ฮั่วิจูรับเงินจากเถ้าแก่เหวิน แล้วยื่นมันให้มารดาเก็บเอาไว้ จากนั้นพวกนางก็ขอตัวกลับบ้าน