ใบที่สิบเก้า ฟ้าสว่าง
ใบเซียมซีที่สิบเก้าว่าดีนัก
ทุกข์ทั้งหลายมลายจนดับสูญ
สิ่งดี ๆ ทั้งหลายได้บังเกิด
ดั่งฟ้าเปิดต้อนรับแสงรุ้งงาม
ถามถึงโชคท่านว่าได้ดั่งใจคิด
ถามถึงมิตรจะพบพานตามเรียกหา
ถามถึงคู่มาแน่ไม่คอยนาน
ใบสิบเก้าดั่งวิมานพาชื่นใจ
เมื่อมาถึงบ้าน ทอฝันอ่านคำทำนายจากใบเซียมซีแล้วยิ้มออกมา พร้อมกล่าวสาธุในใจ ขอให้ทุกอย่างดีสมใจดั่งที่ใบเซียมซีว่าด้วยเถิด
"นั่งยิ้มอะไรอยู่ฝัน"
เสียงของแม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับถือจานในมือสองใบออกมาจากหน้าเตา เดินมายังโต๊ะกินข้าวที่ฝันนั่งอยู่
"ยิ้มกับใบเซียมซีค่ะแม่ ใบนี้ดีค่ะ"
"เหรอจ๊ะ งั้นก็ดีแล้วลูก ว่าแต่่นี้ไม่มีงานเหรอ แม่ไม่เห็นลูกวาดรูปเลย"
คนเป็แม่เอ่ยถามพร้อมกับส่งจานข้าวสวยให้ทอฝัน แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามเพื่อทานข้าวด้วยกัน
"ฝันไม่รับงานวาดค่ะแม่่นี้ ฝันกำลังเตรียมงานไปจัดนิทรรศการภาพวาดค่ะ"
"อ้อเหรอลูก ปีนี้งานภาพวาดเค้าจัดที่ไหน"
"จัดที่หอศิลป์ใกล้มหาลัยที่ฝันเคยเรียนที่เดิมค่ะ แต่ปีนี้จัดตั้งห้าวันเลยค่ะ จากทุกปีจัดสามวัน ฝันก็เลยคิดว่าจะเอางานไปวางโชว์เยอะหน่อย ถ้ารูปไหนมีคนขอซื้อก็จะขาย"
"ถึงว่า่นี้ดูฝันผอมลง นี่กลางคืนก็ทำงานจนดึกเลยใช่มั้ย ดูแลสุขภาพบ้างนะลูก นี่จ้ะ ทานเยอะ ๆ"
คนเป็แม่มองดูลูกสาวของตนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง ขณะที่พูดมือก็ตักแกงฉู่ฉี่ปลาใส่จานข้าวตรงหน้าฝัน
"แม่คะ ฝันรักแม่นะ ขอบคุณนะคะที่เลี้ยงดูฝันมาเป็อย่างดี ฝันอยากทำอะไรแม่ก็ไม่เคยขัดเลย"
"แม่ก็เลี้ยงได้แค่ตัวนี่นา ชีวิตเป็ของฝันนะ อีกหน่อยฝันก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว"
ทอฝันเงยหน้าจากจานข้าวและวางช้อนกินข้าวในมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากลงทันที พลางจับจ้องไปที่ใบหน้าคนเป็แม่อย่างไม่กระพริบตา
"เราเคยพูดเื่นี้กันแล้วนี่คะแม่ ฝันบอกแม่แล้วไงฝันจะไม่ไปไหน ฝันจะอยู่กับแม่"
"แต่แม่อยากเห็นฝันเป็ฝั่งเป็ฝา มีครอบครัวที่สมบูรณ์นะลูก แค่นี้แม่ก็ตายตาหลับแล้ว"
ทอฝันถอนหายใจอีกครั้งกับคำพูดของแม่ตัวเองแล้วนิ่งเงียบไป ตลอดเวลายี่สิบเก้าปีที่เธอโตมา เธอสามารถพูดทุกอย่างกับแม่ได้ยกเว้นเื่เดียวคือเื่ความรักของเธอ เพราะอันที่จริงแล้วเธอไม่ได้มีเป้าหมายที่จะแต่งงานหรือสร้างครอบครัวเลยสักนิด
นั่นก็เพราะเธอไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามเลย ทอฝันมีความรู้สึกต่อเพศเดียวกันั้แ่เด็ก เธอชอบที่จะอยู่ใกล้เพื่อนผู้หญิง ชอบเล่นกับเพื่อนผู้หญิง จนโตขึ้นเรียนมัธยมก็เริ่มมีความรักในเพศเดียวกัน แม้แต่แฟนคนล่าสุดที่เลิกรากันไปแล้ว ก็เป็เพื่อนผู้หญิง่เรียนมหาวิทยาลัยที่เรียนคณะเดียวกัน
"แม่คะ ฝันไม่ได้อยากแต่งงานมีครอบครัวหรอกค่ะ ฝันอยากอยู่กับแม่ เราจะไม่พูดเื่นี้กันอีกนะคะ"
ทอฝันบอกคนเป็แม่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"โอเคจ้ะลูก ไม่พูดก็ไม่พูด งั้นกินข้าวกันเถอะจ้ะ"
ทอฝันยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคนเป็แม่พูดเช่นนั้น และลงมือทานข้าวต่อ ซึ่งระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังทานข้าวกันอยู่ เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีผู้มาเยือน
"ใครมากดออดกันนะ เดี๋ยวฝันไปดูเองค่ะแม่"
ทอฝันที่ได้ยินเสียงออดหน้าบ้าน วางช้อนส้อมในมือและลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวเดินออกไปหน้าบ้านทันที
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านทอฝันเป็ชายรูปร่างสูงคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดข้าราชการตำรวจพร้อมด้วยดาวบนบ่า เธอไม่แน่ใจในยศตำแหน่งของคนที่มาเยือนมากนักแต่ดูจากการแต่งกายและท่าทางโดยรวมก็คงจะเป็คนใหญ่คนโตข้าราชการระดับสูง ความสงสัยและความแปลกใจเกิดขึ้นทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่หน้าบ้าน เขามาหาใครกันนะ หรืออาจจะมาผิดบ้าน
"สวัสดีค่ะ คุณมาหาใครคะ"
ทอฝันเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่หน้าประตูโดยที่ยังไม่ไขกุญแจให้อีกฝ่ายเข้ามา
"นี่ใช่บ้านทอฝันรึเปล่า ฉันมาติดต่อเื่เรียนวาดรูป ฉันเจอข้อมูลในกลุ่มสอนวาดรูป"
ทอฝันฟังคำที่ชายผู้มาเยือนเอ่ยก็ยังงง ๆ ไม่เข้าใจอะไรแจ่มแจ้งมากนัก จึงเอ่ยถามไปอีกครั้ง
"เอ่อ ใช่ค่ะ ฉันเองค่ะทอฝัน รับสอนวาดรูป แต่ตอนนี้ฉันยังปิดรับสอนชั่วคราวค่ะ ยังไม่สะดวก"
"ว่างเมื่อไหร่"
ผู้ชายคนนั้นเอ่ยสั้น ๆ ห้วน ๆ ใจนึงทอฝันก็แอบคิดว่าคนตรงหน้าอยากเรียนวาดรูปกับเธอจริง ๆ งั้นเหรอ ทั้งหน้าตา คำพูด น้ำเสียง ดูไม่เต็มใจที่จะเรียนเลยสักนิด
"ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมผลงานไปจัดนิทรรศการค่ะ คงยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะว่าว่าง่ไหน ขอโทษด้วยนะคะ"
"ว่างเมื่อไหร่"
ชายคนเดิมเอ่ยถามคำถามเดิม น้ำเสียงแสดงความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ยิ่งสร้างความสงสัยให้ทอฝันเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งเธอก็คิดว่าคำตอบที่บอกไปนั้นก็ชัดเจนมากแล้ว แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะขอคำตอบที่แน่ชัดให้ได้ ทอฝันจึงพยายามใจเย็นเพื่อจะพูดคุยกับผู้ชายคนนั้น
"เอ่อ ถ้าคุณ้าเวลาที่แน่ชัด ฝันรบกวนขอเบอร์ติดต่อได้มั้ยคะ ถ้าฝันว่างแล้วจะโทรไปคอนเฟิร์ม"
"ได้"
ชายร่างสูงคนนั้นตอบสั้น ๆ แล้วหยิบนามบัตรใบเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อชุดข้าราชการ ส่งให้ทอฝันผ่านช่องของประตูรั้ว ทอฝันรับมาโดยไม่ได้ดูรายละเอียดในนามบัตร เธอถือมันไว้ในมือและจดจ้องใบหน้าของคนตรงหน้าเพื่อรอว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
"ฉันขอคำตอบเร็วที่สุด เพราะฉัน้าครูสอนวาดรูปที่เป็ผู้หญิงเท่านั้น"
พูดจบชายคนนั้นก็เดินกลับไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ด้านหลัง เขาเปิดประตูหลังก้าวเข้าไปนั่ง ทอฝันจึงรู้ว่าเขามีคนขับรถ และเมื่อเขาปิดประตูแล้วรถหรูคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปทันที ทอฝันจึงหยิบนามบัตรในมือที่ชายร่างสูงทิ้งไว้ให้ขึ้นมาดู
พลเอกพฤกษ์ธิพงษ์ วรเมทเมธี 089-970XXXX
พลเอกอย่างนั้นเหรอ นึกอะไรอยากเรียนวาดรูป
ทอฝันคิดในใจพลางสายตาก็มองรถคันหรูที่เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านของเธอแล้วจนลับสายตา เธอจึงเดินกลับเข้าบ้านและยัดนามบัตรใบเล็กที่ชายร่างสูงให้ไว้ใส่หลังกระเป๋ากางเกงยีนส์
"ใครมาเหรอลูก"
แม่ของฝันเอ่ยถามทันทีเมื่อลูกสาวเดินกลับเข้าบ้าน
"ลูกค้าใหม่มาถามเื่เรียนวาดรูปค่ะแม่ ฝันบอกไปแล้วว่า่นี้ยังไม่เปิดสอน"
"เสียดายจังลูก เค้ามา่ที่ฝันติดงานพอดี"
"นั่นสิคะ แต่ฝันขอเบอร์ติดต่อไว้แล้วค่ะ ไว้ฝันเสร็จเื่งานนิทรรศการฝันจะติดต่อเค้ากลับไป"
"เก่งจังเลยลูกแม่คนนี้"
คนเป็แม่เอ่ยอย่างภูมิใจพร้อมเอื้อมมือไปลูบศรีษะทอฝันอย่างนุ่มนวล จากนั้นทั้งสองจึงลงมือทานข้าวกันต่อ และตามด้วยของหวานที่เป็แตงโมแช่เย็นปอกใส่จานไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งเป็ผลไม้อย่างหนึ่งที่ทอฝันโปรดปรานเช่นกัน มื้อนี้จึงเป็มื้อที่ทอฝันมีความสุขอย่างมาก
"แม่คะ เดี๋ยวฝันล้างจานเสร็จแล้วขอตัวขึ้นไปทำงานต่อเลยนะคะ คืนนี้คงไม่ได้นั่งดูละครหลังข่าวเป็เพื่อนแม่"
ทอฝันเอ่ยขึ้นขณะที่สองมือก็รีบเร่งจัดการกับจานหลายใบที่อยู่ในอ่างล้างจาน
"จ้ะลูก ไปทำงานเถอะ แม่นั่งดูทีวีสักพักเดี๋ยวก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน วันนี้รู้สึกเพลีย ๆ"
"แม่เป็อะไรรึเปล่าคะ"
ทอฝันถามความความเป็ห่วงในทันทีเมื่อได้ยินคนเป็แม่พูดแบบนั้น
"เปล่าจ้ะลูก คงเพราะวันนี้ตื่นแต่เช้ามืดมาทำกับข้าว"
"งั้นแม่ก็เข้านอนเลยดีมั้ยคะ ไปค่ะ ฝันล้างจานเสร็จพอดี เดี๋ยวฝันไปส่งแม่ที่ห้องนะคะ"
พูดจบทอฝันก็เดินเข้ามาประคองคนเป็แม่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเพื่อพาไปยังห้องนอน ซึ่งอยู่ถัดไปจากห้องครัวไม่ไกลนัก เมื่อส่งแม่เข้านอนเรียบร้อยแล้ว ทอฝันจึงเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอนของตนเอง
แน่นอนว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปเธอมุ่งตรงไปยังมุมวาดรูปในห้องนอนทันที แต่ก่อนที่จะลงมือจัดการกับรูปวาดที่ค้างอยู่นั้น ทอฝันหยิบสมุดวาดภาพเล่มหนึ่งที่มีรูปของเพียง ผู้หญิงที่เธอฝันถึงบ่อยครั้งขึ้นมาดูก่อน
คุณเป็ผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์กว่าผู้หญิงคนไหนที่ฉันเคยเจอมาเลย วันจัดนิทรรศการรูปวาดฉันขอเอารูปคุณไปจัดแสดงที่งานด้วยนะคะ
ทอฝันเอ่ยกับรูปนั้นพร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยที่เธอวาดเองกับมืออย่างไม่ละสายตา ดวงตาคู่นั้นยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล ความเศร้าที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าสวยคืออะไรนะ ชวนให้สงสัยและน่าค้นหาเหลือเกิน
-----------------------------------------------------
เป็กำลังใจให้พี่ฝันกับน้องเพียงด้วยนะค้าาา ????